แชร์

บทที่4

ผู้เขียน: ผลไม้สี่ลูก
เมื่อสองปีก่อน เนื่องจากเฉียวอี๋ลา ฉันจึงนำแบบร่างการออกแบบของเธอ ไปสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง

วันนั้นฝนตกหนักมาก

ในไซต์ก่อสร้างแทบไม่มีคน ฉันเดินไปทีละก้าวตามแบบแปลน ฝ่าดินโคลนที่เฉอะแฉะ

เนื่องจากไว้ใจเฉียวอี๋มากเกินไป จึงเอาแต่ก้มหน้าเดินไปเรื่อยๆ

เผลอเข้าไปในเขตหวงห้ามก็ยังไม่รู้ตัว

ตูม——

การถล่มที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ฝังฉันไว้ข้างใต้เต็มๆ

โชคดีที่แผ่นหินขนาดใหญ่ขวางโคลนและทรายไว้ ทำให้ฉันรอดมาได้ด้วยความโชคดีล้วนๆ

สายตาถูกพรากไป ข้างหูเหลือเพียงเสียงหอบหนักและการเต้นแรงของหัวใจ ร่างกายเจ็บจนแยกไม่ออกว่าตรงไหนเจ็บ

แขนขวาของฉันเหมือนจะหักไปแล้ว

ขยับไม่ได้ จึงได้แต่ขยับมือซ้ายอย่างช้าๆ จนในที่สุดก็คว้าโทรศัพท์ได้

พื้นที่แคบมากจนขยับได้แค่ปลายนิ้วเท่านั้น

ฉันอาศัยความจำเปิดหน้าต่างแชทที่ปักหมุดไว้ แล้วพิมพ์ข้อความส่งไปหาฮั่วหมิงโจวแบบไม่มองแป้น

เรี่ยวแรงค่อยๆ หมดไป

ฉันสะอื้นไห้ กัดลิ้นตัวเองออกเลือด กลืนเลือดที่ปนกับน้ำตาลงไป

ในสมองคิดถึงเขาตลอดเวลา ปากก็พร่ำเรียกชื่อเขาไม่หยุด นั่นแหละที่ทำให้ฉันฝืนทนได้ แล้วกดส่งข้อความซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"หมิงโจว......ฉันกลัว ช่วยฉันด้วย......"

"ฉันไม่อยากตาย......"

ทุกวินาทีคือการทรมาน

ฉันสลบไปแล้วฟื้น ฟื้นขึ้นมาก็ร้องไห้ โทรศัพท์แบตหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ำม่รู้

คิดอยู่ตลอดว่าฮั่วหมิงโจวเห็นข้อความแล้ว

คาดหวังว่า เขาจะพาคนมาช่วยฉันเร็วๆ

จนกระทั่งก่อนที่ฉันจะช็อกไป ฉันก็ยังคงตะโกนเรียกชื่อฮั่วหมิงโจวอยู่ตลอดเวลา

และเชื่อมาตลอดว่าเขาจะมาหาฉัน

เจ็ดสิบสองชั่วโมงต่อมา จนกระทั่งทีมกู้ภัยตักดินก้อนสุดท้ายออกไป ฉันจึงค่อยถูกดึงออกมา

ตอนนั้นเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแผ่วเบา

ต่อหน้าทุกคน เจ้าหน้าที่แพทย์กดโทรออกไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉินของฉัน เบอร์ของฮั่วหมิงโจว

โทรครั้งที่แปดเขาถึงจะรับ

เพิ่งต่อสายได้ เสียงของผู้หญิงที่หงุดหงิดก็ดังขึ้น “โทรอะไรนักหนา! เขาหลับไปแล้ว!”

โทรกลับไปอีกครั้ง

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าหลินชิวฉือ......”

สายก็ถูกตัดอีกครั้ง คราวนี้ถูกบล็อกไปเลย

ชีวิตฉันตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤต ไม่มีใครกล้าเซ็นหนังสือแจ้งภาวะวิกฤต

ท้ายที่สุดแพทย์เห็นว่าฉันกำลังจะตาย จึงตัดสินใจยกเว้นกรณีนี้ และทำการผ่าตัดให้ฉันก่อน

ฉันอยู่ห้องไอซียูไปครึ่งเดือน

ระหว่างนี้ ฮั่วหมิงโจวก็ถูกเฉียวอี๋ตื๊ออยู่ ไม่เคยคิดจะสนใจเรื่องของฉันเลย

แขนขวาของฉันหัก แม้จะต่อกลับเข้าที่แล้ว แต่ก็ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทฉัน

หลังจากนั้นก็ใช้เวลาฟื้นฟูอยู่นาน กว่าจะพอฝืนตัวเองวาดแบบออกมาได้

จนกระทั่งตอนนี้ มือของฉันก็ยังสั่นอยู่เป็นบางครั้ง

ฉันกับฮั่วหมิงโจวเกือบจะหย่ากันเพราะเรื่องนี้

ฉันกรีดร้องอย่างเสียสติ ทุบทำลายข้าวของในบ้านจนหมด เกือบจะเผาบ้านทั้งหลัง

บนใบหน้าของฮั่วหมิงโจวก็เต็มไปด้วยรอยฝ่ามือ และทั่วร่างก็มีแต่รอยเลือด

ฉันเกลียด ฉันแค้น ฉันร้องไห้และถามว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับฉัน

“ทำไมต้องตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติไว้ให้ฉันด้วย?ทำไม! ฮั่วหมิงโจว คุณทำแบบส่งๆ กับฉันอย่างงี้เหรอ?!”

อารมณ์ของเขากลับนิ่งสงบผิดปกติ

“ก็แค่ไม่อยากตอบ”

“คุณพูดมากเกินไปแล้ว วันๆ มันจะไปมีแมว มีเมฆเยอะอะไรขนาดนั้นให้ถ่าย ผมไม่ได้รู้สึกสนใจเลย”

ใจของฉันตายไปในตอนนั้น

ระยะห่างระหว่างเรายิ่งห่างไกลขึ้นเรื่อย ๆ ช่องว่างระหว่างใจก็ลึกขึ้นทุกที

จนกระทั่งในที่สุดฉันก็พังทลายลง

จนในที่สุดฉันก็ทนไม่ไหว

ในที่สุดฉันก็ยอมรับว่า ฉันไม่สามารถทนอยู่ไปแบบขอไปทีได้ ฉันไม่อาจใช้ชีวิตทั้งชีวิตกับเขาอย่างเลื่อนลอยเช่นนี้ได้

ถ้าจะบอกว่าสิ่งที่เสียใจที่สุดคืออะไร

ก็คือการให้โอกาสฮั่วหมิงโจวครั้งแล้วครั้งเล่า

ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน ฉันก็ควรตัดขาดกันเขาไปแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รอวันที่หมอกจาง ฟ้ากระจ่าง   บทที่12

    ฮั่วหมิงโจวกลับไปที่เป่ยเฉิง ไม่ออกจากบ้านเป็นเวลาหนึ่งเดือนอยู่แต่ในบ้านที่เขากับหลินชิวฉือเคยอยู่ด้วยกันทุกวัน ปิดม่านไว้มิดชิด นอนท่ามกลางกองขวดเหล้าเปล่า ตื่นมาก็ดื่ม ดื่มจนเมาก็นอนเขาไม่สามารถยอมรับจุดจบแบบนี้ได้ ทำได้เพียงใช้เหล้าเพื่อกลบความรู้สึกของตัวเอง อย่างน้อย ในฝันนั้น เขายังคงฝันถึงหลินชิวฉือได้ยังสามารถเพ้อหวังว่าหลินชิวฉือยังคงรักเขาอยู่แต่ในที่สุด ฮั่วหมิงโจวก็ตระหนักด้วยความหวาดกลัวได้ว่า หลินชิวฉือคงจะเกลียดเขามากเสียจน แม้แต่ในความฝันก็ไม่ยอมให้เขาเข้ามาแม้แต่ความหวังลวง ๆ สักนิด ก็ไม่ยอมมอบให้เขา ฮั่วหมิงโจวพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงเขาขังตัวเองอยู่ในอดีต แต่ละวันนอกจากเหล้า ก็กอดอัลบั้มรูปไว้ แล้วพลิกดูภาพทีละใบราวกับการทรมานตัวเองด้วยการรื้อฟื้นความทรงจำยิ่งงดงาม ตอนนี้ก็ยิ่งเจ็บปวดทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึก ฮั่วหมิงโจวลุกขึ้นอย่างเลื่อนลอย เดินไปที่ครัว เปิดตู้เย็น ข้างในยังเหลือเกี๊ยวที่หลินชิวฉือห่อไว้ให้เขาเห็นได้ชัดว่ามันขึ้นราแล้วแต่เขากลับเสียดายจนไม่ยอมกิน มีเพียงเวลาที่คิดถึงหลินชิวฉือมาก ถึงจะยอมหยิบออกมาค่อยๆ ลิ้มรสอ

  • รอวันที่หมอกจาง ฟ้ากระจ่าง   บทที่11

    ฮั่วหมิงโจวพยายามใช้ทุกวิถีทางมาเอาใจฉันฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเขา คนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นเสมอ จะทำถึงขนาดนี้เขาอาศัยอยู่ในช่องบันไดเพียงหวังว่าจะได้เจอกับฉันบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อฉันกลับมาที่อพาร์ตเมนต์เขาที่เคยถือว่าตัวเองสูงส่งนั้น กลับยอมทำถึงขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเขาไปอาศัยอยู่ในทางเดินของอาคารก็เพื่อเสี่ยงดวง หวังว่าจะได้เจอฉันกลับมาที่อพาร์ตเมนต์เป็นบางครั้งแม้แต่ไปเปิดห้องพักโรงแรมเพื่ออาบน้ำเขาก็ต้องรีบวิ่งไป กลัวว่าจะพลาดโอกาสเจอฉัน และเพราะอย่างนั้น ถึงได้ล้มไปหลายครั้งบนถนนเส้นนั้น แผลที่เข่าเลยไม่เคยหายดีสักที“ไม่จำเป็น” ฉันหลบเลี่ยงอาหารเช้าที่เขายื่นมาให้อีกครั้งฮั่วหมิงโจวเหนื่อยล้าจนไม่มีแม้แต่แรงจะพูด ผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เสื้อผ้าบนตัวหลวมโคร่งข้อมือที่เปลือยเปล่ามีแต่หนังหุ้มกระดูก เส้นเลือดก็มองเห็นได้ชัด"ชิวฉือ คุณยอมรับเถอะนะ......""คุณก็แค่คิดเสียว่าไม่สิ้นเปลืองอาหาร กินมันเถอะ ได้ไหม?"“คุณให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นหน่อย ผมขอคุณล่ะ ชิวฉือ ผมจะ......กลายเป็น คนบ้าแล้วจริงๆ......”ฉันโยนอาหารเช้าลงไปที่ข้างๆ เท้า

  • รอวันที่หมอกจาง ฟ้ากระจ่าง   บทที่10

    ฉันไม่ได้เจอฮั่วหมิงโจวติดต่อกันหลายวันแล้วอยู่ในโรงพยาบาลต่างแดน ไม่มีใครดูแล คงจะลำบากไม่น้อย ฉันกลับหวังว่าเขาจะรู้จักถอยเมื่อเจอความยากลำบาก แต่ไม่นาน ฮั่วหมิงโจวก็ปรากฏตัวต่อหน้าฉันต่อ ตั้งแต่ชั้นล่างของบริษัท ไปจนถึงบนถนน สุดท้ายเขาถึงขั้นตามมาถึงหน้าบ้านฉันกอดปลาสดตัวหนึ่งไว้ในอ้อมแขน บอกว่าจะทำอาหารให้ฉันกิน ฉันเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงสังสรรค์ ฤทธิ์สุราอยู่ไม่หมด เลยไม่ทันกันเขา ปล่อยให้เขาฉวยโอกาสเข้ามาในบ้านฉันจนได้ สมองก็มึน จึงตัดสินใจไม่ถือสากับเขาสั่งการฮั่วหมิงโจวอย่างไม่รู้สึกผิดหรือเกรงใจ "ต้มซุปแก้เมาค้างให้ฉัน""เตรียมน้ำล้างเท้าให้ฉัน ช่วยฉันล้างเท้า"ฮั่วหมิงโจวกลับมีความสุขมาก เขาจับเท้าฉันไว้ ใช้ผ้าเช็ดน้ำอย่างละเอียดถี่ถ้วน จริงๆ แล้วฮั่วหมิงโจวเป็นคนที่เอาใจใส่คนมาโดยตลอด ตั้งแต่ตอนเราพึ่งแต่งงานกัน ทุกครั้งที่เลิกงาน ฉันก็จะได้กินกับข้าวและซุปที่ร้อนๆ และสดใหม่อยู่เสมอทุกครั้งที่เหนื่อย ก็จะมีผ้าขนหนูอุ่นๆ มาประคบข้อมือ และใช้แผ่นมาสก์ตาอุ่นช่วยผ่อนคลายดวงตา เพียงแต่ว่าคนที่เขาเอาใจใส่ก็เปลี่ยนไปในภายหลังถ้าเกิดว่า ฉันหมายถึงว่าถ้าเกิด

  • รอวันที่หมอกจาง ฟ้ากระจ่าง   บทที่9

    ในเช้าวันหนึ่งที่ธรรมดาฉันไปทำงานที่บริษัทตามปกติ ทันทีที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าอาคารสำนักงาน ก็เห็นฮั่วหมิงโจวเลยเขาก็นั่งยองๆ อยู่ที่ริมทางใต้ต้นอู๋ถง สวมเสื้อโค้ทสีดำเรียบๆ ผมยุ่งเหยิง คางมีตอหนวดขึ้นมา ดวงตาปิดสนิท ใต้ตาเต็มไปด้วยรอยคล้ำเขียวดำ ฉันเดินผ่านข้างเขาไปเหยียบโดนใบไม้แห้งกรอบแผ่นหนึ่ง ฮั่วหมิงโจวก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ความง่วงนอนในดวงตาของเขายังไม่จางหายไป เมื่อเห็นฉัน ก็เซลุกขึ้นทันทีแต่กลับล้มหลายครั้ง และเสื้อผ้าก็ถูกกิ่งไม้เกี่ยวขาด“ชิวฉือ......”“คุณ คุณรอผมด้วย......”ในที่สุดเขาก็ตั้งสติได้ และตามมาอย่างรวดเร็ว เสียงแหบห้าวมากฉันไม่อยากเสียเวลากับเขากำลังจะเดินไป ฮั่วหมิงโจวกลับโผเข้ามากอดฉันแน่นทันที กลิ่นหอมของไม้ที่คุ้นเคยลอยอบอวลอยู่ปลายจมูก กลิ่นที่เคยทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยนั้น ตอนนี้กลับทำให้ฉันอยากอาเจียน ฉันพยายามดิ้นรนสุดแรงเพื่อให้หลุดออกมา แต่ฮั่วหมิงโจวกลับกอดฉันไว้อย่างแน่น ราวกับแขนเป็นห่วงเหล็ก เหมือนจะบีบฉันให้จมหายเข้าไปในกระดูก "ผมคิดถึงคุณ......ผมคิดถึงคุณมาก......""ผมตามหาคุณมาสองปี......ผมจะบ้าไปแล้วจริงๆ......ชิวฉื

  • รอวันที่หมอกจาง ฟ้ากระจ่าง   บทที่8

    หลังจากพักผ่อนไปหนึ่งเดือน ฉันก็ได้เข้าทำงานที่บริษัทใหม่เงินเดือนสูงกว่าที่สำนักงานใหญ่มาก ในฐานะนักออกแบบรุ่นเก๋า หน้าที่หลักที่ต้องรับผิดชอบก็คือการฝึกอบรมพนักงานใหม่กิจวัตรประจำวัน ก็คือการสอนพนักงานใหม่ ตัวเองว่างๆ ก็วาดภาพร่างออกแบบที่ตัวเองชอบ ชีวิตค่อนข้างชิวและสบายๆฉันค่อยๆ ชินกับการกินข้าวคนเดียว เดินซื้อของคนเดียว และอยู่บ้านคนเดียว เพลิดเพลินกับช่วงเวลาว่างอันแสนหายากทั้งงานและชีวิตก็สามารถเกื้อหนุนกันได้ สองปีผ่านไปความทรงจำในอดีตเริ่มเลือนลางมากขึ้น และภาพของฮั่วหมิงโจวก็ค่อยๆ จางหายไปฉันได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปในวันที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง บริษัทได้จัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆยืนอยู่บนเวที ฟังเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องจากด้านล่าง ฉันอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น รู้สึกภาคภูมิใจเล็กน้อยฉันมีการงานที่มั่นคง บ้านที่กว้างขวาง และเพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตรในเวลาว่างๆ ก็สามารถไปชมงานนิทรรศการ เดินเล่น ไปทำเรื่องทุกอย่างที่ตัวเองชอบได้ไม่ได้นอนไม่หลับทั้งคืน เพียงเพราะคำพูดส่งๆ ของใครอีกต่อไปไม่ได้บั่นทอนพลังงานจิตใจของตัวเอง เพียงเพราะความลำเอียงของ

  • รอวันที่หมอกจาง ฟ้ากระจ่าง   บทที่7

    เมื่อเครื่องบินลงจอด ก็ดึกแล้วฉันลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าฝูงชนที่รอรับผู้โดยสารชูป้ายต่างๆ มากมาย มีคู่รักที่กอดกัน มีครอบครัวที่ยิ้มและโบกมือให้ฉันเดินฝ่าพวกเขาไปตรงกลาง รู้สึกเหงาอยู่เล็กน้อย ผู้ประสานงานจากบริษัทส่งข้อความมาให้ฉันว่า บ้านได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว กุญแจอยู่ที่ห้องรักษาความปลอดภัยฉันตอบกลับไปว่า ‘รับทราบ’ แล้วยืนโบกแท็กซี่ที่ริมถนนคันหนึ่ภาพถนนค่อยๆ ถอยห่างไปอย่างรวดเร็วแสงนีออนทอดยาวเชื่อมกันเป็นสายพร่ามัวของแสงสว่าง ทุกที่เต็มไปด้วยความไม่คุ้นเคยกลับมาถึงบ้าน ฉันล้างหน้าล้างตาแล้วนอนลงบนเตียงเตรียมนอนแต่พลิกตัวไปมาก็นอนไม่หลับทำยังไงก็นอนไม่หลับเมื่อหลับตาลง ภาพในอดีตก็แวบเข้ามาในหัวอย่างควบคุมไม่ได้หากจะบอกว่าปล่อยวางได้อย่างสิ้นเชิง ก็ไม่ค่อยสมจริงนักอย่างไรเสียก็คบกันมาหลายปี ฉันทำได้เพียงค่อยๆ ฝึกที่จะเลือนลืม และปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตคนเดียวเมื่อพลิกตัวไปมาก็ยังนอนไม่หลับ ฉันจึงลุกขึ้น หยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดหน้าบล็อกไปดูประวัติการแชทของฉันกับฮั่วหมิงโจวแล้วก็ไล่อ่านทีละข้อความฉันอ่านข้อความทีละข้อความ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status