Masukณ ลานสนามแข่ง ด้านล่างห้องรับรอง
รอยยิ้มมีเล่ห์นัยของพี่เอกทำเอาวินขนลุกซู่ ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าหายนะกำลังจะมาเยือน และไม่ทันขาดคำ พี่เอกก็ถลาเข้ามาเกาะแขนส่งสายตาวิบวับ “ช่วยพี่หน่อยน้านะวินนะ... ช่วยพี่หน่อยเถอะนะ” วินส่ายหัวขำๆ ขัดขืนไม่ได้เพราะเคยตกปากรับคำไว้แล้วว่าจะช่วยหาคนมาแทนตำแหน่งตัวเองให้ได้ “พี่เอก พี่บอกว่าเด็กคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทไอ้ปรมันใช่ไหม” “ใช่ ทำไมวะ? แกคิดแผนเด็ดๆ ออกแล้วเหรอ” พี่เอกถามตาเป็นประกาย “ถ้าอยากได้น้องเขาเข้าทีม เราก็ต้องมีข้อมูลฝั่งนั้นหน่อยไหมล่ะพี่” วินเปรยขึ้นมาเสียงเรียบ “แล้วต้องทำยังไงล่ะ” “พี่ทักไปหาไอ้ปรเลย บอกว่าผมนัดมันให้มาเจอตอนสองทุ่มที่เดิม” วินวางหมาก “เดี๋ยวผมหลอกถามข้อมูลน้องเขาจากปากไอ้ปรเอง” “เค! จัดไป” พี่เอกตอบรับอย่างไวพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ และตอบท้ายประโยคว่า “ทำไมแก ไม่ทักเจ้าปรมันเองวะ วิน” วินไม่ตอบกลับพี่เอกแต่อย่างใด ชายหนุ่มเพียงแค่ชักสีหน้าใส่เป็นเชิงถามคำถามกลับว่า ยังอยากจะให้เขาช่วยวางแผนอยู่ไหม จนพี่เอกต้องเป็นฝ่ายยอมหุบปากลงในที่สุด เวลาสองทุ่มตรง ณ ร้านกาแฟที่กำลังจะปิดร้าน ที่มีบรรยากาศร้านสไตล์วินเทจที่เน้นปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ปรเดินเข้ามาในร้านแล้วตรงรี่ไปหาชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะริมมุมของร้าน “ไงเฮียวิน ช่วงนี้ยุ่งมากป่ะ ไม่เจอตั้งนาน” “เออ ยุ่งกับเรื่องที่บ้านนิดหน่อยว่ะ” วินตอบหน้าตาย “แล้วนี่นัดผมมามีไรป่ะเฮีย” “พี่เอกบอกมาว่าเพื่อนแกฝีมือฉกาจ” วินเข้าประเด็นตรงๆ “มันชอบอะไรวะ กูจะได้เข้าหาถูกทาง” “โฮลด์ก่อนเฮีย พูดซะนึกว่าเซ่นไหว้เจ้าที่” ปรหัวเราะ “ไอ้มิณมันชอบของแปลกเฮ้า... พวกเหล้ารสชาติแปลกๆ ที่ไม่ซ้ำใครอ่ะ แต่บอกก่อนนะว่างานนี้หินชิหาย เมื่อเย็นพวกรุมต้อนมันที่สนาม มันยังปฏิเสธเสียงแข็งเลย” “ทำไมวะ” วินหรี่ตา “โรคเก่ามันกำเริบอ่ะดิ” ปรบ่นพลางเผาพฤติกรรมดื้อเงียบของเพื่อนสนิทให้ฟัง “แต่เฮีย... ไอ้มิณมันมีจุดตายอยู่อย่างหนึ่งนะ คือมันเป็นคนโคตรใจอ่อน ยิ่งถ้าคนกันเองมาขอให้ช่วยในจังหวะที่มันทำได้นะ มันไม่เคยปฏิเสธเลย ชอบเอาตัวเข้าไปแบกรับตลอด” วินนิ่งฟังคำสารภาพของรุ่นน้องพลางหมุนแก้วน้ำในมือช้าๆ สกิลวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ในหัวทำงานอย่างรวดเร็ว... ก่อนที่มุมปากจะหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดแผนเด็ดในการต้อนเสือออกจากถ้ำได้สำเร็จ!ณ ร้าน 9-1... ค่ำคืนนี้ที่ร้านดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เจ้ยี่หว่า...เจ้าของร้านสาวสุดแซ่บผู้มีเรือนผมดัดลอนยาวสลวยสีส้มอมแดงสะดุดตา วันนี้เจ้แกจัดเต็มด้วยเสื้อผ้าชีฟองสีดำสนิทแมตช์คู่กับกระโปรงทรงเอตัวยาวสีแดงสดที่แหวกข้างขึ้นสูงโชว์เรียวขา รับกับรองเท้าส้นเข็มสีดำพื้นแดงแบรนด์หรู เจ้แกกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์พลางทอดสายตามอง ‘มิณ’ หุ้นส่วนรุ่นน้องที่วันนี้แต่งตัวสวยผิดหูผิดตาในชุดเดรสกำมะหยี่เปิดไหล่สีดำสนิท มือบางกำลังขะมักเขม้นจัดเตรียมอุปกรณ์บนบาร์เพื่อต้อนรับกลุ่มแขกที่นัดเอาไว้ อันที่จริง... เจ้ยี่หว่าคือเจ้าของร้านเหล้าเดิมที่มิณเคยเข้ามาสมัครทำงานด้วยในตอนแรก แต่ด้วยความหัวไวและไอเดียทางธุรกิจอันเฉียบแหลมที่มิณเสนอให้ เจ้ยี่หว่าจึงไม่รอช้าที่จะอัปตำแหน่งให้น้องรักขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ก่อนที่มิณจะไปลากคอจูโน่ ราม และปรมาร่วมลงทุนทุบร้านเก่าทิ้ง แล้วรีโนเวตใหม่จนกลายมาเป็นร้านยอดฮิตประจำแก๊งอย่างร้าน 9-1 ในปัจจุบัน “วันนี้จัดเต็มเลยนะมิณ” เจ้ยี่หว่าเอ่ยปากทักยิ้มๆ สายตามองสำรวจชุดเดรสหรูของรุ่นน้อง “พอดีว่าวันนี้มีแขกคนพิเศษค่ะ” มิณตอบโดยไม่ละสายตาจากขวด
ทันทีที่เจย์ตวัดสายตามองไล่ตามทางเดินขึ้นไปด้านบน ก็พบกับร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเป็นคนที่มองแวบแรกแล้วให้ความรู้สึกเนี๊ยบ สะอาดสะอ้าน และเต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มลึก นัยน์ตาคมคู่นั้นทอดมองลงมาด้านล่างประจวบเหมาะเป็นจังหวะที่เอ็มสบตาเข้าพอดี ชายหนุ่มขยับรอยยิ้มบางๆ ส่งกลับมาให้ ทว่าเอ็มกลับสัมผัสได้ถึงรังสีแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มแสนสุภาพนั้น ทันใดนั้น ชายหนุ่มลึกลับก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินลงบันไดตรงมาหาแก๊งด้านล่าง พร้อมกับเอ่ยทักทายทุกคนเสียงทุ้ม “สวัสดีครับ” ทันทีที่เห็นร่างของ ‘วิน’ เดินลงมา ปรที่กำลังหาทางหนีทีไล่ก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปชาร์จหาคนที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายทันควัน “เฮียวิน!” ปรร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง “ช่วยผมด้วยดิเฮีย! เพื่อนผมแม่งจะฆ่าผมอยู่แล้วเนี่ย!” วินที่ได้ยินคำฟ้องร้องสติแตกเช่นนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อน เขาเพียงแค่ส่งรอยยิ้มละมุนละไมกลับไปให้ปรอย่างใจเย็น ทว่าแววตาซุกซนคู่นั้นกลับทำเอาคนมองเริ่มเสียวสันหลังวาบ ปรหน้าถอดสีหลุดทวนเสียงอ้อมแอ้มตอบกลับรอยยิ้มเลิ่กลั่ก “...อ้าว เฮีย?” พี่เอกเห็นท่าไม่ดีว่าความลับและแผนการทั้ง
หลังจากที่พวกสื่อมวลชนยอมสลายตัวเดินจากไป ในพิทบ็อกซ์ก็เหลือเพียงราม จูโน่ เอ็ม ปร พี่เอก ทีมงานช่าง และสามเต็งหนึ่งอย่างก้อง เจย์ และเรย์ พี่เอกที่เพิ่งได้สติรีบเดินเข้ามาถามไถ่ “เรื่องมันยังไงกันแน่วะเนี่ย ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือฟาดกบาลกันเลยเหรอ?” รามเป็นคนแรกที่ตอบกลับ “ก็...ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับพี่เอก แต่ว่า...” “คนเริ่มแผนการชั่วร้ายทั้งหมดคือไอ้คุณปรครับ!” จูโน่รีบพูดสวนเสริมทัพทันควัน ปรรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวันหน้าตื่น “กูเปล่านะเว้ย!” “มึงไม่ได้เริ่ม แล้วหมาตัวไหนมันเริ่มฮะ” เอ็มกดเสียงต่ำ ปรพยายามทำหน้าเลิ่กลั่กบ่ายเบี่ยงสายตาเลี่ยงที่จะตอบว่าใครคือคนคิดแผนการที่แท้จริง เอ็มเห็นท่าทางพิรุธเลยตวัดสายตาไปหาคนต่อไป “...พี่เอกเหรอ?” ทันทีที่เจ้าของชื่อได้ยิน พี่เอกก็รีบโบกมือปฏิเสธหน้าซีดเผือดเพราะกลัวจะโดนสอยด้วยหมวกกันน็อกเหมือนภาพติดตาเมื่อครู่ “พี่เปล่าๆๆ!” เอ็มถอนหายใจยาวพลางกอดอก “การที่ใช้แผนมัดมือชกแบบนี้ แทนที่จะมาคุยกันดีๆ แต่กลับมายัดเยียดสัญญาบ้าๆ นี่ให้... คิดว่าคนที่ถูกยัดเยียดเขาจะดีใจกับสิ่งที่พวกคุณทำงั้นเหรอ” “แต่... มึงก็ดูแฮปปี้สะ
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบันที่พี่เอกกำลังจะเล่าเรื่องหลังจากที่มิณเเข่งเสร็จ น่านที่นั่งฟังเรื่องราวในอดีตตาไม่กะพริบรีบเอ่ยปากถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น “แล้วไงต่ออะพี่เอก!” ทว่าพี่เอกกลับทำเป็นเล่นตัวยิ้มกริ่มไม่ยอมเล่าต่อซะงั้น... แต่แล้วจู่ๆ ก็มีน้ำเสียงคุ้นหูของใครบางคนพูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ “ไอ้คุณปรก็เกือบเลือดกบปากไง ใช่มะเจย์” เจย์พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับสิ่งที่เรย์พูด น่านหันไปมองตามเสียงก่อนจะรีบยกมือไหว้ทักทาย “อ้าว! พี่เรย์ พี่เจย์ สวัสดีครับพี่” ส่วนปรที่เป็นคนในบทสนทนาเมื่อครู่เหลือบตามองหน้านิ่งแล้วทักทายกวนๆ “พวกมึงมาทำไมกันเนี่ย” “รู้แล้วยังจะถามอีก” เรย์สวนกลับหน้านิ่ง แต่ขาทั้งสองข้างกลับรีบสับเกียร์สุนัขพุ่งตัวเข้าไปหาเอ็มพร้อมกับเจย์ทันที คนหนึ่งรีบคว้าพัดขยับโบกให้ระรัว ส่วนอีกคนก็รีบเปิดขวดน้ำส่งให้แทบจะประเคนถึงปาก “เอ็มมมมมม!” “เอ็มคราบบบ ร้อนไหมเอ็ม กินน้ำหน่อยเร็ว” น่านมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าแล้วถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก เพราะปกติเขาเคยร่วมงานกับเอ็มเฉพาะในช่วงเวลาที่มีทัวร์นาเมนต์การแข่งขันอย่างเป็นทางการเท่านั้น แถมในความเป็นจร
ตัดภาพมาที่เหตุการณ์ตรงหน้าปร... “ไอ้สัสปร!” เสียงเขียวของมิณดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ก้าวประชิดตัว ปรที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดแกล้งทำใจดีสู้เสือร้องทัก “อ้าวเฮ้ย... คุณหายไปไหนมาอะ” “คิดว่าไงล่ะ” มิณตอบเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับยื่นหมวกกันน็อกในมือไปจ่อค้ำไว้ที่ใต้คางของปรจนเจ้าตัวต้องขยับหดคอหนี ขณะเดียวกันนั้นเอง สามนักขับมือเก๋าอย่างก้อง เจย์ และเรย์ ก็พากันเดินดุ่มๆ เข้ามาที่พิทบ็อกซ์เพราะอยากเห็นหน้าค่าตาชัดๆ ว่านักขับลึกลับคนใหม่นี้เป็นใครมาจากไหน และทำไมเรซไดเรกเตอร์ถึงได้ยอมเล่นใหญ่ประกาศปิดปากสื่อขนาดนี้ ทว่าภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏสู่สายตาทำเอาพวกเขาสามคนถึงกับยืนเอ๋อ... มันคือภาพผู้ชายร่างใหญ่สองคน (รามกับจูโน่) กำลังช่วยกันจับล็อกตัวผู้ชายอีกคนซึ่งเป็นถึงลูกชายเจ้าของสนามแห่งนี้เอาไว้แน่น โดยมีเด็กสาวในชุดแข่งเต็มยศยืนถือหมวกกันน็อกง้างขึ้นฟ้า พร้อมที่จะฟาดลงมาบนหัวคนถูกล็อกตัวได้ทุกลมหายใจ! “เฮ้ย! เอ็ม! ใจเย็นก่อนนนน!” ทั้งสามคน (ก้อง เจย์ เรย์) ร้องอุทานห้ามทัพขึ้นมาพร้อมกันพลางพยายามจะเข้ามาขวาง ทว่าดวงตาคมกริบตวัดหันมาสวนกลับทันควัน “ไม่ต้องมายุ่ง!”
ณ pit box ของทีมพี่เอก จูโน่ที่เห็นมิณระเบิดความเร็วเสียบแซงขึ้นมาได้สำเร็จก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ รีบยกมือขึ้นสะกิดไหล่คนข้างๆ อย่างรามรัวๆ ก่อนจะหันไปตะโกนอวดพี่เอกหน้าบาน “เห็นไหมพี่! นั่นเพื่อนผม! บอกแล้วว่าระดับนี้!” รามที่ถูกสะกิดจนตัวโยนเหลือบตาไปมองพลางพูดดักคอหน้านิ่ง “โธ่ จูโน่... เมื่อกี้ตอนมิณสาดโค้ง ผมยังเห็นคุณเอามือปิดตาอยู่เลยนะครับ” “เอาน่า! เรื่องมันผ่านไปแล้ว มึงดูมิณแข่งนู่น!” จูโน่รีบทำเนียนเฉไฉเฉียบพลัน ปรเห็นท่าทางกวนประสาทของเพื่อนทั้งสองคนเลยขยับเดินเข้ามาคั่นกลาง ขยับแขนกอดคอทั้งจูโน่และรามเอาไว้พร้อมกันพลางแกล้งเลิกคิ้วถาม “พวกมึงนี่นะ... กล้าไม่มั่นใจในตัวเพื่อนสนิทตัวเองงั้นเหรอหืม?” พูดจบก็หันหน้าไปกดดันจูโน่ขำๆ รามเห็นท่าไม่ดีกลัวพวกมันจะฟัดกันเองในพิทเสียก่อน เลยรีบพูดขัดขึ้นมาเสียงเรียบ “อย่าเพิ่งทะเลาะกันเองครับพวกมึง หันไปดูในแทร็กนู่นก่อนครับ” ในลานแข่ง ผู้บรรยาย : “เกิดเรื่องแล้วครับ! ก้อง ฟ้าแลบ บังคับรถพลาดจังหวะหลุดอันดับไปช็อคซีนตาตั้ง! เปิดโอกาสให้ เอ็ม นักแข่งหน้าใหม่ทีมตัวตึงกดคันเร่งมิดไมล์ไล่จี้ผู้นำทันที! เอ็มเข้าโค