Mag-log in“แหม นานๆ ที ได้เป็นองค์หญิงฮ่าๆๆๆ” ไม่ใช่นานๆ ทีแต่เพิ่งจะได้เป็นนี่แหละ
“เจ้าค่ะ ขอแค่ยอมทำนายอนาคตให้พวกข้าน้อย ข้าน้อยยินดีทำทุกอย่าง”
มีมี่ยิ้ม
“เอาน่า เอาน่าได้ทุกคนใจเย็นๆ แต่ว่าไม่ได้ให้ฟรีๆ นะต้องสิ่งตอบแทน เงินของข้าจะอยู่นิ่งไม่ได้จะต้องงอกเงย”
“ได้ใช่ไหมระบบพลังพิเศษแบบที่ว่าหยั่งรู้”
“นายหญิงจะเอาไปทำไมเจ้าค่ะนายหญิงก็อ่านมาหมดแล้วนี่เจ้าค่ะ” มีมี่พยักหน้าขึ้นลง
“เอางี้เอาพลังพิเศษที่สามารถชักจูงคนดีไหม”
“เจ้าค่ะพอจะมีโอกาสอยู่เจ้าค่ะท่านผู้ใช้”
ซูเอ่อเร่งมือบีบนวดอย่างเอาใจ
“องค์หญิงเจ้าขา ใครบ้างจะไม่อยากหยั่งรู้เรื่องในอนาคต ข้าได้ยินกิตติศัพท์ขององค์หญิงเอ่อถัวมานานแสนนานว่าสามารถทำนายทายทักอนาคตได้แม่นยำ”
มีมี่ยิ้มตาหยี แววตาช่างฝัน เมื่อเข้ามาในห้องนี้ครั้งแรก ที่หีบใบนั้นใบที่มีมี่เก็บไว้อย่างดีในตอนนี้ มีทองอยู่จำนวนหนึ่งเงินอีกนิดไม่เรียกว่ารวยจะเรียกว่าอะไร
ทำนายอนาคตอะไรนั่นแค่พูดเรื่องสวยหรูหรือเป็นกลางๆ ก็สามารถทำคนเชื่อได้พวกนางไม่ได้มีส่วนสำคัญอะไรที่นักเขียนจะต้องเขียนถึงอนาคตของพวกนาง มีมี่เลยคิดว่าแค่พูดในสิ่งที่พวกนางอยากฟัง แค่นี้ก็อยู่ได้สบายๆ เอาล่ะฟ้าประทานโชคมาให้แล้ว ให้พวกนางทำให้เงินพอกพูดถึงเวลานั้นจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ลำบาก มีเงินแล้วหนีไปซะ
“ข้าอยากรู้เรื่องของนายตัวสูงนั่น”
“ท่านอ๋องหรงหรือเจ้าคะ”
มีมี่ผงกหัวในนิยายไม่ได้บอกที่มาที่ไปนี่
“ท่าน อ๋องหรงเป่ยหลาง เป็นลูกสนมคนหนึ่งของไท่ซางหวงนัยว่าไม่ปรากฏว่ามารดาเป็นใคร ไร้ความสำคัญแค่เพียงสนมสามัญชนแต่ถูกนำตัวไปเลี้ยงดูในวังหลวง ไม่มีโดดเด่นจึงอาสามาค้นหาสมบัติ ฮ่องเต้แคว้นฉินพี่ชายที่นั่งบัลลังก์จะว่างมงายก็ไม่ผิด ได้ลายแทงมาจากไหนไม่รู้ แล้วบังเอิญท่านอ๋องหรงผู้นี้ อาสาออกหน้าคงเหมือนตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างให้เป็นที่ประจักษ์ หรืออาจจะแค่กันคำครหา แต่คงจะเดินทางผิดแหละเจ้าค่ะ เพราะเหล่าพี่น้องล้วนก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างอ๋องเฉวียนที่ต่างมารดาก็เป็นถึงแม่ทัพ ท่านอ๋องหรงคนนี้..ได้ยินว่าไม่มีความสามารถอะไรสักอย่าง ไม่เอาอะไรทั้งนั้น”
“ขี้เกียจหรือ”
“เจ้าค่ะ วันๆ เอาแต่นั่งในห้องหนังสือ คนพูดกันว่าอ่านแต่นิยายประโลมโลกจนไท่ซางหวงก่อนจะตาย ได้สั่งให้รื้อห้องหนังสือทิ้งเสีย”
มีมี่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็น
“มิน่าเล่าจึงเอาแต่ขู่เอาขู่เอาคนไร้อำนาจมักจะวางอำนาจ”
“ปึ๋ง”
เสียงประตูกระแทกผนังเสียงดังจนมีมี่และสาวใช้สะดุ้งสุดตัวอ๋องหรงโบกมือไล่สาวใช้ถึงไม่ไล่พวกนางก็หวาดกลัวสายตา ดุดันนั้น
“ลุกขึ้น”
มีมี่พลิกตัว นอนตะแคงใช้มือเท้าศีรษะไว้
“กำลังสบายจะให้ลุกทำไมกัน ไหนลู่เหวินบอกว่าอยู่ได้ตามสบายต้องการอะไรให้บอก เพราะฉันเป็นคนของฝ่าบาทและเป็นองค์หญิง”
“ลู่เหวิน ลู่เหวินเข้ามานี่”
ลู่เหวินวิ่งเร็วราวพายุเข้ามาในห้อง
“ขอรับพ่อบุญธรรม”
“ตบปากตัวเองสิบทีข้อหาพูดเท็จทำให้องค์หญิงเข้าใจผิดในฐานะตัวเอง”
“นี่นาย ทำไมสั่งลงโทษเขาเล่า”
“ก็เพราะข้าลงโทษเจ้าไม่ได้อย่างไรเล่า”
ลู่เหวินยกมือขึ้นตบไปที่ปากของเขาเบาๆ สิบที
“เสร็จแล้วขอรับ” อ๋องหรงส่ายหน้าไปมารู้ดีว่าที่ตบเมื่อกี้มันเบาไป
“ที่นี้พานางลุกขึ้นแล้วตามข้ามา”
ลู่เหวินยิ้มแห้งๆ กำลังจะก้าวขา เพื่อมาดึงตัวมีมี่ให้ลุกขึ้น
“หากนายเข้ามานายจะสะดุดล้ม”
ลู่เหวินหยุดชะงัก อ๋องหรงยกเท้าขึ้นถีบไปที่บั้นท้ายของลู่เหวินที่รีบจนก้าวเท้าพลาดสะดุดเข้ากับรองเท้าของตัวเองล้มกลิ้งก่อนถึงตัวมีมี่
ลู่เหวินอ้าปากค้าง
“แม่นจริงๆ แม่นราวกับจับวาง องค์หญิงนับถือๆ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าน้อยจะสะดุดล้ม”
อ๋องหรงส่ายหน้าไปมา
“แค่บังเอิญ”
มีมี่เบือนหน้าไปยิ้มเสียอีกทาง บังเอิญแหละบทแบบนี้เดาได้ง่ายจะตายไป แต่หากไม่ล้มก็แค่ถูกมีมี่ขัดขา ก็เป็นไปตามนั้น
“พ่อบุญธรรม ไม่บังเอิญองค์หญิงกัวชวี่หลินท่านไม่เคยได้ยินหรือว่านางทำนายโชคชะตาได้แม่นยำจนถูกกล่าวขานว่าเป็นหมอดูเทวาที่งดงามเป็นหนึ่ง”
มีมี่ยิ้ม
” ไม่เท่าไหร่ ไม่เท่าไหร่น้องชายเจ้าก็พูดความจริงมากไปหัด พูดคำลวงเสียบ้างก็ได้ “
” ข้าจะเชื่อฟังที่ท่านตักเตือน”
ลู่เหวินรู้สึกศรัทธาเต็มเปา ผิดกับอ๋องหรงที่ยังมีสีหน้าเรียบเฉย
“งมงาย” อ๋องหรงพึมพำเบาๆ
“ฮึๆๆๆ ไม่อยากสิเว้าแล้วแต่น้า จะว่างมงายก็แล้วแต่ คราวหลังอย่ามาให้ทำนายให้น้าาา”
“ฮึ หากเจ้าเป็นปีศาจข้าคงคิดว่าเจ้ากินองค์หญิงกัวซวี่หลินเข้าไปแน่ๆ ข้าจะบังคับให้เจ้าคายนางออกมาเสีย”
เริ่มลังเลว่าหญิงนางนี้สติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไร หากไม่นับการทำนายทายทักของนาง ก่อนหน้านั้นนางแทบจะไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากปากมีเพียงแววตาแค้นเคืองที่เขากับอ๋องเฉวียนยกทัพเข้าตีเผ่าปาเอ่อถัวของนาง หรืออาจเป็นเพราะเหตุนั้น นางจึงกลายเป็นบ้าเสียสติไปเสียแล้ว
“ออกมาข้างนอก” อ๋องหรงขยับหน้ากากสีดำบนใบหน้า มีมี่พยายามมองใบหน้าที่ซ่อนไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นปากก็พูดไป
“ทำไมต้องออกไป”
“พรุ่งนี้จะต้องเดินทางไกลกลับวังหลวงวันนี้ก็สมควรบอกลาบิดากับมารดาเจ้าเสีย”
หาใจดีขนาดนี้เลยหรือ ถึงจะไม่เกี่ยวอะไรกับมีมี่ก็เหอะแม่กับพ่อก็ไม่ใช่พ่อกับแม่มีมี่เสียหน่อยแต่ก็ถือว่า ใจดีไม่น้อย
“ดีมากๆ” ยิ้มสดใส
สปริงตัวลุกขึ้นเดินนำบุรุษทั้งสองยังลานคบเพลิง
“อ๊ากกกกกก” มีมี่ชะงักฝีเท้าเมื่อข้างหน้าที่คบเพลิงสว่างไสวราวกับกลางวันนั้นร่างของคนผู้หนึ่งถูกขึงพืดน้ำเย็นเฉียบสาดเข้าใส่ใบหน้าซีดที่หมดสติให้สะดุ้งตื่นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ถูกน้ำเย็นราดรด
“หลิน ละหลินหนีไปเสียเจ้าจะต้องรอด”
เสียงแหบแห้งเปล่งออกมาเมื่อเห็นหน้ามีมี่
“หนีไปลูกแม่ เจ้าอย่าห่วงพวกเราหนีไปเสีย”
หญิงนางหนึ่ง ยืนจับเชือกที่ขึงนางไว้ ดีที่ไม่ขึงพรืดที่ขาไปด้วย
อ่า ไม่มีเนื้อหาไม่มีในเนื้อเรื่อง แล้วจะรู้ไหมว่าอนาคตของสองคนนี้จะเป็นแบบไหน
“ไหนบอกว่าให้ฉันมาลาพวกเขา”
หันไปเล่นงานคนร่างสูงที่สวมหน้ากากเอามือไพล่หลัง
“ฮึๆๆ ก็เพื่อให้องค์หญิงรับรู้ไว้ว่า ควรจะทำตัวเช่นไรในเมื่อเอ่อถูถูและฮองเฮาซวี่หลานอยู่ในกำมือ”
ร่างเล็กถูกกดทาบไว้แน่นกับพื้นหญ้า อ้อมแขนแข็งแรงโอบรัดไม่เปิดช่องให้หนี ริมฝีปากบางถูกช่วงชิงอีกครั้งอย่างหวานลึก มีมี่ที่กำลังเคลิ้มไปไกล สมองขาวโพลนไปหมด รู้เพียงว่าลมหายใจของอีกฝ่ายร้อนผ่าวจนหัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะปลายนิ้วของนางเผลอกำเสื้อเขาแน่น ร่างทั้งร่างอ่อนลงทุกขณะแต่แล้วเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังแว่วใกล้เข้ามา"ท่านพ่อบุญธรรมขอรับ องค์หญิงเก้าขอรับ"เสียงของลู่เหวินชัดเจนขึ้นทุกทีอ๋องหรงชะงักไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาคมฉายแววขัดใจ ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย แล้วก้มลงกดจูบที่ริมฝีปากบางของมีมี่อีกครั้ง คราวนี้อ้อยอิ่งเนิบนานราวกับจงใจทิ้งร่องรอยไว้มีมี่ตาเบิกกว้าง ใบหน้าแดงแปร๊ดไปทั้งแถบยังไม่ทันได้ตั้งสติลู่เหวินก็โผล่พ้นพุ่มไม้เข้ามา"อะ ท่านพ่อบุญธรรมท่าน…"ประโยคของเขาค้างกลางอากาศอ๋องหรงขยับตัวอย่างสงบนิ่ง มือใหญ่คว้าไก่ป่าที่ตกอยู่ข้างกายชูขึ้น สีหน้าเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น"ข้ากับองค์หญิงเก้าเรากำลังช่วยกันจับไก่ป่า"มีมี่หน้าแดงจัด รีบก้มหน้าหนีแทบไม่ทัน มือยังสั่นน้อยๆลู่เหวินมองซ้ายมองขวา ดวงตาเป็นประกายแปลกๆ ก่อนจะยิ้มแห้งแล้วประสานมือ
ม้าเร็วควบฝ่าลมกลางค่ายทหาร เสียงเกือกม้ากระแทกพื้นดินดังถี่ ก่อนร่างทหารจะกระโดดลงจากอาน รีบวิ่งตรงไปยังกระโจมหลักของอ๋องเฉวียนม่านกระโจมถูกเปิดผาง"ท่านอ๋องขอรับ ตอนนี้ฮ่องเต้ฉีก้านได้ส่งหนังสือคำสั่งให้ประหารท่านอ๋องหรงทันทีหากพบหน้า"ภายในกระโจม อ๋องเฉวียนที่กำลังพิจารณาแผนที่อยู่เพียงชะงักปลายพู่กันเล็กน้อย ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้าๆ แววตาลึกล้ำอ่านไม่ออก"เร็วดีนี่ สิ่งที่องค์หญิงเก้าทายทักไว้กำลังจะเกิดขึ้นแล้วสินะนางทำนายไว้แม่นราวกับจับวางรู้แม้กระทั่งวันเดือนปี"เขาวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน สีหน้าสงบนิ่งราวกับข่าวเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะเขารู้ล่วงหน้าจากจดหมายของมีมี่ที่ให้ลู่เหวินส่งถึงเขาแล้วนั่นเอง"ส่งหนังสือตอบรับไปทันทีว่าข้าพร้อมจะทำตามพระบัญชาอย่างไม่มีบกพร่อง"องครักษ์ข้างกายยิ้มบางๆ อย่างรู้กัน ดวงตาฉายแววเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นดีอ๋องเฉวียนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ"เซียวหยา"องครักษ์หนุ่มก้าวออกมาหนึ่งก้าว ประสานมือคำนับ"ข้าน้อยพร้อมรับคำสั่ง""ส่งคนคุ้มกันอ๋องหรงให้มาพบกันที่นี่อย่างปลอดภัยและเร่งเดินทางให
เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหลุดออกจากริมฝีปาก ก่อนที่นางจะกัดปากตัวเองแน่น พยายามกลืนความรู้สึกบางอย่างลงไปลู่เหวินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เหลือบมององค์หญิงสาม แล้วถอนหายใจเงียบๆ เบามากจนแทบไม่มีใครได้ยินมีมี่เดินตามอ๋องหรงไปเงียบๆ มืออุ่นใหญ่ยังกุมมือของนางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ความอบอุ่นนั้นส่งผ่านมาจนปลายนิ้วของนางร้อนวูบโดยไม่รู้ตัว"จะต้องเดินเบาๆ ย่องช้าๆ เดินเหมือนเจ้าเกรงว่าวันนี้เราจะไม่ได้ไก่หรือกระต่ายสักตัว"อ๋องหรงพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย พลางกุมมือมีมี่ไว้มั่นคงพูดจบเขาก็นั่งย่อตัวลงทันที พร้อมดึงมีมี่ให้นั่งลงข้างพุ่มไม้ตามเขา สายตาคมจับจ้องไปข้างหน้า ที่ใต้ดงไผ่มีไก่ป่ากำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่จริงๆ"ซู่ๆๆ"ส่งสัญญาณให้เงียบมีมี่รีบนั่งลงข้างหลังเขา ตัวเกร็งเล็กน้อย แต่"นั่นๆๆๆ ทางนั้น"นางรีบชี้ไปอีกด้านน้ำเสียงตื่นเต้น ที่มีแม่ไก่พาลูกน้อยคุ้ยเขี่ยดินอยู่อ๋องหรงหันกลับมาใบหน้าหล่อเหลาเกือบชนเข้ากับใบหน้าของมีมี่ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กระเบียดนิ้วลมหายใจอุ่นร้อนปะทะปลายจมูกของนางโดยตรง ผงะหงายเพราะความตกใจ"อะ"มีมี่สะดุ้งเบาๆ ด้วยความตกใจเมื่ออีกคนดึงมือไว้ ดวงตาคมลึกของเขาจ
ขบวนเดินทางเคลื่อนออกจากชายป่าอีกครั้ง เสียงกีบม้าดังกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มีมี่นั่งอยู่บนหลังม้าท่าทางเกร็งไหล่ ปากเม้มแน่นเหมือนกำลังอดทนกับอะไรบางอย่าง ดวงตากลอกไปมาครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวเบาๆ"ระบบ ฉันอยากได้พลังพิเศษขี่ม้าได้ตอนนี้ทันที จะได้ไม่ต้องนั่งบนหลังม้าแล้วเคียงข้างไปกับอ๋องขี้เก๊กคนนั้น"เสียงหัวเราะคิกคักใสดังขึ้นข้างหูทันที"ได้เลยเจ้าค่ะนายหญิง ข้าน้อยจะจัดการให้ตอนนี้ นี่คือหญ้าวิเศษ นายหญิงให้เจ้าม้าโง่ตัวนั้นกิน พอมันกินเข้าไปแล้วมันจะฟังภาษาคนออก นายหญิงก็แค่พูดกับมันเพราะๆ ลูบหลังมันเบาๆ แล้วมันจะพานายหญิงไปทุกที่ที่ต้องการ"มีมี่ก้มมองหญ้าสีเขียวสดที่โผล่มาในมือ ก่อนจะถอนหายใจแล้วค่อยๆ ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์"ต่อไปก็เหลือแค่อยู่ห่างๆ หมอนั่น ไม่ต้องเข้าใกล้ฉันก็ปลอดภัย ฮ่าาา"พูดจบ นางก็แอบก้มตัวลงยื่นหญ้าไปตรงปากม้าอย่างแนบเนียน มือเล็กตบแผงคอมันเบาๆ"มากินเร็ว เจ้าตัวดี"ม้าหนุ่มพ่นลมหายใจฟึดหนึ่ง ก่อนจะงับหญ้าเข้าไปเคี้ยวกร้วมๆ อย่างไม่ระแวงมีมี่รีบลูบคอมันเบาๆ พลางกระซิบเสียงหวาน"เด็กดี เจ้าม้ารูปหล่อ เจ้าน่ะ พาข้าเดินดีๆ ล่ะ"แทบจะทั
อ๋องหรงผละออกจากมีมี่อย่างง่ายดาย สีหน้ากลับมาเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่ไม่เคยเกิดอะไรขึ้น มีมี่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือยกขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง ดวงตายังแดงช้ำยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยคำ เสียงฝีเท้าก็เร่งเข้ามาใกล้ลู่เหวินกับอวีหนิงพุ่งออกจากแนวไม้ทึบ"ท่านอา...."อวีหนิงรีบวิ่งเข้าไปโผกอดอ๋องหรงแนบแน่น น้ำตาไหลรินเป็นสาย ตัวสั่นเล็กน้อยราวเพิ่งผ่านความหวาดกลัวมาเต็มที่"อวีหนิงคิดว่าจะไม่ได้พบท่านอาอีกแล้วฮืออออออ"อ๋องหรงชะงักเพียงครู่ ก่อนค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดตอบ ฝ่ามือลูบศีรษะนางเบาๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้ยิน"ไม่ต้องร้องแล้วอาอยู่นี่แล้ว"อวีหนิงยิ่งซบแน่นขึ้นอย่างวางใจลู่เหวินยืนมองอยู่เงียบๆ แววตาวาบไหวเล็กน้อยส่วนมีมี่… นางหันหลังให้ทั้งสามคนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ร่างเล็กเดินเงียบๆ หลบออกไปอีกทาง ปลายแขนเสื้อยกขึ้นปาดหางตาลวกๆ ก่อนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นราวไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าตนเอง“ฉันไมไ่ด้ร้องไห้เสียใจฉันร้องเพราะฉันกลัวหนอนแก้วนั่นต่างหาก”มีมี่เดินเลี่ยงออกมาได้ไม่ไกลก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมาอย่างไม่ปิดบัง นางสูดจมูกเบาๆ รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แ
เสียงใบไม้ไหววูบดังขึ้นพร้อมเงาดำพุ่งออกมาจากทุกทิศ มือสังหารนับสิบกรูกันเข้าหากองคาราวานในพริบตา อ๋องหรงชักกระบี่ออกจากฝักอย่างว่องไว ร่างสูงก้าวพรวดมาขวางหน้ามีมี่ทันที คมกระบี่สะท้อนแสงเย็นเยียบ มือใหญ่รั้งเอวบางแนบชิดราวกับภาพทีเซอร์ของซีรียส์ดีดีสักเรื่อง“พระเอกของฉัน ทำไมเท่จังฮือออ” แต่เดี่ยวก่อน…."ไม่มันไม่ถูกต้องท่านอ๋อง ท่านต้องไปช่วยองค์หญิงสามอวีหนิงสิ พระเอกต้องช่วยนางเอกก่อนมาช่วยข้าทำไม""หุบปากของเจ้าถ้าไม่อยากตายก็อย่าห่างข้าอยู่ใกล้ๆ ข้าไว้"อ๋องหรงตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองศัตรูรอบด้านโดยไม่หันกลับมา มุมคิ้วขมวดแน่น บรรยากาศตึงเครียดจนลมหายใจแทบสะดุด มีมี่เม้มปากแน่น ใจหนึ่งยังงงงัน อีกใจคิดไปไกล….หากฉันตายในนิยายเรื่องนี้แล้วจะได้กินของอร่อยๆ อย่างชาบู พิซซ่าไหมคิดจบก็รีบถอยกรูดไปหลบด้านหลังอ๋องหรงทันทีเกาะชายเสื้อพลิ้วไหวไว้แน่นลู่เหวินก้าวเข้ามาประกบ เอาหลังพิงหลังอ๋องหรง กระบี่ในมือยกตั้งรับ สีหน้าจริงจังน้ำเสียงเข้ม อย่างผู้ที่พร้อมจะเสียสละ"พ่อบุญธรรม ท่านพาองค์หญิงเก้าหนีไปก่อน นี่มันมือสังหารระดับพระกาฬสังกัดวังหลวงชัดๆ ลูกลองประมือกับพวกมันดูแล้ว







