หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก

หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก

last updateDernière mise à jour : 2026-01-26
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
61Chapitres
6.4KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

รักคือทุกข์...ทุกข์ที่จะทำสตรีนางหนึ่งถูกจองจำไปตลอดกาลเพราะความโง่เขลา ชาติก่อนหมิงหลิ่งฟางตกตายเพราะเลือกเดินทางผิด ส่งผลให้ชะตากรรมของครอบครัวเข้าขั้นเลวร้ายถูกความอัปยศครอบงำตระกูล แต่แล้วสวรรค์กลับยินยอมให้นางได้คืนความเป็นธรรมให้แก่ครอบครัว ด้วยการนำดวงจิตจากยุคปัจจุบันของนางมาเปลี่ยนแปลงเรื่องราว ชาตินี้หมิงหลิ่งฟางไม่ขอเป็นคนโง่เขลา เพราะนางจะเป็นคนใหม่ที่ไม่ยอมหลงเดินทางผิด เอาแต่บูชาความรักจนครอบครัวถึงจุดยากลำบาก และแม้ว่านางจะไม่ได้รักใคร่ หยางจวินเฟย แต่นางก็ฉลาดพอที่จะเลือกฝั่งผู้ชนะ นางจะต้องทำทุกทางเพื่อผูกมิตรกับเขา เพื่อให้บุรุษผู้นี้กลายเป็นแผ่นฟ้าที่คอยคุ้มครองนางกับครอบครัวให้จงได้ หมดเวลาของนี้หมิงหลิ่งฟางผู้อ่อนแอและเจ้าน้ำตาแล้ว จากนี้นางจะทำทุกทางเพื่อให้ตระกูลหมิงรอดพ้นเภทภัย

Voir plus

Chapitre 1

โชคชะตา 1

         ในยามพลบค่ำดวงตะวันค่อยๆ ลาลับท้องฟ้ามืดครึ้ม ผู้คนสัญจรไปมาเริ่มน้อยลงก่อนจะจางหายไป มีเพียงแสงไฟสลัวตามสองฝั่งข้างทาง ริมฟุตบาทของถนนสายหนึ่งที่ติดอยู่กับแม่น้ำห่างเพียงระเบียงกั้น สะท้อนให้เห็นเงาของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย

         หญิงสาวร่างผอมบางในชุดเดรสชีฟองสีขาวสวมหมวกไหมพรมสีขาว เดินไปตามฟุตบาตก่อนจะมาหยุดอยู่บนสะพานข้ามฝั่งแม่น้ำ ดวงตาเศร้าหมองเหม่อลอยทอดมองไปด้านหน้าอย่างไร้ทิศทาง

         หากมองดูใกล้ๆ คงเห็นว่าดวงตาของเธอบวมแดงหลังจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ใบหน้าที่เคยงดงามผุดผ่องนั้นซีดเซียวซูบตอบไร้สีเลือดฝาดอย่างเห็นได้ชัดริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่อซีดขาวราวกับกระดาษ

         ที่ผ่านมาราวกับว่าโชคชะตาเล่นตลกกับชีวิตของเธอ เมื่อปีก่อนเธอป่วยอาการเริ่มทรุดหนักเมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาล กลับพบว่าเธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอาจอยู่ได้ไม่เกินสองปี 

         นั่นเสมือนกับฝันร้ายชีวิตที่กำลังราบรื่นวาดฝันไว้อย่างดีกับคนรักที่คบกันมาถึงห้าปี เธอตั้งใจไว้ว่าจะแต่งงานและมีลูกกับเขาชีวิตครอบครัวของเธอก็จะสมบูรณ์ เติมเต็มชีวิตในอดีตที่ขาดหาย

         “ไม่เป็นไรผมจะคอยอยู่ข้างๆ ดูแลคุณเอง”

         คำพูดนั้นของเขาทำให้เธอยังคงมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข เธอเริ่มเข้ารับการรักษาแม้ว่าจะไม่เห็นความหวังที่ปลายทาง แต่เธอก็ยังคงมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปกับเขาแม้ว่าสิ่งที่วาดฝันไว้จะไม่เป็นอย่างที่คิด หากแต่เขาเป็นคนเดียวที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายและเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตของเธอ

         เธอชื่อหลินฟาง เป็นเด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตร ตั้งแต่จำความได้เธอก็ใช้ชีวิตอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าคนอื่นกว่าจะก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้

         หลังจากที่เธอเรียนจบเธอก็ได้ทำงานในบริษัทใหญ่โตมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความที่เธอเป็นคนขยันและทำงานดีละเอียดรอบคอบ อายุเพียงยี่สิบห้าปีเธอก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเป็นที่น่าอิจฉาของคนอื่น ๆ พวกเขาทำงานมาทั้งชีวิตยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเลย

         แต่กว่าเธอจะมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะว่าเธอมีกำลังใจที่ดี จงเหวินคนรักที่คอยอยู่เคียงข้างเธอมาตลอดห้าปี เธอกับเขาคบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทางบ้านของเขามีฐานะปานกลาง แต่เขาก็พยายามช่วยเหลือให้กำลังใจเธอมาตลอด ทั้งสองฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันมากมาย

         หลินฟางรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีมากเป็นที่พึ่งเดียวในชีวิตเธอ เธอจึงตั้งใจว่าหลังจากที่การงานมั่นคงเธอจะแต่งงานและมีลูกกับเขามีครอบครัวที่มีความสุข

         แต่แล้วชีวิตในวัยยี่สิบหกปีของเธอกลับพังทลายลงเมื่อเธอตรวจพบว่าเธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอยู่ได้ไม่เกินสองปี จึงทำให้เธอต้องออกจากงานมารักษาตัว เธอคิดว่าชีวิตของเธอนั้นยังโชคดีที่มีจงเหวินคนรักที่คอยดูแลอยู่ข้างๆ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกกับเธออีกครั้ง

         ‘ที่รักทำอะไรอยู่คะ ที่เรานัดกันว่าจะไปดินเนอร์เย็นนี้ฉันจองโต๊ะที่ดาดฟ้าของโรงแรมไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ’

         ‘ได้ครับผมจะรีบไป ผมเองก็คิดถึงคุณจะแย่แล้ว’

         ข้อความพวกนั้นแจ้งเตือนขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของคนที่เธอรัก หลินฟางทรุดตัวลงกับพื้นขบเม้มริมฝีปากแน่นน้ำตาไหลอาบสองพวงแก้มอย่างห้ามไม่ได้ เธอไม่คิดว่าคนรักที่คบกันถึงห้าปีจะนอกใจเธอ

         เธอยังคงคิดเข้าข้างตัวเองว่าข้อความนั้นอาจจะมีใครบางคนส่งผิดมาก็ได้

         ก๊อก ก๊อก

         เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้หลินฟางได้สติขึ้นมาอีกครั้ง เธอวางโทรศัพท์ของเขาไว้บนโต๊ะที่เดิม มือเรียวเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาบนใบหน้าก่อนจะเดินไปเปิดประตู

         “จงเหวินคุณกลับมาแล้วเหรอคะ” หลินฟางปั้นหน้ายิ้มให้กับเขา

         “ครับวันนี้ผมซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าวให้คุณโดยเฉพาะ มีประโยชน์สำหรับคนป่วยทั้งนั้นเลย คุณจะได้แข็งแรงและหายไวๆ จะได้อยู่กับผมไปนาน ๆ” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งพูดพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับหลินฟาง

         “จริงสิเย็นนี้ผมต้องไปงานด่วนคงอยู่กับคุณไม่ได้คุณอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม พรุ่งนี้ผมจะรีบกลับมานะ”

         จงเหวินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หากแต่ทำให้คนฟังรู้สึกสะอึกขึ้นมา

         หลินฟางกลืนน้ำลายลงคอพยายามกดกั้นน้ำตาที่พร้อมจะไหลพรากออกมาได้ทุกเมื่อ

         “ค่ะ” หญิงสาวตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อยให้กับเขา

         โรงแรมแห่งหนึ่งติดริมแม่น้ำบรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว มองโดยรอบเห็นวิวทิวทัศน์แม่น้ำที่กว้างใหญ่ตึกน้อยใหญ่เรียงรายเป็นแถว ในยามเย็นแสงไฟหลากหลายสีสันสะท้อนบนแม่น้ำยิ่งมองดูสวยงามจนไม่อาจละสายตา

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
61
โชคชะตา 1
ในยามพลบค่ำดวงตะวันค่อยๆ ลาลับท้องฟ้ามืดครึ้ม ผู้คนสัญจรไปมาเริ่มน้อยลงก่อนจะจางหายไป มีเพียงแสงไฟสลัวตามสองฝั่งข้างทาง ริมฟุตบาทของถนนสายหนึ่งที่ติดอยู่กับแม่น้ำห่างเพียงระเบียงกั้น สะท้อนให้เห็นเงาของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย หญิงสาวร่างผอมบางในชุดเดรสชีฟองสีขาวสวมหมวกไหมพรมสีขาว เดินไปตามฟุตบาตก่อนจะมาหยุดอยู่บนสะพานข้ามฝั่งแม่น้ำ ดวงตาเศร้าหมองเหม่อลอยทอดมองไปด้านหน้าอย่างไร้ทิศทาง หากมองดูใกล้ๆ คงเห็นว่าดวงตาของเธอบวมแดงหลังจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ใบหน้าที่เคยงดงามผุดผ่องนั้นซีดเซียวซูบตอบไร้สีเลือดฝาดอย่างเห็นได้ชัดริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่อซีดขาวราวกับกระดาษ ที่ผ่านมาราวกับว่าโชคชะตาเล่นตลกกับชีวิตของเธอ เมื่อปีก่อนเธอป่วยอาการเริ่มทรุดหนักเมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาล กลับพบว่าเธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอาจอยู่ได้ไม่เกินสองปี นั่นเสมือนกับฝันร้ายชีวิตที่กำลังราบรื่นวาดฝันไว้อย่างดีกับคนรักที่คบกันมาถึงห้าปี เธอตั้งใจไว้ว่าจะแต่งงานและมีลูกกับเขาชีวิตครอบครัวของเธอก็จะสมบูรณ์ เติมเต็มชีวิตในอดีตที่ขาดหาย
Read More
โชคชะตา 2
บนดาดฟ้าของโรงแรมแห่งนี้ได้จัดโต๊ะสำหรับทานดินเนอร์ไว้สำหรับลูกค้าวีไอพี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ดูคุ้นตาสวมสูทสีดำดูภูมิฐาน ฝั่งตรงข้ามเขาเป็นหญิงสาวสวยในชุดเดรสเกาะอกสีแดงคลุมทับด้วยเสื้อสูทสีขาวดูมีระดับ หากมองดูดี ๆ แล้วผู้หญิงคนนี้คงมีฐานะอยู่ไม่น้อย ใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง ริมฝีปากสีแดงสดยกยิ้มกว้างให้กับชายหนุ่มตรงหน้าตลอดเวลา “อร่อยไหมคะ มื้อนี้ฉันสั่งแต่ของโปรดของคุณทั้งนั้นเลยนะ” “ขอบคุณนะครับ” เขาเองก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเธอเช่นกัน ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข โดยไม่เห็นว่ามุมหนึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนกำมือแน่น ใบหน้าซีดเซียวเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาริมฝีปากขบเม้มจนห้อเลือด ก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังโต๊ะที่คนรักของเธอนั่งอยู่กับหญิงสาวที่เธอไม่คุ้นตา “นี่มันอะไรกันคะจงเหวิน แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” หลินฟางเอ่ยถามเสียงสั่น เธอไม่คิดว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้จะเป็นเขา จงเหวินเบิกตากว้างอย่างตกใจ เช่นเดียวกับหญิงสาวชุดแดงตรงหน้าที่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เขาเป็นแ
Read More
หวนคืนอดีต...
แสงแดดรำไรยามเช้าตรู่ สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างสีขาวบางเบาพลิ้วไหวกระทบเข้ากับใบหน้าขาวเนียนดุจหิมะของหมิงหลิ่งฟางที่นอนอยู่บนเตียงไม้สีดำหลังใหญ่แกะสลักลายอย่างประณีต เปลือกตาสีไข่ค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนกระพริบตาถี่ ๆ ขนตายาวแพรหนากระพือขึ้นลงราวกับปีกผีเสื้อ ครั้นพอฟื้นคืนสติขึ้นมาหลินฟางก็ใช้สายตาสำรวจไปรอบ ๆ ที่นี่คือที่ไหนกัน นางพยายามขยับร่างกายหมายจะลุกขึ้นนั่งเพื่อจะได้เห็นชัดขึ้น แต่กลับรู้สึกถึงสัมผัสอันอบอุ่นจากมือใครบางคนที่กุมมือของนางไว้แน่น หลินฟางเหลือบมองไปยังข้างเตียงก็พบสตรีนางหนึ่ง สวมอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นสีทองอย่างประณีต มวยผมที่เกล้าไว้ไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ดูจากการแต่งกายแล้วคาดว่าสตรีผู้นี้คงเป็นสตรีวัยกลางคน นางกำลังฟุบหลับอยู่ข้างเตียงทั้งมือของนางก็ยังกุมมือของหลินฟางเอาไว้แน่นราวกับว่ากลัวจะสูญเสียนางไปอีกครั้งอย่างไรอย่างนั้น ในขณะที่หลินฟางกำลังย่นคิ้วอย่างสงสัย นางมาอยู่ที่ไหนแล้วผู้นี้เป็นใคร จู่ ๆ นางก็รู้สึกปวดหัวราวกับว่ามีเข็มนับพันมาทิ่มแทงจนหัวแทบจะระเบิดออกมา หลินฟางยกมือขึ้นกุมศีรษะไว้อย่างเจ็บปวด
Read More
องค์ชายรองมาเยี่ยมเยือน 1
หมิงหลิ่งฟางยังคงค้างคาใจ ใครกันกล้ามาทำกับนางที่จวนของบิดาได้ นางพยายามหลับตาเค้นความทรงจำในอดีตเหตุการณ์นั้นค่อนข้างเลือนรางมาก เหมือนคับคล้ายคับคราว่ามีสตรีผู้หนึ่งมาเบียดนางอยู่ด้านหลัง ในระหว่างที่นางยืนชมดอกบัวในสระโดยไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกว่ามีมือของใครบางคนผลักนางจากด้านหลังก่อนที่นางจะตกลงไปในสระบัวด้านข้างจวน หากนางจำไม่ผิดสตรีผู้นั้นคาดว่าน่าจะเป็นหวงเจียวซิน บุตรสาวของเจ้ากรมการคลัง ที่ตามครอบครัวมาร่วมงานวันเกิดของบิดาที่จวนด้วยเช่นกัน เหอะ! คนนิสัยร้ายกาจเช่นนั้นทำร้ายนางยังไม่พอยังจะกล้าหน้าด้านแสร้งมาตีสนิททำเป็นว่าหวังดีกับนาง ในอดีตนางช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริงหลงเชื่อคนโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน ครานี้นางจะไม่ยอมให้สตรีผู้นั้นมาหลอกลวงปั่นหัวนางเป็นครั้งที่สองได้อีก หากจะมีใครโง่เขลาคนผู้นั้นต้องไม่ใช่นาง! หมิงหลิ่งฟางรู้สึกเจ็บใจทั้งโกรธแค้นอดีตสามีและสตรีผู้นั้นจนแทบอยากจะฆ่าให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ ให้สมกับสิ่งที่พวกมันทำกับนางไว้ หมิงหลิ่งฟางเผลอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ แต่หากนางจะเข้าไปแก้แค้นพวกมันตอนนี้ไม่
Read More
องค์ชายรองมาเยี่ยมเยือน 2
ณ ห้องโถงจวนสกุลหมิง หลังจากที่หยางเทียนหลิวรู้ข่าวว่าหมิงหลิ่งฟางหายป่วยดีแล้ว เขาก็รีบเดินทางจากวังหลวงมายังจวนสกุลหมิงในทันที เพื่อแสดงความห่วงใยเหมือนเฉกเช่นที่ผ่านมาให้นางได้เห็นว่าเขานั้นรักและห่วงใยนางมากเพียงใด "ขอประทานอภัยที่ให้องค์ชายรองทรงรอนานเพคะ" สตรีร่างบางในอาภรณ์ผ้าแพรสีส้มอ่อนใบหน้างามนิ่งเรียบ เดินทอดกายเข้ามายืนตรงหน้าบุรุษทั้งสองในห้องโถง พร้อมกับย่อตัวเล็กน้อยแสดงความเคารพตามมารยาท ดวงตาเมล็ดซิ่งคู่งามเหลือบมองบุรุษในอาภรณ์ปักลายมังกรสีม่วงเพียงครู่หนึ่ง "ในเมื่อฝ่าบาทมีเรื่องพูดคุยกับบุตรสาวของกระหม่อม คงต้องขอตัวก่อน” อัครเสนาบดีหมิงฮุ่ยจือเอ่ยบอกองค์ชายรองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งที่ในใจไม่พอใจอย่างยิ่ง ดวงตาคู่คมมองบุตรสาวตนเองอย่างกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะลงเอ่ยอย่างไรกัน หมิงหลิ่งฟางมองตามบิดาเงียบ ๆ แม้นตอนนี้เขาจะไม่พูดอะไรออกมาแต่นางรู้ว่าท่านพ่อไม่พอใจที่นางยังคบหากับองค์ชายรองอยู่ ดวงตาคู่งามหลุบลงต่ำก่อนจะคารวะองค์ชายรองตามพิธีการ “ไม่ต้องมากพิธีหรอก” หยางเทียนหลิวคว้าแขนเรี
Read More
ปฏิเสธการแต่งงาน...1
“ฟางเอ๋อร์...ไม่เอาสิ! นี่เจ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรืออย่างไร” ใบหน้าคมของบุรุษสูงศักดิ์ในอาภรณ์สีม่วงปักลายมังกรสีทองเริ่มถอดสี คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันดวงตาเรียวคมสีดำขลับฉายแววไม่เข้าใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยถามสตรีตรงหน้าน้ำเสียงเว้าวอน นี่มิใช่ว่านางกำลังล้อเขาเล่นอยู่หรือ "ข้ามาขอเจ้าแต่งงาน จะให้ไปแต่งกับคุณหนูหวงได้อย่างไร!" หมิงหลิ่งฟางเงยหน้าขึ้นดวงตาคู่งามสีน้ำตาลเข้มจ้องมองเขาอย่างจริงจัง ไร้แววล้อเล่นใด ๆ หากไม่ติดว่าเขาเป็นองค์ชายนางคงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยไปแล้ว เพราะเกรงว่าจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเหมือนชาติก่อนนางจึงต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนจะทำอะไรลงไป โอกาสคงไม่ได้มีไว้ให้นางได้แก้ตัวหลายครั้งนัก เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังทั้งแววตาที่บ่งบอกว่าที่นางพูดคือเรื่องจริงหยางเทียนหลิวก็พลันเงียบเสียงลง ภายในใจรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อย่างบอกไม่ถูก นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือว่านางรู้เรื่องของเขากลับหวงเจียวซินอย่างนั้นหรือ เป็นไปไม่ได้เรื่องนี้แม้มารดาของเขาก็ยังไม่รู้เขาคงคิดมากไปแล้ว ภายในห้องโถงในยามนี้พลันเงียบส
Read More
ปฏิเสธการแต่งงาน...2
หมิงหลิ่งฟางแทบอยากจะเดินออกไปจากตรงนี้เสียเดี๋ยวนี้ องค์ชายรองผู้นี้ช่างหน้าด้านหน้าทนเสียจริง ก็อย่างว่าคนเราเพื่อผลประโยชน์ก็มักจะทำได้ทุกอย่างพอหมดประโยชน์ก็ถีบหัวส่งจะเป็นตายก็ช่าง น่ารังเกียจนัก! หากเป็นไปได้นางอยากฆ่าเขาให้ตายต่อหน้าต่อตาเสียเดี๋ยวนี้ หยางเทียนหลิวถอนหายใจเบา ๆ พยายามระงับอารมณ์คุกกรุ่นราวกับเปลวไฟที่พร้อมปะทุอยู่ภายในใจ นึกโกรธเคืองที่หมิงหลิ่งฟางไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามให้กับเขาเช่นแต่ก่อนที่เพียงเขาพูดอะไรนางก็เออออไปตามเขาทุกอย่าง ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาคราวนี้เหมือนจะแข็งข้อขึ้นมาก มือใหญ่กำหมัดแน่นดวงตาเรียวคมหลับลงไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามสะกดกั้นอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่เริ่มปะทุอยู่ภายในใจ หากอยู่ในตำหนักในยามนี้ข้าวของคงกระจัดกระจายไปทั่วห้องแล้ว เอาเถิดวันนี้เขาคงต้องพอแค่นี้ หากยังฝืนรั้งอยู่ต่อเกรงว่านางคงอึดอัดแล้วนึกสงสัยขึ้นมาถึงตอนนั้นก็คงยากแล้ว ดีที่เขายังมีหมากอีกตัวหนึ่งหากนางสามารถเป็นสหายสนิทกับหมิงหลิ่งฟางได้แผนการก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น "วันนี้ฟางเอ๋อร์คงอยากพักผ่อนแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวกล
Read More
ปรึกษาบิดา
ถ้านางนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับบิดามารดาอย่างน้อยก็มีคนช่วยนางคิดหาวิธีได้ หากว่าอีกฝ่ายคิดเล่นตุกติกขึ้นมาเกรงว่าครอบครัวของนางก็อาจหลีกหนีชะตากรรมไม่พ้น เช่นนั้นแล้วนางควรจะทำอย่างไรดีนางจะไม่ยอมพลาดพลั้งอีกเป็นครั้งที่สองแน่ หมิงหลิ่งฟางทอดถอนหายใจนั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็คิดได้ นางก็วางทุกอย่างลงแล้วรีบไปยังเรือนของบิดามารดาในทันที ภายในเรือนหลักจวนสกุลหมิง “มิใช่ว่าข้าแก่ตัวลงไม่งดงามดังแต่ก่อนแล้ว ท่านพี่จะไม่รักข้าแล้วอย่างนั้นหรือ” “ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้เจ้าก็งดงามไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรข้าก็รักเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้นฮูหยินรักยอดดวงใจของข้า” “ท่านพี่ก็… ยังปากหวานไม่เปลี่ยนไปเลยนะเจ้าคะ” “ข้าพูดเช่นนี้กับเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” ริมระเบียงไม้แกะสลักอย่างประณีตปรากฏร่างของบุรุษสตรีวัยกลางคนนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อดีสีแดงสลักลาย เสนาบดีหมิงฮุ่ยจือและฮูหยินหลีซูฮวาพูดคุยหยอกเย้าหัวเราะกันอย่างมีความสุขราวกับคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเกี้ยวกันใหม่ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่ร้อนมากนัก เพราะที่จวนนี้มีต้นไม้ดอ
Read More
อดีตที่ผิดพลาด 1
บรรยากาศริมระเบียงเรือนหลักในยามนี้พลันเงียบ ลงได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งหลิวไหวไปมา โต๊ะไม้ตัวกลมสีแดงสลักลายที่ตั้งอยู่ริมระเบียงปรากฏให้เห็นเงาร่างของคนทั้งสามที่นั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียด “น...นี่เรื่องจริงหรือเจ้าคะ” เมื่อได้ยินสิ่งที่บิดาเล่าหมิงหลิ่งฟางก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ ใบหน้างามซีดเผือดไร้ซึ่งสีเลือดฝาด ดวงตาคู่งามฉายแววเศร้าหมองสะท้อนให้เห็นถึงความสับสนและเจ็บปวดเกินบรรยายราวกับมีหนามแหลมคมทิ่มแทงอยู่ภายในใจ อัครเสนาบดีหมิงฮุ่ยจือเพียงพยักหน้าเบา ๆ เป็นการยืนยันคำตอบ ดวงตาเรียวรีจ้องมองบุตรสาวด้วยความรู้สึกสงสาร ที่แท้เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้ นางคิดไม่ถึงเลยว่าบิดาจะล่วงรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่นางกลับโง่เขลาเบาปัญญานักไม่ยอมเชื่อฟังคำบิดา ทั้งยังดื้อรั้นเอาแต่ใจตนเอง เพราะคิดเพียงว่าความรักในครั้งนี้คือสิ่งที่ถูกต้องปล่อยให้คนหลอกใช้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ทั้งยังทำนิสัยแย่ ๆ ใส่บิดามารดาทำร้ายจิตใจของบุพการีผู้ให้กำเนิด จนพวกท่านต้องยินยอมให้นางแต่งงานกับบุรุษต่ำทรามผู้นั้นในที่สุด และนั่นก็เป็นเหตุให้เกิดจุดเริ่มต้นหายนะของครอบ
Read More
อดีตที่ผิดพลาด 2
นางเข้าใจว่าบุตรสาวรักองค์ชายรองผู้นั้นมาก เมื่อต้องยกเลิกการหมั้นหมายแต่งงานรวมถึงได้ยินสิ่งที่บิดาพูดเช่นนั้นก็คงทำใจไม่ได้ กอปรกับคำพูดของสามีคงเป็นสิ่งที่รับมือได้ยาก หัวใจดวงน้อยของบุตรสาวคงเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยแต่นางก็ยังคงฝืนทน ช่างน่าสงสารนัก “ไม่เป็นไรนะเด็กดี เจ้าทำถูกแล้ว” ฮูหยินหลีกล่าวปลอบโยนบุตรสาวที่น่าสงสาร หมิงหลิ่งฟางเงยหน้าขึ้นมองดูดวงตาสีนิลอันอบอุ่นของมารดาที่กำลังมองดูนางอย่างอ่อนโยน เห็นเช่นนั้นแล้วนางก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ สวมกอดมารดาแน่นขึ้นไปอีกราวกับเด็กน้อย อ้อมกอดมารดานั้นอบอุ่นเสมอ ดูสิบิดามารดาของนางดีถึงเพียงนี้แต่นางกลับสร้างความลำบากให้พวกท่านมาตลอด เมื่อก่อนนางช่างอกตัญญูจริง ๆ ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรนางจะต้องปกป้องครอบครัวให้อยู่รอดปลอดภัย ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะมาทำร้ายครอบครัวของนางได้ ความแค้นสิบปีก็ยังไม่สายไม่จำเป็นต้องรีบร้อน หากวันใดที่แผนการร้ายของพวกมันถูกเปิดโปง วันนั้นจะเป็นวันของนาง นางจะเป็นฝ่ายเหยียบพวกมันให้จมดิน ให้สมกับความแค้นที่พวกมันกล้าหลอกลวงหักหลังได้แม้กระทั่งชายาที่รักและซ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status