Accueil / รักโบราณ / ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ / บทที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

Partager

บทที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

last update Date de publication: 2026-01-08 12:05:59

บทที่ 1

ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

แสงสุดท้ายของวันทอดตัวลับหลังคาเรือน ลู่ชิงหรูเดินเรื่อย ๆ กลับบ้านพร้อมถุงผ้าใบเล็กในมือที่บรรจุทั้งผักสด ข้าวสาร ยาต้มสำหรับมารดา และขนมถั่วแผ่นกรอบที่ตั้งใจซื้อให้ลู่เทียนหรงน้องชายสุดน่ารักโดยเฉพาะ ระหว่างทาง บ้านเรือนค่อย ๆ เบาบางลงจนเข้าสู่เขตชานเมืองที่เต็มไปด้วยแปลงผักและทุ่งนา บ้านช่องอย่างง่ายคับแคบเรียงราย บ่งบอกฐานะของคนที่อาศัยแถวนี้อย่างชัดเจน

เมื่อถึงหน้ารั้วไม้เตี้ย ๆ ของบ้านตนเอง นางยังไม่ทันผลักประตูเข้าไปด้วยซ้ำ เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็ดังตึกตึกมาตามลานดิน พร้อมเสียงเรียกที่ดังเจื้อยแจ้ว

“ท่านพี่!”

เทียนหรงวิ่งโผเข้ามากอดขานางแน่น ใบหน้าเปื้อนดินเปรอะเปื้อนคราบดิน รอยยิ้มกลับสดใสน่าเอ็นดูในสายตาของชิงหรูนัก

“ทำงาน เหนื่อยไหม ?” เด็กชายเงยหน้าถาม ติดจะหอบนิด ๆ พูดไม่เป็นประโยคมากนัก

“เล็กน้อย แต่ดูนี่สิพี่เอาอะไรมาให้เจ้าด้วย...” นางยิ้มพลางยื่นห่อขนมให้เด็กชายตัวน้อยดู

เทียนหรงดีใจจนเกือบลื่นหกล้มขณะรีบวิ่งเข้าเรือนไปก่อนจะกลับออกมาพร้อมกระบวยไม้บรรจุน้ำในมือ “ท่านพี่ ดื่มน้ำก่อนขอรับ”

ชิงหรูรับน้ำมาดื่มเงียบ ๆ ระหว่างนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยจ้ำแดงบนหลังมือน้องชายโดยบังเอิญพอดี

“หรงเอ๋อร์ นั่นรอยอะไร?”

เด็กชายสะดุ้ง เบือนหน้าเลี่ยง

หุบแขนลงทันควัน “ไม่มี…”

“อย่าปิดพี่ เจ้าไปถูกแกล้งมาอีกใช่ไหม?”

“ข้า…ข้าโดนอามู่แกล้ง แต่วันนี้ ข้าตีมือเขากลับ! ขอรับ”

“เจ้าไม่ได้แกล้งอามู่ก่อนใช่หรือไม่”

เด็กชายส่ายหน้าอย่างแรง “อามู่ล้อ ข้าไม่มีบิดา ทำให้ท่านพี่ต้องไปทำงาน”

ชิงหรูก็คิดไว้แล้วว่าน้องชายไม่ใช่คนที่เอะอะก็ใช้กำลัง เช่นนั้นหากเป็นอย่างที่เทียนหรงบอกว่าตีอามู่ไปหลายที ก็อาจเป็นไปได้ว่ามารดาของอามู่ต้องมาเรื่องภายหลังตามนิสัยขี้โวยวายเป็นแน่

ยังไม่ทันไรเสียงตะโกนจากปลายตรอกดังแทรกขึ้นเสียแล้ว ไม่ใช่ใครที่ไหน มารดาของอามู่นั่นเอง

“เด็กปัญญาอ่อนบ้านเจ้ามันตีลูกข้า! ออกมารับผิดชอบเดี๋ยวนี้!”

สตรีวัยกลางคนเดินอาด ๆ เข้ามาในลานบ้าน ท่าทีฮึดฮัด ไม่สนใจอื่นใด นางจูงมืออามู่ที่มีสีหน้าเจ็บปวดเกินจริงเข้ามาถึงหน้าของชิงหรู

“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าให้เด็กปัญญาไม่ดีออกมาเล่นเพ่นพ่าน มันบ้าจนเอาไม้ตีลูกข้าจนแดงไปหมดแล้ว!”

ชิงหรูได้ยินคำว่าหยาบช้าเช่นนั้นก็ทำให้ความใจเย็นของนางมลายหายไปทันที นางเดินมาขวางอาหรงไว้ข้างหลังแล้วยืดตัวขึ้นพลางพูดเสียงเรียบแต่แฝงด้วยรังสีเยือกเย็น

“ป้าหู ท่านพูดเช่นนั้นก็มากเกินไปกระมัง หากลูกท่านไม่เริ่มก่อน เด็กอย่างหรงเอ๋อร์จะกล้าแตะต้องหรือ? ข้าควรถามกลับว่าท่านเลี้ยงลูกอย่างไรให้กล้ารังแกผู้อื่นกันแน่?”

“เจ้ากล้าว่าข้าเลี้ยงลูกเสียคนหรือ?” นางก้าวเข้ามาด้วยท่าทางจะก้าวเข้าประตูบ้านมาผลักนางทันใด

“ถ้าก้าวเข้ามาในเขตบ้านข้าหรือแตะสิ่งใดในบ้านของข้าแม้เพียงนิดเดียว ข้าจะถือว่าท่านรุกล้ำและทำลายข้าวของ แล้วข้าจะไปเรียนต่อผู้ใหญ่บ้านทันทีว่า กล้าเสี่ยงก็ลองดู!?”

อีกฝ่ายอึกอักเล็กน้อยก่อนย้อนเสียงแหลม “เช่นนั้นข้าก็จะพาลูกไปฟ้องเช่นเดียวกัน ดูนี่สิ! หลักฐานชัดเจน!”

“ป้าหูท่านเลี้ยงลูกมามิรู้เชียวหรือว่าอามู่มีนิสัยเกเรเช่นไร ท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นคนมีจิตใจดีและกว้างไกลย่อมรู้กระมังว่าอามู่ของท่านกลั่นแกล้งเด็กบ้านอื่นไปกี่คนแล้ว ส่วนอาหรงบ้านข้านั้นข้าสอนน้องข้าไม่ให้ยอมให้ใครมารังแกหากไม่เพราะถูกใครแกล้งก่อนเขาจะปกป้องตนเองจนเกิดเป็นต่างคนต่างมีรอยแดงหรือ?”

สตรีวัยกลางคนหน้าแดงสลับหน้าดำจนแทบแยกระหว่างรอยแดงบนมือของอามู่และหน้าของนางไม่ออกแล้วว่าตรงไหนแดงกว่ากัน นางนั้นกะจะมาขอความรับผิดชอบกับมารดาของเทียนหรงไม่คิดอยากปะทะฝีปากกับแม่นางผู้นี้หรอก เดี๋ยวอ้าปากหุบปากจนแมลงวันบินไปหลายตัวก็ยังคิดคำพูดมาตอบโต้ไม่ได้เลย

ชิงหรูนั้นก้าวเดินไปข้างหน้าส่งผลให้อีกฝ่ายถอยหลังไปโดยปริยายก่อนเอ่ยต่อเสียงเยาะเย้ย

“เอ... เด็กเล่นกันเท่านั้น ท่านเองก็เคยพูดถ้อยคำนั้นกับข้า จำมิได้หรือ?”

อีกฝ่ายหน้าชาไปทันใด สุดท้ายเมื่อสู้ไม่ได้ก็ใช้ไม้ตายเดิมมากล่าวเหน็บแนม

“หึ ผู้ดีหรือปากเก่งเสียยิ่งกว่าแม่ค้าในตลาดเสียอีก มาจากเมืองหลวงหรือ ตระกูลสูงส่งอะไรนั่น ไม่สอนลูกให้รู้จักก้มหัวให้ผู้ใหญ่บ้างเลยกระมัง!”

“พอแล้ว ชิงหรู อย่าทำตัวหยาบคายต่อแขกเยี่ยงนี้...”

เสียงไอแผ่วเบาขัดเข้ามาจากในเรือน

ผู้เป็นมารดาของชิงหรูและเทีนงหรง ไป๋อี้เหยา เดินออกมาพร้อมผ้าคลุมไหล่บางสีซีดจาง ป้าเจาบ่าวที่อยู่ด้วยกันแต่เด็กเดินพยุงอยู่ข้าง ๆ แม้ใบหน้าซีดเซียวแต่ก็ยังพยายามยืดหลังตรงไว้ ดวงตาเรียวทอดมองสตรีข้างบ้านพลางเอ่ยอย่างสุภาพแต่ไม่ดูง้อใคร

“ขออภัยแทนลูก ๆ ของข้าด้วย เด็กทั้งคู่ต่างก็ยังอายุไม่มาก ล่วงเกินนางหูแล้ว...”

หญิงข้างบ้านสกุลหูเชิดหน้าอย่างมีชัยทันใด นี่ล่ะสาเหตุที่นางจูงบุตรชายมาหาถึงบ้าน นางเพียงอยากได้รับคำขอโทษเล็กน้อยเท่านั้น วันนี้นอนหลับฝันดีแล้ว...

“ข้าก็เพียงอยากให้ฮูหยินไป๋สั่งสอนลูกเสียบ้าง ท่านมารยาทงามสมกับที่เป็นผู้ดีเก่า ส่วนลูกเจ้านั้น เหอะ ข้าไม่อยากจะพูด!”

ไป๋อี้เหยายิ้มอย่างอัธยาศัยดีก่อนจะหันมาหาชิงหรูสั่งเสียงเข้มขึ้น “เจ้าก็ขอโทษนางหูเสีย”

ชิงหรูนิ่งงัน ก่อนจะถอนหายใจอย่างไม่พอใจชัดเจน

“ท่านแม่ก็เห็นอยู่ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มพูดไร้มารยาทก่อน ท่านจะให้ข้าก้มหัวเพื่อรักษาหน้าตนเอง ทั้งที่ข้าไม่ผิดหรือ?”

เสียงมารดานางเยียบเย็นตอบ “สตรีสูงศักดิ์ย่อมรู้จักยอมอ่อนบ้างมิใช่ดื้อรั้นไร้หลักการไปเสียทั้งหมด เช่นนี้เจ้าจะอยู่ร่วมกับผู้ใดที่นี่ได้กัน?”

ชิงหรูเอือมระอากับมารดาของร่างนี้นัก นางนั้นมัวแต่คอยระวังไม่ให้ตนเสื่อมชื่อเสียงเสมอ จนบางทีก็ทำร้ายคนในครอบครัวมาหลายต่อหลายคราแล้ว

“หากศักดิ์ศรีของท่านหมายถึงการยอมให้คนเหยียบย่ำ ข้าก็ไม่คิดจะรักษามันไว้ ศักดิ์ศรีเช่นนั้นเอามาประทังชีวิตก็ไม่ได้เหตุใดต้องมีมันด้วยเล่า...”

ไป๋อี้เหยาเริ่มมีอารมณ์โกรธพุ่งสูงจนเกิดอาการความดันขึ้นและต้องหันหน้าหนีไอเบา ๆ ก่อนพูดเสียงสั่นแต่ยังไม่วายเบี่ยงประเด็นไปที่บุตรชายที่เชื่อฟังนางมากกว่า

“หรงเอ๋อร์ ไปขอโทษอามู่เสีย”

เทียนหรงเงยหน้ามองมารดาเงียบ ๆ ใบหน้าเล็ก ๆ เริ่มซีดเผือดแต่ก็หมุนจะจะไปทำตามแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม

ชิงหรูรีบก้าวไปหาน้องชายก่อนจะจูงมือเทียนหรงให้เข้าไปในบ้านทันที นางเดินผ่านผู้เป็นมารดาแต่ทำตัวราวไม่มองพวกนางเป็นลูกราวอีกฝ่ายเป็นเพียงลมที่พัดผ่านเท่านั้น

ป้าเจาที่เห็นว่าเรื่องเริ่มบานปลายแล้วก็รีบเข้ามาประคองไป๋อี้เหยาที่ขาอ่อนไว้ไม่ให้ล้มก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม

“เอาเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินไปพักก่อนดีกว่า ลมยามค่ำวันนี้เริ่มแรงแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายเอาอีก นางหูพวกข้าไม่ส่งล่ะไปดี ๆ นะ...”

แน่นอนว่านางหูนั้นได้สิ่งที่หวังแล้วก็หมุนกายจูงมือไปกับบุตรชายอย่างมีความสุข พวกนางนั้นรู้สึกไม่ชอบใจกับท่าทีทำราวกับตัวเองสูงส่งกว่าผู้อื่นของคนบ้านนี้มาตลอด เพียงหน้าตาดีผิวพรรณดีแล้วอย่างไร อย่างไรก็ต้องหาเช้ากินค่ำเหมือนกันอยู่ดีมิใช่หรือ หึ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 64 ขนมเป็นเหตุ

    บทที่ 64ขนมเป็นเหตุตำหนักชิงหลงเงียบงันเช่นทุกคราแต่ที่ต่างออกไปคงกลิ่นหอมของผลไม้จาง ๆ ที่ลอยโชยเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าขันทีที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังกล่องไม้เนื้อดีผูกเชือกอย่างดีถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เฉินกงกงขยับเข้าใกล้ เอ่ยรายงานเสียงเบา“เป็นขนมมาจากตำหนักเฉินหลงพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรองทรงรับสั่งให้ส่งมาถวายพระองค์… พร้อมอีกส่วนหนึ่งส่งไปตำหนักของฮองเฮา”ฉู่เหวินซีไม่เอ่ยถามใด ดวงตาสีนิลจับอยู่ที่กล่องนั้นนิ่ง ๆ ไม่ใช่เพราะสนใจขนมที่ใครส่งมาแต่เป็นเพราะกลิ่นที่ลอยโชยออกมามันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดต่างหาก เขายื่นมือไปคลายเชือกไหมช้า ๆ ฝาเปิดออก กลิ่นหอมละมุนของผลไม้สุกก็ลอยแตะปลายจมูกทันทีปลายนิ้วของเขาชะงักทันใด ขนมหน้าตาเช่นนี้ ประหลาดแต่เขาเคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ต่างออกไปแค่น้ำราดข้างบนเท่านั้น แต่แก่นแท้ดูแล้วไม่ต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคิดแน่นอนว่าขนมตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้!“เตรียมเสื้อคลุม”เฉินกงกงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายทันใด “พระองค์จะเสด็จออกไปยามนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”คำถามไม่ได้รับคำตอบ ฉู่เหวินซีเพียงก้าวออกจากตำหนักชิงหลงด้วยจังหวะการเดินไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วให้ใค

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 63 ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วย

    บทที่ 63ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วยลู่ชิงหรูก้าวเข้าสู่ครัวของตำหนักองค์ชายรอง สถานที่ซึ่งแม้เรียกว่าครัว แต่กลับกว้างขวางสะอาดสะอ้านจนนึกว่าเป็นห้องรับรองชั้นดีอีกห้องหนึ่ง เครื่องครัวเรียงรายครบถ้วนจนน่าอิจฉา กระเบื้องเคลือบพื้นหินเย็นจับฝ่าเท้าอาฮวาเดินตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อครู่ก็เพียงช่วยจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนให้นางพ่อครัวหลวงสามคนที่ประจำครัวต่างจ้องนางด้วยสีหน้าสงบแต่มีคำถามในแววตา พวกเขาอาจไม่กล้าแสดงออกชัดเจน แต่ดูจากกิริยาก็รู้ว่ารู้สึกเหมือนโดนล้ำเขตอาชีพชิงหรูมองไปรอบห้อง ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างครุ่นคิด“ข้าจะทำขนมโดยใช้ลูกพลับสุกที่ต้องคัดเฉพาะจากต้นลูกโตเปลือกบาง สีแดงเข้ม มีไหมเจ้าคะ? และสาลี่น้ำผึ้งรสหวาน แต่ขอที่ผิวนุ่มเล็กน้อยนะเจ้าคะ...อ้อ ถ้ามีผลไม้เปรี้ยวหวานอย่างอื่นด้วยก็จะดีมาก”พ่อครัวใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ของพวกนี้มิได้เตรียมไว้ครบขอรับ ต้องไปเลือกที่คลัง”“เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านช่วยดูให้หน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหรูกล่าวพร้อมรอยยิ้มจริงใจและท่าทีนอบน้อมพ่อครัวหลวงทั้งสามสบตากันก่อนจะพยักหน้าอย่างมิอาจปฏิเสธ แล้วรีบออกไปทันทีเมื่อประตูครัวปิดลง ควา

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 62 สะพานเชื่อมไปยังอำนาจ

    บทที่ 62สะพานเชื่อมไปยังอำนาจหลายวันก่อน มีนางกำนัลของตำหนักเฉินหลงมามอบจดหมายถึงมือของบ่าวชิงหรู บอกว่าองค์ชายรองมีความประสงค์ให้นางไปพบที่พระตำหนัก มิได้ระบุเหตุผลชัดเจนอาฮวาเองก็อดถามขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ…วันนี้ท่านจะไปวังจริงหรือเจ้าคะ? หากฮูหยินรองไม่ยินดี…”“ฮวา” ลู่ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ ดวงตาฉายแววเยียบเย็น “ข้าก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ขององค์ชายรองได้เช่นกัน เจ้าคิดว่าระหว่างคำสั่งเวินซื่อกับองค์ชายในวัง…ข้าควรเลือกฟังผู้ใด?”อาฮวาก้มหน้า “บ่าวไม่กล้าคิดเพคะ”“เพียงแต่…” ลู่ชิงหรูวางเสียงราบเรียบ “ข้าคิดว่าวันนี้นางคงไม่ปล่อยให้ข้าไปเพียงลำพัง เสวี่ยเอ๋อร์…คงจะตามไปด้วยแน่นอน”คำคาดการณ์นั้นแม่นยิ่งกว่าคำทำนายใดเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ชิงหรูออกมายืนรอหน้าจวนเพียงครู่ รถม้าประดับตราเฉินหลงขององค์ชายรองก็มาหยุดอยู่หน้าประตูอย่างเด่นตระหง่าน บ่าวข้างจวนและชาวบ้านละแวกนั้นต่างแอบมามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็แย้มยิ้มแต่เงี่ยหูรอคอยและไม่นานนัก เวินซื่อก็ค่อย ๆ พยุงเสวี่ยเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายกวางชมดอกเหมย ออกมาหน้าจวนอย่างถนุถนอม ราวกับกลัวบุตรสาว

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 61 นางมีนัดกับองค์ชายรอง

    บทที่ 61นางมีนัดกับองค์ชายรองยามค่ำคืนในตำหนักชิงหลงสงบเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงสายลมพัดกิ่งไผ่กระทบกันเบา ๆ เงาไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเคลื่อนไหวอยู่บนผนังหินสีดำ พระพักตร์ขององค์ชายใหญ่แลดูไร้อารมณ์ ขณะถอดเสื้อนอกออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีนิลของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคุณหนูจากสกุลลู่…หญิงสาวที่ปรากฏตัวแทนยังสถานที่นัดในวันนี้...ไม่ใช่นางคนนั้นภาพของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายที่เคยก้มหน้าก้มตารอเขากินอาหารตอนเขาพักอยู่ที่เมืองเฟิ่งเซียนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ สีหน้าระรื่นหยาดเยิ้มของคุณหนูจากสกุลลู่ในวันนี้ขัดแย้งกับความสุขุมลึกของแววตาของนางยังแจ่มชัดในสายตาเขาเขาเอื้อมมือหยิบกล่องขนมที่ถูกส่งมาจากจวนลู่ซึ่งยังวางอยู่บนโต๊ะ เปิดฝาแล้วจ้องมองขนมถั่วสลักรูปเหยี่ยวบน รูปร่างและลายเส้น...เหมือนป้ายหยกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน“แล้วนางรู้ได้อย่างไร...” เสียงต่ำของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้องเงียบงันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะรู้ตราประจำตัวของเขาในฐานะผู้นำองค์กรเงาในเมืองเฟิ่งเซียน นอกจากผู้เคยอยู่ใกล้ชิดเขาตอนอยู่เมืองเฟิ่งเซียนแล้วจะมีใครไหนรู้อีกเล่าเขาหรี่ตา แววตาเย็นเยียบ“เฉินอัน” เขาเอ่ยเร

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 60 เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้ง

    บทที่ 60เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้งเมื่อบทสนทนาในห้องทำงานจบลง ลู่ชิงหรูก็ค้อมกายขอตัวออกมาอย่างนอบน้อม นางเดินออกจากห้องไปโดยมีอาฮวาเดินตามเงียบ ๆฝีเท้าของนางช้ากว่าปกติเพราะรออะไรบางอย่างอยู่‘เจ้าวางเหยื่อล่อ กระตุกความรู้สึกคนได้ชำนาญนัก’ดวงตานิ่งราบของลู่ชิงหรูกะพริบช้ายิ้มรับคำชมของหยางอิ๋นแล้วแล้วในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยงออกจากเขตของเรือนหลักแล้วนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง“คุณหนูลู่”ลู่ชิงหรูหยุดฝีเท้าก่อนหันกลับมาอย่างเชื่องช้าฉู่เหวินซานยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสงบ สายตาทอดมองมาอย่างเรียบเรื่อย แต่ในแววตากลับเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่“องค์ชายรองมีเรื่องอันใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ?”“ข้ามาเยี่ยมจวนคราวนี้ยังไม่ได้ชมเหล่าดอกท้อที่กำลังบานเลย พาข้าเดินชมสวนหน่อยสิ”เขาเอ่ยเหมือนพูดเรื่องธรรมดาทั้งที่ในยุคนี้พบปะของบุรุษสตรีพบไม่บ่อยนักลู่ชิงหรูยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะย่อคำนับ “หม่อมฉันยินดีเพคะ”เมื่อหันไปส่งสัญญาณให้อาฮวา อาฮวาก็เข้าใจถอยห่างไปพร้อมบ่าวคนอื่น ทิ้งให้ทั้งสองเดินเคียงกันในสวนที่ยังไม่เห็นดอกไม้บานสะพรั่งอย่างที่อีกคนเอ่ยอ้างก่อนหน้าสักนิดเดินเงียบมาพ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 59 คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้ว

    บทที่ 59คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้วสายตาของฉู่เหวินซานจับจ้องอยู่ที่ชิงหรูอย่างไม่ปิดบัง...ไม่ใช่เพราะเครื่องแต่งกาย ไม่ใช่เพราะความงามเหนือกว่าสตรีใดที่เขาเคยเจอ แต่เพราะบางอย่างในดวงตานิ่งลึกคู่นั้นที่ดูคล้าย...ไม่ยินดียินร้ายต่อการมีอยู่ของเขาเท่าที่ควรต่างหากใต้เท้าลู่กระแอมเบา ๆ ขัดบุตรสาวที่เขาเองก็เพิ่งใกล้ชิดคราแรกอย่างพยายามแสดงออกว่าไม่ได้ห่างเหินกันต่อหน้าคนนอก แม้จะประหลาดใจว่าเหตุใดบุตรสาวคนโตถึงมาหาเขาในวันที่มีแขกพอดีแต่ก็ต้องรับสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจึงปัดความสงสัยทิ้งไปชั่วคราวก่อน“ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อน เจ้านำขนมอะไรมาด้วยหรือ?”ลู่ชิงหรูยิ้มรับอย่างยินดีก่อนพยักหน้าเบา ๆ ให้ฮวาวางขนมในถาดลงบนโต๊ะที่คั่นระหว่างบุรุษในห้องทั้งสองก่อนสีไข่น่าจะนุ่มส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอทันใด“ข้าเพิ่งลองทำขนมสูตรใหม่เจ้าค่ะ ...คิดว่าอยากให้ท่านพ่อได้ลองชิม...”“ไม่รู้ว่าเจ้าก็ทำขนมเป็นด้วย มันคือขนมอันใดเหตุข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...”ลู่ไห่เทียนเลื่อนขนมจานหนึ่งให้ไปอยู่ตรงหน้าของผู้มีศักดิ์สูงกว่า ก่อนจะเงยหน้าถามบุตรสาวของตน“เป็นขนมเนื้อนุ่มรสเกาลัดเจ้าค่ะ”“กลิ่นหอมอีกท

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 15 นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สอง

    บทที่ 15นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สองกลิ่นหอมของงาคั่วลอยอบอวลทั่วห้อง ลู่ชิงหรูกำลังจัดวัตถุดิบลงบนโต๊ะเรียงเป็นหมวดหมู่ น้ำมันงาอย่างดี ข้าวสวยหุงใหม่ ปลาตากแห้งย่างเตรียมคลุกเครื่องเทศ เห็ดหอมแห้ง และผักกาดดอง ทั้งหมดเป็นของที่หาได้ในตลาดเมืองเฟิ่งเซียงนี้ทั้งสิ้น‘ซูชิ…?’นางเอ่ยพ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 14 คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวน

    บทที่ 14คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวนทันทีที่เท้าแตะพื้นท่าเรือ เซียวหลิงชวนก็รีบจัดการติดต่อทางการอย่างรวดเร็ว ขุนนางผู้รับหน้าที่ตรวจตราบริเวณท่าเรือเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่นานก่อนหน้านั้นเขาก็เอ่ยปลอบใจชาวบ้านที่ยังตกใจกับเหตุการณ์บนเรือด้วยสีหน้าอ่อนโยน ท่าทีไม่ถือดีแม้จะเป็นถึงบุตรชายของเจ้าเมือง

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 13 เมื่อครู่มันมุกจีบสาว

    บทที่ 13เมื่อครู่มันมุกจีบสาวชายหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดออกมาจากอกเสื้อ เงาวับสะท้อนแสงแดดพร้อมกระโดดขึ้นยืนโดดเด่นบนที่นั่งด้านหน้าสุด ก่อนชายอีกสองคนจะชักอาวุธตามออกมา กระตุ้นให้เสียงหวีดร้องดังระงมทันทีหญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องไม่หยุดก็ถูกฟาดด้วยสันมีดที่ไหล่ ล้มลงกุมแขนสะอื้นแทน นางรู้ว่าพวกเขาทำ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 12 ทว่าข้ากลับชอบไม่น้อย

    บทที่ 12ทว่าข้ากลับชอบไม่น้อยแสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดผ่านเข้ามา ลู่ชิงหรูก้มหน้าก้มตาพลิกหน้าหนังสือสำหรับฝึกหัดเขียนอักษรเริ่มต้น ขณะนั่งอยู่กับลู่เทียนหรงที่มุมหนึ่งของห้องอ่านหนังสือนอกหอสมุดเมืองเฟิ่งเซียงกระดาษหยาบ ๆ ที่เต็มไปด้วยเส้นกำกับและตัวอักษรต้นแบบพู่กันนั้นทำให้นางนิ่วหน้าคราแล้วค

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status