รศ.๑๑๖
เสียงนกร้องยามเช้าตรู่ให้หนาหู แม้นแผ่นฟ้าทั้งผืนจะยังดับมืดไม่ต่างจากเวลากลางคืน หากแต่เหล่าข้าทาสบริวารกลับลุกขึ้นทำงานกันอย่างขะมักเขม้นให้สมกับข้าวแดงแกงร้อนที่เจ้าของเรือนมีพระคุณแบ่งให้ยาไส้
บ่าวทาสในเรือนทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ทุกอย่างก็เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณที่คุ้มกะลาหัวพวกมันอยู่ หากไม่ได้เจ้านายที่ใจดีเยื่องนายเรือนนี้ เห็นทีคงได้ตายอดตายยากอยู่ที่ใดก็หาได้รู้
“ต้มยาบำรุงให้คุณแก้วอยู่รึบัว”
“จ้ะ อีกประเดี๋ยวคุณแก้วก็คงตื่นแล้ว กลัวจะไม่ทันท่าน”
แม่บัวพูดตอบระหว่างที่สายตายังคงจ้องหม้อปรุงยาบนเตาฟืน เป็นตลอดเกือบเดือนที่เธอได้รับหน้าที่ปรุงยาบำรุงครรภ์ให้คุณแก้ว หล่อนมีข่าวดีเมื่อเดือนก่อนว่ากำลังมีบุตรคนแรกให้ท่านขุน และทั้งเรือนต่างดีใจกันยกใหญ่กับข่าวดีที่สุดในรอบหลายปี
แม่แก้วมีศักดิ์เป็นเมียเล็กของขุนเอกก็จริง หากแต่เมื่อใดที่ทารกในครรภ์คลอดออกมา คงจักได้เลื่อนยศฐาเป็นเมียกลางเมือง[1] ของท่านในไม่ช้า แม้จะมีเมียอีกหลายคนที่ตั้งหน้ารออุ้มท้องลูกของท่าน แต่ก็เป็นไปตามกฎที่เจ้าของเรือนได้ให้ไว้เมื่อครั้งอดีต หากเมียใดมีลูกคนแรกให้ท่านได้ก่อน ก็จักถูกแต่งตั้งเป็นใหญ่ในเรือนหลังคลอดทันที
“เสียดายนัก สองปีให้หลังท่านขุนหลงเอ็งอย่างกะอะไร ถ้าเอ็งมีลูกให้ท่านได้ก่อนคุณแก้ว คงจะดีไม่น้อยเลยนะ”
“ข้าไม่หวังเป็นใหญ่ในเรือนของท่านหรอกจ้ะ เพียงแค่สิ่งที่ท่านให้ข้าทุกวันนี้ ก็เป็นบุญหัวมากแล้ว”
บัวไม่ได้ปด เธอพูดออกมาตามสิ่งที่รู้สึก จากทาสไร้ค่าที่ไม่รู้จะถูกนายขายให้ซ่องวันใด กลับได้กินอยู่สบายเหนือบ่าวทาสคนอื่น ๆ ในเรือนด้วยตำแหน่งเมียทาสที่ได้รับจากท่าน นั่นก็ดูมากเกินพอสำหรับชีวิตบัวแล้ว
“ถ้าเหล่าเมียทาสของท่านขุนคิดเยื่องเอ็ง เรือนคงจะสงบสุขมากกว่านี้นะ เอาเถอะข้าจะไปดูคุณหญิงแสเสียหน่อย ป่านนี้ท่านคงตื่นแล้วกระมัง”
“จ้ะป้าศรี” ป้าศรีเป็นบ่าวที่ดูแลคุณหญิงแส ตั้งแต่บัวเกิดก็เห็นจะเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่แรก คุณหญิงท่านเป็นแม่ของขุนเอกอีกทอด คนที่ใหญ่สุดในเรือนก็เห็นจะมีท่านอีกคน
ถามหาสามีคุณหญิงแส ก็ตอบได้เลยว่าท่านจากโลกไปนานเสียจนจำปีไม่ได้ ด้วยพ่อขุนเอกนั้นเป็นถึงขุนน้ำขุนนางยศใหญ่ ได้รับพระราชดำรัสให้ตามเสด็จในวังไปประพาสป่าเพียงคราเดียว หลังจากกลับมาไม่นานท่านก็ป่วยเป็นไข้ป่ารุนแรง ก่อนจะเสียชีวิตลงท่ามกลางความโศกเศร้าของทุกคนในเรือน
หลังจากที่บัวปรุงยาเสร็จ เธอก็ตะเตรียมข้าวของเพื่อขึ้นไปดูแลคุณแก้วต่อทันที แม้จะได้อยู่ในตำแหน่งเมียทาสของท่านขุน หากแต่ก็ยังไม่ได้มีวาสนาได้นอนบนเรือนเหมือนเมียเล็ก ที่เปรียบได้ว่าเป็นเจ้านายอีกคน เพราะเหตุนี้ทำให้บัวต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างหอนอนเมียทาส และเรือนใหญ่อยู่ตลอดเวลา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณแก้ว ตื่นหรือยังเจ้าคะ?”
“แม่บัวรึ?” เพราะบัวเป็นเมียอีกคนของท่านขุนสามีของแม่แก้ว ทำให้การเรียกขานเลยเป็นเช่นนี้ แม้แต่เมียทาสคนอื่น ๆ ก็ด้วย
“เจ้าค่ะ อิฉันปรุงยามาให้เจ้าค่ะ”
“เข้ามาสิ” มือเล็กดันประตูไม้เข้าไปด้านในอย่างเบาแรง ประตูบานนี้ไม่ได้ขัดดาล[2] ไว้ แสดงว่าคุณแก้วคงจะตื่นได้สักพักแล้ว หล่อนไม่มีบ่าวที่ตามมารับใช้จากตระกูลที่ส่งมา หนำซ้ำพอย้ายมาอยู่ในเรือนแล้วก็ยังไม่มีบ่าวรู้ใจเป็นของตนอีก
เจ้าของหอนอนนั่งอยู่กลางเตียงรอให้คนมาเยือนได้เดินเข้าหา พูดตามตรงว่าตั้งแต่ประกาศกร้าวว่าตั้งครรภ์ให้สามีได้ เธอก็ไม่กล้าแม้จะขยับไปไหนมาไหนแรง ๆ เนื่องด้วยกลัวว่าลูกจะหลุดออกไปเสียก่อน
“ยาบำรุงเจ้าค่ะ แล้วอิฉันจะไปเตรียมเครื่องนุ่งไว้ให้คุณแก้วได้ผลัดผ้านะเจ้าคะ” วันนี้เป็นวันพระใหญ่ เห็นว่าเป็นวันพระที่ดีที่สุดหลารอบปี เจ้านายทั้งเรือนเลยจะพากันไปวัดทำบุญ และหนึ่งในทาสที่จะติดสอยห้อยตามไปด้วยก็คงไม่พ้นบัว ที่จะต้องตามไปดูแลคุณแก้วอีกที
“แม่บัวไม่ต้องดูแลฉันก็ได้ แม่ไม่ใช่บ่าวที่จะต้องมาดูแลฉันเสียหน่อย”
“ท่านขุนไว้ใจบัวให้ดูแลคุณแก้ว นับว่าเป็นบุญของบัวมากกว่าเจ้าค่ะ อีกอย่างคุณแก้วกำลังท้องกำลังไส้ มีคนดูแลน่าจะดีกว่า”
“ขอบใจแม่มากนะ หากเป็นเมียของท่านขุนคนอื่น ๆ ฉันก็ไม่ไว้ใจเหมือนกัน หากแต่เป็นแม่ ฉันก็วางใจไปมาก”
ตกเย็นของวันเดียวกัน ถึงเวลาจะผ่านไปจวนตะวันจะลับขอบฟ้า หากแต่บ่าวทาสทุกคนก็ยังทำงานกันไม่หยุดหย่อน บ่าวผู้ชายก็จะหนักไปด้านงานใช้กำลังเป็นหลัก แบกหามน้ำจากท่ามาใส่ในตุ่มบ้าง แบกฟืนเฟืองสำหรับใช้ทำครัวก็มี ส่วนบ่าวผู้หญิงเวลานี้ ทุกคนต่างรวมตัวกันอยู่ในครัวไฟเสียส่วนใหญ่ ด้วยหน้าที่เดียวคือการเตรียมสำรับให้นาย อีกไม่นานท่านขุนเอกคงจะเดินทางกลับจากว่าราชการแล้ว ครั้นบุตรชายเพียงคนเดียวกลับเรือน คุณหญิงแสคงไม่วายสั่งตั้งสำรับโดยพลัน
อีกส่วนสำคัญของบ้านที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือเหล่าเจ้านายที่อยู่บนเรือนกงนู้น ป่านนี้พวกท่านคงจะนั่งพับดอกบัว ร้อยมาลัยสำหรับไหว้พระวันพรุ่ง ให้เห็นชัดว่าวิถีของคนสองชนชั้นนั่นต่างกันอย่างสิ้นเชิงไม่ผิด
“ฝีมือร้อยมาลัยเอ็งงามขึ้นนะบัว อีกไม่นานคงจะงามเกินกว่าฝีมือข้ากระมัง”
“ฝีมือของบ่าวยังอ่อนหัดนัก ดูทีคงจะไม่มีวันเทียบเทียมฝีมือของคุณหญิงได้เจ้าค่ะ” ทั้งเรือนมีนายอยู่สองคน คือคุณหญิงแส และคุณแก้ว พร้อมกับเมียบ่าวของท่านขุนอีกสี่คนเห็นจะได้ เรื่องงานฝีมือสำหรับบัวนับว่าเป็นเรื่องที่ยากถนัด เธอไม่ได้สนใจของพรรค์นี้ด้วยซ้ำไป หากแต่พอได้เลื่อนเป็นเมียทาสของท่านขุน เลยจำต้องให้เปลี่ยนความคิด และคนที่ฝึกฝนให้ก็คือคุณหญิงแสนั้นแล
“อย่าถ่อมตัวนักเลย แม่บัวฝึกไม่นานยังงามเพียงนี้ ดูอย่างฉันสิ ฝึกเท่าใดก็ยังไม่งามเท่า” แม่แก้วพูดพร้อมกับก้มมองมาลัยร้อยในมือของตนที่ยังไม่เสร็จดี เห็นเช่นนี้พอเสร็จแล้วก็คงจักไม่งามอีกตามเคย
“แต่คุณแก้วก็ปักผ้างามนักเจ้าค่ะ” ทุกบทสนทนาคล้ายว่ามีเพียงสามคนอยู่บนเรือนนี้ไม่ผิด เห็นเมียบ่าวคนอื่น ๆ เป็นตอเห็ดหรืออย่างไรกัน!? แต่ก็หาได้สนใจ เพราะสิ่งที่พวกหล่อนต้องการหาใช่ความสนใจจากแม่ผัว ที่ทำ ๆ กันอยู่ก็เพื่อเอาใจแต่ท่านขุนผู้เดียว หากท่านกลับมาเห็นหน้าค่าตาเหล่าเมีย ๆ โชคหล่นทับก็อาจจะถูกเรียกให้ไปรับใช้บนเตียงบ้างเท่านั้นเอง
“ท่านขุน ท่านขุนกลับมาแล้วเจ้าคะคุณหญิง”
เมียบ่าวหนึ่งในนั้นพูดขึ้นเสียงดัง ก่อนทุกคนบนเรือนจะหันไปให้ความสนใจต่อคนที่กำลังเดินขึ้นเรือนมา จากใบหน้าบูดเบี้ยวเบื่อหน่ายเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มเร็วเสียน่าตกใจ
“กลับมาแล้วหรือพ่อเอก”
“ลูกไหว้ขอรับ” ทุกคู่สายตามองไปจุดเดียวกันดั่งต้องมนต์ เป็นโชคดีของบัวนัก ที่วันนี้ได้นั่งอยู่ใกล้ท่านมากกว่าคนผู้อื่น บัวค่อย ๆ เงยหน้ามองคนด้านบนก็พาให้ใจหวิว ขุนเอกนั้นรูปงามจนยากอธิบาย ไม่แปลกที่หญิงทั่วเมืองจะหลงรูปลักษณ์ของท่าน ขนาดคนเป็นเมีย ยังรักยังหลงท่านอยู่ร่ำไป
“กลับมาเหนื่อย ๆ นั่งพักเถิด ประเดี๋ยวแม่จะสั่งให้บ่าวตั้งสำรับให้”
“เวลานี้ลูกขอเอนหลังพักที่หอนอนก่อนดีกว่า ขอตัวนะขอรับ”
“คุณพี่เจ้าคะ”
ไม่ทันที่ขุนเอกจะเดินเข้าหอนอนของตนก็ถูกแม่แก้วทัดทานเอาไว้เสียก่อน กลับมาเรือนทั้งทีแต่กลับไม่มีถ้อยคำถามไถ่ถึง แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดมองว่าเป็นความผิดของท่าน หากแต่คุณแก้วเองจะเป็นคนที่เสนอให้แก่ผัว
“มีอันใดหรือแม่แก้ว”
“น้องขอเข้าไปปรนนิบัติคุณพี่ได้หรือไม่เจ้าคะ หากได้นวดเสียหน่อยคงจะผ่อนคลายไม่น้อย” เมียคนอื่นที่ก็ต้องการปรนนิบัติท่านต่างพากันมองตาเป็นมัน คุณแก้วนี่ก็ใช่จะใสซื่อ เป็นถึงลูกขุนนางชั้นสูงแต่กลับไม่ละอายใจที่จะเอ่ยปากเสนอตัว เห็นทีจะมีเพียงแค่บัวที่ยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่ผู้เดียว
“แม่แก้วกำลังตั้งท้องลูกของพี่อยู่ อย่าได้ออกแรงมากเลย เป็นเอ็งแล้วกันบัว เข้าไปปรนนิบัติข้าที”
แน่นอนว่าคุณแก้วเสียหน้า หากแต่ก็แสดงออกอะไรได้ไม่มาก นอกจากรับคำของสามี บัวหันไปมองหน้าเธออยู่หลายที กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจตนผิด หากแต่พอเห็นคุณแก้วผงกหัวให้ก็สบายใจขึ้นมาได้หน่อย
แล้วแม่แก้วทำใจได้จริงงั้นหรือ ยามที่ต้องเห็นเมียคนอื่นได้เดินตามผัวเข้าหอนอนไป ทั้งที่ตนเองก็อยากเป็นคนผู้นั้นเสียจนตัวสั่น
“ท่านขุนอยากผลัดผ้าก่อนหรือไม่เจ้าคะ”
“เปลื้องผ้าของเอ็งออกเสีย”
“......”
“ข้าไม่ได้หมายให้เอ็งเข้ามานวดให้ข้าหรอกหนา”
[1] เมียหลวง
[2] ลงกลอนประตู