LOGINริมฝีปากสวยจงใจเน้นหนักคำสรรพนามท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นพิเศษ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอประกายระยับดุจดวงดาว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไซรัสอย่างแฝงนัยยะลึกล้ำ... รอยยิ้มแสนหวานทว่าฉาบไปด้วยพิษร้ายและความท้าทายนั้น ทำเอามาเฟียหนุ่มถึงกับใจกระตุกวูบด้วยความคลั่งไคล้และความระแวงระวังขึ้นมาพร้อมๆ กัน
ทว่า ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในวงสนทนาที่ยังคงจับจ้องมองมาเป็นตาเดียว ไซรัสจำเป็นต้องแสร้งหัวเราะออกมาราวกับมันเป็นเรื่องน่าเอ็นดูขบขัน ที่ภรรยาสาวเอ่ยขอ ‘รางวัล’ ต่อหน้าผู้คนชั้นสูง
“ได้เลยครับ... ที่รักอยากได้อะไร คนอย่างไซรัสจะหามาประเคนให้ทุกอย่างอยู่แล้ว...”
ไซรัสชะงักคำพูดไปเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสวย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแสนหวาน
“...แต่ ไว้เรากลับไปคุยกันที่คฤหาสน์ดีกว่าไหมครับ? คุณก็รู้ดีว่าถ้าคุณเอ่ยขอตอนนี้ ผมคงรีบละทิ้งงานเลี้ยงแล้วพาคุณไปหาให้เดี๋ยวนี้ทันทีแน่ๆ... แต่หากที่รักต้องการจริงๆ จะขอตรงนี้เลยก็ย่อมได้นะครับ”
คำพูดที่ฟังดูคลั่งรักและยอมประเคนทุกสิ่งอย่างให้ภรรยาฉากหน้านั้น ดูเหมือนเขายอมสยบแทบเท้าเธอทุกอย่าง ทว่าไซรัสไม่เคยโง่... เขาใช้สายตาสังคมเป็นเกราะบีบบังคับให้เธอจนมุม เพราะหากลูน่าดึงดันจะเรียกร้องในยามนี้ เธอจะกลายเป็นผู้หญิงเอาแต่ใจอย่างไม่รู้จักกาลเทศะในสายตาผู้ทันที
ลูน่าจ้องสบประสานสายตาคู่คมตรงๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ
“ฮึ...”
หญิงสาวปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มในเสี้ยววินาที เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกังวานราบเรียบ
“ได้สิคะ... เพราะเรื่องที่ฉันจะขอมันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรขนาดนั้น... ฉันแค่อยากไปเที่ยวพักร้อนสักที่แค่นั้นเองค่ะ”
ทันทีที่คำว่า 'เที่ยวพักร้อน' หลุดออกมาจากริมฝีปากสวย คิ้วหนาของไซรัสก็กระตุกวูบขึ้นมาเล็กน้อยทันที
สำหรับคนทั่วไป การไปเที่ยวพักร้อนอาจเป็นเพียงเรื่องธรรมดา... ทว่าสำหรับ ไซรัส เดสมอนด์ ที่กักขังเธอเอาไว้ในคฤหาสน์นรกไม่ให้ใครได้พบเห็นมาตลอดสองปี การที่เธอกล้าเอ่ยปากขอออกไปสู่โลกภายนอก ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กเลยแม้แต่น้อย
ถึงกระนั้น มาเฟียหนุ่มก็ยังคงแสร้งยิ้มอ่อนโยน วาดแขนรั้งเอวบางคอดกิ่วเข้ามาแนบชิดเรือนร่างสูงใหญ่ยิ่งขึ้น ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นประคองลูบไล้ปรางแก้มเนียนสวยอย่างทะนุถนอม ทว่ากลับแฝงไปด้วยกระแสความคุกคามที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้ม
“ย่อมได้สิครับ... ทำไมผมจะพาที่รักของผมไปพักร้อนไม่ได้ล่ะ... จริงไหมครับ?”
ไซรัสโน้มกายลงมากระซิบชิดใบหูระหง น้ำเสียงทุ้มต่ำเน้นย้ำทุกถ้อยคำอย่างหนักแน่น
“ผมพร้อมจะทิ้งงานทุกอย่าง... เพื่อไปกับคุณ”
คำพูดนั้นตอกย้ำชัดเจนว่า ไม่ว่าเธอจะย้ายร่างไปอยู่ที่ไหน เขาก็จะตามติดเป็นเงาตามตัวไปทุกตารางนิ้ว ฝ่ามือหนาบีบเค้นลงบนเอวคอดกิ่วอย่างรุนแรงแฝงความหึงหวงและแสดงความเป็นเจ้าของ นัยน์ตาสีฟ้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของลูน่าอย่างไม่ยอมลดละ... ประกาศศึกสงครามประสาทอันร้อนระอุภายใต้หน้ากาก ‘คู่รักแห่งปี’ ที่ไม่มีใครยอมก้มหัวให้ใคร
“ถ้าเช่นนั้น... ทางเราอยากจะขอเรียนเชิญคุณเดสมอนด์เข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวในห้องวีไอพีเสียหน่อยครับ... เผื่อพวกเราจะช่วยให้การร่วมมือกันครั้งนี้ราบรื่นและง่ายดายขึ้น”
เอเค ลี เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าสุขุม พลางผายมือไปยังประตูห้องรับรองระดับวีไอพีที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังของงานเลี้ยงด้วยท่วงท่านอบน้อมและแฝงไว้ด้วยชั้นเชิง
ไซรัสได้ฟังเช่นนั้นก็จุดยิ้มพรายตรงมุมปากอย่างพึงพอใจ ร่างสูงใหญ่พยักหน้ารับคำ ก่อนจะยอมสืบเท้าก้าวตามสองผู้บริหารแห่งแอลวันตรงไปยังห้องรับรองลับแต่โดยดี
ทว่าก่อนจะก้าวพ้นไป... มาเฟียหนุ่มก็ยังไม่วายตวัดนัยน์ตาสีฟ้าคมกริบกลับมาจับจ้องลูน่า ส่งสัญญาณเตือนและกำชับผ่านสายตาอย่างเผด็จการว่าเธอต้องยืนรอเขาอยู่ตรงนี้ ห้ามขยับขับเคลื่อนหรือหายไปไหนเด็ดขาด
ซึ่งลูน่าก็ทำเพียงแค่พยักหน้ารับคำเบาๆ ด้วยแววตาเรียบเฉย... ซ่อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะเอาไว้ใต้ม่านตา ยามมองตามแผ่นหลังของสามีที่กำลังก้าวเข้าไปในกับดักที่เธอและแอลวันร่วมกันวางไว้
บรรยากาศภายในห้องรับรองระดับวีไอพีของ Sky Garden ตึงเครียดขึ้นในทันทีที่ เอเค ลี และ ชาร์ลส์ แฟนทัม เชิญไซรัสเข้ามาเจรจาธุรกิจเป็นการส่วนตัว เสียงแก้วไวน์กระทบกันแผ่วเบา ขณะที่เอเค ลี ในชุดสูทเนี้ยบกริบยิ้มให้ไซรัสด้วยสายตาอ่านยาก
“ทางแอลวันยินดีอย่างยิ่งที่จะเปิดสัมปทานเส้นทางขนส่งโลจิสติกส์ในเอเชียและยุโรปให้กับ Desmond Tech&ICP ครับ...” เอเค ลี เว้นจังหวะ พลางดันแฟ้มสัญญาเบื้องต้นมาตรงหน้าไซรัส “...แต่มีเงื่อนไขสำคัญด่วนที่สุดเพียงข้อเดียว”
ไซรัสหรี่ตาสีฟ้าคมกริบลง “เงื่อนไขอะไร?”
ชาร์ลส์ แฟนทัม เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นการเป็นงาน
“เนื่องจากเป็นการเชื่อมระบบระดับหมื่นล้าน คุณไซรัส เดสมอนด์ ในฐานะผู้นำสูงสุด จะต้องอยู่ทำการตรวจสอบระบบคลังสินค้าใหญ่และลงนามในสัญญาด้วยตัวเอง ทั้งที่ศูนย์กรุงลอนดอนและแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เป็นเวลา 2 สัปดาห์เต็ม นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป โดยไม่อาจมอบหมายให้ตัวแทนคนใดทำหน้าที่แทนได้ครับ”
ข้อเสนอและเงื่อนไขอันเด็ดขาดทำเอาไซรัสชะงักไปในที มูลค่ามหาศาลของการครองตลาดเอเชียทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธหมากเกมนี้ได้ ชายหนุ่มเหยียดยิ้มพลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ
“ไม่มีปัญหา... สองสัปดาห์ในยุโรปเพื่ออาณาจักรแอลวัน ถือว่าเป็นดีลที่คุ้มค่า”
เมื่อการเจรจาจบลง ไซรัสเลี่ยงออกมายังระเบียงส่วนตัวยามค่ำคืน ลมหนาวของกรุงลอนดอนพัดผ่าน เรือนผมยาวของหญิงสาวพลิ้วไหว ลูน่าตวัดสายตาเรียบเฉยมองชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างๆเขาหลังจากถูกเชิญมา เธอเอ่ยปากทวงสัญญาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงความท้าทาย
“ในเมื่อเรื่องงานหมื่นล้านของคุณเรียบร้อยแล้ว... แล้วเรื่อง รางวัลของฉันล่ะคะ?”
ไซรัสจ้องมองใบหน้าสวยหวานภายใต้แสงไฟยามค่ำคืนด้วยแววตาหลงใหลปนระแวง ชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปใกล้ วาดแขนกอดรัดเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์
“เธอต้องการอะไรกันแน่... ที่รัก?”
“คุณต้องติดภารกิจตรวจสอบคลังสินค้าอยู่ที่อังกฤษและเยอรมนีตั้งสองสัปดาห์...” ลูน่าเอื้อนเอ่ยราบเรียบ ช้อนสายตาสบประสานนัยน์ตาสีฟ้าโดยไม่หลบตา
“...ฉันไม่อยากอยู่อุดอู้ในบ้านพักเบลเกรเวียให้ตราหน้าว่าเป็นนกในกรงทอง ฉันจะขอบินกลับไปพักร้อนที่เมืองไทยล่วงหน้า... แล้วคุณค่อยบินตามไปทีหลัง”
ไซรัสคิ้วกระตุกวูบทันที ฝ่ามือหนาบีบกระชับเอวคอดกิ่วแน่นขึ้นจนแทบจมหายไปกับอกแกร่ง
“คิดว่าฉันจะปล่อยเธอให้คลาดสายตางั้นเหรอ ลูน่า?”
ลูน่าหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะเย็นชาที่จี้บี้ลงบนความยโสของมาเฟียหนุ่มอย่างจัง
“จะคลาดสายตาได้ยังไงคะ ในเมื่อฟีนิกซ์และลูกน้องของคุณก็ยังต้องคอยประกบติดฉันทุกที่ทุกเวลาขนาดนี้... หรือว่าจริงๆ แล้ว มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่แห่งเดสมอนด์... กำลังกลัวว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันจะหนีไปได้?”
คำท้าทายอย่างแท้จริงนั้นกระตุ้นความถือดีและยโสในตัวไซรัสจนพุ่งสูง ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจ โน้มใบหน้าลงประจูบจูบที่ขมับบางอย่างหนักหน่วงและจาบจ้วง
“กลัวเหรอ? หึ... ผู้หญิงตัวเปล่าที่ไม่มีทั้งอิทธิพลและเงินทองอย่างเธอ จะหนีจากมือฉันไปไหนพ้นได้ล่ะ ลูน่า... ครอบครัวเธอ ลูกของเรา เพื่อนของเธอ... อยู่ในกำมือฉัน”
ไซรัสเอ่ยเสียงพร่าข้างหู ก่อนจะตวัดสายตาไปสั่งฟีนิกซ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล
“ฟีนิกซ์... เตรียมเครื่องบินส่วนตัว พานายหญิงกลับไปพักร้อนที่ไทยตามต้องการ... จับตาดูอย่าให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว หากมีอะไรผิดพลาด... ฉันจะเอาชีวิตของนายเป็นคนแรก”
“ครับ นายท่าน” ฟีนิกซ์ค้อมศีรษะรับคำสั่งด้วยสีหน้านิ่งสงบ
ลูน่าซ่อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย... หมากตัวแรกหลุดออกจากด่านของไซรัสอย่างสมบูรณ์แบบ อสูรร้ายตกหลุมพรางความยโสของตัวเอง
ณ ห้องทำงานหรูหราภายในคฤหาสน์เดสมอนด์ ย่านเบลเกรเวีย กรุงลอนดอน...บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบของ ไซรัสจับจ้องหน้าจอไอแพดราคาแพงระยับตรงหน้าไม่วางตา จุดสีแดงกะพริบวูบวาบแทนตำแหน่ง GPS บนโทรศัพท์มือถือของลูน่าที่กำลังเคลื่อนตัวบนแผนที่ประเทศไทย ทว่า... ในเสี้ยววินาทีต่อมา จุดแสงนั้นกลับดับวูบและหายไปจากหน้าจออย่างกะทันหันความเงียบสงบพลันถูกทำลายลงในพริบตา…ปัง!!ฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คทรงหรูอย่างแรงจนสิ่งของสั่นสะเทือน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หนัง นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววดุดัน ร้อนรน แทบคลั่งจนนัยย์ตาไปด้วยเส้นเลือดแดงเข้ม“ติดต่อทีมส่งตัวที่ประเทศไทยเดี๋ยวนี้!!”เสียงทุ้มคำรามกร้าวแผดดังก้องไปทั่วห้องทำงาน ราวกับเสียงก้องของอสูรร้ายที่กำลังคลั่งสติหลุดเชนมือขวาอีกคนรีบกดโทรศัพท์ติดต่อประสานงานข้ามประเทศด้วยฝ่ามือสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้า ยามพยายามต่อสายซ้ำๆ แต่กลับพบเพียงความเงียบงัน ก่อนจะละสายตาขึ้นมารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ต... ติดต่อไม่ได้เลยครับนายท่าน! ท
กลิ่นหอมกรุ่นของขาหมูพะโล้เคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอของผัดผักบุ้งไฟแดงและไข่เจียวทรงเครื่องร้อนๆ อบอวลไปทั่วครัวกว้าง...ลูน่าในชุดลำลองสบายๆ กำลังหมุนตัวขวักไขว่ทำหน้าที่แม่ครัวอย่างอารมณ์ดี โดยมีป้าจินดาคอยช่วยเตรียมถ้วยชามและเป็นลูกมืออยู่ข้างกาย...ท่ามกลางสายตาอบอุ่นของนับหนึ่งที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูครัว ทอดสายตามองเรือนร่างระหงของคนรักด้วยความเอ็นดูและความรักที่เปี่ยมล้นอยู่ในอกป้าจินดาที่เห็นอาการตกอยู่ในพะวังรักของชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะแอบขยับเข้ามากระซิบกระซาบกับนับหนึ่งด้วยความเอ็นดู“สายตาคุณนับหนึ่งนี่... หวานยิ่งกว่าน้ำพะโล้ในหม้อเสียอีกนะคะ ป้าเห็นแล้วล่ะอิจฉาคนหนุ่มสาวสมัยนี้จริงๆ”นับหนึ่งคลี่ยิ้มเขินๆ ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ... ทว่าบรรยากาศความอบอุ่นยังไม่ทันคลายลง ‘เก่ง’ ลูกชายวัยยี่สิบของป้าจินดาที่เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย ก็สืบเท้าก้าวพรวดพราดเข้ามาในครัว ชายหนุ่มวัยรุ่นถึงกับยืนตาค้าง ยามได้เห็นหญิงสาวแปลกหน้าผู้มีใบหน้างดงามหมดจดกำลังง่วนอยู่หน้าเตา
หลังจากงานเลี้ยงจบลงและไซรัสออกคำสั่งเด็ดขาดให้ฟีนิกซ์เตรียมการส่งคุณนายแห่งเดสมอนด์เดินทางกลับประเทศไทย ทั้งคู่ก็ก้าวกลับเข้าสู่คฤหาสน์หรูหราในย่านเบลเกรเวีย ทว่าลูน่ากลับปิดปากเงียบ ไร้ซึ่งถ้อยคำเอื้อนเอ่ยใดๆ เธอสืบเท้าก้าวขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ทันทีเพื่อเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋าอย่างสงบโดยมีไซรัสเดินตามหลังมาติดๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบกริบยืนกอดอกพิงกรอบประตู นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องมองเรือนร่างระหงที่หมุนตัวเก็บเสื้อผ้าอย่างใจเย็น“เธอคงจะดีใจมากสินะ... ที่จะได้อยู่ห่างจากสายตาฉัน...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเชือดเฉือน ทว่านัยน์ตากลับจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของภรรยาสาว “แต่มันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น... รู้ใช่ไหม?”ไร้สัญญาณการตอบรับใดๆ จากร่างบางที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเก็บของ นั่นยิ่งกระตุ้นโทสะลึกๆ ของมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนไซรัสสืบเท้าก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนจะยื่นมือหนาไปคว้าจับเรียวแขนเล็กไว้แน่น บังคับให้เธอหยุดชะงักและหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าหล่อเหลาดุดันโน้มลงไปประชิดริมฝีปากกระจับ เอ่ยกระซิบเสียงพร่าทว่าแฝงคำขู่เข็ญดุดันอย่างเปิดเผย
ริมฝีปากสวยจงใจเน้นหนักคำสรรพนามท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นพิเศษ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอประกายระยับดุจดวงดาว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไซรัสอย่างแฝงนัยยะลึกล้ำ... รอยยิ้มแสนหวานทว่าฉาบไปด้วยพิษร้ายและความท้าทายนั้น ทำเอามาเฟียหนุ่มถึงกับใจกระตุกวูบด้วยความคลั่งไคล้และความระแวงระวังขึ้นมาพร้อมๆ กัน ทว่า ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในวงสนทนาที่ยังคงจับจ้องมองมาเป็นตาเดียว ไซรัสจำเป็นต้องแสร้งหัวเราะออกมาราวกับมันเป็นเรื่องน่าเอ็นดูขบขัน ที่ภรรยาสาวเอ่ยขอ ‘รางวัล’ ต่อหน้าผู้คนชั้นสูง“ได้เลยครับ... ที่รักอยากได้อะไร คนอย่างไซรัสจะหามาประเคนให้ทุกอย่างอยู่แล้ว...”ไซรัสชะงักคำพูดไปเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสวย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแสนหวาน“...แต่ ไว้เรากลับไปคุยกันที่คฤหาสน์ดีกว่าไหมครับ? คุณก็รู้ดีว่าถ้าคุณเอ่ยขอตอนนี้ ผมคงรีบละทิ้งงานเลี้ยงแล้วพาคุณไปหาให้เดี๋ยวนี้ทันทีแน่ๆ... แต่หากที่รักต้องการจริงๆ จะขอตรงนี้เลยก็ย่อมได้นะครับ”
การนำเสนอระบบโลจิสติกส์อันเหนือชั้นและการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของบริษัท แอลวัน บนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์กลางงานดำเนินไปอย่างราบรื่น ภาพวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้อง เหล่านักธุรกิจและมหาเศรษฐีชั้นนำทั่วกรุงลอนดอนต่างพยักหน้ายอมรับด้วยความทึ่งทว่า ยามที่การนำเสนอจบลง ไซรัสที่ยืนเคียงข้างลูน่าตรงเบื้องหน้าเวที กลับยกมือขึ้นพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานทรงอำนาจและแฝงความกร้าวระคนดื้อดึง“ไม่ทราบว่าพวกเราจะมีโอกาสได้เห็นตัวจริงของผู้บริหารแอลวันบ้างไหมครับ? การลงทุนในยุโรปครั้งนี้นับว่านำเสนอได้ยอดเยี่ยม... แต่คงต้องยอมรับว่าขาดความน่าเชื่อถือไปสักหน่อย ในเมื่อไม่มีใครรู้เลยว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง แล้วแบบนี้ใครจะกล้าเสี่ยงลงทุนด้วย...”เอ่ยจบ มาเฟียหนุ่มก็จุดยิ้มพรายอย่างท้าทาย ลูน่าปรายสายตามองคนข้างกายเพียงครู่ ก่อนจะหันกลับไปทอดสายตามองเวทีด้วยท่าทีเรียบเฉย ไร้ความสั่นไหวพิธีกรบนเวทียิ้มรับอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ“แน่นอนครับว่าผู้บริหารของเรา... เดินทางมาร่วมงานในค่ำคืนนี้ด้วย คุณเดสมอนด์ดูจะใจร้อนไปเสียหน่อยน
เครื่องบินส่วนตัวขนาดกลางแลนดิ้งลงสู่รันเวย์ สนามบินฮีธโธรว์ กรุงลอนดอน อย่างนุ่มนวล... หลังจากแวะพักเติมน้ำมันที่มัสกัต ประเทศโอมาน รวมระยะเวลาการบินยาวนานกว่าสิบห้าชั่วโมงและตลอดสิบห้าชั่วโมงอันยาวนานนั้น ลูน่าต้องข่มตาอดทนกับความโสมมและตัณหาอันบ้าคลั่งของไซรัสอย่างถึงที่สุด...ทันทีที่เรียวขาบางก้าวลงจากเครื่องบิน หญิงสาวก็ไม่แม้แต่จะเฉียดก้าวเข้าใกล้ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย เธอก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม ดุจหงส์พยศที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ตรงไปแทรกตัวนั่งบนเบาะหลังของรถยนต์คันหรูที่มารอรับอย่างเงียบเชียบไซรัสทำได้เพียงจ้องมองตามแผ่นหลังบางที่หยิ่งทะนงนั้นไป พลางขบกรามแน่นจนเป็นสันขากรรไกรเด่นชัด... ไม่ว่าเขาจะพยายามบีบบังคับหรือแสดงอำนาจใส่เธอมากแค่ไหน ลูน่าก็ไม่เคยชายตาหันกลับมาสนใจเขาเลยสักครั้งบรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงัดดั่งเมืองร้าง ยามที่รถยนต์คันหรูแล่นเลียบผ่านถนนมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของตระกูลเดสมอนด์ ในย่านเบลเกรเวีย (Belgravia) กรุงลอนดอน ไซรัสจึงเอ่ยทำลายความเงียบงันขึ้นมา“งานเลี้ยงครั้งนี้... บริษัทแอลวันเพิ่งเปิด







