LOGINเถาเยี่ยนเดินเข้ามาในอาคารสำนักงานใหญ่ของลู่กรุ๊ป ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในความทรงจำของเธอ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรงประตู พนักงานต้อนรับไปจนถึงป้ายประชาสัมพันธ์โครงการใหม่
พนักงานสองสามคนทักทายเธอด้วยความคุ้นเคย เถาเยี่ยนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในใจกลับรู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่ในสถานที่จากความฝัน เมื่อชาติที่แล้วเธอลาออกจากที่นี่ชีวิตของเธอก็เริ่มตกอยู่ภายใต้การควบคุมของหานจวิ้นเหา เชื่อเขาทุกอย่าง เขาไม่ต้องการให้เธอมีงานมีรายได้ เขามักบอกด้วยคำหวานภรรยาของเขาไม่จำเป็นต้องทำงานให้เหนื่อย แต่ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมทิ้งอาชีพและคุณค่าของตัวเองเพื่อผู้ชายคนไหนอีก “หัวหน้าเถาคะ ท่านประธานลู่เรียกประชุมโครงการใหม่ตอนสิบโมงค่ะ” ผู้ช่วยสาวเดินเข้ามาแจ้ง “ฝ่ายเลขาส่งข้อความมาว่าให้หัวหน้าเป็นคนนำเสนอแผนการตลาดด้วยตัวเอง” เถาเยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะจำเหตุการณ์วันนี้ได้ การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบลู่จิ่งเซิงอย่างเป็นทางการ ชาติก่อนเธอนำเสนอแผนด้วยความประหม่า แต่ได้รับคำชมจากเขาต่อหน้าผู้บริหารทั้งหมด หลังการประชุมเขายังให้ฝ่ายเลขาส่งนามบัตรส่วนตัวมาให้พร้อมบอกว่าสามารถติดต่อเขาได้หากมีปัญหา ภายหลังนามบัตรใบนั้นถูกหานจวิ้นเหาฉีกทิ้งเพราะไม่พอใจที่เธอพูดถึงประธานหนุ่มด้วยความชื่นชม บางทีการย้อนกลับมาวันนี้อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สวรรค์ไม่ได้แค่ส่งเธอกลับมาก่อนเซ็นเอกสาร แต่ยังส่งกลับมาในวันที่เธอกับลู่จิ่งเซิงกำลังจะได้พบกัน “เข้าใจแล้วค่ะ ช่วยเตรียมข้อมูลยอดขายไตรมาสล่าสุดให้ฉันด้วย” เถาเยี่ยนสั่ง เธอใช้เวลาที่เหลือตรวจแผนนำเสนอ แม้จดจำรายละเอียดจากชาติที่แล้วได้ แต่ยังปรับข้อมูลบางส่วนให้ดีขึ้น โดยเพิ่มกลยุทธ์ซึ่งในอนาคตเคยช่วยให้คู่แข่งสร้างยอดขายมหาศาล เธอไม่คิดขโมยผลงานของใคร แค่อยากนำความรู้จากประสบการณ์มาพัฒนางานของตนเองให้รอบคอบกว่าเดิม เมื่อถึงเวลาประชุมประตูห้องขนาดใหญ่ถูกเปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำกำลังนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาดำสนิทกวาดมองเอกสารในมืออย่างเย็นชา เพียงเขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น บรรยากาศทั้งห้องก็กดดันจนไม่มีใครกล้าส่งเสียงเกินความจำเป็น เถาเยี่ยนหยุดอยู่หน้าประตู หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ลู่จิ่งเซิงยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ตรงหน้าเธอจริง ๆ หลังเธอเสียชีวิตเขาเป็นคนเดียวที่ไม่เชื่อข้อสรุปว่าเธอกระโดดจากระเบียงเอง เธอไม่รู้ว่าเขาสืบสวนไปถึงไหน แต่เคยได้ยินหานจวิ้นเหาพูดด้วยความไม่พอใจว่าท่านประธานลู่กำลังสร้างปัญหาให้พวกเขา ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นในจังหวะนั้น สายตาของทั้งสองสบกัน เถาเยี่ยนเห็นความประหลาดใจเล็กน้อยผ่านแววตาเย็นชา ก่อนมันจะหายไปอย่างรวดเร็ว “หัวหน้าเถา” เขาเรียกชื่อเธอทั้งที่วันนี้ควรเป็นการพบกันครั้งแรก “เริ่มนำเสนอได้แล้ว” การประชุมใช้เวลานานเกือบหนึ่งชั่วโมง เถาเยี่ยนนำเสนออย่างมั่นใจ ตอบคำถามของผู้บริหารได้ทุกข้อ และยังเสนอวิธีรับมือความเสี่ยงที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อเธอพูดจบ ห้องประชุมก็เงียบไปชั่วขณะ ลู่จิ่งเซิงพลิกเอกสารหน้าสุดท้าย ก่อนเงยหน้ามองเธออีกครั้ง “แผนนี้คุณเป็นคนทำเองทั้งหมดเหรอครับ” “ใช่ค่ะ” “ดีกว่าที่ผมคาดไว้มาก” คำชมสั้น ๆ จากเขาทำให้ผู้บริหารหลายคนหันมามองเธอด้วยความสนใจ เถาเยี่ยนขอบคุณแผ่วเบา แต่ในใจกลับอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เขายังคงเหมือนเดิม หลังประชุมจบ ผู้เข้าร่วมทยอยออกจากห้อง เถาเยี่ยนเก็บเอกสารช้ากว่าคนอื่น จนกระทั่งเหลือเพียงเธอ ลู่จิ่งเซิง และเฉินอี้โจวผู้เป็นเลขา เฉินอี้โจวนำนามบัตรสีดำมาวางตรงหน้าเธอ “ท่านประธานชื่นชมความสามารถของคุณ หากมีปัญหาเกี่ยวกับโครงการสามารถติดต่อมาได้โดยตรงครับ เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนในชาติที่แล้วไม่มีผิด แต่คราวนี้เถาเยี่ยนไม่รับนามบัตรแล้วเดินจากไป เธอหยิบมันขึ้นมาก่อนเงยหน้ามองเจ้าของชื่อบนบัตร “ท่านประธานลู่คะ ฉันขอคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวได้ไหม” ลู่จิ่งเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปมองเลขาเฉินอี้โจวจึงเก็บเอกสารแล้วออกจากห้องไปโดยไม่ถามอะไรเมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง “คุณมีปัญหาเกี่ยวกับโครงการอย่างนั้นเหรอ” ลู่จิ่งเซิงถาม “ไม่ใช่เรื่องงานค่ะ” ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าของเธอ ราวกับพยายามอ่านว่าเธอกำลังคิดอะไร “แล้วเรื่องอะไร” เถาเยี่ยนกำชายกระโปรงตัวเองใต้โต๊ะ เธอเคยเผชิญหน้ากับความตายมาแล้ว เรื่องแค่นี้เธอไม่ควรจะกลัว แต่การพูดประโยคที่เตรียมไว้กลับทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนยืนอยู่บนระเบียงเสียอีก เธอรู้ว่าข้อเสนอของตนอาจฟังดูบ้าบิ่น ลู่จิ่งเซิงในเวลานี้แทบไม่รู้จักเธอและผู้ชายอย่างเขาไม่มีเหตุผลต้องยอมร่วมมือกับหัวหน้าแผนกธรรมดาคนหนึ่ง เถาเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง “คุณลู่คะ ตอนนี้คุณมีแฟนยัง” คำถามนั้นทำให้ความเย็นชาบนใบหน้าของลู่จิ่งเซิงเกิดรอยร้าวขึ้นเป็นครั้งแรก “นี่คือเรื่องที่คุณต้องการคุยกับผมตามลำพังงั้นเหรอ” “ใช่ค่ะ” “ผมยังไม่มีใคร ถามทำไม” เขาตอบหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เถาเยี่ยนบังคับไม่ให้ตัวเองเปลี่ยนใจ เธอวางนามบัตรของเขาลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง ราวกับกำลังวางข้อเสนอทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิต “ถ้าอย่างนั้น…” เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “สนใจรับฉันเป็นแฟนไหมคะ”“ฉันหมายถึง พี่ควรแจ้งตำรวจ ไม่ควรยั่วโมโหคนร้าย” เถาซินหรูแก้ตัวด้วยท่าทางแสนไร้เดียงสาไม่ต่างจากอดีตเลยเลยสักนิด เถาเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “ฉันยังไม่ได้บอกเลย ว่าคนที่ปล่อยข่าวให้ฉันทำอะไร แล้วเธอรู้ได้ยังไงหึ เถาซินหรูน้องสาวผู้แสนดี” ใบหน้าของน้องสาวต่างแม่ซีดลง ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง เถาเยี่ยนมองเห็นความหวาดระแวงซ่อนอยู่ใต้ท่าทางอ่อนหวานชัดเจน เถาซินหรูไหวตัวทัน รีบหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา “ฉันคงรบกวนเวลาทำงานของพี่มากเกินไป งั้นฉันกลับก่อนนะคะ” “เดี๋ยวสิ” เถาเยี่ยนเรียกให้เธอหยุด ก่อนหยิบภาพที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องปริ้นวางลงในถุงผลไม้ ก่อนนำมันส่งให้เถาซินหรู “เอาภาพนี้กลับไปให้คุณพ่อดูด้วย บอกเขาว่าฉันจะหาคนปล่อยข่าวให้เจอ ถ้าฉันพบว่าเป็นคนในครอบครัว ฉันจะไม่ยอมให้เขาใช้เงินปิดเรื่องนี้เหมือนครั้งที่แล้วแน่” เถาซินหรูกำถุงผลไม้ที่เอามาฝากเถาเยี่ยนแน่น “ฉันไม่เข้าใจว่าพี่กำลังพูดอะไร” “ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร อีกไม่นานเธอคงเข้าใ
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ประธานสั่งว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณต้องรายงานครับ” เถาเยี่ยนถอนหายใจ ลู่จิ่งเซิงคงกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนผู้ช่วยของตัวเองให้เป็นคนคอยเฝ้าเธอโดยไม่รู้ตัว “อย่างนั้นก็ตามใจเขาค่ะ” หลังวางสาย เถาเยี่ยนเปิดข้อความข่มขู่ขึ้นมาอีกครั้ง บัญชีปริศนายังไม่มีการตอบกลับ เธอจึงส่งข้อความเพิ่ม ‘ทำไมยังไม่ปล่อยคลิปอีกล่ะ’ คนปล่อยข่าวต้องการให้เธอกลัว แต่คนอย่างเถาเยี่ยนไม่กลัวอยู่แล้ว ยังไงคนที่คิดทำร้ายต้องได้รับกรรมอย่างสาสม ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์ เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังมาจากหน้าประตู กลิ่นน้ำหอมหวานจัดลอยเข้ามา เถาซินหรูยืนอยู่ตรงนั้นสวมชุดสีขาวสะอาด มือหนึ่งถือถุงผลไม้ อีกมือกอดช่อดอกไม้เล็ก ๆ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยความกังวลราวกับน้องสาวที่กำลังเป็นห่วงพี่สาวอย่างแท้จริง สร้างภาพเสียเหลือเกิน “พี่เถาเยี่ยน ฉันเพิ่งเห็นข่าว เลยรีบมาหาพี่ค่ะ” คำพูดดังพอให้คนในแผนกได้ยิน เถาซินหรูเดินเข้ามาใกล้ ก่อนวางของบนโต๊ะ “พี่ไม่เป็นไรใช่
ภายในห้องทำงาน เถาเยี่ยนเพิ่งนั่งลง โทรศัพท์ก็มีข้อความจากบัญชีที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา ‘ถ้าไม่อยากให้คลิปเมื่อคืนถูกปล่อย เลิกกับลู่จิ่งเซิงซะ’ ด้านล่างแนบภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของลู่จิ่งเซิง เป็นภาพที่เธอเดินเข้าไปในห้องของเขาด้วยตัวเอง เวลาบนภาพตรงกับคืนที่จัดงานเลี้ยง เถาเยี่ยนจ้องภาพนั้นนิ่ง คนส่งข้อความไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายจากหน้าโรงแรม แต่สามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดภายในชั้นพักของผู้บริหารได้ ถ้าภาพนี้ถูกตัดต่อและปล่อยออกไปพร้อมเรื่องโกหก คนทั่วไปย่อมเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายเข้าไปยั่วยวนลู่จิ่งเซิงจริง ๆ เธอกดบันทึกภาพและส่งต่อให้เฉินอี้ตรวจสอบ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว ‘ถ้ามีคลิปจริงก็ปล่อยเลย ฉันกำลังรอดูอยู่’ อีกฝ่ายอ่านแล้ว แต่ไม่ตอบ เถาเยี่ยนกำลังคิดว่าจะใช้ข้อความนี้ล่อคนที่อยู่เบื้องหลังออกมายังไง จู่ ๆ เสียงคนในแผนกก็เงียบลงคล้ายโลกกำลังหยุดหมุน กลิ่นหอมเย็นที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ตรงนั้นต่อหน้าพนักงานทุกค
“เยี่ยนเยี่ยน ผมมารับคุณกลับบ้าน” พนักงานรอบข้างหยุดดูทันที พลางมองมายังเธอและหานจวิ้นเหาด้วยความสงสัยและอยากรู้ เถาเยี่ยนมองดอกไม้ในมือเขา ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าที่เคยหลงรักมาหลายปี ชาติก่อนเธอใจอ่อนแค่เห็นเขามารอ ตอนนี้เถาเยี่ยนคิดว่าเขาเหมาะกับการเป็นนักแสดงมากกว่าเป็นแฟนเก่าเธอเสียอีก แสดงเก่งเสียจริง “บ้าน” น้ำเสียงของเถาเยี่ยนสูงเล็กน้อย พลางเลิกคิ้วมองใบหน้าของเขาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนยกยิ้มมุมปาก “บ้านของเราไง ผมรู้ว่าคุณยังโกรธ ผมยอมรับว่าผมผิด แต่คุณไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับผู้ชายอื่น” คำพูดของเขาดังพอให้ทุกคนได้ยินราวกับต้องการประกาศให้คนอื่นรับรู้ว่า ข่าวลือที่ผ่านมาเกี่ยวกับเธอ คือเรื่องจริง หานจวิ้นเหาเจ้าเล่ห์ไม่เคยเปลี่ยน “ผมไม่โกรธที่คุณทำผิด ขอแค่คุณกลับมา ผมพร้อมให้อภัยทุกอย่าง” เถาเยี่ยนเกือบหัวเราะออกมา คนที่ควรพูดคำพูดนั้นออกมาควรเป็นเธอมากกว่า เธอแค่ตาสว่างเลือกสิ่งที่เหมาะกับเธอมากกว่าผู้ชายเฮงซวยอย่างหานจวิ้นเหา “คุณให้อภัยฉันเรื่องอะไร” “เยี่ยนเยี
“ฉันดูเป็นคนชอบใช้กำลังขนาดนั้นเลยหรือไง” “ถ้าคุณอยากตบจริง ๆ บอกผมก่อน ผมจะให้คนเตรียมน้ำแข็งประคบมือไว้ให้” หญิงสาวหลุดหัวเราะ ก่อนผลักแขนเขาเบา ๆ “ไปทำงานได้แล้วค่ะ” เมื่อมาถึงแผนกการตลาด หลินเสี่ยวถงก็รีบวิ่งเข้ามาหา “หัวหน้าเถา คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” “ฉันสบายดี” “มีคนส่งข่าวเข้ากลุ่มบริษัทตั้งแต่ตีห้า แล้วก็ส่งอีเมลร้องเรียนถึงฝ่ายบุคคลด้วยค่ะ เขาบอกว่าคุณมีความสัมพันธ์กับผู้บริหารและได้รับตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม” หลินเสี่ยวถงรีบรายงาน เถาเยี่ยนรับโทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาดู บัญชีที่ส่งข่าวเข้ากลุ่มเป็นบัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่รายชื่อผู้รับอีเมลถูกเลือกอย่างจงใจ ทั้งฝ่ายบุคคล ฝ่ายตรวจสอบ และกรรมการของบริษัทในเครือ คนลงมือไม่ได้ต้องการแค่ทำให้เธอเสียชื่อ แต่ต้องการให้เธอถูกพักงานด้วยอย่างนั้นหรือ “เก็บภาพหน้าจอทั้งหมดไว้ อย่าตอบโต้ และอย่าให้ใครในทีมทะเลาะกับคนอื่นเพราะเรื่องนี้” “แต่พวกเขาพูดถึงหัวหน้าแย่มากเลยนะคะ” “ย
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกำลังอบอุ่น โทรศัพท์ของเธอก็สั่นไม่หยุด หน้าจอปรากฏชื่อหลินเสี่ยวถง ลูกน้องในแผนกการตลาด เถาเยี่ยนกดรับสาย “ว่าไงเสี่ยวถง” “หัวหน้าเถา วันนี้คุณอย่าเพิ่งเข้าบริษัทเลยนะคะ” ปลายสายพูดเร็วผิดปกติ “ตอนนี้ในกลุ่มพนักงานสนใจข่าวของคุณเต็มไปหมด” มือที่ถือช้อนของเถาเยี่ยนหยุดชะงักทันควัน “ข่าวอะไร” “ฉันส่งให้แล้วค่ะ คุณลองดูก่อน แต่ต้องใจเย็น ๆ นะคะ ฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นเลย” สายถูกวางไปพร้อมกับข้อความหลายภาพที่เด้งขึ้นมา ภาพแรกเป็นภาพเถาเยี่ยนเดินออกจากโรงแรมพร้อมลู่จิ่งเซิง ภาพที่สองเป็นตอนเธอขึ้นรถของเขา ส่วนอีกภาพเป็นรถคันเดียวกันจอดอยู่หน้าบ้านตระกูลเถาเมื่อวาน เหนือภาพมีข้อความพาดหัวตัวใหญ่ ทายาทตระกูลเถาสะบั้นรักคู่หมั้น หวังจับประธานหนุ่มแห่งลู่กรุ๊ปเป็นสามี! เนื้อหาด้านล่างเขียนว่าเธอคบซ้อนมานานแล้ว จงใจสร้างเรื่องวางยาเพื่อเข้าใกล้ประธานลู่ และรีบย้ายเข้าไปอยู่บ้านของเขาทันทีหลังถอนหมั้น บางข้อความยังกล่าวหาว่าเธอได้ตำแหน่ง







