LOGINเครื่องบินส่วนตัวขนาดกลางแลนดิ้งลงสู่รันเวย์ สนามบินฮีธโธรว์ กรุงลอนดอน อย่างนุ่มนวล... หลังจากแวะพักเติมน้ำมันที่มัสกัต ประเทศโอมาน รวมระยะเวลาการบินยาวนานกว่าสิบห้าชั่วโมง
และตลอดสิบห้าชั่วโมงอันยาวนานนั้น ลูน่าต้องข่มตาอดทนกับความโสมมและตัณหาอันบ้าคลั่งของไซรัสอย่างถึงที่สุด...
ทันทีที่เรียวขาบางก้าวลงจากเครื่องบิน หญิงสาวก็ไม่แม้แต่จะเฉียดก้าวเข้าใกล้ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย เธอก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม ดุจหงส์พยศที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ตรงไปแทรกตัวนั่งบนเบาะหลังของรถยนต์คันหรูที่มารอรับอย่างเงียบเชียบ
ไซรัสทำได้เพียงจ้องมองตามแผ่นหลังบางที่หยิ่งทะนงนั้นไป พลางขบกรามแน่นจนเป็นสันขากรรไกรเด่นชัด... ไม่ว่าเขาจะพยายามบีบบังคับหรือแสดงอำนาจใส่เธอมากแค่ไหน ลูน่าก็ไม่เคยชายตาหันกลับมาสนใจเขาเลยสักครั้ง
บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงัดดั่งเมืองร้าง ยามที่รถยนต์คันหรูแล่นเลียบผ่านถนนมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของตระกูลเดสมอนด์ ในย่านเบลเกรเวีย (Belgravia) กรุงลอนดอน ไซรัสจึงเอ่ยทำลายความเงียบงันขึ้นมา
“งานเลี้ยงครั้งนี้... บริษัทแอลวันเพิ่งเปิดตัวในลอนดอน คงจะมีเส้นสายและอิทธิพลที่นี่อยู่พอตัว... ฉันไม่แน่ใจนักว่าไอ้ดาริส มันจะรู้เรื่องนี้หรือยัง”
เขาเอ่ยขึ้นอย่างเป็นการเป็นงาน เพื่อทำลายความเงียบอันชวนอึดอัด ไซรัสรู้ดีว่าการจะทำให้ริมฝีปากสวยนั้นยอมปริปากพูดคุยกับเขาได้ มีเพียงเรื่องงานเท่านั้น
ลูน่ายังคงทอดสายตามองออกไปนอกกระจกรถ เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์
“ค่ะ”
ไซรัสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นโทสะที่พุ่งสูง จากอาการเมินเฉยเย็นชาของเธอ
“เพราะในงาน... ฉันต้องขอให้เธอช่วยพูดคุยกับซีอีโอแอลวัน และฉันไม่มั่นใจว่าดาริส... คิดจะใช้โอกาสนี้เข้าหาเธอยังไง”
ลูน่าตวัดสายตากลับมามองเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเรียบเฉยดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ?” เธอเอ่ยถาม ราวกับอ่านแผนการในใจของเขาออกทั้งหมด
ไซรัสเหยียดยิ้มร้ายกาจ ความคิดวิปริตบิดเบี้ยวผุดขึ้นมาในหัว... เขาอยากจะสัมผัสอารมณ์หึงหวงเธอจนแทบคุ้มคลั่ง ยามที่เรือนร่างและเสน่ห์ของเธอเป็นที่ปรารถนาของชายอื่น ทว่าสุดท้ายแล้ว มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเจ้าของและได้ครอบครองเธอ
“เล่นเป็นเพื่อนกับพี่ชายฉันหน่อยสิ... ฉันอยากรู้นักว่าอย่างเธอ จะมีเสน่ห์ให้ดาริสมันหลงหัวปักหัวปำได้แค่ไหน”
ไซรัสเอ่ยพลางเอียงหน้า กวาดสายตาคมกริบสีฟ้ามองลูน่าตั้งแต่เรือนผมจดปลายเท้าอย่างจาบจ้วงและเปิดเผย
ลูน่าพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาคู่สวยฉายแววเย็นชาและไร้ซึ่งความแยแส
“ได้ค่ะ... ตามคำสั่ง”
เธอเอ่ยตอบเพียงแค่นั้น... และนี่คงเป็นเรื่องเดียวที่เธอยอมทำตามคำสั่งของเขา... การเล่นละครในงานสังคม เพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่เขาไม่มีวันคาดคิด
รถยนต์คันหรูแล่นผ่านประตูเหล็กดัดสไตล์ยุโรปคลาสสิก เข้าสู่อาณาเขตคฤหาสน์หรูหราตระการตาใจกลางย่านเบลเกรเวีย ย่านมหาเศรษฐีอันทรงอิทธิพลแห่งกรุงลอนดอน
ทันทีที่รถจอดนิ่งสนิท ลูน่าก็ก้าวลงมาจากเบาะหลัง สะกิดเท้านำเรือนร่างสง่าก้าวเข้าสู่ภายในตัวคฤหาสน์ไปอย่างเรียบเฉย โดยไม่แม้แต่จะเหลียวสายตากลับมามองชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเลยแม้แต่น้อย
ไซรัสทำได้เพียงทอดสายตามมองตามแผ่นหลังบางอันหยิ่งพยศนั้นด้วยนัยน์ตาสีฟ้าคมกริบที่ฉายแววดุดันขึ้น ก่อนจะตวัดสายตากลับมาเอ่ยสั่งบอดี้การ์ดมือขวาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ฟีนิกซ์... จับตาดูคุณนายอย่าให้คลาดสายตาแม้แต่ก้าวเดียว... นายเป็นคนเดียวที่ฉันอนุญาตให้เข้าใกล้เมียของฉัน”
น้ำเสียงเผด็จการตอกย้ำชัดเจนถึงความระแวงและความเป็นเจ้าของอันป่าเถื่อน
“ครับ... นายท่าน”
ฟีนิกซ์ค้อมศีรษะลงรับคำสั่งเสียงเรียบ ก่อนที่ไซรัสจะหมุนตัวเดินผละไปยังห้องนอนส่วนตัวของตนเอง
บอดี้การ์ดหนุ่มสืบเท้าก้าวตามทิศทางที่ลูน่าเดินหายไปทันที ก่อนจะไปหยุดยืนคุมเชิงอยู่เบื้องหน้าบานประตูห้องนอนของคุณนายเดสมอนด์อย่างนิ่งสงบดั่งเช่นทุกครั้ง
ทว่าในอกของฟีนิกซ์กลับเต็มไปด้วยความกดดัน... เพราะในงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัทแอลวันที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า เขามีหน้าที่ต้องประกบติดคุณนายเดสมอนด์อยู่ไม่ห่างตามคำสั่งของเจ้านาย... โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า งานเลี้ยงต้อนรับในค่ำคืนนี้ กำลังจะกลายเป็นเวทีเปิดฉากสงครามประสาทครั้งใหญ่ที่จะสั่นคลอนอาณาจักรเดสมอนด์ไปตลอดกาล
.
ทางด้านเชียงใหม่...
ท่ามกลางสายหมอกบางเบาและลมหนาวอันเงียบสงบบนยอดดอยสูงนับหนึ่ง เซมัสและนีน่าได้เดินทางมาถึงวิลล่าบ้านพักตากอากาศอันซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางผืนป่า หากมองจากภายนอกที่ไม่คุ้นเคย บ้านหลังนี้คงดูไม่ต่างจากวิลล่าร้างบนดอยอันเงียบเหงา ทว่าแท้จริงแล้วที่นี่คือบ้านเกิดของมารดาของลูน่า พื้นที่อันเต็มไปด้วยความทรงจำที่บิดาของเธอเคยซื้อไว้ให้ตาและยายได้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุข
ทว่าบัดนี้... วิลล่าลับแห่งนี้กลับได้รับการอารักขาอย่างเข้มงวดสูงสุด
ตลอดทางขึ้นดอยไปจนถึงหน้าประตูบ้าน ถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มทหารรับจ้างฝีมือดีที่ตระกูล ‘จิณณ์วรา’ ว่าจ้างมาเพื่อคอยดูแลคุ้มกันความปลอดภัยอย่างรัดกุม ภายในบ้านมี ‘จินดา’ หัวหน้าแม่บ้านวัยกลางคนผู้ซื่อสัตย์ และ ‘เก่ง’ ลูกชายวัยสิบแปดปีคอยดูแลความเรียบร้อย นีน่าที่เคยอยู่อย่างหวาดระแวงในคฤหาสน์เดสมอนด์ บัดนี้ได้กลับมารู้สึกปลอดภัยและช่วยงานแม่จินดาอยู่ในครัวด้วยความสุขใจ
ส่วนเซมัสตัวน้อย... ก็มีนับหนึ่งคอยเฝ้าดูแลอุ้มชูด้วยความรักดั่งลูกแท้ๆ
ยามสายของวัน... แสงแดดอ่อนๆ ส่องทะลุลงมายังเรือนกระจกทรงโดมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้ไทยนานาพรรณ บนโต๊ะไม้กลางสวนดอกไม้ที่จัดไว้สำหรับนั่งจิบชาและรับประทานอาหาร นับหนึ่งกำลังนั่งเคียงข้างเซมัส จับมือเล็กๆ ปัดพู่กันระบายสีลงบนแผ่นกระดาษอย่างอ่อนโยน ละมุนละม่อม
เด็กชายตัวน้อยหยุดมือที่ถือพู่กัน หันใบหน้าจิ้มลิ้มกลับมามองนับหนึ่ง นัยน์ตาคู่สวยใสแจ๋วแป๋วทอดมองเขาอย่างออดอ้อน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงอ้อแอ้
"น้าฮับ... หม่ามี้... ไหน"
คำถามบริสุทธิ์จากปากเด็กน้อยทำให้นับหนึ่งชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาอันแสนอ่อนโยนคลายออกบนริมฝีปาก ทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับไหววูบด้วยกระแสความห่วงหาและคิดถึงคนรักที่อยู่ไกลถึงลอนดอน... ความโหยหาที่อัดแน่นอยู่ในอกของชายหนุ่มไม่ได้น้อยไปกว่าเด็กชายในอ้อมแขนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
นับหนึ่งยื่นมือไปลูบเรือนผมนุ่มของเซมัสเบาๆ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟังเพื่อประโลมใจ
“เดี๋ยวหม่ามี้ก็มาครับ... รออยู่กับน้าหนึ่งก่อนนะครับเด็กดี”
เซมัสพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย รอยยิ้มร่าเริงบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนที่เด็กน้อยจะหันกลับไปหัวเราะร่าและตั้งหน้าตั้งตาจิ้มสีระบายภาพตรงหน้าต่ออย่างใจจดใจจ่อ... โดยมีนับหนึ่งคอยกอดประคองร่างน้อยเอาไว้ด้วยความรักหมดหัวใจ พร้อมกับส่งกระแสจิตอธิษฐานผ่านทิวเขาเมืองเหนือ ไปถึงหงส์พยศที่กำลังเผชิญหน้ากับอสูรร้ายอยู่ที่ลอนดอนในเวลานี้
กรับ... กรับ...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าสุขุมดังขึ้นกระทบพื้นภายในเรือนกระจกทรงโดม...
เพียงแค่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวอันแปลกแยก นับหนึ่งก็ผุดลุกขึ้นตอบสนองด้วยสัญชาตญาณความหวาดระแวงทันที ฝ่ามือหนากระชับรวบตัวเซมัสเข้ามาสวมกอดไว้ในอ้อมอกแน่น นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองไปทางต้นเสียงด้วยแววตาตื่นตระหนกที่ยังสลักลึกจากฝันร้ายในคฤหาสน์เดสมอนด์
ตรีภพชะงักฝีเท้าลงทันทีที่เห็นปฏิกิริยาอันไวต่อสิ่งกระตุ้นของชายหนุ่ม ชายอายุราว38 ทอดสายตามองภาพนั้นด้วยความสงสารจับใจ ก่อนจะจุดรอยยิ้มบางเบาอันแสนอบอุ่นเพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียด
“ดูเหมือนว่า... คุณนับหนึ่งคงจะลืมไปว่าที่นี่ไม่ใช่ในคฤหาสน์เดสมอนด์แล้ว แต่เป็นวิลล่าลับของตระกูลจิณณ์วราครับ”
นับหนึ่งค่อยๆ คลายวงแขนที่กอดเด็กน้อยออกทีละนิด ยามที่ตั้งสติได้ว่าตนเองปลอดภัยแล้ว ชายหนุ่มหลุบสายตาลงมองเด็กชายตัวน้อยที่กำลังจ้องมองเขาและตรีภพสลับกันไปมาด้วยแววตาไร้เดียงสา
“ขอโทษครับ...” นับหนึ่งเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความหวาดระแวงยังคงตกค้างอยู่ในแววตา
ตรีภพสืบเท้าก้าวเข้าไปใกล้ทั้งสองคนมากขึ้น ทอดสายตามองเด็กน้อยในอ้อมแขนของนับหนึ่งด้วยความฉงนใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“คิดไม่ถึงเลยนะครับ... ว่าคุณจะยอมรับและดูแล 'ลูกเสือลูกตะเข้' ตัวน้อยคนนี้ได้ขนาดนี้...”
ณ ห้องทำงานหรูหราภายในคฤหาสน์เดสมอนด์ ย่านเบลเกรเวีย กรุงลอนดอน...บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบของ ไซรัสจับจ้องหน้าจอไอแพดราคาแพงระยับตรงหน้าไม่วางตา จุดสีแดงกะพริบวูบวาบแทนตำแหน่ง GPS บนโทรศัพท์มือถือของลูน่าที่กำลังเคลื่อนตัวบนแผนที่ประเทศไทย ทว่า... ในเสี้ยววินาทีต่อมา จุดแสงนั้นกลับดับวูบและหายไปจากหน้าจออย่างกะทันหันความเงียบสงบพลันถูกทำลายลงในพริบตา…ปัง!!ฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คทรงหรูอย่างแรงจนสิ่งของสั่นสะเทือน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หนัง นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววดุดัน ร้อนรน แทบคลั่งจนนัยย์ตาไปด้วยเส้นเลือดแดงเข้ม“ติดต่อทีมส่งตัวที่ประเทศไทยเดี๋ยวนี้!!”เสียงทุ้มคำรามกร้าวแผดดังก้องไปทั่วห้องทำงาน ราวกับเสียงก้องของอสูรร้ายที่กำลังคลั่งสติหลุดเชนมือขวาอีกคนรีบกดโทรศัพท์ติดต่อประสานงานข้ามประเทศด้วยฝ่ามือสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้า ยามพยายามต่อสายซ้ำๆ แต่กลับพบเพียงความเงียบงัน ก่อนจะละสายตาขึ้นมารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ต... ติดต่อไม่ได้เลยครับนายท่าน! ท
กลิ่นหอมกรุ่นของขาหมูพะโล้เคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอของผัดผักบุ้งไฟแดงและไข่เจียวทรงเครื่องร้อนๆ อบอวลไปทั่วครัวกว้าง...ลูน่าในชุดลำลองสบายๆ กำลังหมุนตัวขวักไขว่ทำหน้าที่แม่ครัวอย่างอารมณ์ดี โดยมีป้าจินดาคอยช่วยเตรียมถ้วยชามและเป็นลูกมืออยู่ข้างกาย...ท่ามกลางสายตาอบอุ่นของนับหนึ่งที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูครัว ทอดสายตามองเรือนร่างระหงของคนรักด้วยความเอ็นดูและความรักที่เปี่ยมล้นอยู่ในอกป้าจินดาที่เห็นอาการตกอยู่ในพะวังรักของชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะแอบขยับเข้ามากระซิบกระซาบกับนับหนึ่งด้วยความเอ็นดู“สายตาคุณนับหนึ่งนี่... หวานยิ่งกว่าน้ำพะโล้ในหม้อเสียอีกนะคะ ป้าเห็นแล้วล่ะอิจฉาคนหนุ่มสาวสมัยนี้จริงๆ”นับหนึ่งคลี่ยิ้มเขินๆ ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ... ทว่าบรรยากาศความอบอุ่นยังไม่ทันคลายลง ‘เก่ง’ ลูกชายวัยยี่สิบของป้าจินดาที่เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย ก็สืบเท้าก้าวพรวดพราดเข้ามาในครัว ชายหนุ่มวัยรุ่นถึงกับยืนตาค้าง ยามได้เห็นหญิงสาวแปลกหน้าผู้มีใบหน้างดงามหมดจดกำลังง่วนอยู่หน้าเตา
หลังจากงานเลี้ยงจบลงและไซรัสออกคำสั่งเด็ดขาดให้ฟีนิกซ์เตรียมการส่งคุณนายแห่งเดสมอนด์เดินทางกลับประเทศไทย ทั้งคู่ก็ก้าวกลับเข้าสู่คฤหาสน์หรูหราในย่านเบลเกรเวีย ทว่าลูน่ากลับปิดปากเงียบ ไร้ซึ่งถ้อยคำเอื้อนเอ่ยใดๆ เธอสืบเท้าก้าวขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ทันทีเพื่อเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋าอย่างสงบโดยมีไซรัสเดินตามหลังมาติดๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบกริบยืนกอดอกพิงกรอบประตู นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องมองเรือนร่างระหงที่หมุนตัวเก็บเสื้อผ้าอย่างใจเย็น“เธอคงจะดีใจมากสินะ... ที่จะได้อยู่ห่างจากสายตาฉัน...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเชือดเฉือน ทว่านัยน์ตากลับจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของภรรยาสาว “แต่มันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น... รู้ใช่ไหม?”ไร้สัญญาณการตอบรับใดๆ จากร่างบางที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเก็บของ นั่นยิ่งกระตุ้นโทสะลึกๆ ของมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนไซรัสสืบเท้าก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนจะยื่นมือหนาไปคว้าจับเรียวแขนเล็กไว้แน่น บังคับให้เธอหยุดชะงักและหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าหล่อเหลาดุดันโน้มลงไปประชิดริมฝีปากกระจับ เอ่ยกระซิบเสียงพร่าทว่าแฝงคำขู่เข็ญดุดันอย่างเปิดเผย
ริมฝีปากสวยจงใจเน้นหนักคำสรรพนามท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นพิเศษ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอประกายระยับดุจดวงดาว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไซรัสอย่างแฝงนัยยะลึกล้ำ... รอยยิ้มแสนหวานทว่าฉาบไปด้วยพิษร้ายและความท้าทายนั้น ทำเอามาเฟียหนุ่มถึงกับใจกระตุกวูบด้วยความคลั่งไคล้และความระแวงระวังขึ้นมาพร้อมๆ กัน ทว่า ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในวงสนทนาที่ยังคงจับจ้องมองมาเป็นตาเดียว ไซรัสจำเป็นต้องแสร้งหัวเราะออกมาราวกับมันเป็นเรื่องน่าเอ็นดูขบขัน ที่ภรรยาสาวเอ่ยขอ ‘รางวัล’ ต่อหน้าผู้คนชั้นสูง“ได้เลยครับ... ที่รักอยากได้อะไร คนอย่างไซรัสจะหามาประเคนให้ทุกอย่างอยู่แล้ว...”ไซรัสชะงักคำพูดไปเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสวย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแสนหวาน“...แต่ ไว้เรากลับไปคุยกันที่คฤหาสน์ดีกว่าไหมครับ? คุณก็รู้ดีว่าถ้าคุณเอ่ยขอตอนนี้ ผมคงรีบละทิ้งงานเลี้ยงแล้วพาคุณไปหาให้เดี๋ยวนี้ทันทีแน่ๆ... แต่หากที่รักต้องการจริงๆ จะขอตรงนี้เลยก็ย่อมได้นะครับ”
การนำเสนอระบบโลจิสติกส์อันเหนือชั้นและการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของบริษัท แอลวัน บนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์กลางงานดำเนินไปอย่างราบรื่น ภาพวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้อง เหล่านักธุรกิจและมหาเศรษฐีชั้นนำทั่วกรุงลอนดอนต่างพยักหน้ายอมรับด้วยความทึ่งทว่า ยามที่การนำเสนอจบลง ไซรัสที่ยืนเคียงข้างลูน่าตรงเบื้องหน้าเวที กลับยกมือขึ้นพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานทรงอำนาจและแฝงความกร้าวระคนดื้อดึง“ไม่ทราบว่าพวกเราจะมีโอกาสได้เห็นตัวจริงของผู้บริหารแอลวันบ้างไหมครับ? การลงทุนในยุโรปครั้งนี้นับว่านำเสนอได้ยอดเยี่ยม... แต่คงต้องยอมรับว่าขาดความน่าเชื่อถือไปสักหน่อย ในเมื่อไม่มีใครรู้เลยว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง แล้วแบบนี้ใครจะกล้าเสี่ยงลงทุนด้วย...”เอ่ยจบ มาเฟียหนุ่มก็จุดยิ้มพรายอย่างท้าทาย ลูน่าปรายสายตามองคนข้างกายเพียงครู่ ก่อนจะหันกลับไปทอดสายตามองเวทีด้วยท่าทีเรียบเฉย ไร้ความสั่นไหวพิธีกรบนเวทียิ้มรับอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ“แน่นอนครับว่าผู้บริหารของเรา... เดินทางมาร่วมงานในค่ำคืนนี้ด้วย คุณเดสมอนด์ดูจะใจร้อนไปเสียหน่อยน
เครื่องบินส่วนตัวขนาดกลางแลนดิ้งลงสู่รันเวย์ สนามบินฮีธโธรว์ กรุงลอนดอน อย่างนุ่มนวล... หลังจากแวะพักเติมน้ำมันที่มัสกัต ประเทศโอมาน รวมระยะเวลาการบินยาวนานกว่าสิบห้าชั่วโมงและตลอดสิบห้าชั่วโมงอันยาวนานนั้น ลูน่าต้องข่มตาอดทนกับความโสมมและตัณหาอันบ้าคลั่งของไซรัสอย่างถึงที่สุด...ทันทีที่เรียวขาบางก้าวลงจากเครื่องบิน หญิงสาวก็ไม่แม้แต่จะเฉียดก้าวเข้าใกล้ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย เธอก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม ดุจหงส์พยศที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ตรงไปแทรกตัวนั่งบนเบาะหลังของรถยนต์คันหรูที่มารอรับอย่างเงียบเชียบไซรัสทำได้เพียงจ้องมองตามแผ่นหลังบางที่หยิ่งทะนงนั้นไป พลางขบกรามแน่นจนเป็นสันขากรรไกรเด่นชัด... ไม่ว่าเขาจะพยายามบีบบังคับหรือแสดงอำนาจใส่เธอมากแค่ไหน ลูน่าก็ไม่เคยชายตาหันกลับมาสนใจเขาเลยสักครั้งบรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงัดดั่งเมืองร้าง ยามที่รถยนต์คันหรูแล่นเลียบผ่านถนนมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของตระกูลเดสมอนด์ ในย่านเบลเกรเวีย (Belgravia) กรุงลอนดอน ไซรัสจึงเอ่ยทำลายความเงียบงันขึ้นมา“งานเลี้ยงครั้งนี้... บริษัทแอลวันเพิ่งเปิด







