مشاركة

ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ
ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ
مؤلف: มายุมายูมายา

บทนำ

last update تاريخ النشر: 2026-01-08 12:05:39

บทนำ

ภัตตาคารจินฮว่าในย่านการค้าของเมืองเฟิ่งเซียงยังคงคึกคักไม่ขาดผู้คน แม้เป็นเมืองชายทะเลที่ห่างจากเมืองหลวง แต่ด้วยเส้นทางการค้าที่ตัดผ่านจึงมีพ่อค้า นักเดินทาง และชาวเรือต่างถิ่นมาเยือนตลอดเวลา กลิ่นหอมของอาหารจากครัวหลังภัตตาคารลอยอบอวล แข่งกับเสียงโห่ร้องและความจอแจจากห้องโถงด้านหน้าไว้ต้อนรับลูกค้า

ชายหนุ่มร่างเล็กในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นยืนอยู่หน้าเตา มือเรียวสับหมูสามชั้นลงบนเขียงด้วยจังหวะคงที่ ชำนาญจนคิดว่ามีดในมือไม่ต่างจากอวัยวะหนึ่งของเจ้าตัว ดวงตาคมเรียบนิ่งจดจ่อกับวัตถุดิบตรงหน้าท่วงท่าเฉียบคมราวเครื่องจักรชั้นดี แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าใต้เปลือกตาเรียบเฉยนั้นซ่อนอดีตอันแสนซับซ้อนของหญิงสาวผู้หนึ่งมิใช่เด็กชายผอมบาง !

ลู่ชิงหรู อดีตสายลับจากปลายศตวรรษที่ยี่สิบ ผ่านภารกิจมานับไม่ถ้วน และตายในหน้าที่เมื่อถูกหักหลังโดยเพื่อนร่วมทีม แต่แทนที่จะดับสูญกลับฟื้นในร่างของคุณหนูตกอับแห่งตระกูลขุนนาง ใหญ่ เหตุเพราะมารดาตั้งครรภ์น้องชายผู้มีชะตากาลกิณีต่อตระกูล พวกนางถูกไล่ออกจากจวนใหญ่ต้องระเห็จมาชนบท

ชีวิตใหม่ที่น่าจะสิ้นหวังกลับถูกหล่อเลี้ยงด้วยความสามารถใหม่ของอดีตสายลับและระบบที่นางสร้างขึ้นเองกับมือเมื่ออดีต

‘ข้าวิเคราะห์ชะตาแล้ว เจ้าตายโง่ ๆ แต่ก็ยังโชคดีได้พาข้ามาด้วย ถือว่าเป็นบุญของเจ้าอย่างเดียวยามได้เกิดใหม่’

นี่คือคำพูดแรกยามที่นางรู้ว่าระบบสายลับที่นางสร้างเมื่อตอนเป็นสายลับได้ทะลุมิติมากับนางด้วย

...ภาพโฮโลแกรมเจ้าก้อนสีเหลืองตัวกลมที่ลอยอยู่เหนือเขียง แววตาสดใสน้ำเสียงใสกริ๊งไม่ต่างจากเด็กชายวัยเก้าขวบทั่วไป แต่ที่น่าแปลกใจคือเจ้าระบบสายลับในอดีตนี้กลับกลายเป็นระบบทำอาหารเสียอย่างนั้น

‘เจ้าระบบอารมณ์ดี’ มีชื่อว่า หยางอิ๋น เวลาทำอาหารจะกระตือรือร้นที่สุดแต่ถ้าจะใช้มีดแทงใครเข้าเมื่อไร ระบบนี่ก็พร้อมเงียบหายทันที ราวกับมิใช่ระบบในมีดประจำตัวของนางที่ชาติก่อนนางใช้มันจัดการศัตรูและทำภารกิจมานักต่อนัดอย่างไรอย่างนั้น

“พ่อครัวหรู! รายการอาหารเข้ามาใหม่!”

เสี่ยวเอ้อสาวเรียกเสียงดังขณะยื่นใบรายการอาหารมาให้ ลู่ชิงหรูรับไว้ด้วยนิ้วเรียว หางตาเหลือบมองเพียงชั่ววาบหนึ่ง

“ปลานึ่งซีอิ๊ว ไก่ตุ๋นสมุนไพร ข้าวคลุกงาดำ บัวลอยไส้งาดำ...”

นางอ่านตามรายชื่ออาหารบนแผ่นกระดาษที่เขียนด้วยถ่านจาง ๆ พยักหน้าเบา ๆ ดวงตานิ่งสงบ แต่ภายในกลับคำนวณลำดับการลงมืออย่างแม่นยำราวแผนจู่โจม นางก้าวไปยังถังปลาน้ำจืดที่ยังดิ้นพล่าน เลือกตัวที่เนื้อแน่น ลำตัวยาวได้สัดส่วน พอเหมาะแก่การนึ่งให้สุกกำลังดี

มือเรียวยกมีดขึ้นโดยไม่ลังเล ใบมีดยาวเรียวส่องประกายสะท้อนแสงอ่อนในครัว เสียงปลายมีดเฉือนผ่านเนื้อปลา ขอดเกล็ด แล่บั้งสองข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว แม่นยำ แม้กระทั่งก้างอ่อนบางตรงท้องปลาก็หลบหลีกได้ง่ายดาย

ในชาตินี้ไม่มีใครรู้ว่านางเคยใช้มีดเล่มเดียวกันนี้ปลิดชีวิตศัตรูในความมืด ด้วยฝีมือเฉียบขาดไม่แพ้พ่อครัวในครัว สิ่งที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียว

...ปลายทางของคมมีดนี้ไม่ได้มีเพื่อทำร้ายใครแต่เพื่อทำอาหารสร้างความสุขให้คนได้ลิ้มรส

นางหมักปลาด้วยสมุนไพรกลบกลิ่น ซีอิ๊วหมักดองในโอ่งไม้เก่า เหล้าเกาเหลียงเก่า และน้ำตาลกรวดโปรยบาง ๆ เสริมรส วางปลาลงบนจานเคลือบอย่างมั่นมือ แต่งด้วยเห็ดหูหนูขาว ต้นหอม และแผ่นขิงที่ผ่านการฝานบางแล้ว

“ถ้าไม่ใส่ต้นหอมกับเห็ดหูหนู จะเหมือนเขียนบทกลอนที่ไร้จังหวะ”

หยางอิ๋นในร่างโฮโลแกรมลอยวนอยู่ใกล้ซึ้ง เขากล่าวพลางทำหน้าเคร่งเครียดราวกับพ่อครัวหลวงกำลังตรวจสำรับถวายฮ่องเต้

ข้างเตาดิน ไก่เนื้อแน่นสีซีดถูกสับเป็นชิ้นโดยมีดเล่มเดิม เสียงปลายมีดกระทบเขียงไม้ดังแผ่วแต่หนักแน่น จากนั้นนางจึงจัดการเรียงชิ้นเนื้อไก่ลงในหม้อเคลือบเงา ใส่ตังกุย โป๊ยกั๊ก เฉินผี่ เก๋ากี้ และชวงเจี่ย เติมน้ำสะอาด เกลือหินเล็กน้อย แล้วตั้งไฟอ่อนให้เคี่ยวอย่างใจเย็น

“น้ำแกงดีไม่อาจเร่งได้ เหมือนภารกิจที่ต้องรอเวลา ปลุกน้ำให้เดือดขึ้นทีละชั้น ไม่รีบเร่ง แต่ไม่พลาดแม้จังหวะเดียว”

หยางอิ๋น หรือ อิ๋นอิ๋นพึมพำเสียงเบาขณะมองไอน้ำอุ่น ๆ ลอยขึ้นจากปากหม้อ สูดดมกลิ่นตังกุยที่เริ่มโชยมาอย่างแผ่วบาง

อีกมุมหนึ่ง ข้าวหุงใหม่ถูกตักลงอ่างไม้ คลุกด้วยงาดำคั่วบดละเอียด กลิ่นหอมมันกระจายตัวทั่วห้องครัว มือที่เคยปลดไกกับดักอย่างแม่นยำ บัดนี้ขยับไม้พายผสมข้าวกับงาอย่างสง่างามและเปี่ยมความรู้สึก

หม้อน้ำขิงอีกใบ บัวลอยไส้งาดำลอยเด้งตัวบนผิวน้ำร้อนจัด แป้งเหนียวนุ่ม ไส้ในหอมหวานจากงาดำบดละเอียดและน้ำตาลกรวดแท้

หยางอิ๋นลอยเหนือถาดข้าวคลุกงาดำ แสดงท่าทีภูมิใจนักหนา

‘ยอดเยี่ยม ข้าจะเพิ่มคะแนนความพอใจให้เจ้าหนึ่งหน่วย ในฐานะที่ทำให้ข้าได้กลิ่นหอมโชยเช่นนี้ได้’

ชิงหรูไม่ใช่เด็กสาวที่ตามเจ้าระบบขี้น้อยใจไม่ทัน ‘มิใช่เจ้าบอกว่าคะแนนจะนับก็ต่อเมื่อข้าได้ยินคำชมนั้นจากผู้ได้ลิ้มรสด้วยหูตัวเองหรือ คะแนนจากระบบไร้ตัวตนเช่นเจ้านับด้วยหรือ!?’

‘เหอะ! เพราะเจ้ามันเป็นพวกปากไร้รสเช่นนี้อย่างไร คะแนนความพอใจถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแลกอะไรไม่ได้มากเช่นนี้’

ลู่ชิงหรูหัวเราะในลำคออย่างไม่คิดง้อ ก่อนจะรีบจัดอาหารทั้งหมดลงชามและถ้วย ก่อนนำอาหารไปบริการถึงโต๊ะลูกค้านั้นนางก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเงาสะท้อนของตนในเงาบนกระบวยขัดเงา

ใบหน้าเรียวไร้เครื่องประทิน ผมเปียเดี่ยวรวบผมไว้ข้างหลัง เสื้อผ้าหม่นหมอง ในวันที่มาขอทำงาน นางไม่ได้แม้แต่หวีผมผลัดแป้งยิ่งแล้วใหญ่ เถ้าแก่ของที่ภัตตาคารแห่งนี้จึงคิดว่านางเป็นเด็กหนุ่มแล้วก็รับไว้เป็นเสี่ยวเอ้อของร้าน เมื่อเห็นว่าถูกเข้าใจผิดไปอย่างนั้นแล้วนางก็เลยปล่อยเลยตามเลยเสีย เพราะการที่นางเป็นผู้ชายย่อมปลอดภัยกว่าการเป็นหญิง...ยิ่งเฉพาะในยุคนี้

นางยกถาดอาหารออกจากครัว มุ่งหน้าไปยังโต๊ะที่สั่งอาหารด้วยมือตนเอง เพราะคะแนนความพอใจ จะเพิ่มก็ต่อเมื่อลูกค้าพูดคำชมให้นางได้ยินอย่างชัดเจนเท่านั้น

ลู่ชิงหรูเดินตามเสี่ยวเอ้อไปยังโต๊ะด้านข้างหน้าต่าง โต๊ะนั้นมีคุณหนูผู้หนึ่งแต่งกายงดงาม นั่งอยู่กับสตรีสูงวัยที่น่าจะเป็นมารดา ใบหน้าทั้งสองมีแววเหนื่อยล้าจากการเดินผ่านแดดร้อนยามเที่ยงวัน

“เรียนคุณหนู อาหารตามที่สั่งมาแล้วเจ้าค่ะ”

เสี่ยวเอ้อกล่าวอย่างนอบน้อมก่อนจะหันมารับถาดจากลู่ชิงหรูที่เดินตามมาเงียบ ๆไปวางบนโต๊ะ

เมื่อจัดวางอาหารลงบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ลู่ชิงหรูก็ถอยออกมาเล็กน้อย ยืนหลบอยู่หลังเสาไม้ด้านข้างเพื่อรอดูปฏิกิริยา สีหน้าท่าทางของลูกค้าที่กินอาหารนั่นสำคัญกว่าทองคำ

คุณหนูผู้นั้นคีบปลานึ่งเข้าปาก ก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อย ดวงหน้าแสดงความประหลาดใจ ก่อนจะเปล่งเสียงเบา ๆ

“อร่อยเหลือเกินเจ้าค่ะ ท่านแม่ ลองนี่สิ…”

สตรีสูงวัยรับคำแล้วคีบเข้าปากบ้างก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

“น้ำแกงกลมกล่อม รสชาติเบาสบายลำคอ ใช่จะดีเพียงหน้าตาเท่านั้น”

เสียงคำชมไม่ดังนัก ทว่าชิงหรูกลับได้ยินชัดทุกถ้อยคำ พร้อมเก็บสีหน้าความพอใจเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสมใส่ระบบไม่เว้นแม้แต่ชั่วอึดใจเดียว

‘คะแนนความพอใจ +2 +2’

เสียงหยางอิ๋นลอยมาด้วยน้ำเสียงรื่นเริงจนแทบกระโดดตีลังกา ตัวอิ๋นอิ๋นนั้นมีเพียงชิงหรูเท่านั้นที่มองเห็น เมื่อได้รับคะแนนเรียบร้อยก็พร้อมจะเดินกลับไปในครัวอีกคราเพราะเดี๋ยวจะถูกพ่อครัวคนอื่นว่าเอาได้ ทว่ายังไม่ทันได้หันหลังกลับเข้าสู่ครัวเลย เสียงโหวกเหวกก็ดังขึ้นจากหน้าร้านพร้อมเสียงโต๊ะล้มและเสียงเก้าอี้กระแทกพื้นตามมาติด ๆ

“ไอ้เถ้าแก่! ออกมาเดี๋ยวนี้!”

เสียงตะโกนกร้าวปนหยาบคายดังสนั่นทั่วภัตตาคาร ทุกสายตาหันมาทางต้นเสียง มีชายสวมเสื้อผ้าหยาบกระด้างกลุ่มหนึ่งยืนพิงโต๊ะหน้าร้าน หนึ่งในนั้นใช้เท้าถีบโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น “วันนี้พวกข้าจะเก็บค่าคุ้มครองเสียหน่อย! ตลาดนี้ใคร ๆ ก็จ่าย! วันนี้ถึงคราวพวกเจ้าแล้ว”

เถ้าแก่ผู้ชราซึ่งเป็นเจ้าของร้านรีบวิ่งเยาะ ๆ ไปหน้าประตูด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย พลางโค้งคารวะเล็กน้อย มือปาดเหนื่อยที่วันนี้พวกเขายากจะรอดพ้นจากการถูกคุกคามเสียแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของตำรวจเมือง พวกมันถึงรีบมาเก็บค่าคุ้มครองที่ร้านพวกเขานั่นเอง

“วันนี้ร้านข้ายังไม่ได้กำไรเลยโปรดเมตตาเลื่อนวัน…”

ชายคนนั้นยังไม่ทันฟังจนจบก็ตวาดใส่ “มากความนัก!” แล้วผลักอกเถ้าแก่จนเกือบล้มทันที

เงาร่างบางผุดออกมารับร่างเถ้าแก่ไว้ได้ทัน ลู่ชิงหรูยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าราบเรียบแต่แววตาเยียบเย็นมองไปพวกคนที่มาใหม่อย่างไร้ความเกรงกลัว

“คนชรา พวกเจ้าก็ยังกล้าทำร้ายได้ เจ้ายังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่”

ชายหัวหน้าหันมามองนางด้วยแววเหยียดหยาม “ว่าไงนะ เจ้าเด็กเปี๊ยกกล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ!?” เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าคอเสื้อนางแต่...

พลั่ก!

ฝ่ามือของชิงหรูกระแทกข้อมือเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่ก็เป็นจังหวะพอดิบพอดีอย่างไม่น่าเชื่อจนอีกฝ่ายเซไปเล็กน้อยโดยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่มือของตนที่บัดนี้ชาจนแทบขยับไม่ได้

‘อุ๊ย ยังรวดเร็วไม่เบานี่นา!’ เสียงหยางอิ๋นร้องอย่างมีสีสันแต่ไม่โผล่ตัวออกมา ‘แต่ห้ามใช้มีดนะ ถ้าเจ้าใช้ ข้าจะปิดการสนทนาไปสามวันเลยคอยดู!’

นางมิได้ตอบ กลับยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าเล็กน้อยราวไม่ได้ตั้งใจตีแต่บังเอิญเป็นจังหวะเดียวกันที่อีกฝ่ายเอื้อมมาเฉย ๆ

ชายอันธพาลนั้นก็หาได้คิดว่านางตั้งใจจึงขยับจะเข้าหาอีกครั้ง แต่จู่ ๆ ก็สะดุ้งเฮือก ราวกับถูกของแข็งกระแทกเข้าที่ข้อศอกจนเกิดอาการชาคล้ายคนบังเอิญแกว่งมือชนโต๊ะอย่างไรอย่างนั้น

เขาหันขวับไปรอบตัวแต่กลับไม่เห็นผู้ใดขยับ นอกจากสายตาชาวบ้านที่มองอย่างอยากรู้เท่านั้น แล้วใครแอบโจมตีเขาอย่างขี้ขลาดกันเล่า!

“ใครปาของใส่ข้า!”

เขาคำรามลั่นมองหาให้ขวักจนท่าทางดูน่าขบขันไม่น้อย

แต่เมื่อไม่เจอใครเพื่อให้ไม่เสียเวลาก็ทำท่าจะเดินเข้าหาเถ้าแก่อีกครา คราวนี้ก้อนหินอีกก้อนหนึ่งก็พุ่งมาจากที่ไม่รู้ไหนกระแทกท้ายทอยของเขาอย่างแม่นยำ ชิงหรูยังคงยืนนิ่งแต่ข้างหลังนางขยับมือเขวี้ยงหินในมือแต่ต้นแขนไม่ขยับให้ถูกจับได้เลย

คราวนี้ทั้งกลุ่มอันธพาลเริ่มลังเลเสียแล้ว เพราะพวกเขามักจะถูกก้อนหินจากที่ใดไม่รู้ทำร้ายยามเดินหน้าจะทำร้ายชายชราเจ้าของภัตตาคารเสมอ

“หรือร้านเราจะมีเทพเจ้าคุ้มครองจริงอย่างตำนานว่า?”

ชิงหรูแสร้งพึมพำกับตนเองแบบไม่ดังมากแต่พอให้ใครหลายคนได้ยิน แน่นอนว่าเมื่อหาที่มาของการถูกทำร้ายไม่ได้สมมติฐานที่นางว่าไปก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงในทันใด

“วันนี้พวกข้าขอติดไว้ก่อนแล้วกัน! ไว้คราวหน้ามาเก็บสองเท่าจากเดิม ไปพวกเรา!”

เขาชี้หน้าเถ้าแก่กับชิงหรูก่อนพาลูกน้องเดินออกจากร้านไปเสียงอึกทึกไม่ต่างจากขามา

ลู่ชิงหรูหันไปประคองเถ้าแก่กลับเข้าไปนั่งอย่างเงียบ ๆ แล้วหันกลับไปปลอบลูกค้าที่ต่างลุกขึ้นยืนระวังตัวก่อนหน้าตามหน้าที่ของตน

“ขออภัยขอรับ เหตุวุ่นวายจบสิ้นแล้ว เชิญรับประทานต่อเถิด...”

เสียงฮือฮาเริ่มซาลง บางคนยังคงมีคความประหลาดใจปรากฎเต็มหน้า แต่ชิงหรูก็ไม่สนใจคุยกับเถ้าแก่แล้วก็หันหลังกลับ ก้าวเท้าเดินกลับเข้าครัวไป ราวกับทุกอย่างเป็นเพียงพายุฤดูร้อนที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 64 ขนมเป็นเหตุ

    บทที่ 64ขนมเป็นเหตุตำหนักชิงหลงเงียบงันเช่นทุกคราแต่ที่ต่างออกไปคงกลิ่นหอมของผลไม้จาง ๆ ที่ลอยโชยเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าขันทีที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังกล่องไม้เนื้อดีผูกเชือกอย่างดีถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เฉินกงกงขยับเข้าใกล้ เอ่ยรายงานเสียงเบา“เป็นขนมมาจากตำหนักเฉินหลงพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรองทรงรับสั่งให้ส่งมาถวายพระองค์… พร้อมอีกส่วนหนึ่งส่งไปตำหนักของฮองเฮา”ฉู่เหวินซีไม่เอ่ยถามใด ดวงตาสีนิลจับอยู่ที่กล่องนั้นนิ่ง ๆ ไม่ใช่เพราะสนใจขนมที่ใครส่งมาแต่เป็นเพราะกลิ่นที่ลอยโชยออกมามันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดต่างหาก เขายื่นมือไปคลายเชือกไหมช้า ๆ ฝาเปิดออก กลิ่นหอมละมุนของผลไม้สุกก็ลอยแตะปลายจมูกทันทีปลายนิ้วของเขาชะงักทันใด ขนมหน้าตาเช่นนี้ ประหลาดแต่เขาเคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ต่างออกไปแค่น้ำราดข้างบนเท่านั้น แต่แก่นแท้ดูแล้วไม่ต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคิดแน่นอนว่าขนมตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้!“เตรียมเสื้อคลุม”เฉินกงกงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายทันใด “พระองค์จะเสด็จออกไปยามนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”คำถามไม่ได้รับคำตอบ ฉู่เหวินซีเพียงก้าวออกจากตำหนักชิงหลงด้วยจังหวะการเดินไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วให้ใค

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 63 ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วย

    บทที่ 63ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วยลู่ชิงหรูก้าวเข้าสู่ครัวของตำหนักองค์ชายรอง สถานที่ซึ่งแม้เรียกว่าครัว แต่กลับกว้างขวางสะอาดสะอ้านจนนึกว่าเป็นห้องรับรองชั้นดีอีกห้องหนึ่ง เครื่องครัวเรียงรายครบถ้วนจนน่าอิจฉา กระเบื้องเคลือบพื้นหินเย็นจับฝ่าเท้าอาฮวาเดินตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อครู่ก็เพียงช่วยจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนให้นางพ่อครัวหลวงสามคนที่ประจำครัวต่างจ้องนางด้วยสีหน้าสงบแต่มีคำถามในแววตา พวกเขาอาจไม่กล้าแสดงออกชัดเจน แต่ดูจากกิริยาก็รู้ว่ารู้สึกเหมือนโดนล้ำเขตอาชีพชิงหรูมองไปรอบห้อง ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างครุ่นคิด“ข้าจะทำขนมโดยใช้ลูกพลับสุกที่ต้องคัดเฉพาะจากต้นลูกโตเปลือกบาง สีแดงเข้ม มีไหมเจ้าคะ? และสาลี่น้ำผึ้งรสหวาน แต่ขอที่ผิวนุ่มเล็กน้อยนะเจ้าคะ...อ้อ ถ้ามีผลไม้เปรี้ยวหวานอย่างอื่นด้วยก็จะดีมาก”พ่อครัวใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ของพวกนี้มิได้เตรียมไว้ครบขอรับ ต้องไปเลือกที่คลัง”“เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านช่วยดูให้หน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหรูกล่าวพร้อมรอยยิ้มจริงใจและท่าทีนอบน้อมพ่อครัวหลวงทั้งสามสบตากันก่อนจะพยักหน้าอย่างมิอาจปฏิเสธ แล้วรีบออกไปทันทีเมื่อประตูครัวปิดลง ควา

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 62 สะพานเชื่อมไปยังอำนาจ

    บทที่ 62สะพานเชื่อมไปยังอำนาจหลายวันก่อน มีนางกำนัลของตำหนักเฉินหลงมามอบจดหมายถึงมือของบ่าวชิงหรู บอกว่าองค์ชายรองมีความประสงค์ให้นางไปพบที่พระตำหนัก มิได้ระบุเหตุผลชัดเจนอาฮวาเองก็อดถามขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ…วันนี้ท่านจะไปวังจริงหรือเจ้าคะ? หากฮูหยินรองไม่ยินดี…”“ฮวา” ลู่ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ ดวงตาฉายแววเยียบเย็น “ข้าก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ขององค์ชายรองได้เช่นกัน เจ้าคิดว่าระหว่างคำสั่งเวินซื่อกับองค์ชายในวัง…ข้าควรเลือกฟังผู้ใด?”อาฮวาก้มหน้า “บ่าวไม่กล้าคิดเพคะ”“เพียงแต่…” ลู่ชิงหรูวางเสียงราบเรียบ “ข้าคิดว่าวันนี้นางคงไม่ปล่อยให้ข้าไปเพียงลำพัง เสวี่ยเอ๋อร์…คงจะตามไปด้วยแน่นอน”คำคาดการณ์นั้นแม่นยิ่งกว่าคำทำนายใดเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ชิงหรูออกมายืนรอหน้าจวนเพียงครู่ รถม้าประดับตราเฉินหลงขององค์ชายรองก็มาหยุดอยู่หน้าประตูอย่างเด่นตระหง่าน บ่าวข้างจวนและชาวบ้านละแวกนั้นต่างแอบมามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็แย้มยิ้มแต่เงี่ยหูรอคอยและไม่นานนัก เวินซื่อก็ค่อย ๆ พยุงเสวี่ยเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายกวางชมดอกเหมย ออกมาหน้าจวนอย่างถนุถนอม ราวกับกลัวบุตรสาว

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 61 นางมีนัดกับองค์ชายรอง

    บทที่ 61นางมีนัดกับองค์ชายรองยามค่ำคืนในตำหนักชิงหลงสงบเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงสายลมพัดกิ่งไผ่กระทบกันเบา ๆ เงาไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเคลื่อนไหวอยู่บนผนังหินสีดำ พระพักตร์ขององค์ชายใหญ่แลดูไร้อารมณ์ ขณะถอดเสื้อนอกออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีนิลของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคุณหนูจากสกุลลู่…หญิงสาวที่ปรากฏตัวแทนยังสถานที่นัดในวันนี้...ไม่ใช่นางคนนั้นภาพของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายที่เคยก้มหน้าก้มตารอเขากินอาหารตอนเขาพักอยู่ที่เมืองเฟิ่งเซียนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ สีหน้าระรื่นหยาดเยิ้มของคุณหนูจากสกุลลู่ในวันนี้ขัดแย้งกับความสุขุมลึกของแววตาของนางยังแจ่มชัดในสายตาเขาเขาเอื้อมมือหยิบกล่องขนมที่ถูกส่งมาจากจวนลู่ซึ่งยังวางอยู่บนโต๊ะ เปิดฝาแล้วจ้องมองขนมถั่วสลักรูปเหยี่ยวบน รูปร่างและลายเส้น...เหมือนป้ายหยกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน“แล้วนางรู้ได้อย่างไร...” เสียงต่ำของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้องเงียบงันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะรู้ตราประจำตัวของเขาในฐานะผู้นำองค์กรเงาในเมืองเฟิ่งเซียน นอกจากผู้เคยอยู่ใกล้ชิดเขาตอนอยู่เมืองเฟิ่งเซียนแล้วจะมีใครไหนรู้อีกเล่าเขาหรี่ตา แววตาเย็นเยียบ“เฉินอัน” เขาเอ่ยเร

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 60 เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้ง

    บทที่ 60เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้งเมื่อบทสนทนาในห้องทำงานจบลง ลู่ชิงหรูก็ค้อมกายขอตัวออกมาอย่างนอบน้อม นางเดินออกจากห้องไปโดยมีอาฮวาเดินตามเงียบ ๆฝีเท้าของนางช้ากว่าปกติเพราะรออะไรบางอย่างอยู่‘เจ้าวางเหยื่อล่อ กระตุกความรู้สึกคนได้ชำนาญนัก’ดวงตานิ่งราบของลู่ชิงหรูกะพริบช้ายิ้มรับคำชมของหยางอิ๋นแล้วแล้วในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยงออกจากเขตของเรือนหลักแล้วนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง“คุณหนูลู่”ลู่ชิงหรูหยุดฝีเท้าก่อนหันกลับมาอย่างเชื่องช้าฉู่เหวินซานยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสงบ สายตาทอดมองมาอย่างเรียบเรื่อย แต่ในแววตากลับเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่“องค์ชายรองมีเรื่องอันใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ?”“ข้ามาเยี่ยมจวนคราวนี้ยังไม่ได้ชมเหล่าดอกท้อที่กำลังบานเลย พาข้าเดินชมสวนหน่อยสิ”เขาเอ่ยเหมือนพูดเรื่องธรรมดาทั้งที่ในยุคนี้พบปะของบุรุษสตรีพบไม่บ่อยนักลู่ชิงหรูยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะย่อคำนับ “หม่อมฉันยินดีเพคะ”เมื่อหันไปส่งสัญญาณให้อาฮวา อาฮวาก็เข้าใจถอยห่างไปพร้อมบ่าวคนอื่น ทิ้งให้ทั้งสองเดินเคียงกันในสวนที่ยังไม่เห็นดอกไม้บานสะพรั่งอย่างที่อีกคนเอ่ยอ้างก่อนหน้าสักนิดเดินเงียบมาพ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 59 คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้ว

    บทที่ 59คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้วสายตาของฉู่เหวินซานจับจ้องอยู่ที่ชิงหรูอย่างไม่ปิดบัง...ไม่ใช่เพราะเครื่องแต่งกาย ไม่ใช่เพราะความงามเหนือกว่าสตรีใดที่เขาเคยเจอ แต่เพราะบางอย่างในดวงตานิ่งลึกคู่นั้นที่ดูคล้าย...ไม่ยินดียินร้ายต่อการมีอยู่ของเขาเท่าที่ควรต่างหากใต้เท้าลู่กระแอมเบา ๆ ขัดบุตรสาวที่เขาเองก็เพิ่งใกล้ชิดคราแรกอย่างพยายามแสดงออกว่าไม่ได้ห่างเหินกันต่อหน้าคนนอก แม้จะประหลาดใจว่าเหตุใดบุตรสาวคนโตถึงมาหาเขาในวันที่มีแขกพอดีแต่ก็ต้องรับสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจึงปัดความสงสัยทิ้งไปชั่วคราวก่อน“ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อน เจ้านำขนมอะไรมาด้วยหรือ?”ลู่ชิงหรูยิ้มรับอย่างยินดีก่อนพยักหน้าเบา ๆ ให้ฮวาวางขนมในถาดลงบนโต๊ะที่คั่นระหว่างบุรุษในห้องทั้งสองก่อนสีไข่น่าจะนุ่มส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอทันใด“ข้าเพิ่งลองทำขนมสูตรใหม่เจ้าค่ะ ...คิดว่าอยากให้ท่านพ่อได้ลองชิม...”“ไม่รู้ว่าเจ้าก็ทำขนมเป็นด้วย มันคือขนมอันใดเหตุข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...”ลู่ไห่เทียนเลื่อนขนมจานหนึ่งให้ไปอยู่ตรงหน้าของผู้มีศักดิ์สูงกว่า ก่อนจะเงยหน้าถามบุตรสาวของตน“เป็นขนมเนื้อนุ่มรสเกาลัดเจ้าค่ะ”“กลิ่นหอมอีกท

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 44 เขาไม่อาจปกป้องคนที่เขารักได้เลย

    บทที่ 44เขาไม่อาจปกป้องคนที่เขารักได้เลยรถม้าหรูสามคันแล่นฝ่าหิมะที่ตกไม่แรงมากเข้าสู่ตัวเมืองเฟิ่งเซียงอย่างรวดเร็ว มาหยุดลงหน้าประตูโรงหมอประจำเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านการค้ารถม้าคันกลางคือคันที่ลู่ชิงหรูยังคงนอนสลบอยู่ภายใน ข้างกายมีลู่เทียนหรงนั่งเงียบไม่พูดไม่จา แต่สองมือน้อยกลับกอบกุมฝ่ามือ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 43 เหมือนคฤหาสน์ร้าง

    บทที่ 43เหมือนคฤหาสน์ร้างชิงหรูชะงักไปทันใดร่างกายพาให้ก้าวเข้าใกล้อย่างไม่รู้ตัว หิมะทับถมสูงเกือบถึงข้อเท้า พ้นทางเปิดปิดประตู ไม่มีแม้เงาองครักษ์ ไม่มีแม้เสียงฝีเท้าในลาน ไม่มีควันไฟจากโรงครัวด้วยซ้ำชิงหรูเดินอ้อมไปอีกมุมหนึ่งที่เคยเป็นจุดส่งวัตถุดิบ เดิมทีจะมีบ่าวเข้าออกแทบทั้งวัน แต่เวลานี้

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 36 ระบายอารมณ์พอหรือยัง

    บทที่ 36ระบายอารมณ์พอหรือยังไป๋อี้เหยาแสร้งหัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อนกิริยาหยาบคายของผู้เป็นบุตรสาว แล้วกล่าวเตือนเสียงกระซิบ“ชิงหรู เจ้าต้องทำตัวดี ๆ อย่าเสียมารยาท นี่แม่นมติ่ง…เดินทางมาตั้งไกลเพื่อมาพาพวกเรากลับไปยังจวนของบิดาเจ้าที่เมืองหลวงนะ”“หึ”ลู่ชิงหรูหัวเราะในลำคออย่างเย็นชาทันทีที่ได้ย

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 30 พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่

    บทที่ 30พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่เช่นนั้น ชิงหรูก็ตัดสินใจได้แล้ว! นางถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ‘หากเขาหลับเจ้าว่า ข้าจะแอบถีบเขาให้ตกเตียงสักหน่อยดีไหม’หยางอิ๋นรีบเอ่ยเสียงรีบร้อนห้ามทันใด “นายท่านโปรดคิดถึงฟังก์ชันครัวยุโรป วัตถุดิบจากทั่วหล้า... โอ้... เบคอน...ชีส...เจ้าไม่มีหนทางอื่นที

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status