Beranda / แฟนตาซี / รอยสวาทข้ามภพ / ตอนที่ 2 เงาอดีตในคฤหาสน์เทวาลัย

Share

ตอนที่ 2 เงาอดีตในคฤหาสน์เทวาลัย

last update Tanggal publikasi: 2025-12-01 21:26:34

ตอนที่ 2 เงาอดีตในคฤหาสน์เทวาลัย

คำพูดของคมกฤชดังก้องอยู่ในหูของสิงขร ราวกับเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ไขปริศนาบางอย่างในใจเขา ทันทีที่ได้ยินคำว่าสุริยาวดีหน้าเหมือนกับมนทิราณีเทวีในตำนาน สิงขรก็ตัดสินใจว่าเขาต้องไปพบเพื่อนนักโบราณคดีของเขาทันที

“คุณเกตุศิรินทร์ครับ ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน” สิงขรเอ่ยขึ้น เกตุศิรินทร์มองเขาด้วยความสงสัย

“จะกลับแล้วเหรอคะ...คุณตำรวจ?”

“ครับ ผมมีธุระสำคัญ ยังไงรบกวนคุณแจ้งคุณสุริยาวดีเรื่องที่ผมต้องการพบเธอด้วยนะครับ” สิงขรกล่าว

“แล้วถ้ามีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับแขกที่มาร่วมงานเลี้ยงที่นี่ รบกวนคุณโทรแจ้งผมด้วยนะครับ”

“ค่ะ” สิงขรพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากคฤหาสน์เทวาลัยทันที ความรู้สึกคุ้นเคยกับเกตุศิรินทร์ยังคงอยู่ในใจ แต่ในขณะนี้ ความอยากรู้เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างสุริยาวดีกับตำนานโบราณนั้นมีมากกว่า เขาเหยียบคันเร่งรถยนต์ มุ่งตรงไปยังบ้านของคมกฤช

ไม่นานนักรถของสิงขรก็จอดสนิทหน้าบ้านของคมกฤช เพื่อนสนิทของเขากำลังรออยู่หน้าประตูด้วยท่าทางกระตือรือร้น ทันทีที่สิงขรลงจากรถ คมกฤชก็รีบพาเขาเข้าไปในบ้าน ตรงห้องทำงานของตัวเอง

“เอ้า!!!...มึงดูนี่ก่อน” คมกฤชรีบพาเพื่อนไปยังโต๊ะที่เต็มไปด้วยตำราเก่าแก่และกระดาษโน้ต เขายื่นภาพวาดในตำราเล่มหนึ่งให้สิงขรดู

“มึงว่า..เหมือนมั้ยล่ะ?” สิงขรจ้องมองภาพวาดนั้นอีกครั้ง คราวนี้มองอย่างละเอียดถี่ถ้วน ใบหน้าคมเรียวงาม ดวงตาที่ดูมีอำนาจลึกลับ มันช่างเหมือนกับสุริยาวดีอย่างน่าประหลาดใจจริงๆ

“ในตำรานี้เขียนถึงเจ้านางมนทิราณีเทวี ราชินีแห่งอาณาจักรโบราณที่หายสาบสูญไป ในตำราเล่าว่านางมีพลังวิเศษและปรารถนาความเป็นอมตะ” คมกฤชอธิบายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“แล้วเรื่องหัวใจที่ถูกควักออกไปล่ะ มึงพอจะรู้เรื่องอะไรบ้างไหม?” สิงขรถามด้วยความกังวล คมกฤชขมวดคิ้วครุ่นคิด

“ในตำนานบางฉบับมีการกล่าวถึงพิธีกรรมที่ต้องใช้เครื่องสังเวยเป็นชีวิตคน เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจหรือความเป็นอมตะ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่เรื่องเล่าปรัมปรา...มันไม่มีหลักฐานอะไรที่ชี้ชัดได้ขนาดนั้นหรอก” คมกฤชอธิบายถึงข้อมูลที่เขาค้นคว้ามา

“เหยื่อที่ถูกฆาตกรรมทุกราย ล้วนถูกควักหัวใจหายไปอย่างน่าสยดสยอง และที่น่าแปลกก็คือ ก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิต ต่างก็เคยไปที่คฤหาสน์เทวาลัยของสุริยาวดีมาแล้วทั้งสิ้น”

คมกฤชเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มองหน้าเพื่อนด้วยความตกใจ “มึงกำลังจะบอกว่า...?”

“กูก็ไม่แน่ใจหรอก แต่ทุกอย่างมันชี้ไปในทิศทางเดียวกัน มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยเชื่อเรื่องงมงายพวกนี้ แต่ตอนนี้มันมืดแปดด้าน” สิงขรตอบเสียงเครียด

“ผู้หญิงที่ชื่อสุริยาวดี อาจจะไม่ใช่คนธรรมดา” คมกฤชพูดตามความรู้สึกที่เริ่มหนักแน่นขึ้น

“เราต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้านางมนทิราณีเทวีให้ได้เสียก่อน” สิงขรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“มึงพอจะมีตำราหรือแหล่งข้อมูลอื่นอีกป่าววะ?” คมกฤชพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“มี! กูยังมีตำราอีกหลายเล่มที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มึงรอแป๊บนึง” ว่าแล้วคมกฤชก็ลุกขึ้นเดินไปยังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่หลากหลายรูปแบบ มือของเขาไล่ไปตามสันหนังสืออย่างชำนาญ ก่อนจะหยิบหนังสือปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนึ่งออกมา

“เล่มนี้!!!... น่าจะมีอะไรที่เราต้องการ” คมกฤชวางหนังสือลงบนโต๊ะแล้วเปิดไปยังหน้าที่มีภาพวาดและตัวอักษรโบราณ

“ดูนี่สิ! นอกจากรูปเจ้านางมนทิราณีเทวีแล้ว ยังมีสัญลักษณ์แปลกๆ แล้วก็บทสวดที่อ่านไม่ออกด้วย”

สิงขรโน้มตัวลงไปดูใกล้ๆ สัญลักษณ์ที่ปรากฏเป็นวงกลมซ้อนกัน มีลวดลายคล้ายเปลวไฟอยู่ตรงกลาง ดวงตาคมของเขาสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดนั้น

“สัญลักษณ์นี้... เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” สิงขรพึมพำ

“จริงเหรอวะ? ที่ไหน?” คมกฤชถามอย่างสนใจ

“กูว่ากูเคยเห็นเครื่องรางแบบนี้ที่บ้านคุณยายว่ะ แต่มันก็นานมาแล้วนะ ตอนนั้นกูยังเด็ก ๆ อยู่เลย” สิงขรเล่า

“ท่านบอกว่าเป็นของเก่าแก่ที่ตกทอดกันมา”

ทั้งสองต่างจมอยู่ในความคิดของตนเอง ความเชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

“งั้นเราก็ต้องรู้ให้ได้ว่าสัญลักษณ์นี้หมายถึงอะไร และบทสวดพวกนี้เกี่ยวข้องกับอะไรกันแน่” สิงขรกล่าวด้วยความมุ่งมั่น

“บางทีมันอาจจะไขปริศนาเรื่องทั้งหมดนี้ได้”

“แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหน?” คมกฤชถาม

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ กูว่าจะไปที่คฤหาสน์เทวาลัยอีกครั้ง” สิงขรตอบ

“กูอยากจะลองเข้าไปดูศิลาจารึกแผ่นนั้น”

“ให้กูไปด้วยไหม?” คมกฤชเสนอ สิงขรส่ายหน้า

“ไม่เป็นไร มึงช่วยกูค้นข้อมูลเกี่ยวกับสัญลักษณ์นี้และตำนานของเจ้านางมนทิราณีเทวีเพิ่มเติมดีกว่า เผื่อมีอะไรที่น่าสนใจ”

“โอเค งั้นมึงก็ระวังตัวด้วยนะไอ้สิงห์ อย่าไปหลงเสน่ห์ความสวยของเธอเข้าล่ะ...เดี๋ยวจะถูกควักหัวใจเอา” คมกฤชเตือนด้วยความเป็นห่วง สิงขรยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้กับคำแซวของเพื่อน

“ไม่ต้องห่วง กูมันพวกบ้างาน” ว่าแล้วสิงขรก็เดินออกจากห้องทำงานของเพื่อนไป ในใจก็คิดกังวลเกี่ยวกับเรื่องคดีที่ซับซ้อนนี้เหมือนกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น

 ในห้องทำงานของสิงขร เขานั่งทบทวนข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมมาได้ คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เหยื่อถูกควักหัวใจ ความเชื่อมโยงกับคฤหาสน์เทวาลัย และสัญลักษณ์บนศิลาจารึก ทุกอย่างดูเหมือนจะพันกันยุ่งเหยิงราวกับใยแมงมุม เขาเชื่อว่ากุญแจสำคัญของคดีนี้อาจเกี่ยวข้องกับสุริยาวดี

“สารวัตรครับ ...เมื่อคืนไม่มีเหตุฆาตกรรมซ้ำนะครับ” จ่าเดชเดินเข้ามาพร้อมกับคำทักทาย

“ก็ดีแล้ว” สิงขรตอบสั้นๆ

“วันนี้ผมจะเข้าไปดูศิลาจารึกที่คฤหาสน์เทวาลัยนั่นอีกครั้ง จ่าช่วยตามเรื่องผลการตรวจเลือดและดีเอ็นเอของเหยื่อด้วยล่ะ”

“ครับสารวัตร แล้วจะให้ผมไปกับสารวัตรไหมครับ?” จ่าเดชเสนอ

“ไม่ต้อง จ่าทำงานอยู่ที่นี่แหละ ถ้ามีอะไรคืบหน้าก็รายงานผมได้ทันที” สิงขรบอก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดหาเบอร์ของคฤหาสน์เทวาลัย ไม่นานนักปลายสายก็เป็นเสียงหวานคุ้นเคยของเกตุศิรินทร์

“สวัสดีค่ะ คฤหาสน์เทวาลัย เกตุศิรินทร์พูดสายค่ะ”

“สวัสดีครับคุณเกตุศิรินทร์ ผมร้อยตำรวจโทสิงขรครับ วันนี้ผมอยากจะขออนุญาตเข้าไปดูศิลาจารึกแผ่นนั้นอีกครั้ง สะดวกไหมครับ?” สิงขรถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เกตุศิรินทร์จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

“เอ่อ... เดี๋ยวดิฉันขออนุญาตเรียนคุณสุริยาวดีก่อนนะคะ รอสักครู่ค่ะ” สิงขรรออย่างใจเย็น เขาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ จากปลายสาย ไม่นานนัก เกตุศิรินทร์ก็กลับมา

“คุณสุริยาวดีอนุญาตค่ะ คุณตำรวจมาได้เลยค่ะ”

“ขอบคุณมากครับคุณเกตุศิรินทร์ งั้นผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ” สิงขรกล่าว ก่อนจะวางสายด้วยความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก การอนุญาตครั้งนี้ดูง่ายดายกว่าที่เขาคาดไว้ หรือว่าสุริยาวดีกำลังมีแผนการอะไรบางอย่างซ่อนอยู่กันแน่? ทั้งที่เมื่อวานยังหวงนักหนา

สิงขรถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ คว้าเสื้อนอกและกุญแจรถ เขาต้องไปที่คฤหาสน์เทวาลัยอีกครั้ง เพื่อไขปริศนาที่ซ่อนอยู่ในศิลาจารึกโบราณแผ่นนั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 32 ตอนจบ

    ตอนที่ 32 ตอนจบศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังคมกฤช มือของเขาถือตำราโบราณ ดวงตาจดจ่ออยู่กับอักขระศักดิ์สิทธิ์บนแท่นหินนั้น เสียงสวดมนต์ภาษาโบราณเริ่มดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางเสียงดาบที่ปะทะเนื้อหนังเหวอะหวะและเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของเหล่าผีดิบ คมกฤชกัดฟันแน่น เขาต้องปกป้องอาจารย์ของเขาให้สวดจนจบพิธี ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ดาบอัสนีบาตยังคงวาดลวดลายสังหารเหล่าสมุนของมนทิราณีเทวีอย่างต่อเนื่อง แสงสีฟ้าที่เปล่งออกมาทุกครั้งที่ดาบฟาดฟัน ราวกับสายฟ้าที่พิฆาตเหล่าภูตผีปีศาจ“หยุดเดี๋ยวนี้องค์หญิง เลิกก่อกรรมได้แล้ว!” เสียงคำรามกึกก้องของสิงขรกระหึ่มไปทั่วห้องโถง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือมนทิราณีเทวีกำลังยืนตระหง่านอยู่เหนือร่างของเกตุศิรินทร์ แววตาของนางแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยอำนาจ ราวกับพญามารที่กำลังจะช่วงชิงวิญญาณนางแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น ก่อนจะมือขึ้นโบกเบาๆ พลังงานสีดำมืดมิดพลันแผ่ออกมาราวกับคลื่นพายุ ซัดเข้าใส่ร่างของสิงขรอย่างรุนแรงจนเขากระเด็นไป“คิดว่า...เจ้าจะขัดขวางข้าได้งั้นรึ หมื่นสุนทรเทวา?” เสียงของนางเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งบาดลึก“ข้ามาไกลเกินกว่าจะถอยกลั

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 31 คำสาปบนแผ่นศิลา

    ตอนที่ 31 คำสาปบนแผ่นศิลาเสียงคำรามดังกึกก้องของผีดิบธนา มันพุ่งร่างอันน่าสะพรึงเข้าใส่สิงขรราวกับพายุคลั่ง หมายจะขัดขวางไม่ให้นายตำรวจหนุ่มตามไปช่วยคนรักได้สำเร็จ อดีตสัญชาตญาณความเป็นนักรบของหมื่นสุนทรเทวาทำงานทันทีในร่างของสิงขร เขาตัดสินใจใช้ความว่องไวที่มี เบี่ยงตัวหลบร่างมหึมาที่โถมเข้ามาอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะออกตัววิ่งสุดกำลัง มุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียว...คือช่วยเหลือเกตุศิรินทร์ให้ทันก่อนที่พิธีบูชายัญจะเริ่มขึ้น!ผีดิบธนากู่ร้องด้วยความเดือดดาล เมื่อเหยื่อเป้าหมายของมันหลุดมือ มันตะเกียกตะกายไล่ตามสิงขรมาอย่างไม่ลดละ เสียงเท้าหนักๆ กระแทกพื้นดินดังก้องกังวาน แต่สิงขรก็ไม่ย่อท้อ เขาทิ้งระยะห่างจากอสูรกายร้ายตนนั้นได้ทีละน้อยๆ และเข้าใกล้แท่นบูชายัญเข้าไปทุกขณะเบื้องหน้าแท่นหินโบราณ มนทิราณีเทวีกำลังร่ายมนต์ด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง แสงสีดำแผ่รังสีออกจากมือเรียวของหล่อน แต่แล้วดวงตาคมกริบของนางก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นร่างของสิงขรทะยานฝ่าฝูงผีดิบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดาบอัตนิบาสในมือของนายตำรวจหนุ่มส่องประกายวาววับ ราวกับสายฟ้าที่พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า ความมั่นใจบนใ

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 30 ดาบอัสนีบาต

    ตอนที่ 30 ดาบอัสนีบาต“ก็ด้วยจิตวิญญาณของข้าผูกพันอยู่กับอำนาจแห่งคำสาปที่ข้าได้สลักเสลาไว้ เพื่อติดตามล้างความเป็นอมตะของพระองค์ ไม่ว่าพระองค์จะหลีกเร้นไป ณ ที่แห่งใดก็ตามแต่”“ออกญาพิพัฒราชรณ คือดอกเตอร์ฌองกลับชาติมาเกิดอย่างนั้นเหรอ” สิงขรพึมพำด้วยความตกใจ เขามองหน้าศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์สลับกับสุริยาวดีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาและหูศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์หันมาเผชิญหน้ากับสุริยาวดี แววตาของเขาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“การหลบหนีขององค์หญิงได้สิ้นสุดลงแล้ว”“นี่!!! สุริยาวดี...คือพระนางมนทิราณีเทวีจริง ๆ เหรอเนี่ย โอ้แม่เจ้า!!!!?” คมกฤชอุทานอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมาอธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ที่องค์หญิงพูดเป็นความจริงเหรอครับ....ดอกเตอร์!!!” สิงขรหันมาถามศาสดาจารย์ฌอง“ใช่แล้วครับ!!!...ผมกลับชาติมาเกิดหลายภพหลายชาติ เพื่อตามล่าทำลายความเป็นอมตะของพระนางมนทิราณีเทวี...”“ผมแทบไม่เชื่อเลยอาจารย์!?” คมกฤชตกตะลึง“แต่พระนางนี้สิ! หนีรอดผมไปได้ทุกครั้ง...” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์กล่าวพลางจ้องมองสุริยาวดีตาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับ

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 29 เงาอดีต

    ตอนที่ 29 เงาอดีตภายใต้แสงไฟสีนวลที่ส่องสว่างภายในห้องทำงาน ซึ่งรายล้อมไปด้วยข้าวของเครื่องใช้โบราณนานาชนิด ราวกับเป็นห้องเก็บรักษาสมบัติจากยุคสมัยที่ล่วงลับ ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ค่อยๆ ยื่นปิ่นปักผมทองคำโบราณให้กับเกตุศิรินทร์ที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงอย่างอ่อนโยน“ถือนี่เอาไว้ครับคุณเกตุศิรินทร์...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบแต่หนักแน่นเกตุศิรินทร์รับปิ่นปักผมมาไว้ในมืออย่างแผ่วเบา โลหะเย็นเยียบปะทะฝ่ามือ ราวกับเจ็บปวดในครั้งหนึ่งแล่นร้าวไปทั่วสมอง ลวดลายสลักเสลาอันวิจิตรบรรจงดูราวกับมีชีวิต เธอมองมันด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งคุ้นเคยและรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่มอง“ผ่อนคลายนะครับ...ปล่อยใจให้สบาย...” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์เริ่มกระบวนการสะกดจิต..ไปเรื่อย ๆ พยายามให้เธอเข้าสู่ภวังค์ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนแต่ทรงพลัง ราวกับคลื่นเสียงที่ค่อยๆ กล่อมเกลาจิตใจทุกขณะ“จงจดจ่ออยู่กับปิ่นปักผมในมือ...สัมผัสความเย็นของมันแล้วผ่อนคลาย...และลองเปิดใจรับรู้ถึงความทรงจำที่อาจซ่อนอยู่ในนั้น...”“ตอนนี้...จงค่อยๆ ย้อนกลับไป...มองหาภาพ...มองหาเสียง...มองหาความรู้สึกที่คุณผูกพันอยู่กับปิ่นปักผมอันนี

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 28 ปิ่นปักผมแห่งความทรงจำ

    ตอนที่ 28 ปิ่นปักผมแห่งความทรงจำห้องทำงานของศาสตราจารย์ฌองปิแอร์ หลังจากผ่านการสะกดจิตอันลึกล้ำ แสงไฟสลัวยามค่ำคืนส่องกระทบใบหน้าเคร่งขรึมของสิงขร เขาถูกสะกดจิตไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม ๆดวงตาของนายตำรวจหนุ่มค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ราวกับความทรงจำที่หลับใหลมานานได้หวนคืนสู่ห้วงสำนึกอย่างสมบูรณ์ ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ยืนมองอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความใคร่รู้ เช่นเดียวกับคมกฤชที่ยืนเท้าแขนมองด้วยความสงสัย“เป็นอย่างไรบ้าง คุณสิงขร?” ศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสิงขรลืมตาขึ้นมองเพดานครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส แววตาของเขาฉายความเข้าใจและความทรงจำที่ชัดเจน“ผม!!!... ผมเห็นทุกอย่างแล้วครับอาจารย์” สิงขรเอ่ยเสียงแผ่ว แต่ก็เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ“ผมจำ เรื่องราวของหมื่นสุนทรเทวาอดีตชาติของผม... พระนางยโสธราที่เสียชีวิตระหว่างทำศึก...และเหตุการณ์ที่เลวร้ายก่อนตาย”“หมายความว่ายังไงวะไอ้สิงห์? มึงจำเรื่องในอดีตชาติได้แล้วงั้นเหรอ?” คมกฤชขมวดคิ้ว “ใช่ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้แกฟัง หลัก ๆ มันคือ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในนครสิงหปุระบรรพตตามตำราของดอกเตอร์เลย”

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 27 เงาอมตะและศิลาแห่งคำสาป

    ตอนที่ 27 เงาอมตะและศิลาแห่งคำสาปภายหลังความสูญเสียอันแสนสาหัส ทหารที่เหลือรอดชีวิตจากสมรภูมิอันน่าเศร้านั้น ได้นำร่างไร้วิญญาณของหมื่นสุนทรเทวาและพระนางยโสธราเทวีกลับสู่พระนคร บรรยากาศในเมืองหลวงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการร่ำไห้ เมื่อข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระธิดาองค์เล็กผู้เปี่ยมด้วยความสดใส และวีรบุรุษผู้กล้าหาญเป็นที่รักแพร่สะพัดไปทั่วพระเจ้าธรณินทร์ทรงโทมนัสยิ่งนัก พระองค์ทรงกริ้วโกรธต่อการกระทำของพระนางมนทิราณีเทวีจนแทบคลั่ง ความสูญเสียครั้งนี้ราวกับคมศรที่ปักลึกกลางพระทัย พระองค์ทรงมีราชโองการเรียกตัว ออกญาพิพัฒน์ราชรณ แม่ทัพใหญ่ผู้มากด้วยประสบการณ์และเล่ห์เหลี่ยมทางการรบ ให้เข้ามาบัญชาการศึกแทนหมื่นสุนทรเทวาโดยทันทีในท้องพระโรงอันเงียบงัน พระเจ้าธรณินทร์ประทับบนบัลลังก์ทอง พระพักตร์เศร้าสร้อยแต่แข็งกร้าวราวกับศิลา ออกญาพิพัฒน์ราชรณคุกเข่าเบื้องหน้าด้วยความเคารพ“พิพัฒน์ราชรณ...” พระเจ้าธรณินทร์ตรัสด้วยสุรเสียงต่ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจ“เจ้าจงนำทัพหลวง ปราบปรามความอหังการของมนทิราให้สิ้นซาก จงนำความสงบและความยุติธรรมกลับคืนสู่แผ่นดินของเรา... และจงล้างแค้นให้แก่ยโสธราด้วย” ออกญ

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 8 ราชินีผู้ทรงอำนาจ

    ตอนที่ 8 ราชินีผู้ทรงอำนาจ“ราชินีผู้ทรงอำนาจและเป็นอมตะ...” สิงขรทวนคำนั้นช้าๆ ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง ราวกับมีเงาของอดีตกำลังทาบทับปัจจุบัน“แล้วอาจารย์ฌอง..บอกรายละเอียดอื่นจากรูปศิลาอีกไหม?”“อาจารย์บอกว่ายังมีส่วนที่อ่านไม่ออก เพราะศิลาจารึกสึกกร่อนไปตามกาลเวลา แต่ใจความสำคัญท

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 7 ใต้แสงเทียน

    ตอนที่ 7 ใต้แสงเทียนสิงขรถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง คดีนี้ซับซ้อนและเต็มไปด้วยปริศนาที่ยังรอการคลี่คลาย สุริยาวดี... ศิลาจารึกโบราณ... และเรื่องราวประหลาดเกี่ยวกับอดีตชาติ ทุกอย่างดูเหมือนจะเชื่อมโยงกันอย่างหลวมๆ แต่เขายังไม่สามารถหาจุดร่วมที่ชัดเจนได้ในขณะที่สิงขรกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง เกตุศิ

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 6 เงาอดีตที่ทาบทับ

    ตอนที่ 6 เงาอดีตที่ทาบทับหลังจากออกจากคฤหาสน์เทวาลัย ความคิดของสิงขรยังคงวนเวียนอยู่กับสุริยาวดี ศิลาจารึกโบราณ และความรู้สึกผูกพันอย่างประหลาดที่เขามีต่อเกตุศิรินทร์ และคำเตือนของเธอที่ดังก้องอยู่ในหู ราวกับเป็นลางสังหรณ์ถึงอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้น ทั้งเรื่องคดีฆาตกรรมที่ยังคงเป็นป

  • รอยสวาทข้ามภพ   ตอนที่ 5 เงาอดีต

    ตอนที่ 5 เงาอดีตสิงขรขับรถไปส่งเธอที่คฤหาสน์เทวาลัย เมื่อรถจอดสนิทหน้าคฤหาสน์ เกตุศิรินทร์ก็กล่าวขอบคุณสิงขรอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่จะเดินเข้าไปด้านใน ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ก็เปิดออก พร้อมกับร่างระหงของสุริยาวดีที่ยืนสวยสง่าอยู่ตรงนั้น โคมไฟระย้าสาดส่องต้องใบหน้าสวยของเธอ ทำให้ดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status