Home / รักโบราณ / ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ / บทที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

Share

บทที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

last update Huling Na-update: 2026-01-08 12:05:59

บทที่ 1

ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

แสงสุดท้ายของวันทอดตัวลับหลังคาเรือน ลู่ชิงหรูเดินเรื่อย ๆ กลับบ้านพร้อมถุงผ้าใบเล็กในมือที่บรรจุทั้งผักสด ข้าวสาร ยาต้มสำหรับมารดา และขนมถั่วแผ่นกรอบที่ตั้งใจซื้อให้ลู่เทียนหรงน้องชายสุดน่ารักโดยเฉพาะ ระหว่างทาง บ้านเรือนค่อย ๆ เบาบางลงจนเข้าสู่เขตชานเมืองที่เต็มไปด้วยแปลงผักและทุ่งนา บ้านช่องอย่างง่ายคับแคบเรียงราย บ่งบอกฐานะของคนที่อาศัยแถวนี้อย่างชัดเจน

เมื่อถึงหน้ารั้วไม้เตี้ย ๆ ของบ้านตนเอง นางยังไม่ทันผลักประตูเข้าไปด้วยซ้ำ เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็ดังตึกตึกมาตามลานดิน พร้อมเสียงเรียกที่ดังเจื้อยแจ้ว

“ท่านพี่!”

เทียนหรงวิ่งโผเข้ามากอดขานางแน่น ใบหน้าเปื้อนดินเปรอะเปื้อนคราบดิน รอยยิ้มกลับสดใสน่าเอ็นดูในสายตาของชิงหรูนัก

“ทำงาน เหนื่อยไหม ?” เด็กชายเงยหน้าถาม ติดจะหอบนิด ๆ พูดไม่เป็นประโยคมากนัก

“เล็กน้อย แต่ดูนี่สิพี่เอาอะไรมาให้เจ้าด้วย...” นางยิ้มพลางยื่นห่อขนมให้เด็กชายตัวน้อยดู

เทียนหรงดีใจจนเกือบลื่นหกล้มขณะรีบวิ่งเข้าเรือนไปก่อนจะกลับออกมาพร้อมกระบวยไม้บรรจุน้ำในมือ “ท่านพี่ ดื่มน้ำก่อนขอรับ”

ชิงหรูรับน้ำมาดื่มเงียบ ๆ ระหว่างนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยจ้ำแดงบนหลังมือน้องชายโดยบังเอิญพอดี

“หรงเอ๋อร์ นั่นรอยอะไร?”

เด็กชายสะดุ้ง เบือนหน้าเลี่ยง

หุบแขนลงทันควัน “ไม่มี…”

“อย่าปิดพี่ เจ้าไปถูกแกล้งมาอีกใช่ไหม?”

“ข้า…ข้าโดนอามู่แกล้ง แต่วันนี้ ข้าตีมือเขากลับ! ขอรับ”

“เจ้าไม่ได้แกล้งอามู่ก่อนใช่หรือไม่”

เด็กชายส่ายหน้าอย่างแรง “อามู่ล้อ ข้าไม่มีบิดา ทำให้ท่านพี่ต้องไปทำงาน”

ชิงหรูก็คิดไว้แล้วว่าน้องชายไม่ใช่คนที่เอะอะก็ใช้กำลัง เช่นนั้นหากเป็นอย่างที่เทียนหรงบอกว่าตีอามู่ไปหลายที ก็อาจเป็นไปได้ว่ามารดาของอามู่ต้องมาเรื่องภายหลังตามนิสัยขี้โวยวายเป็นแน่

ยังไม่ทันไรเสียงตะโกนจากปลายตรอกดังแทรกขึ้นเสียแล้ว ไม่ใช่ใครที่ไหน มารดาของอามู่นั่นเอง

“เด็กปัญญาอ่อนบ้านเจ้ามันตีลูกข้า! ออกมารับผิดชอบเดี๋ยวนี้!”

สตรีวัยกลางคนเดินอาด ๆ เข้ามาในลานบ้าน ท่าทีฮึดฮัด ไม่สนใจอื่นใด นางจูงมืออามู่ที่มีสีหน้าเจ็บปวดเกินจริงเข้ามาถึงหน้าของชิงหรู

“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าให้เด็กปัญญาไม่ดีออกมาเล่นเพ่นพ่าน มันบ้าจนเอาไม้ตีลูกข้าจนแดงไปหมดแล้ว!”

ชิงหรูได้ยินคำว่าหยาบช้าเช่นนั้นก็ทำให้ความใจเย็นของนางมลายหายไปทันที นางเดินมาขวางอาหรงไว้ข้างหลังแล้วยืดตัวขึ้นพลางพูดเสียงเรียบแต่แฝงด้วยรังสีเยือกเย็น

“ป้าหู ท่านพูดเช่นนั้นก็มากเกินไปกระมัง หากลูกท่านไม่เริ่มก่อน เด็กอย่างหรงเอ๋อร์จะกล้าแตะต้องหรือ? ข้าควรถามกลับว่าท่านเลี้ยงลูกอย่างไรให้กล้ารังแกผู้อื่นกันแน่?”

“เจ้ากล้าว่าข้าเลี้ยงลูกเสียคนหรือ?” นางก้าวเข้ามาด้วยท่าทางจะก้าวเข้าประตูบ้านมาผลักนางทันใด

“ถ้าก้าวเข้ามาในเขตบ้านข้าหรือแตะสิ่งใดในบ้านของข้าแม้เพียงนิดเดียว ข้าจะถือว่าท่านรุกล้ำและทำลายข้าวของ แล้วข้าจะไปเรียนต่อผู้ใหญ่บ้านทันทีว่า กล้าเสี่ยงก็ลองดู!?”

อีกฝ่ายอึกอักเล็กน้อยก่อนย้อนเสียงแหลม “เช่นนั้นข้าก็จะพาลูกไปฟ้องเช่นเดียวกัน ดูนี่สิ! หลักฐานชัดเจน!”

“ป้าหูท่านเลี้ยงลูกมามิรู้เชียวหรือว่าอามู่มีนิสัยเกเรเช่นไร ท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นคนมีจิตใจดีและกว้างไกลย่อมรู้กระมังว่าอามู่ของท่านกลั่นแกล้งเด็กบ้านอื่นไปกี่คนแล้ว ส่วนอาหรงบ้านข้านั้นข้าสอนน้องข้าไม่ให้ยอมให้ใครมารังแกหากไม่เพราะถูกใครแกล้งก่อนเขาจะปกป้องตนเองจนเกิดเป็นต่างคนต่างมีรอยแดงหรือ?”

สตรีวัยกลางคนหน้าแดงสลับหน้าดำจนแทบแยกระหว่างรอยแดงบนมือของอามู่และหน้าของนางไม่ออกแล้วว่าตรงไหนแดงกว่ากัน นางนั้นกะจะมาขอความรับผิดชอบกับมารดาของเทียนหรงไม่คิดอยากปะทะฝีปากกับแม่นางผู้นี้หรอก เดี๋ยวอ้าปากหุบปากจนแมลงวันบินไปหลายตัวก็ยังคิดคำพูดมาตอบโต้ไม่ได้เลย

ชิงหรูนั้นก้าวเดินไปข้างหน้าส่งผลให้อีกฝ่ายถอยหลังไปโดยปริยายก่อนเอ่ยต่อเสียงเยาะเย้ย

“เอ... เด็กเล่นกันเท่านั้น ท่านเองก็เคยพูดถ้อยคำนั้นกับข้า จำมิได้หรือ?”

อีกฝ่ายหน้าชาไปทันใด สุดท้ายเมื่อสู้ไม่ได้ก็ใช้ไม้ตายเดิมมากล่าวเหน็บแนม

“หึ ผู้ดีหรือปากเก่งเสียยิ่งกว่าแม่ค้าในตลาดเสียอีก มาจากเมืองหลวงหรือ ตระกูลสูงส่งอะไรนั่น ไม่สอนลูกให้รู้จักก้มหัวให้ผู้ใหญ่บ้างเลยกระมัง!”

“พอแล้ว ชิงหรู อย่าทำตัวหยาบคายต่อแขกเยี่ยงนี้...”

เสียงไอแผ่วเบาขัดเข้ามาจากในเรือน

ผู้เป็นมารดาของชิงหรูและเทีนงหรง ไป๋อี้เหยา เดินออกมาพร้อมผ้าคลุมไหล่บางสีซีดจาง ป้าเจาบ่าวที่อยู่ด้วยกันแต่เด็กเดินพยุงอยู่ข้าง ๆ แม้ใบหน้าซีดเซียวแต่ก็ยังพยายามยืดหลังตรงไว้ ดวงตาเรียวทอดมองสตรีข้างบ้านพลางเอ่ยอย่างสุภาพแต่ไม่ดูง้อใคร

“ขออภัยแทนลูก ๆ ของข้าด้วย เด็กทั้งคู่ต่างก็ยังอายุไม่มาก ล่วงเกินนางหูแล้ว...”

หญิงข้างบ้านสกุลหูเชิดหน้าอย่างมีชัยทันใด นี่ล่ะสาเหตุที่นางจูงบุตรชายมาหาถึงบ้าน นางเพียงอยากได้รับคำขอโทษเล็กน้อยเท่านั้น วันนี้นอนหลับฝันดีแล้ว...

“ข้าก็เพียงอยากให้ฮูหยินไป๋สั่งสอนลูกเสียบ้าง ท่านมารยาทงามสมกับที่เป็นผู้ดีเก่า ส่วนลูกเจ้านั้น เหอะ ข้าไม่อยากจะพูด!”

ไป๋อี้เหยายิ้มอย่างอัธยาศัยดีก่อนจะหันมาหาชิงหรูสั่งเสียงเข้มขึ้น “เจ้าก็ขอโทษนางหูเสีย”

ชิงหรูนิ่งงัน ก่อนจะถอนหายใจอย่างไม่พอใจชัดเจน

“ท่านแม่ก็เห็นอยู่ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มพูดไร้มารยาทก่อน ท่านจะให้ข้าก้มหัวเพื่อรักษาหน้าตนเอง ทั้งที่ข้าไม่ผิดหรือ?”

เสียงมารดานางเยียบเย็นตอบ “สตรีสูงศักดิ์ย่อมรู้จักยอมอ่อนบ้างมิใช่ดื้อรั้นไร้หลักการไปเสียทั้งหมด เช่นนี้เจ้าจะอยู่ร่วมกับผู้ใดที่นี่ได้กัน?”

ชิงหรูเอือมระอากับมารดาของร่างนี้นัก นางนั้นมัวแต่คอยระวังไม่ให้ตนเสื่อมชื่อเสียงเสมอ จนบางทีก็ทำร้ายคนในครอบครัวมาหลายต่อหลายคราแล้ว

“หากศักดิ์ศรีของท่านหมายถึงการยอมให้คนเหยียบย่ำ ข้าก็ไม่คิดจะรักษามันไว้ ศักดิ์ศรีเช่นนั้นเอามาประทังชีวิตก็ไม่ได้เหตุใดต้องมีมันด้วยเล่า...”

ไป๋อี้เหยาเริ่มมีอารมณ์โกรธพุ่งสูงจนเกิดอาการความดันขึ้นและต้องหันหน้าหนีไอเบา ๆ ก่อนพูดเสียงสั่นแต่ยังไม่วายเบี่ยงประเด็นไปที่บุตรชายที่เชื่อฟังนางมากกว่า

“หรงเอ๋อร์ ไปขอโทษอามู่เสีย”

เทียนหรงเงยหน้ามองมารดาเงียบ ๆ ใบหน้าเล็ก ๆ เริ่มซีดเผือดแต่ก็หมุนจะจะไปทำตามแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม

ชิงหรูรีบก้าวไปหาน้องชายก่อนจะจูงมือเทียนหรงให้เข้าไปในบ้านทันที นางเดินผ่านผู้เป็นมารดาแต่ทำตัวราวไม่มองพวกนางเป็นลูกราวอีกฝ่ายเป็นเพียงลมที่พัดผ่านเท่านั้น

ป้าเจาที่เห็นว่าเรื่องเริ่มบานปลายแล้วก็รีบเข้ามาประคองไป๋อี้เหยาที่ขาอ่อนไว้ไม่ให้ล้มก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม

“เอาเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินไปพักก่อนดีกว่า ลมยามค่ำวันนี้เริ่มแรงแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายเอาอีก นางหูพวกข้าไม่ส่งล่ะไปดี ๆ นะ...”

แน่นอนว่านางหูนั้นได้สิ่งที่หวังแล้วก็หมุนกายจูงมือไปกับบุตรชายอย่างมีความสุข พวกนางนั้นรู้สึกไม่ชอบใจกับท่าทีทำราวกับตัวเองสูงส่งกว่าผู้อื่นของคนบ้านนี้มาตลอด เพียงหน้าตาดีผิวพรรณดีแล้วอย่างไร อย่างไรก็ต้องหาเช้ากินค่ำเหมือนกันอยู่ดีมิใช่หรือ หึ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 33 คะแนนความพอใจหมดแล้ว

    บทที่ 33คะแนนความพอใจหมดแล้วสำหรับเรื่องให้คนติดตามชิงหรูพอเข้าใจว่าเขาอาจจะห่วงชีวิตของตน ทว่าเรื่องโยงไปมั่วซั่วนี้ชิงหรูยอมไม่ได้“ข้าได้พบกับใครนั้นไม่รบกวนให้คุณชายหยวนใส่ใจหรอก...”คำตอบสั้นตรงและไร้ความเกรงใจ ทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบลงในที่สุด“ต่อไป... ห้ามลาพักยาวแบบนี้อีกโดยไม่ได้ขออนุญาตจากข้า” เสียงของเขาเย็นเฉียบ “ช่วงที่เจ้าไม่อยู่ พ่อบ้านเฉินก็ไม่อยู่ แล้วข้าจะจ้างเจ้ามาเพิ่มทำไมในเมื่อไม่สามารถช่วยงานเฉินปิ่งได้”ลู่ชิงหรูพึมพำ “ข้าแจ้งกับพ่อข้านเฉินแล้ว เขาบอกว่าช่วงนั้นเขาจะดูแลท่านเอง...” แล้วเหตุใดเจ้านายจอมเรื่องมากถึงบ่นว่าพ่อบ้านเฉินไม่อยู่ให้ใช้งานได้เล่า“แล้วอย่างไร เจ้ารับเงินจากเฉินปิ่งหรือ?”น้ำเสียงเขาเย็นชาและเป็นคำพูดที่ทำให้ลูกจ้างเช่นนางหาทางโต้กลับไม่ได้ หากนางอยากจะได้รับเงินจากเขาอยู่นางมองเขานิ่ง ๆ หากไม่เพราะมีหยางอิ๋นคอยปลอบประโลมให้นางใจเย็นก็คงได้ลาออกกันไปแล้ว ชิงหรูเอ่ยขึ้นตรงไปตรงมาคิดจะคุยกับเขาด้วยเหตุและผล“ข้ายังจำเป็นต้องพาอาหรงไปเรียนเขียนอักษรกับคุณชายเซียว จะไม่ได้ก็คงไม่ได้...”เหตุผลของนางสะกิดบางอย่างในใจเขาทำ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 32 อย่าเข้ามาใกล้พี่สาวข้า

    บทที่ 32อย่าเข้ามาใกล้พี่สาวข้า“อาหรงน้อย แม่นางลู่มาแล้วหรือ ข้าชงชาเสร็จพอดี”“รบกวนคุณชายเซียวแล้ว”ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ แล้วปล่อยมือจากน้องชาย พลางก้าวเข้าไปนั่งอย่างไม่รีบร้อน“แต่ข้าตั้งใจจะชงชาให้เจ้าดื่มก่อนเริ่มสอนเด็กน้อยนี่น่ะ”เขายิ้มบาง ๆ มือยังคงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเลื่อนถ้วยชามาให้ชิงหรู สิ่งที่เซียวหลิงชวนทำนั้นอยู่ในสายตาของอาหรงทั้งหมด เขาขมวดคิ้วมองถ้วยชาอย่างไม่ค่อยชอบใจ สองแขนเล็กขยับเข้ามาเกาะแขนและนั่งข้างพี่สาวใกล้กว่าเดิมเด็กชายขยับตัวเบา ๆ ยกมือวางไว้บนขาพี่สาว แววตาเงียบงันคู่นั้นกลับสะท้อนความรู้สึกได้ชัดเจนกว่าคำพูดใด ๆเซียวหลิงชวนกลั้นยิ้ม ก้มหน้าลงเล็กน้อยมองอาการหวงพี่สาวของเด็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู ขนาดเด็กน้อยยังมองออกว่าเขาปฏิบัติกับนางพิเศษ เหตุใดรู้สึกเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้เลยเล่าขณะนั้นเองเสียงแว่วในหัวชิงหรูก็ดังขึ้น‘ข้าให้คะแนนความไวของเด็กนี่เต็มสิบ! ขนาดเด็กยังดูรู้ว่าคุณชายกำลังเกี้ยวเจ้าเลย... เจ้าใจอ่อนให้เขาหน่อยก็ไม่เสียหายนะ!’‘หือ...’ ชิงหรูเริ่มเอะใจแต่ก็ยังไม่ฟันธงอย่างที่ระบบเอ่ยหรอก นางทำเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วพยักหน้าให้

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 31 ตั่งนั่นเจ้านอนได้

    บทที่ 31ตั่งนั่นเจ้านอนได้เสียงเคาะประตูเบา ๆ ในยามดึกทำให้ลู่ชิงหรูที่เพิ่งหลับตาไปได้ไม่นานต้องลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่างทำให้มองเห็นโดยรอบชัดเจน ครั้นนางเปิดประตูออกมาก็พบว่าเป็นชายหนุ่มในชุดองครักษ์คุ้นหน้ายืนอยู่ในเงามืดหน้าห้องของนางในคฤหาสน์สกุลหยวน“คุณชายให้มาตามแม่นางไปที่ห้อง...”ชิงหรูขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจทว่าค่าจ้างหนึ่งตำลึงเงินต่อวันที่ค้ำคอทำให้นางตัดสินใจตามไปอย่างไม่ได้เอ่ยถามแม้คำเดียว เพียงพยักหน้าแล้วตามเขาไป...ระหว่างทาง นางสังเกตได้ว่าพ่อบ้านเฉินไม่ปรากฏตัวเช่นเคย ความเงียบของค่ำคืนนี้กลับแฝงไว้ด้วยบางอย่างที่ผิดแปลกไป เมื่อมาถึงหน้าห้องพักผ่อนของหยวนเหวินซี องครักษ์ก็เปิดประตูให้นางเข้าไปแล้วเขาก็หลบออกไปทันที ปล่อยให้นางเดินเข้าไปเพียงลำพังชิงหรูก้าวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง กลิ่นยาสมุนไพรจาง ๆ ยังคลุ้งอยู่ทั่วห้อง และเจ้าของเรือนก็กำลังนอนเอนพิงหมอน หน้าผากเปียกชื้นด้วยเหงื่อมากมาย แต่ข้างกายไร้คนรับใช้อย่างที่ควรจะเป็น...ไม่มีแม้กระทั่งพ่อบ้านเฉิน แสดงว่าคืนนี้เขาออกไปทำธุระข้างนอกอีกแล้วสินะ“คุณชายเรียกข้ามีอันใดให้รับ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 30 พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่

    บทที่ 30พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่เช่นนั้น ชิงหรูก็ตัดสินใจได้แล้ว! นางถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ‘หากเขาหลับเจ้าว่า ข้าจะแอบถีบเขาให้ตกเตียงสักหน่อยดีไหม’หยางอิ๋นรีบเอ่ยเสียงรีบร้อนห้ามทันใด “นายท่านโปรดคิดถึงฟังก์ชันครัวยุโรป วัตถุดิบจากทั่วหล้า... โอ้... เบคอน...ชีส...เจ้าไม่มีหนทางอื่นที่จะได้สิ่งเหล่านั้นมาเร็วเท่าหนทางนี้แล้วนะ!”ลู่ชิงหรูจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าราบเรียบไร้รอยค้านแล้วบัดนี้“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะรับหน้าที่นี้เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง รบกวนคุณชายหยวนเขียนสัญญามาด้วย”นางยังไม่ทันได้ถอนหายใจให้เต็มอึด เฉินปิงที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ก็ได้รับคำสั่งทันที เขาเขียนสัญญาตามที่คุยกันและให้นางและหยวนเหวินซีลงนามเรียบร้อยแล้วและทันใดนั้นเสียงราบเรียบของชายป่วยก็ดังขึ้นแทบจะทันที“เฉินปิง เจ้าออกไปตรวจบัญชีที่คั่งค้างเสีย... เรื่องรับใช้ข้าในตอนนี้ปล่อยให้เป็นของบ่าวรับใช้คนใหม่เถอะ”“ขอรับคุณชาย”พ่อบ้านชราแม้จะนิ่ง แต่แววตาเหมือนจะสะท้อนความลังเลบางอย่างอยู่ลึก ๆ กระนั้นก็ยังโค้งคำนับและก้าวออกไปจากห้องไปอย่างไม่อาจสอบถามหรือคัดค้านได้เหลือเพียงเขาและนาง ที่แม้ต่อหน้าล

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 29 คะแนนน้อยที่สุดเท่าที่นางเคยได้มา

    บทที่ 29คะแนนน้อยที่สุดเท่าที่นางเคยได้มาเมื่อนางเดินพ้นห้องนอนของเจ้าของคฤหาสน์มามุ่งตรงหยิบของและเร่งฝีเท้ากลับเขาจะป่วยกันสักเท่าไหร่กัน ข้อเรียกร้องให้ทำอาหารสามมื้อนี้ย่อมต้องทำให้นางออกจากภัตตาคารแน่ ระหว่างนี้ชิงหรูคิดว่านางจะต้องรีบทำคะแนนแล้วก็เรียกเงินค่าตอบแทนเข้าเยอะ ๆ‘เรื่องออกจากภัตตาคาร นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเจ้าอยู่แล้วนี่ เจ้าอยากเปิดฟังก์ชันห้องครัวยุโรปไม่ใช่หรือ? ครัวในภัตตาคารนั่นแค่ครัวไม้ ควันโขมง มีดก็บิ่น วัตถุดิบก็ธรรมดา! อย่านำมาเปรียบเลย’เจ้าระบบตอนนี้เหมือนถูกคะแนนความพอใจที่มาทีละมาก ๆ จากคุณชายหยวนจอมเรื่องมากบดบังสายตาเสียแล้ว เอะอะอะไรก็ส่งเสริมให้นางเลือกฝั่งนี้เสมอชิงหรูถอนหายใจยาว แต่นางก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายพูดมีเหตุผล การแลกนี้ย่อมคุ้มกับสิ่งที่เสียไป...ชิงหรูเดินกลับมาถึงบ้านแล้ว เสียงประตูไม้ถูกผลักเปิดออกเบา ๆ ในยามบ่ายที่เงียบสงัด เงาของนางทอดยาวบนพื้นดินข้างเรือน บ้านเปิดอยู่แสดงว่าทุกคนอยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปตามหานาง ซึ่งก็ดีแล้วทันทีที่นางก้าวเข้ามาในลานบ้าน เงาร่างเล็ก ๆ ก็วิ่งพรวดออกมาจากบ้านก่อนจะกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของนางอย่างแน่นห

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 28 ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับ

    บทที่ 28ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับลู่ชิงหรูกอดเข่าบนกองฟางอันเย็นชื้นหลังพิงกำแพงหินเย็นเฉียบ แสงตะเกียงด้านนอกส่องผ่านซี่ลูกกรงเป็นเงาทอดยาวบนพื้น นางไม่ได้หลับตลอดคืน ไม่ได้ใช่เพราะหวาดหวั่นใดใดนางนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงคนที่บ้านว่าจะเป็นห่วงนางแค่ไหนต่างหาก ตอนนี้น่าจะขึ้นเช้าวันใหม่แล้วหากพวกเขาพบว่านางยังไม่กลับบ้าน คงร้อนใจจนไม่เป็นอันกินอันนอนนางถอนหายใจเงียบ ๆ พับแขนแนบอกแล้วเอนหัวกับผนังเย็นเฉียบ แม้ในใจจะกังวลถึงครอบครัว แต่สีหน้ากลับนิ่งสนิทไม่แสดงความอ่อนแอใด นางมีนิสัยเก็บอารมณ์เก่งนี้ติดตัวมานานแล้ว...และเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นในความเงียบของคุกใต้ดินบานประตูเหล็กเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างขององครักษ์ชุดดำผู้หนึ่งที่นางจำได้ดี เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงเอ่ยเสียงราบเรียบ“พ่อบ้านเฉินให้มาปล่อยตัวแม่นาง...”ลู่ชิงหรูลุกขึ้น สบตากับชายผู้นั้นครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามออกไปโดยไม่เอ่ยถามใด ไม่แสดงความประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เป็นเขาเองที่มีสีหน้าประหลาดใจกับสภาพของนางเหตุใดสตรีอายุน้อยนางหนึ่งถึงไร้ท่าทีหรือสีหน้าอย่างคนที่ถูกขังในคุกมืดไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเช่นนี้...เมื่อพ้นจากค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status