LOGINปัง!! เสียงประตูห้องปิดลงด้วยความรีบร้อนจากฝีมือเจ้าของรสา เมื่อเข้ามาในห้องนอนตัวเอง เธอยังคงได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของพี่คริสที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง รสาวิ่งมาดูหน้าตัวเองในกระจก เพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าหน้าเธอเห่อร้อนและมันคงแดงมากแน่ๆ อีกทั้งหัวใจดวงน้อยๆของเธอก็เต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาเลย "โอ๊ย!! หน้าแดงจริงๆด้วย มิน่าล่ะพี่คริสถึงได้หัวเราะ " ตอนนั้นเธอทำตัวไม่ถูกนี่ ก็เธอยังไม่เคยโดนผู้ชายจูบเลยสักครั้ง เขาคือคนแรก "บ้าเอย!! หยุดเลยนะรสาหยุดคิดถึงมันสักที" ภาพที่เขาจูบธอยังคงฉายอยู๋ในหัวของเธอซ้ำๆ อีกทั้งมือของเธอยังคงจับปากตัวเองไม่เลิก ปากที่โดนเขาจูบซ้ำๆอย่างนุ่มนวล มันเป็นจูบแรกในชีวิตของเธอเลย ยอมรับว่าพี่คริสอ่อนโยนมาก อ่อนโยนจนทำให้เธอเคลิ้มกับสัมผัสที่เขามอบให้ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเองก็ชอบสัมผัสของเขา ตอนนั้นเธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าพี่คริสจะกล้าขอแบบนี้ และเพราะว่าเขาให้เกียรติเธอ เธอจึงยินยอมให้เขาทำ ลึกๆแล้วเธอก็อยากรู้ด้วยแหละว่าเวลาคนรักกันจูบมันรู้สึกยังไง เธอเชื่อว่าถ้าตัวเองไม่อนุญาตพี่คริสไม่มีวันทำแบบนั้นเด็ดขาด "แล้วพรุ่งนี้เราจะมองหน้าพี่คริสยังไงล
“กลับมากันแล้วหรอค่ะ” “ค่ะป้ามล” “สนุกไหมค่ะหนูรสา” “ที่สุดเลยค่ะ” หญิงสาวตอบกลับผู้ใหญ่ด้วยรอยยิ้ม “มาเหนื่อยๆดื่มน้ำลำไยเย็นๆก่อนนะคะ ป้าทำไว้ให้” “ขอบคุณค่ะ.... อื้มม หวานสดชื่นจังเลยค่ะป้ามล วันหลังทำอีกนะคะรสาชอบ หวานกำลังดี” หญิงสาวยกนิ้วโป้งให้ป้ามลเพราะเธอชอบน้ำลำไยที่ป้าทำให้จริงๆ ความหวานที่กำลังดีแบบนี้แหละถูกต้อง ที่ผ่านมาเวลาไปซื้อน้ำลำไยจากข้างนอกมันหวานเกิน จนเธอต้องเติมน้ำเปล่าลงไปผสม "ได้สิค่ะ แค่หนูรสาชอบป้าก็ดีใจแล้ว เดี๋ยวป้าจะทำให้กินบ่อยๆนะคะ" คำพูดและท่าทางธรรมชาติของเธอเรียกรอยยิ้มจากทุกๆคนในบ้านได้เป็นอย่างดี "โอเคเลยค่ะ" “คุณคริสกับหนูรสาจะกินข้าวก่อนไหม หรือว่าจะขึ้นไปอาบน้ำก่อน” “รสาหิวข้าวหรือยังครับ” คริสหันไปถามคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าเธอจะหิวจะได้กินเลย เขายังไงก็ได้ “ยังไม่หิวค่ะแล้วพี่คริสละคะ” “พี่ก็ยังครับ” “งั้นเราขึ้นไปอาบน้ำก่อนไหมคะ แล้วค่อยลงมากินข้าวกัน” “ได้ครับ....” หลังจากที่ทั้งสองคนแยกย้ายกันไปอาบน้ำและลงมาทานข้าวจนเรียบร้อย เขาและเธอก็ต่างคนต่างกลับห้องของตัวเอง คริสเองก็อยากให้หญิงสาวได้พักผ่อ
หลังจากที่ไปดูคาเฟ่เสร็จ พี่คริสก็พาเธอไปดูรอบๆอาณาเขตของไร่เพียงรัก สิ่งที่คิดกับความเป็นจริงไม่ต่างกันเลย... มันกว้างขวางมากจนเธอยังคงทึ่งในความเก่งของคนตรงหน้า... เขาต้องเก่งขนาดไหนสามารถดูแลและบริหารไร่ที่ใหญ่โตแบบนี้ได้ “พี่คริสเก่งจังเลยค่ะ” “อยู่ๆก็มาชมพี่....แบบนี้ก็ได้หรอครับ” “ก็รสายังทึ่งกับความเก่งของพี่นี่ พี่โคตรเก่งมากๆเลยที่สามารถบริหารไร่ที่ใหญ่และกว้างขวางแบบนี้ได้เพราะมันไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้ไงคะ” “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำได้ยังไง พี่แค่ทำมันไปเรื่อยๆเรียนรู้ไปเรื่อยๆแต่ทุกอย่างพี่ทำด้วยความตั้งใจและสนุกไปกับมัน อะไรที่ผิดพลาดพี่ก็แก้ไขและทำจนกว่ามันจะสำเร็จ สุดท้ายก็เป็นอย่างที่รสาเห็น” ทุกครั้งที่เขาได้รับคำชมจากเธอ มันทำให้เขารู้สึกดีและมีความสุขมาก นี่สินะที่เขาพูดกันว่าพลังบวกจากคนที่เรารัก ถึงแม้จะเป็นคำชมเล็กๆแต่เขาก็ดีใจทุกครั้งที่ได้ยินมัน “ภูมิใจในตัวพี่คริสจัง” เธอไม่รู้หรอกว่าพูดคำนี้ได้ไหม แต่เธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ นี่ขนาดเธอเป็นคนนอกยังรู้สึกได้ขนาดนี้ แล้วพ่อกับแม่พี่คริสล่ะจะขนาดไหน ก็คงจะรู้สึกภูมิใจมากกว่า
“รสาพูดว่าอะไรนะครับ” “รสารักพี่คริสเข้าแล้วค่ะ” ตอนนี้รสาตัดสินใจแล้ว...เธอจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่อยากเก็บความรู้สึกเอาไว้อีกแล้ว ตอนนี้ภายในใจของเธอต้องการผู้ชายคนนี้ผู้ชายที่ชื่อคริส เธอไม่อยากเสียเวลากับการรอใครอีกแล้ว ต่อให้คนอื่นจะมองว่าเธอรักผู้ชายเร็วเกินไป เพราะเพิ่งจะถอนหมั้นก็เถอะ เธอก็ไม่สนใจแล้ว เพราะตอนนี้ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้เธอรักเขาและอยากมีเขาอยู่ในทุกช่วงชีวิตเวลาของชีวิต มันไม่ง่ายเลยสักนิดกับการที่เราจะได้เจอใครสักคนที่รักเราและเสียสละเพื่อเราได้แบบนี้ ในวันนี้เธอเจอคนคนนั้นแล้ว คนที่ใจของเธอเฝ้ารอ คนที่คู่ควรได้รับความรักของเธอ “ระ... รสาว่ายังไงนะครับ” ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังอึ้งเพราะเขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำนั้นจากปากของเธอ “รสาไม่รู้ว่าพี่คริสจะคิดยังไง อาจจะมองว่ารสาเปลี่ยนใจเร็วก็ได้ แต่รสาอยากซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองค่ะ รสารักพี่คริสนะคะ รักและอยากมีพี่คริสอยู่ในชีวิตทุกช่วงของรสา” “รสา!!!” “ฮ่าๆๆ ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นค่ะ พี่ไม่เชื่อรสาหรอ” “ปะ... เปล่าครับแต่พี่แค่ดีใจ.... พี่ไม่ได้ฝันไปใ
“วันนี้พี่คริสจะพารสาไปไหนคะ.....” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มข้างๆ เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เขารับปากว่าจะพาเธอไปเที่ยวที่ไร่ ซึ่งไร่ของพี่คริสกว้างมาก ถ้าให้เดินจนทั่วเธอไม่ไหวหรอก แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว...... “หึ.... วันนี้พี่จะพารสาไปดูห้องของพี่” ชายหนุ่มแอบขำกับท่าทางตื่นเต้นของเธอ “หื้มม... หมายความว่าไงคะ” เธอเอียงคอและหันหน้าไปมองเขาเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด “ฮ่าๆ ทำไมทำหน้าแบบนั้นละครับ ไม่อยากไปห้องพี่หรอ ไหนว่าอยากรู้ไงว่าพี่ทำอะไรให้รสาอีก วันนี้พี่จะพาไปดู” “ไปสิคะ.... อยากรู้จะแย่อยู่แล้ว” “แต่พี่ขอเตือนไว้ก่อนน่ะ.....ว่าห้ามตกใจ” “พี่คริสขยันทำให้รสาตื่นเต้นจริงๆเลยนะ” “พร้อมหรือยังครับ.....” เมื่อมาถึงหน้าห้องห้องหนึ่ง ซึ่งเขาเรียกว่าห้องลับของตัวเอง เพราะนอกจากเขาก็ไม่เคยมีใครได้เข้ามาในห้องนี้เลย “เชิญครับ....” เมื่อเข้ามาในห้องเธอสำรวจไปรอบๆห้องด้วยความตกใจ “นี่มันอะไรกันค่ะพี่คริส” รสาเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้าเพราะในห้องนี้เต็มไปด้วยรูปภาพของเธอ เรียกได้ว่ามีทุกมีอิริยบทเลย “ตกใจหรอครับ” “ก็ต้องตกใจไหมละคะ
@เช้าวันใหม่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านประตูหน้าต่าง ส่องแสงกระทบดวงตา ปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลทั้งคืนรู้สึกตัว......รสายิ้มต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกสดชื่นเพราะเมื่อคืนเธอได้นอนจนเต็มอิ่ม นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้หลับสนิทแบบนี้.... เมื่อก่อนเธอมีเรื่องให้คิด.... จนบางครั้งก็นอนไม่หลับ พอนานวันมันก็กลายเป็นความเคยชิน และนับตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่เคยหลับสนิทอีกเลย “เฮ้อ..... อยากให้ทุกๆวันเป็นแบบนี้จัง” การได้ตื่นขึ้นมาในห้องนอนแสนหวานในบ้านที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ช่างดีเหลือเกิน อยากให้พ่อกับแม่มาด้วยจังท่านคงจะชอบที่นี่ไม่ต่างจากเธอ “กี่โมงแล้วเนี้ยะ อืมมม” หญิงสาวบิดขี้เกียจไปมาบนที่นอน มือเรียวก็ควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อจะดูเวลา “เพิ่งจะหกโมงเช้าเองหรอเนี้ยะ” พี่คริสบอกว่าที่นี่จะกินมื้อเช้าตอนเจ็ดโมง ดังนั้นก็พอมีเวลา.... หญิงสาวกดเข้าไปดูรูปที่ชายหนุ่มถ่ายให้เมื่อวานและกดส่งรูปดังกล่าวไปให้คุณพ่อคุณแม่และยัยติน่าดู เพียงไม่นานข้อความจากติน่าก็ตอบกลับมาด้วยคำว่า... ฉันอยากไปด้วย... แค่นึกถึงหน้าของเพื่อนเธอก็ตลกแล้ว ยัยนั่นต้องอิจฉาเธอแ







