Share

บทที่ 2 ดวงกาลกิณี

last update Last Updated: 2026-01-08 12:06:18

บทที่ 2

ดวงกาลกิณี

ยามราตรีเริ่มคลี่คลุมเมืองเฟิ่งเซียง แสงจันทร์ลอดม่านไม้สาดเงาเย็นลงบนหลังคาเรือนหลังน้อยที่ตั้งอยู่ชานเมืองไกลตาไฟตะเกียง บริเวณโดยรอบเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำร้องประสานเบา ๆ และเสียงลมหนาวที่พัดกรูอยู่เป็นระยะ บ้านไม้หลังนั้นแม้จะเล็กและสร้างอย่างเรียบง่าย

ทว่าแม้บ้านหลังนี้จะไม่ใหญ่โต หรือตกแต่งงดงามเช่นจวนใหญ่ แต่ทุกมุมกลับสะอาดสะอ้านและแบ่งสัดส่วนชัดเจน ห้องหนึ่งเป็นของนางกับน้องชาย อีกห้องเป็นของมารดากับป้าเจา

กลิ่นชาร้อนลอยโชยจากครัวด้านใน ป้าเจาก้าวออกมาพร้อมถาดไม้ ข้างในมีขนมถั่วแผ่นและชาที่แม้มิใช่ชาชั้นดีจากเมืองหลวง แต่ก็หอมละมุนเพียงพอจะปลุกความอบอุ่นให้กลางคืนอันเงียบสงบ

“คุณหนูเจ้าคะ ขนมที่ซื้อมาเมื่อวาน บ่าวจัดไว้ให้แล้วนะเจ้าค่ะ”

ป้าเจาวางถาดลงบนโต๊ะเตี้ยที่มุมห้อง ก่อนยิ้มบาง ๆ แล้วหันกลับไปยังส่วนที่เป็นตั่งหลังเดียวในบ้านอันมีมารดานั่งซ่อมผ้าในมืออยู่

ลู่ชิงหรูกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ใบหน้าราบเรียบแฝงความอ่อนโยน มือเรียวกำลังจับแท่งไม้สองชิ้นประกอบกับแผ่นหนังเก่าอย่างตั้งใจ มีเทียนหรงนั่งอยู่ข้างนาง ตาใสจ้องมองมือพี่สาวขยับไปมาไม่วางตาอย่างตั้งใจ

“เจ้าดูให้ดีนะหรงเอ๋อร์ ตรงปลายนี้ให้ผูกแน่นหน่อย ถ้าหลวมเกินไปหนังมันจะหลุดตอนเรากางมันออกได้”

นางพูดช้า ๆ พลางสาธิตให้ดูอีกครั้ง เมื่อประกอบเสร็จ น้องชายก็เอื้อมมือไปหยิบของตนมา แล้วลงมือทำตามอย่างตั้งใจ แม้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ แต่ก็ไม่มีท่าทีลังเลหรือกลัวผิดพลาดเลย

ลู่ชิงหรูยกมือเท้าแก้ม มองภาพนั้นเงียบ ๆ ดวงตาที่ปกติสงบนิ่งกลับฉายแววอ่อนโยนอบอุ่น

‘ใคร ๆ ก็ว่าเขาเติบโตช้า พูดไม่คล่องเหมือนเด็กทั่วไป แต่นางกลับเห็น... เขาเพียงเลือกที่จะไม่พูดมากความ เจ้าเด็กคนนี้มองสิ่งใดเพียงครั้งเดียวก็มักจำได้ แม่นยำราวมีภาพวาดเหล่านั้นสลักในหัว นี่มันพรสวรรค์ของเด็กน้อยชัด ๆ’

“เก่งมาก เช่นนี้อนาคตไกลแน่นอน”

นางยิ้ม กล่าวชื่นชมอย่างไม่ต้องเสแสร้งมือบางก็ยกขึ้นยีหัวน้องชายครั้งหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยว

เทียนหรงเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเปล่งประกาย แก้มยุ้ย ๆ ยิ้มกว้างราวกับเพิ่งได้ยินคำชมเป็นครั้งแรกในชีวิต มือเล็ก ๆ กำหนังสติ๊กแน่นราวกับสมบัติล้ำค่าที่ผู้เป็นพี่สาวมองให้เขา

แต่ความอบอุ่นนั้นอยู่ได้ไม่นาน เสียงไอเบา ๆ ดังขึ้นจากอีกฝั่งของเรือน ตามมาด้วยน้ำเสียงเรียบแห้งแผ่วซึ่งเย็นยะเยือกยิ่งกว่าสายลมหนาวที่พัดลอดฝาไม้

“เด็กอายุเท่านี้… เขาเริ่มเข้าสำนักศึกษา อ่านเขียนคล่องกันหมดแล้ว จะมัวแต่นั่งเล่นของเล่นอยู่อีกหรือ?”

ถ้อยคำนั้นไม่ได้ดังนัก แต่เหมือนค้อนเหล็กกระแทกใจกลางอกของเด็กชายตัวน้อยจนหน้าเศร้าหมองทันควัน

ชิงหรูเงยหน้าขึ้นช้า ๆ หันไปทางปลายเสียง เห็นมารดานั่งอยู่บนตั่งเก่าในอีกมุมของเรือน ป้าเจากำลังช่วยเย็บเสื้อผ้าหน้าหนาวให้ข้าง ๆ ไป๋อี้เหยายังแต่งกายเรียบร้อย แม้สีหน้าอิดโรยจากความหนาวและอาการป่วย แต่แววตากลับยังเต็มไปด้วยความมั่นคง ท่าทางสูงส่งอย่างผู้เคยเป็นถึงภรรยาเอกของอัครมหาเสนาบดีแห่งเมืองหลวง

“ท่านแม่...” ชิงหรูพูดเสียงนิ่งแต่คมชัด “ท่านคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าเรามิได้อยู่ในจวนตระกูลลู่ หากแต่เป็นบ้านไม้โทรม ๆ ปลายทุ่งนาเช่นนี้”

ไป๋อี้เหยาหันมามอง นิ่งไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “แม้เราจะตกต่ำลงมากเพียงใด แต่ชาติกำเนิดมิอาจเปลี่ยนได้ รวมถึงดวงกาลกิณีของเด็กนั่นก็ด้วย--”

“เกียรติยศเหล่านั้นกินอิ่มหรือไม่?” เสียงชิงหรูเยาะเบา ๆ สบตามารดาของร่างเดิมตรง ๆ “หากความสูงส่งทำให้ท่านตาบอดจนมองไม่เห็นคุณค่าของคนในครอบครัวตนเอง เช่นนั้นข้าคิดว่าท่านก็ไม่ควรจะถือมันไว้”

ไป๋อี้เหยาไออีกสองสามครั้ง ดวงหน้าซีดยิ่งลงจากความไม่พอใจที่ก่อเกิดขึ้น

“เจ้าพูดเยี่ยงนี้กับมารดา ข้าคือผู้ให้กำเนิดเจ้ามา ยากลำบากเพียงใด...”

“แต่หลังจากนั้นเป็นข้าที่เลี้ยงครอบครัวนี้ด้วยมือข้าเอง ท่านแม่คงจะจำได้” น้ำเสียงของชิงหรูยังไม่ดังไร้อารมณ์โกรธใด

“ข้าอยู่ที่นี่ก็เพราะหรงเอ๋อร์ ข้าไม่อาจทอดทิ้งเขาไว้ได้กับมารดาเช่นท่าน หากยังไม่ยอมละทิ้งเกียรติยศที่กินไม่ได้รวมถึงอดีตที่ท่านเองก็รู้ดีเหล่านั้น ข้าก็จะไม่เกรงใจอีกต่อไป...”

เทียนหรงนั่งนิ่งไร้น้ำตาใดแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ มือยังจับหนังสติ๊กไว้แน่นแต่สายตากลับหม่นลง ดวงหน้าที่เพิ่งยิ้มกลับเต็มไปด้วยความสับสนไหลเวียนวน

ชิงหรูใช้สองมือประคองใบหน้าเด็กชายไว้ แล้วค่อย ๆ เอามือปิดหูทั้งสองข้างของน้อง

“มีบางคำที่เจ้ามิจำเป็นต้องได้ยิน จำไว้นะ หรงเอ๋อร์ ว่าเจ้ามิได้เป็นต้นเหตุของความโชคร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงผู้ใหญ่บางคนที่ไม่กล้าหาญพอแล้วใช้เจ้าเป็นเครื่องมือปกปิดความอ่อนแอของตนก็เท่านั้น”

ยามเช้ามาเยือนพร้อมหมอกจาง ๆ ที่ลอยอยู่รอบชายคา ลู่ชิงหรูลุกขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง จุดเตาไฟเล็กในครัว นางกำลังนวดแป้งด้วยมือเปล่า แป้งขาวผสมน้ำร้อนอย่างพอเหมาะ เนื้อเนียนนุ่มถูกบรรจงปั้นเป็นก้อนกลมหลายลูก

ข้างกายมีไส้เนื้อวัวตุ๋นจนเปื่อย ปรุงด้วยขิง น้ำมันงาและซีอิ๊วอย่างพอดี ส่วนไส้ผักใช้ผักกาดขาวสับคลุกเกลือ พักจนสะเด็ดน้ำแล้วนำมาผัดกับเห็ดและต้นหอมจนหอม นางห่อซาลาเปาได้สิบกว่าลูกวางเรียงในลังถึงที่ตั้งบนเตาถ่านไว้

ไม่นาน น้ำเดือดก็ส่งกลิ่นอบอุ่นกระจายทั่วห้องครัวไม้ กลิ่นหอมฟุ้งนี้ปลุกใครหลายคนให้ตื่นมาอย่างเต็มใจ ไม่นานนักเสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังออกมาจากห้องด้านใน

“ท่านพี่...”

เทียนหรงโผล่หน้าออกมา ใบหน้ายังง่วงงุนตาแดงเล็กน้อย แต่ก็คลี่ยิ้มทันทีเมื่อเห็นพี่สาวพร้อมทำจมูกฟุดฟิดไม่หยุด

“ตื่นแต่เช้าเชียว?”

ชิงหรูหันมาถามขณะเทเต้าหู้ขาวนุ่มลงในน้ำแกงใสที่ต้มไว้ตามด้วยต้นหอมและพริกไทยเล็กน้อย

เทียนหรงเพียงพยักหน้าแล้วก็เดินกลับไปหยิบหนังสติ๊กที่วางไว้ข้างเสื่อขึ้นมา ก่อนจะย่อตัวลงกับพื้น หยิบเศษไม้กับแผ่นหนังที่เหลือจากเมื่อคืนมาประกอบต่อ เงียบ ๆ ไม่เอะอะ

ลู่ชิงหรูหันมามองอย่างเข้าใจว่าน้องชายตัวน้อยอยากจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนนางขณะทำอาหารเช้า พอนางทำอาหารเสร็จก็จัดไว้ที่ประจำแล้วเดินมาย่อตัวลง ลูบศีรษะเด็กน้อยเบา ๆ

“เก็บของเหล่านี้ไว้ให้ดีนะ เดี๋ยวตอนเย็นพี่จะสอนเจ้าว่ามันใช้ยังไง มันไม่ใช่ของเล่นเท่านั้นแต่มันยังสามารถใช้ปกป้องตัวเจ้าและคนที่รักได้ด้วย”

เทียนหรงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วรีบวางหนังสติ๊กลงในตะกร้า ก่อนคว้าเสื้อคลุมของพี่สาวมายื่นให้

“ท่านพี่...หนาว…”

ชิงหรูยิ้ม ย่อตัวลงกอดน้องแล้วเอาผ้าคลุมมาคลุมไหล่ตัวเอง นางบอกแล้วว่าน้องชายนางฉลาดกว่าใคร

“พี่ไปก่อนนะ ฝากดูแลบ้านด้วย”

เด็กชายพยักหน้า ก่อนเดินตามไปส่งถึงหน้าประตู ยืนโบกมือด้วยรอยยิ้มกว้างสดใสราวกับแสงแดดแรกของเช้า

ลู่ชิงหรูก้าวออกไปบนถนนดิน มองย้อนกลับมาก็ยังเห็นน้องชายยืนมองตามด้วยตาแป๋ว ภาพนั้นอบอุ่นนัก เหมือนกล่อมหัวใจให้สงบลงได้ ตั้งแต่นางทะลุมายุคโบราณก็ได้น้องชายผู้แสนน่ารักนี่ล่ะที่หล่อเลี้ยงให้นางอยากมีชีวิตต่อ

ทว่าเมื่อเทียนหรงหมุนกายเข้ามาในบ้าน ความอบอุ่นเมื่อครู่กลับหายไปทันใด

ไป๋อี้เหยาผู้เป็นมารดาซึ่งเพิ่งตื่น หลังจากไอตลอดคืนทำให้หลับ ๆ ตื่น ๆ อย่างคนร่างกายไม่แข็งแรง นางนั่งอยู่ริมตั่งตัวเก่า หน้าตาบึ้งตึงอย่างชัดเจนยามเหลือบตามามองลูกชายที่เดินเข้าไปใกล้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 18 ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจร

    บทที่ 18ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจรกลางลานมุงแน่นไปด้วยผู้คน ไป๋อี้เหยา มารดาของชิงหรูนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้เก่าตัวหนิ่งมีป้าเจาคอยประคองไม่ห่าง ส่วนลู่เทียนหรงยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เบื้องหน้านั้นมี เถียนเหล่ย สามีของนางหู ผู้เคยเป็นทหารเก่า เขายืนเด่นอยู่กลางฝูงชน สีหน้าท่าทางดูไม่ใช่แค่โมโหแต่เต็มไปด้วยเจตนาข่มขู่ เขายังพาเพื่อนล่าสัตว์อีกสามคนมาด้วย“ไม่ต้องพูดมากแล้ว!” นางหูเท้าสะเอวตะโกนลั่น “เนื้อกวางตัวนั้นสามีของข้าล่ามาเองกับมือ เช้านี้ยังห้อยไว้ที่เรือน พอหายก็ไปเจอที่บ้านเจ้าพอดี! ไม่ใช่พวกเจ้าขโมยแล้วจะเป็นใคร?!”เสียงซุบซิบของชาวบ้านลอยแว่วมาพร้อมสายลม ผู้ใหญ่บ้านสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านข้าง พยายามพูดด้วยน้ำเสียงไกล่เกลี่ยตลอดทว่าก็ไม่สามารถสู้สองสามีภรรยาที่มีพรรคพวกน่าหวั่นเกรงได้“อย่างน้อยข้าก็ต้องเอาเนื้อกวางคืนมาให้ได้! ข้าถึงจะยุติ”เถียนเหล่ยตวาดลั่นต่อมาทันที “ข้ากับพวกเหนื่อยแทบตายกว่าจะล่าได้! พวกเจ้ามาขโมยไปใช้ได้ที่ไหน!”“ไม่รู้พวกเจ้าทำเนียนขโมยไปได้อย่างไร บอกผู้อื่นว่าเป็นผู้ดีเก่าเมียขุนนางในเมืองหลวงแต่ที่แท้ก็สันดานโจรเท่านั้นเอง!” นางหูเสริมเสียง

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 17 ทุกคนหายไปไหนหมด?

    บทที่ 17ทุกคนหายไปไหนหมด?‘แค่ก้าวแรกก็ถูกไล่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ให้ข้าเดาไหมล่ะว่าเขาเรื่องมากระดับไหน’ เสียงเจ้าอิ๋นอิ๋นดังแว่วขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงติดขำเชิงหยอกเย้าเจ้านาย‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ข้ากลับตั้งแต่แรก ถือว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง’ ลู่ชิงหรูตอบในใจนางได้รับชุดบ่าวของสตรีมา เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสะอาดของคฤหาสน์ นางก็อดไม่ได้ที่จะลูบแขนเสื้อเบา ๆ“แม้แต่ชุดบ่าวก็ยังดูดีกว่าที่บ้านข้าเสียอีก…”นางพึมพำขณะจัดชายเสื้อให้เรียบร้อยเดี๋ยวจะถูกไล่ออกมาอีกทีได้ จากนั้นจึงรีบกลับไปยังห้องรับรองเดิมที่เจ้าบุรุษจอมเย็นชารออยู่เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนเหวินซีกำลังนั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะ ชายหนุ่มเพียงปรายตามองนางทีหนึ่ง ก่อนจะหันสายตากลับไปยังอาหารที่จัดวางเรียงตรงหน้าที่เพิ่งเอาออกจากกล่องไม้ แววตาเขายังนิ่ง แต่คล้ายแฝงความแปลกใจเมื่อเห็นรูปลักษณ์อาหารที่ไม่คุ้นตาบ่าวส่วนตัวที่ยืนข้างนายรีบเอ่ยเตือนเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าชิงหรูกำลังเข้ามาใกล้เกินว่าควรแล้ว“แม่นางไม่ต้องเข้าใกล้ เพียงวางไว้แล้วออกมายืนนิ่ง ๆก็พอ คุณชายไม่ชอบให้ใครจุกจิกกับมื้ออาหารขอรับ”ยังไม่ทันที่ลู่ชิงหรูจะก

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 16 คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรก

    บทที่ 16คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรกรถม้าคันหรูหนึ่งจอดหน้าภัตตาคารจินฮวา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าทรงสง่า ผ้าแพรคลุมไหล่เนื้อดีพลิ้วตามแรงลม บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมใดเขาคือ เซียวหลิงชวน บุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเฟิ่งเซียง ผู้มีใบหน้าคมสันดวงตาสว่างกระจ่างดังทะเลสาบยามต้องแสง เมื่อเขาเดินเข้ามาภายในร้าน เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งก็รีบตรงเข้าไปต้อนรับ“คุณชายเซียว เชิญท่านนั่งด้านในขอรับ ห้องชั้นบนยังว่างอยู่”“ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากกินมื้อกลางวันธรรมดา”เซียวหลิงชวนยิ้มบางแล้วเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปยังถนนเบื้องนอก ก่อนเอ่ยขึ้น “ว่าแต่...วันนี้พ่อครัวหรูอยู่หรือไม่?”เสี่ยวเอ้อชะงักเล็กน้อยอย่างฉงนก่อนจะตอบเสียงสุภาพ“น่าเสียดาย พ่อครัวหรูเพิ่งออกไปได้ครู่เดียวเองขอรับ ไปส่งอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลหยวน ด้วยเพราะเป็นงานใหญ่ เถ้าแก่เลยให้ไปดูแลด้วยตนเอง...”เซียวหลิงชวนนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วมือเรียวเคาะเบา ๆ บนโต๊ะไม้ รอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากจางลง“คลาดกันเสียได้...”เขาพึมพำเสียงเบา ไม่แน่ใจว่าเป็นกา

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 15 นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สอง

    บทที่ 15นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สองกลิ่นหอมของงาคั่วลอยอบอวลทั่วห้อง ลู่ชิงหรูกำลังจัดวัตถุดิบลงบนโต๊ะเรียงเป็นหมวดหมู่ น้ำมันงาอย่างดี ข้าวสวยหุงใหม่ ปลาตากแห้งย่างเตรียมคลุกเครื่องเทศ เห็ดหอมแห้ง และผักกาดดอง ทั้งหมดเป็นของที่หาได้ในตลาดเมืองเฟิ่งเซียงนี้ทั้งสิ้น‘ซูชิ…?’นางเอ่ยพึมพำกับตนเอง ขณะนั่งพิจารณารูปในจอโฮโลแกรมที่โผล่ขึ้นมาตรงหน้า เป็นภาพจำลองเมนูจากระบบที่นางเคยลิ้มลองในอดีตชาติ เมนูนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับวัตถุดิบที่มีนี้‘หากจะดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่ยุคนี้ยอมรับได้ แนะนำให้ใช้ปลาตากแห้งย่างคลุกเครื่องเทศ แทนปลาดิบที่ไม่มีในที่นี้ และใช้น้ำราดจากซีอิ๊วเห็ดหอมผสมเหล้าจีนแทนน้ำราดแบบญี่ปุ่น จะได้ทั้งกลิ่นและรสที่ดี...’เสียงของหยางอิ๋นลอยเข้าโสตประสาท เป็นโทนเรียบจริงจังอย่างที่ยามทั่วไปไม่เจอแน่นอน“เริ่มจากทำน้ำราดรอก่อนแล้วกัน...”ลู่ชิงหรูหันไปหยิบซีอิ๊วไปหมักกับเห็ดหอมจากชามที่เคี่ยวไว้ก่อนหน้านี้ หยดผสมกับเหล้าจีนเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนได้กลิ่นหอมฉุนแต่นุ่มลึก ชิมรสชาติแล้วก็ปรุงรสเพิ่มอีกเล็กน้อยจนกลมกล่อมดี นางค่อยเริ่มปั้นข้าวคำเล็ก ๆ ด้วยมือเปล่

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 14 คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวน

    บทที่ 14คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวนทันทีที่เท้าแตะพื้นท่าเรือ เซียวหลิงชวนก็รีบจัดการติดต่อทางการอย่างรวดเร็ว ขุนนางผู้รับหน้าที่ตรวจตราบริเวณท่าเรือเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่นานก่อนหน้านั้นเขาก็เอ่ยปลอบใจชาวบ้านที่ยังตกใจกับเหตุการณ์บนเรือด้วยสีหน้าอ่อนโยน ท่าทีไม่ถือดีแม้จะเป็นถึงบุตรชายของเจ้าเมืองก็ตาม จากนั้นจึงเดินมายังลู่ชิงหรูและลู่เทียนหรงที่ยืนเงียบนิ่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง“ข้าต้องขอบคุณแม่นางเป็นอย่างยิ่งอีกครั้ง ชาวบ้านบนเรือเมื่อครู่ฝากมาเช่นกัน”เซียวหลิงชวนประสานมือคำนับเล็กน้อย น้ำเสียงจริงใจทำให้ชิงหรูรู้สึกทำอันใดไม่ถูกโดยพลัน โดยปกติแล้วนางมักทำตามหน้าที่ตามภารกิจที่องค์กรสายลับมอบหมาย พอได้ช่วยคนโดยไม่หวังผลอันใดจึงรู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรไปบ้าง หากนางอยู่ตรงนี้คงต้องรับคำขอบคุณอีกหลายรอบแน่ ทางที่ดีควรรีบพาอาหรงที่เกาะขานางอยู่ด้วยใบหน้าง่วงงุนมาสักพักกลับบ้านเสียที“ข้ารับคำขอบคุณไว้ แล้วฝากไปบอกพวกเขาว่าข้าเพียงช่วยตนเองเท่านั้นไม่ได้ตั้งใจช่วยใครไม่ต้องมาขอบคุณข้าอีก”หลิงชวนยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ เขามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดแล้วสุดท้ายก็มองมาทางนางที่กำลังอุ้มน้องชายที่ห

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 13 เมื่อครู่มันมุกจีบสาว

    บทที่ 13เมื่อครู่มันมุกจีบสาวชายหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดออกมาจากอกเสื้อ เงาวับสะท้อนแสงแดดพร้อมกระโดดขึ้นยืนโดดเด่นบนที่นั่งด้านหน้าสุด ก่อนชายอีกสองคนจะชักอาวุธตามออกมา กระตุ้นให้เสียงหวีดร้องดังระงมทันทีหญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องไม่หยุดก็ถูกฟาดด้วยสันมีดที่ไหล่ ล้มลงกุมแขนสะอื้นแทน นางรู้ว่าพวกเขาทำพอเป็นตัวอย่างเซียวหลิงชวนก้าวออกมาขวางไว้อย่างใจกล้า “อย่าทำร้ายใครอีก ข้ามีเงินเยอะ นี่เอาไปเถอะ!”เขาดึงถุงเงินออกมาแล้วโยนลงบนพื้นเรือทันทีชายคนหนึ่งเก็บขึ้นมา พลิกดูภายในสีหน้าฉายความพอใจเล็กน้อย แต่คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลับต่างออกไป“เงินแค่นี้ไม่พอ! ทรัพย์สินทั้งหมด เอาออกมาวางตรงนี้!”สายตามันไล่ไปทั่วเรือก่อนหยุดที่เด็กน้อยลู่เทียนหรง เด็กชายตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังพี่สาว แววตาสว่างวาบอย่างมีความคิดร้ายใหม่ทันใด“เด็กคนนั้นก็ใช้ได้ เอามา!”“อย่าแตะต้องเขา!”ลู่ชิงหรูที่มองนิ่งอยู่นานแทรกตัวขึ้นขวางอย่างอดไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตาเย็นเฉียบไร้ความหวั่นเกรงเหมือนสตรีอื่น นางไม่ได้กลัวเพียงบุรุษร่างโตแต่เหมือนเพียงทรงตัวบนเรือยังทำได้ยากพวกนี้หรอก เพียงแต่นางไม่อยากทำร้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status