INICIAR SESIÓN(ไม่มีนอกกายนอกใจ) แนวพระเอกคลั่งรักแต่ปากแซ่บ คอมเมดี้นิดๆ ดราม่าพอกรุบๆ กรี๊ดดดด!!! ชีวิตอันแสนสดใสของ 'มิรันดา' ต้องมาจบสิ้นเพราะดันตื่นมาแล้วพบว่ามีผู้ชายนอนอยู่ข้างๆ จะไม่รู้สึกเสียใจขนาดนี้ถ้าไอ้หมอนั่นไม่ใช่...ไอ้สงคราม! ที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตอนเด็กๆ ความบริสุทธิ์ที่เก็บเอาไว้ให้ชายอันเป็นที่รักถูกพรากไปอย่างหน้าไม่อาย แต่แทนที่มันจะสำนึก กลับข่มขู่ต่างๆนาๆ แต่คนอย่างมิรันดามีหรือจะไปยอม ร้ายมาก็ร้ายกลับสิคะ! มันคงกลับมาแก้แค้นที่เธอเคยแกล้งมันตอนเด็กๆ ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าไอ้ตี๋แว่นที่เธอเคยแกล้ง โตขึ้นจะหล่อ(น่ากิน)ขนาดนี้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น...ต่อให้หล่อแค่ไหนก็สู้ 'พี่อนาคิน' คู่หมั้นของเธอไม่ได้หรอก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่มันทำแบบนี้เพราะมันต้องการทำลายเธอ หรือ ต้องการทำลายพี่อนาคินกันแน่?
Ver más30 ท้องหลังคืนวันเกิดความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างไม่มีใครรู้ตัว มิรันดาเริ่มเป็นฝ่ายทักก่อน เริ่มรอข้อความจากเขา เริ่มเผลอยิ้มทุกครั้งที่เห็นชื่อเขาปรากฏบนหน้าจอและที่สำคัญเธอเริ่มมั่นใจแล้วว่า ความรู้สึกนี้ไม่ใช่ความเคยชิน แต่มันคือความรู้สึกดีที่มีต่อเขา“ฉันต้องไปฮ่องกงสามวัน” เขาบอกเสียงนิ่ง “ดูงานเสร็จแล้วจะรีบกลับมานะ”มิรันดาที่ยืนส่งแขก พยักหน้ารับ แม้ในใจจะรู้สึกวูบไหวแปลกๆที่ต้องห่างจากเขาถึงสามวัน“อืม เดินทางปลอดภัยนะ” เธอยิ้มให้เขาพร้อมกับโบกมือลา แค่สามวันไม่ได้นานเลย และเธอจะอาศัยจะหวะที่สงครามไม่อยู่ บอกเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนๆและอาจจะนัดอนาคินมาคุยเรื่องถอนหมั้น…เธอมั่นใจแล้วว่าจะถอนหมั้นเขาเอื้อมมือมาขยี้ผมของเธอแล้วโยกศีรษะไปมาเหมือนเด็กเล็ก“ถ้าคิดถึงก็โทรมา แค่สามวันหวังว่าจะไม่ร้องไห้งอแงนะ”“ฉันรอได้อยู่แล้วน่า นายรีบไปเถอะ เดี๋ยวตกเครื่อง” คนตัวเล็กส่งยิ้มหวานให้เขา แล้วยืนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งรถตู้เคลื่อนไกลออกไปจนลับสายตาแต่ทันทีที่กลับมาถึงห้องและยังไม่ทันที่จะเปิดไฟครบทุกดวง อาการเวียนหัวก็ถาโถมเข้ามา โลกหมุนวูบจนต้องคว้าพนักโซฟ
29 คนสุดท้ายของคืนนี้ห้องเพนต์เฮาส์ถูกจัดเตรียมไว้ตั้งแต่บ่ายโมง ลูกโป่งสีขาวผูกเรียงริมผนัง ดอกไม้สดถูกจัดใส่แจกันเตี้ยกลางโต๊ะ กลีบกุหลาบโปรยบางๆเป็นทางจากประตูถึงโซฟากลางโต๊ะมีเค้กวานิลลาก้อนเล็กตั้งอยู่ เขาเป็นคนเลือกเอง เพราะจำได้ว่าเธอไม่ชอบเค้กช็อกโกแลตเพราะมีรสขมเกินไปสงครามนั่งรออยู่บนโซฟาอย่างใจเย็น สูทสีเข้มยังเรียบร้อยเหมือนเพิ่งออกจากที่ประชุม มือหนึ่งถือโทรศัพท์ แต่อีกมือวางนิ่งบนเข่า...หน้าจอว่างเปล่าไม่มีข้อความจากเธอ ไม่มีสายเรียกเข้าเขาเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังเพนท์เฮ้าส์ นี่ก็ใกล้จะเลยวันเกิดแล้ว ป่านนี้เธอคงกำลังหัวเราะอยู่กับครอบครัวและอาจมีเค้กอีกก้อนจากคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอเขาเหยียดยิ้มจางๆ“หวังว่าเธอจะมีความสุข…มากกว่าตอนที่อยู่กับฉันนะ” เสียงทุ้มเอ่ยกับความเงียบ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้อยู่คนเดียว อย่างน้อยเธอก็มีความสุขกับผู้ชายคนนั้น“สุขสันต์วันเกิดนะ” เขาพูดเบาๆกับห้องว่างไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเปลวเทียนที่สั่นไหวอยู่ตรงหน้า มือใหญ่หยิบแก้วไวน์ขึ้นมา เทให้ตัวเองแค่ครึ่งแก้ว แล้วยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนชนแก้วกับใครบางคนที่มองไม่เห็น
28 ความรู้สึกเปลี่ยนไป@วันเกิดของมิรันดาห้องอาหารในโรงแรมถูกจัดไว้อย่างสวยงาม แสงไฟสีทองอ่อนสะท้อนแก้วไวน์ระยิบระยับ บนโต๊ะยาวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของสองครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา“สุขสันต์วันเกิดนะลูก” สุทธิพงษ์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นอนาคินยื่นกล่องของขวัญมาให้ ดวงตาของเขาอ่อนโยนกว่าทุกครั้งหลังรู้ว่าตอนนี้มิรันดากลับเข้ามาทำงานในบริษัทแล้ว“ปีนี้พี่ขอให้น้องรันมีแต่เรื่องดีๆเข้ามานะ ได้ข่าวว่ากลับมาช่วยคุณอาทำงานแล้วหรอ”“ค่ะ รันไม่อยากให้คุณพ่อต้องสู้คนเดียวอีกแล้ว” มิรันดายิ้มให้อนาคินก่อนจะก้มหลบสายตา“ดีแล้ว พี่ภูมิใจในตัวน้องรันมากเลยนะ พี่ชื่อว่าน้องรันทำได้” อนาคินส่งยิ้มให้กำลังใจในสายตาของเขา...มิรันดาก็ยังเป็นน้องสาวที่แสนน่ารักเหมือนเดิม เธอดูโตขึ้นและมีความคิดมากขึ้นไม่นาน...เค้กก้อนใหญ่ถูกเข็นออกมา จากนั้นเสียงเพลงวันเกิดก็ดังขึ้นพร้อมเสียงปรบมือ เจ้าของวันเกิดยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะพนมมือ ก้มหน้าอธิษฐานแต่ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวของมิรันดากลับเป็นภาพใครอีกคนที่ยื่นมือมาลูบศีรษะพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น แล้วพูดว่า 'ไปกับมันก่อนก็ได้…แล้วค่อยไปกับฉัน'
27 หัวใจถูกแบ่งไปทีละนิด...ทีละนิด@ห้องของสงครามกองเอกสารถูกวางซ้อนกันจนเกือบล้นโต๊ะ มิรันดานั่งหลังตรง ตั้งใจไล่สายตาไปตามตัวเลขในรายงานเหมือนกลัวว่าจะพลาดแม้แต่บรรทัดเดียว“ตรงนี้ดูงงไหม” สงครามถามพลางเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ เฉียงตัวให้เห็นหน้าจอชัดขึ้น “ถ้าแยกต้นทุนคงที่กับผันแปรก่อน มันจะเข้าใจง่ายกว่านะ”คนตัวเล็กพยักหน้าเร็วมาก รีบจดตามแทบไม่เงยหน้าเลย“อืม…งั้นตัวนี้ต้องคิดแบบนี้ใช่มั้ย”เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ไม่ใช่รอยยิ้มขำขัน แต่เป็นรอยยิ้มที่มีความภูมิใจซ่อนอยู่คนตรงหน้าที่เคยเบื่อเรื่องตัวเลขและเคยพูดว่าไม่ถนัด ตอนนี้กลับนั่งทำงานจนแทบลืมเวลาร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากแล้วขยับมือมาชี้ในเอกสารใกล้ๆ ทำให้นิ้วของทั้งสองเฉียดกันโดยบังเอิญ มิรันดาชะงัก แต่ก็ไม่ได้ถอยหนี แค่ตั้งใจฟังต่อ“ถ้าตรงนี้พลาดนิดเดียว ตัวเลขจะเพี้ยนไปหมด” เขาอธิบายเสียงนิ่ง “แต่เธอทำถูกแล้ว แค่ต้องระวังอีกหน่อย”คำว่า ‘ทำถูกแล้ว’ ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นทันที แววตาของเธอสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“จริงเหรอ”“อืม” เขาพยักหน้า พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ “เธอเรียนรู้ไวมาก ถ