LOGINบทที่3.ความทรงจำร้ายๆ
กลางดึกสงัดดลยานอนกระสับกระส่าย หน้าผากโหนกนูนมีเกล็ดเหงื่อผุดออกมาจนชุ่ม ใบหน้าเล็กๆ ส่ายไปมา เรียวคิ้วโก่งขมวดเข้า ขมวดออก เหมือนกับว่าในห้วงฝันยามราตรีคืนนี้ ดลยากำลังเผชิญหน้ากับความเลวร้าย...
สายหมอกแผ่ขยายเต็มพื้นทางเดิน หญิงสาววัยแรกรุ่นขมวดคิ้ว มองซ้าย มองขวาเลิ่กลั่ก!! มีเสียงหัวเราะแหบๆ ดังแผ่วๆ เธอห่อตัวยกมือกอดตนเองแน่น เมื่อจู่อุณหภูมิก็ลดลงจนน่าตระหนก...มันเย็นเฉียบชวนให้ขนลุกชัน ดลยาพยายามมองฝ่าความสลัว เธอก้าวเท้าให้เร็วขึ้น แต่กลับเหมือนย่ำอยู่ที่เดิม...เมื่อสิ่งที่ตนเองเห็นในสายตา มีแค่ความว่างเปล่ากับความมืดมิด...
“เกิดอะไรขึ้น ดลมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เธอกระซิบเสียงแห้ง พยายามเพ่งมองไปข้างหน้า เพื่อหาสถานที่ปลอดภัย
แต่...ในสายตาเท่าที่มองเห็น ด้านหน้าของเธอ มีแต่ความเวิ้งว้าง ว่างเปล่า ความมืดโรยตัวโอบรอบทุกพื้นที่
“เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก!! ” เสียงใครบางคนลอยลมมาเข้าหูเธอ ดลยาเหลียวซ้าย แลขวา เธอพยายามมองหาคนพูด อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อนร่วมทาง แม้เสียงนั้น จะไม่ใคร่หวังดีกับตนเองเท่าไร
ปลายเท้าขยับเดิน ฝ่าสายหมอกที่ลอยหนาทึบอยู่เหนือผิวดิน มันแหวกกว้าง ก่อนจะหุบฉับกลับลงมาเหมือนเดิม...เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ดลยาเริ่มวิตก...รอบๆ ตัวมืดมิด...ไม่มีแสงสว่างเพียงพอให้มองหาทางออกเลยสักนิด...
“เธอกับอีนั่น ต้องได้รับผลตอบแทน...ที่ทำกับฉัน!! ”
เสียงเจ้าปัญหานั่น ยังคงลอยมาตามลม ดลยาพยายามเพ่งมองหา แต่...ก็เหมือนเดิม มีแต่ความว่างเปล่าตรงหน้า
แสงเจิดจ้า จู่ๆ ก็เปล่งแสงขึ้นมา จนคนคุ้นกับความมืดต้องรีบหยีตา เมื่อไม่สามารถปรับสายตาได้ทัน
ร่างสูงใหญ่...ของ...ผู้ชาย เมื่อเงาร่างตรงหน้า ไม่ได้บอบบางดั่งผู้หญิงเช่นเธอ เขายืนจังก้าอยู่ตรงหน้า มีแสงสว่างเป็นแบล็กการ์วอยู่ด้านหลัง ดลยาจึงมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจาเงาดำทะมึน...
“ฉันไม่มีวันลืม...ความแค้นที่ผู้หญิงแพทยาคนนั้นก่อไว้หรอก”
เงาร่างสูงใหญ่เดินแหวกสายหมอกหนาทึบเข้ามา...ฝ่ามือใหญ่ปานใบตาล ขยุ้มอยู่ที่ลำคอของเธอ แรงบีบมหาศาลเหมือนกับว่าชายผู้นี้แค้นเธอมาแต่ชาติก่อน เขายัดเหยียดความคั่งแค้นนั่นใส่เธอ โดยที่ดลยาไม่เข้าใจ ใบหน้าก้มต่ำ กับแววตาดุดันที่จ้องมอง ก่อนสติของเธอจะดับวูบ!! ดลยาคิดว่า เค้าหน้าแบบนี้ เธอจำได้...แบบไม่มีวันลืม...
ธรรวา...ผู้ชายที่ฝากความทรงจำแสนเลวร้ายไว้กับเธอ...
“โอะ!!”
หญิงสาวผวาตื่น เธอกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง รวบผ้าห่มมากอดไว้แนบอก กวาดตามองไปรอบๆ ตัว เหมือนยังไม่คลายความหวาดระแวง “โธ่!! แค่ฝันเองดลเอ๋ย” ลมหายใจเป่าพรวดๆ ออกมา ด้วยความโล่งอก เมื่อสภาพรอบตัวคุ้นตา เธอนั่งอยู่บนเตียงหาได้ยืนอยู่ในสถานที่น่ากลัวนั่น หญิงสาวโครงศีรษะ บ่นพึมพำ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเหมือนเดิม
“กินมาก ฝันเป็นตุเป็นตะเชียว” ผ้าห่มผืนบาง ถูกดึงขึ้นมาปิดใบหน้า
ดลยายิ้มกร่อยๆ ใต้โปงผ้า ชายในฝันไม่เคยลบเลือนไปจากใจ เขายังวนเวียนตามหลอกหลอนเธอนับตั้งแต่วันนั้น
ธรรวา...เขาหายหน้าหายตาไปนานมาก นานจนดลยาไม่คิดว่าตนเองจะจำเค้าหน้าของขาได้ วันนี้ เธอเพิ่งแน่ใจ เธอไม่เคยลืมโครงหน้านั้น จนเผลอมามโนต่อยอด...เป็นตุเป็นตะ ใบหน้าคมคายที่เค้าโครงมาจากคุณลุงเทียม เพียงแต่อ่อนเยาว์กว่า แลดูหนุ่มแน่น หญิงสาวถอนใจ ความทรงจำเลวร้ายนั่น ทำร้ายเธอจวบจนทุกวันนี้ ดลยาเก็บตัว เธอหวาดกลัวมนุษย์เพศชาย ใครก็ตามที่เข้ามาชิดใกล้ เธอมักจะตั้งป้อมกีดกันไว้ จวบจนทุกวันนี้
หญิงสาวข่มใจ หลุบเปลือกตาลง พยายามสลัดภาพเงานั่นไปจากหัวใจ แต่กลับเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ เมื่อธรรวายังอยู่ที่เดิม...เขาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เธอ โดยไม่คิดจะหนีไปไหน...
มาดริด...สเปน
หนุ่มร่างใหญ่ ผิวสีแทน ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม เนื่องจากกิจกรรมโปรดของธรรวาคือการออกกำลังกายกลางแจ้งทุกชนิด เขาเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัย เป็นขวัญใจของสาวๆ และวัฒนธรรมต่างชาติเอื้อให้ชายหนุ่มสนุกสนานในฐานะหนุ่มโสด ข้างกายหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ ไม่เคยร้างราคนข้างกาย มีผู้หญิงผลัดเปลี่ยนเข้ามาหาไม่เคยขาด และธรรวาก็ยินดีที่จะเสนอสนองให้ด้วยความเต็มใจ เป็นการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำ สมเนื้อ เขาได้ความสนุกกับกีฬาในร่ม พวกหล่อนได้ความหฤหรรษ์กลับคืนไป
วันนี้ก็เช่นกัน...
“อ่า...ทูนหัว คุณนี่ยอดเยี่ยมสมคำลือ...อูยยย” สาวอวบครางกระเส่า ร่างกายหล่อนบิดเป็นเกลียว มีธรรวาคร่อมทับ เขากำลังขยับเคลื่อนไหวแบบหนักหน่วง โดยที่หญิงใต้ร่าง สนองความซ่านเสียวเป็นอย่างดี
“ชอบมั้ยล่ะ อืม...” ธรรวากัดกรามกรอดๆ สาวอวบคนนี้เชี่ยวไม่ใช่เล่น หล่อนมีกลเม็ดไม่น้อย และเวลานี้ความเด็ดดวงของหล่อนกำลังทำให้เขาแย่...
เมื่อเรียวขาเรียวยาวตวัดโอบรอบสะโพกหนา หล่อนแอ่นกายขึ้นรองรับ ยามที่เขาทิ้งตัวตนลงไปหนักๆ เป็นการสนองตอบแบบไม่ยอมแพ้ และธรรวาก็ยอมไม่ได้เช่นกัน ชายหนุ่มสอดมือรองใต้แก้มก้น เขาดันบั้นท้ายอวบอูม รับการกระแทกกระทั้นของตนเอง จากน้ำหนักตัวของเขา การทิ้งตัวครั้งนี้จึงลึกสุดใจ
ดังนั้นสาวอวบสุดร้อนแรงจึงครางลั่น “โอว์!! พระเจ้า...เร็วอีกนี้ดดด ได้มั้ยทูนหัว...” แต่ก็ไม่ได้ทำให้หล่อนผวา กลับเร่งเร้าจนชายหนุ่มอมยิ้ม...ธรรวาชอบผู้หญิงแบบนี้แหละ เขาเกลียดที่สุดคือแม่พวกสาวเวอร์จิ้น หากเลี่ยงได้... ชายหนุ่มจะไม่แตะต้องสาวๆ ประเภทนั่นเลย เขาเบื่อเสียงคร่ำครวญ ธรรวาชอบสาวร้อน...เขาโปรดปรานชัยชนะ มากกว่ามานั่งปวดกะบาล!!
ควันสีขาวลอยกรุ่น ชายหนุ่มอิงกรอบประตู พ่นควันสีขาวๆ ออกมาจากในปาก หลังอัดนิโคตินเข้าปอดไปอึกใหญ่ๆ
“มายืนทำอะไรตรงนี้... เราน่าจะนอนกอดกันบนนู้น... ไม่ใช่เหรอคะ?” ซูซี่ สาวออฟฟิศทรงโต สอดมือกอดเอวหนาของธรรวา พร้อมกับชะอ้อนถาม...หล่อนปรายตาไปยังเตียงนอนที่ยับยู่ยี่เพราะเพิ่งจบเกมรักมาหมาดๆ
“หือ...ยังไม่อิ่มอีกเหรอคนสวย...ผมแน่ใจนะว่าจัดเต็มให้คุณแล้วนะ” ชายหนุ่มเลิกหัวคิ้วขึ้นสูง เขาถามกลับเสียงสนเท่ห์
“เปล่าค่ะ ซูซี่แค่อยากนอนกอดกับคุณ” สาวอวบตอบเสียงพร่า มือของหล่อนลูบไล้แผงอกหนั่นแน่นของธรรวาแบบคนหลงละเมอ
“ผมแค่อยากสูบบุหรี่น่ะ” ชายหนุ่มตอบ เขายกม้วนบุหรี่ในมือให้หล่อนดู
“ค่ะ งั้นซูซี่ไปนอนรอนะคะ มาเร็วๆ ล่ะ” หล่อนยอมผละห่าง เดินนวยนาดไปทิ้งตัวนอนแผ่บนเตียงกว้าง แบบที่คิดว่าเย้ายวนที่สุด
ธรรวาอมยิ้ม เขาเดินเลยเตียงนอนหลังดีดก้นบุหรี่ที่หดสั้นทิ้งลงในถังขยะ สายตาชำเลืองมองสาวสวยที่นอนหลับสนิทแบบระอา...เขาไม่เคยนอนหลับกับผู้หญิงคนไหน หลังสุขสม...ธรรวาจะลงจากเตียง ปล่อยให้คู่นอน นอนอยู่บนนั้นคนเดียว...ใช่...ความหลังก่อนเหินฟ้ามาที่สเปน เขามีความทรงจำไม่ดีเท่าไรเกี่ยวกับผู้หญิง...เขาชอบชื่นชมสรีระบนเรือนกายของพวกหล่อน แต่ก็ไม่สนิทใจมากพอที่จะร่วมนอนหลับบนเตียงกับพวกหล่อนได้ แค่หลับนอนพอไหว แต่จะเลยเถิดถึงขั้นนั้น...ไม่มีทาง...
น้ำเย็นเฉียบโปรยลงมากระทบใบหน้า...สายน้ำช่วยทำให้ความเหนื่อยล้า หลังโหมออกกำลังกายฟาดฟันกับซูซี่ได้ แต่กลับไม่สามารถชำระตะกอนที่ค้างอยู่ในใจของชายหนุ่มได้ เมื่อมันเรื้อรังเกินแก้ไข
“ธรร เมื่อไรจะกลับบ้านละลูก?”
เสียงของบิดาดังผ่านสายโทรศัพท์มาในเช้าวันหนึ่ง
“...” ความเงียบคือคำตอบ ธรรวาฟังนิ่งๆ เขาไม่คิดจะตอบให้บิดาสบายใจ
“ปีนี้พ่อแก่ลงไปมากแล้ว...กลับมาช่วยพ่อทำงานได้มั้ยลูก” เทียมเอ่ยเสียงอ่อนล้า เขาปาเข้าไปจะ 70 แต่ยังต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำงาน เมื่อหาคนที่วางใจแทนตนเองไม่ได้สักที ลูกหลานที่มี ก็น่าระอาเกินกว่าจะไว้ใจ
“พ่อรู้...แกยังไม่ยกโทษให้พ่อ แต่แกโตพอแล้วนี่...ก็น่าจะรู้สิ ไม่ไปวันนั้น ยังไงแกก็ต้องไปอยู่ดี” เทียมอธิบายช้าๆ ท่านไม่ได้เสือกไสบุตรชาย แต่นั่นเป็นหนทางเดียวที่เขาคิดออก เพื่อธรรวาเอง เพราะหากบุตรชายพลาดท่าเสียทีดารัณ มันจะเป็นความน่าทุเรศที่พ่อกับลูก มีเมียคนเดียวกัน ในเมื่อเขาเอง...ไม่สามารถสลัดดารัณออกไปจากชีวิตได้ เมื่อช่วงนั้นเขากำลังหลงใหลหล่อนอย่างหัวปักหัวปำ
รอยยิ้มเหยียดๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก...หนุ่มหล่อนิ่งฟังเสียงบิดา แต่ไม่คิดจะตอบโต้ นั่นเป็นเพราะทิฐิในใจล้วนๆ
และนั่น...คือเมื่อสามเดือนก่อน ก่อนที่ข่าวคราวทางบ้านจะเงียบหายไป มันเงียบกริบ... ไม่มีใครบางคนโทร. มากวนใจเขา แต่นั่นกลับทำให้ธรรวาเป็นกังวลลึกๆ
บิดาของเขาอายุมากแล้ว...อาจจะเจ็บป่วย แต่ทำไมล่ะ!! ทำไมไม่มีใครสักคนส่งข่าวนั้นให้เขารู้
ความหงุดหงิดเกาะกุมอยู่ในใจ แต่จะให้เขาด้านหน้าถามไถ่ไปก่อน...ก็คงไม่ใช่
เมื่อน้ำเย็นๆ ไม่สามารถทำให้ความไม่สบายใจของเขาลดทอนลง ธรรวาจึงตัดสินใจยุติการชำระร่างกายครั้งนี้ เขาคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันช่วงล่างไว้หมิ่นๆ เดินปังๆ ออกมาจากห้องน้ำ ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ทวีเพิ่มขึ้น
ซูซี่ปรือเปลือกตาขึ้นมอง ก่อนจะหลุบลงไปอีกครั้ง...
“แม่...แม่ เอ่อ...” มันเหมือนน้ำท่วมปาก ถึงไม่เคยเห็นด้วยตาตนเอง แต่เธอก็รับรู้พฤติกรรมของมารดามาตลอด ความผิดของท่าน ยากเกินกว่าจะให้อภัยจริงๆ“พอเถอะ...เราจะลืมเรื่องที่ผ่านไปแล้วให้หมด แล้วมาทำสิ่งดีๆ ในวันนี้ และวันพรุ่งนี้ เพื่อยัยหนู”ชายหนุ่มพูดปัด เขาอยากจบเรื่องกวนใจนี่สักที เพื่อเริ่มต้นใหม่ สร้างครอบครัวที่อบอุ่น พร้อมสมบรณ์ ลบคำครหาที่เคยมี ให้บดินทร์เดชกลับมาทรงคุณค่าเหมือนเก่า“ค่ะ” ดลยารับคำ น้ำตาไหลเอ่อเธอสัญญาจากใจจริง เธอจะทำทุกสิ่ง เพื่อชดเชยความผิดที่มารดาเคยทำไว้ จะอบรมสั่งสอนบุตรสาวให้เป็นกุลสตรี เป็นผู้หญิงที่มีคุณค่า ไม่ใช่มีแต่คำครหาตามหลัง“คงต้องใช้เวลา แต่ฉันจะพยายาม”ในที่สุดสิ่งที่เขาต้องการจะทำ ก็พูดออกมาจนหมดเปลือก เป็นการเปิดใจครั้งแรก หลังเมฆหมอกของความเกลียดชังพัดผ่านเลยไป...“ดลจะทำทุกวิถีทาง แก้ไขสิ่งที่แม่เคยทำไว้ค่ะ จะล้างคราบคาวๆ ฉาวโฉ่นั่น เพื่อลูก”คำครหาคงไม่หมดไปในวันๆ เดียว คงต้องใช้เวลาอีกแสนนาน กว่าคำพูดเสียดสีนั่นจะหมดไป แต่ดลยาสัญญาเธอจะอดทน...เพื่ออนาคตของลูกๆ ที่ใช้นามสกุล ‘บดินทร์เดช’ จะไม่มีใครว่าพวกเขาต่อหน้า เมื่อเธอตั้งจะจริง เธอ
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจช้าๆ “ฉันจะ ‘แต่งงาน’ กับเธอ” ธรรวาเปรย จริงอยู่สถานะของดลยาตอนนี้ หล่อนเป็นภรรยาเขา แต่ก็รู้แค่คนในบดินทร์เดช บุคคลภายนอกไม่มีใครรู้เรื่อง เขาอยากทำให้ถูกต้อง สมบูรณ์ เพื่อตัวเอง และลูกด้วย“คะ?” ดลยาคราง เธอสับสน และยังตามความคิดของธรรวาไม่ทัน“เราจะแต่งงานกัน รอคุณพ่อกลับมาก่อน ค่อยปรึกษาเรื่องนี้อีกที แต่ฉันอยากบอกให้เธอรู้ก่อน”เป็นการขอแต่งงานแบบทื่อๆ แนวออกเป็นการบังคับ มากกว่าวอนขอ“ไม่จำเป็นมั้งคะ ที่เป็นอยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว” หญิงสาวแย้งเสียงเรียบ ดลยาไม่ได้ปรารถนาเพียงนั้น เธอขอแค่ได้อยู่ใกล้ชิดบุตรสาว ไม่ถูกอัปเปหิออกไปจากบดินทร์เดชก็พอ“แต่ฉันอยากทำให้ถูก ฉันผิดตั้งแต่เริ่ม และอยากขอโทษ” คำขอโทษจากปากผู้ชายปากแข็งที่ดลยาไม่คิดว่าจะได้ยิน เธอนิ่งอึ้ง ฟังเขาพูดต่อไปด้วยหัวใจเต้นระรัว “ไม่ว่าตอนนี้ หรือในอดีต ฉันทำให้เธอมีความทรงจำแย่ๆ ดลยา...” ธรรวามองสบนัยน์ตากลมโตของผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูก นัยน์ตาของเขามีแววมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ตั้งใจจริง“คือ...” จู่ๆ ธรรวาก็พูดไม่ออกดื้อๆ เขากระดากปากที่จะบอกคำบางอย่าง เพราะหากถูกปฏิเสธ คงได้หน้าแหกหมอไม่รับเย็บ เมื่อตัวเอ
สาวใช้พากันเสก้มหน้าหลบ มีเสียงหัวเราะคิกคักดังอยู่รอบตัว เพราะพวกเขาดันเห็นภาพหวานชื่นของเจ้านายเข้าพอดี“ออกไปข้างนอกเถอะค่ะ ในนี้มีแต่กลิ่นเครื่องเทศ เดี๋ยวติดเสื้อผ้าคุณเข้า” เธอเอาความโกรธบังหน้า แสร้งพูดเสียงแข็งๆ แต่ใบหน้ากลับแดงจัด“เธอก็ไปด้วยสิ ไปเดินเล่นกันนะ” ชายหนุ่มเอ่ยชวน “ปล่อยให้คนอื่นทำงานบ้าง เธอทำมาทั้งวันแล้ว” ธรรวาพูดต่อด้วยสีหน้าเรียบๆ เขาเอื้อมมือดันแผ่นหลังดลยา พร้อมทั้งออกเดิน เพื่อกระตุ้นให้หญิงสาวทำตาม“สวยๆ เอาแยมใส่กระปุกให้หมดด้วยนะเดี๋ยวกลิ่นระเหยหมด” แยมกุหลาบชามใหญ่รอที่จะบรรจุลงกระปุก ดลยาร้องสั่งเธอเดินนำธรรวาไปแบบเสียไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มใช้ร่างกายบังคับ“ไม่เหนื่อยไง ไหนจะเลี้ยงลูก ไหนจะทำงานบ้าน”สิ่งที่ดลยาทำ อยู่ใต้การมองเห็นของธรรวามาตลอด เมื่อก่อนเขาแค่นว่าเพราะอคติในใจ เวลานี้อคติเหล่านั้นจางหายไป ธรรวาจึงรู้ว่า...นี่เป็นเนื้อแท้ของดลยา เธอไม่ถือตัว ไม่เย่อหยิ่ง ทำตัวเป็นแค่คนอาศัย เสมอต้นเสมอปลาย ตั้งแต่เด็กจนโต ที่แล้วมาเพราะความชิงชังบังตา เขาจึงมองหล่อนแบบดูแคลน ค่อนคอดหล่อนทุกครั้งที่มีโอกาส“ชินแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยตอบ ยกผ้าซับน้ำลายที
ธรรวาแอบเบ้ปาก ยังไม่เจอกับตัวใครก็พูดได้...เขาเองก็อยากเห็นเหมือนกันไอ้เพื่อนเวรจะทำได้อย่างปากพูดจริงไหม? คงต้องรอดูตอนที่มันเจอคนที่เป็นเสี้ยวหนึ่งของตัว ธรรวาหรี่ตาลง เขาคิดเงียบๆ จนกระทั่งแยกย้ายกันกลับไปทำงาน“คุณดลล่ะ?”ทันทีที่เท้าแตะพื้นดินบ้านบดินทร์เดช คำถามแรกหลังสาวใช้รับกระเป๋าเอกสารจากมือไป คือการถามหาดลยา และบรรดาคนรับใช้ได้ฟังมานานหลายเดือน“อยู่ในครัวค่ะ ใครไม่รู้ค่ะ ส่งกุหลาบมาให้คุณดลช่อเบ้อเร่อ คุณดลเลยเอาไปทำแยม” สาวใช้คนเดิมป้องปากตอบคำถาม เธออมยิ้มเมื่อเจ้านายหนุ่มมีสีหน้าแปลกไป“ดอกไม้ช่อนั้น ยัยนั่นเอาไปทำแยมเหรอ?”ดอกไม้ช่อแรกที่ธรรวาส่งให้ผู้หญิงที่เป็นภรรยา เขาหวังให้หล่อนดีใจและเก็บไว้ใกล้ตัว แต่ดลยากลับเอาของแทนความในใจที่เขาส่งให้ไปทำอาหาร“คุณธรรรู้เรื่องดอกไม้ด้วยเหรอคะ?” สาวใช้หัวไวร้องถาม เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นที่บดินทร์เดช ช่วงที่เจ้านายหนุ่มไปทำงาน เขารู้ได้ยังไงว่ามีใครบางคนส่งดอกไม้ช่อยักษ์มาให้นายสาว“กะ ก็เธอบอกเมื่อสักครู่ไง!!”ธรรวารีบตอบ เขาเสเดินหนี จากการเดินไปที่ห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเดินเลี้ยวมุมตึก ตรงไปยังด้านหลัง จุดมุ่งหมายคือ
หนุ่มพ่อลูกอ่อน ที่กำลังกลุ้มเพราะไม่รู้จะบอก ‘รัก’ เมียแบบไหนถึงดีแอบตวัดตาให้ แต่ไม่กล้าที่จะปริปากเถียง เพราะสิ่งที่เพื่อนหนุ่มพูด ถูกต้องทุกอย่าง“เร็วๆ ล่ะ อย่ามัวช้า เดี๋ยวลูกคนที่2เกิดเสียก่อนที่พ่อ-แม่ จะเข้าใจกัน”คำพูดลอยๆ เล่นเอาธรรวาสะดุ้ง เขาชำเลืองมองเพื่อนแบบประเมิน ชานนท์พูดเหมือนรู้ว่าเขากับดลยาเพิ่งจะมีซัมติงกัน“ผมรู้น่า คุณน่ะมันหนุ่มไฟแรง...อดอยากปากแห้งมาเกือบปี มีหรือจะไม่หาทางฟาดคุณดล” ชานนท์สัพยอกซ้ำ เพื่อนหนุ่มของเขาชื่อเสียงฉาวโฉ่ เป็นหนุ่มฮอตไฟแรง แต่มาซาๆ ข่าวช่วงที่ดลยาตั้งครรภ์ เขาเองก็ไม่คิดว่าธรรวาจะยึดมั่นและครองตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครได้ วันนี้เขารู้แล้ว เพราะธรรวามีใจให้กับดลยานี่เอง เขาถึงได้ประพฤติตัวเหมือนฤๅษีก็ไม่ปาน‘ไอ้แสนรู้’ชายหนุ่มพึมพำ ไม่กล้าส่งเสียงดัง กลัวเพื่อนรักจะพูดเหน็บแนมให้อายเปล่าๆ“พยายามเข้าล่ะ ผมเอาใจช่วย...คุณมีนางแก้วในมือแล้ว... อย่าปล่อยให้หลุดมือไปล่ะ”ดลยาเป็นผู้หญิงคนแรกที่ชานนท์ตกหลุมรัก เธอเพียบพร้อม เหมาะที่จะเป็นแม่ และเป็นภรรยาที่ดี หากเพื่อนของเขาตาต่ำ ไม่เก็บนางแก้วนี่ไว้ แม้เธอจะมีรอยตำหนิ ชานนท์ก็คิดว่าตนเองคง
ปิ่นยังพยายามแย้ง แม้จะเริ่มไม่แน่ใจว่าคนส่ง ต้องการส่งดอกไม้สุดสวยนี่ให้ใครกันแน่“อย่าไปสนใจเลย พี่ปิ่นมาช่วยดลปั้นขนมดีกว่า ดูสิยัยหนูชะเง้อคอมองใหญ่แล้ว”ธีรตาเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยโยเยเหมือนเด็กอ่อนคนอื่นๆ เด็กน้อยจะสนใจทุกสิ่งรอบตัว ดวงตาใสแจ๋วคู่นั้น มอง และจดจำทุกสิ่ง อารมณ์ดี ร่าเริง และกินเก่ง เป็นเด็กที่รู้อยู่ รู้กิน เป็นที่รัก ขวัญใจของคนทั้งบ้านเสียงหัวเราะดังแว่วๆ เมื่อทุกคนช่วยกันทำขนมคนละมือละไม้ ลืมดอกไม้กับเจ้าของปริศนาไปเสียชิบ!!‘คำพูดลูกผู้ชายมีค่าดั่งทอง’คำพูดของตัวละครในจอทีวีมุมห้องสะดุดใจธรรวา เขาหันไปจ้องมอง พร้อมกับคิดตาม“แล้วไง ผู้ชายก็คน ผิดคำพูดไม่ได้หรือไงฟ่ะ!!” ชายหนุ่มพึมพำ ยกสองแขนขึ้นมาวางบนผิวโต๊ะ มือรองใต้คาง หมดความสนใจกับงานเอกสารตรงหน้า ทั้งที่เลขานุการเอามาตั้งทิ้งไว้ให้รีบเคลียร์ เมื่อเป็นเอกสารเร่งด่วนเกือบทุกแฟ้มความคิดของธรรวาล่อยลอยอยู่ในภวังค์ เขาไม่รู้ว่าตนเองควรทำยังไงดี ระหว่างดำเนินชีวิตไปแบบนี้เรื่อยๆ โดยพยายามไม่ใส่ใจกับปูมหลังของ ‘แม่ของลูก’ หรือจะทำตัวเฉยชา จนหล่อนทนไม่ไหวแล้วยอมจากไปมาคิดๆ ดูอีกที เขาเองก็ไม่ได้ต้องการแบบนั้นก







