~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~
.
.
.
เคร๊ง!.....
เสียงโครมครามจากฝ่าเท้าของคนเมาที่อาละวาดเตะข้าวของซึ่งขวางหูขวางตาทำให้คนที่กำลังนอนหลับสนิทต้องสะดุ้งตื่น 'ทอปัด' เด็กสาววัยแรกรุ่นขยับตัวลุกขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว เธอหันไปมองหญิงวัยกลางคนซึ่งกำลังนอนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาพลางถอนหายใจหนักๆ นึกถึงคนที่กำลังอาละวาดอยู่หน้าบ้านแล้วยิ่งรู้สึกสังเวชใจ ถ้าหากเธอไม่กลับมาบ้าน เธอก็คงไม่รู้ว่าพ่อของเธอยังไม่เลิกเหล้าเหมือนที่เคยบอก
"มีใครอยู่ไหมวะ..... เอาข้าวมาให้กูแดกหน่อย กูหิว..... เฮ้ย! ได้ยินไหมวะ อีหยาด"
เสียงอ้อแอ้ที่เอ่ยเรียกคนเป็นภรรยาดังก้อง ยังโชคดีอยู่มากที่บ้านของเธอไม่ได้อยู่ในชุมชน เพียงแต่ห่างออกมาไม่มาก แต่ถึงกระนั้นชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเอะอะก็ยังตะโกนด่าไม่ขาดสาย
เด็กสาวเปิดประตูบ้านออกมา เธอมองเห็นชายวัยกลางคนที่ทุกคนในหมู่บ้านต่างให้สมญานามว่าไอ้ขี้เมากำลังนอนแผ่หราอยู่บนบันไดบ้าน เสื้อผ้าและเนื้อตัวสกปรก เต็มไปด้วยคราบฝุ่นและกลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้ง ใบหน้าคมคร้ามที่ครั้งหนึ่งเธอเคยมองว่าหล่อเหลาบัดนี้ถูกความชรากลืนกิน เส้นผมสีดอกเลาเปียกชื้น เปลือกตาหนาเปิดขึ้นเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมอง
"อีปัด..... มึงไปหาข้าวมาให้กู กูหิวข้าว"
"พ่อหายไปไหนมาล่ะ กลับมาจนดึกดื่น ใครเขาจะเก็บข้าวเอาไว้ให้ หนูเททิ้งไปหมดแล้ว"
"บ่ะ!..... อีลูกเวร มึงมีหน้าที่หาข้าวให้กู กูจะกลับมากี่โมงกี่ยามก็เรื่องของกู"
เธอไม่ได้เทข้าวทิ้งเหมือนที่พูด แต่เธอตักข้าวเอาไว้ให้พ่อ แถมยังเอาจานรองหล่อน้ำเอาไว้เพื่อไม่ให้มดมาขึ้น ร่างเล็กเดินหายเข้าไปในครัวแล้วกลับออกมาพร้อมจานข้าว มีไข่เจียวและน้ำพริกผักต้ม กับข้าวที่เธอคุ้นชินมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพ่อของเธอจึงเป็นผู้ชายที่ไร้ความรับผิดชอบ ไม่เคยดูแลทั้งของแม่และตัวเธอ
เด็กสาวทรุดตัวลงนั่งบนพื้น เธอเอื้อมมือไปพยุงคนเมาที่ไม่รู้สึกตัวให้ลุกขึ้นนั่ง ครั้งหนึ่งคนที่อยู่ในอ้อมแขนเธอคนนี้เคยใช้ฝ่ามือคู่นี้ตีแม่ของเธอจนเธอเกือบจะไม่ได้เกิดมา ทอปัดใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีจับคนเป็นพ่อให้นั่งพิงกับแคร่ไม้ไผ่แล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบชามข้าว ถ้าหากจะให้คนเมาตักข้าวกินเองก็คงจะลำบาก เธอจึงใช้ช้อนตักข้าวแล้วป้อนให้ คนเมาสะลืมสะลือลืมตาขึ้นพลางอ้าปากเมื่อรู้ว่ามีของกินมาจ่ออยู่ตรงหน้า
"แจ๊บ!..... แจ๊บ!.... ข้าวอะไรของมึงวะ รสชาติเหมือนข้าวหมา ถุย!.... กูไม่กิน"
ข้าวที่เพิ่งป้อนถูกสบถออกมาพร้อมถ้อยคำหยาบคาย เด็กสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกท้อแท้กับสภาพความเป็นอยู่ที่เหมือนกับในนิยายน้ำเน่า หากแต่มันคือเรื่องจริง ทอปัดถูกพ่อแท้ๆ ทุบตีตั้งแต่เธอจำความได้ เธออยากจะหนีไปให้ไกลจากสภาพที่เป็นอยู่ แต่ติดตรงที่เธอสงสารแม่ เธอจึงต้องทนอยู่กับผู้ชายที่เห็นแก่ต้วอย่างพ่อของเธอ บางทีเธอก็เคยถามตัวเองว่าทำไมผู้หญิงที่จิตใจงดงามอย่างแม่ของเธอจึงต้องมาทนอยู่กับผู้ชายที่ไม่เอาไหนอย่างพ่อ ทั้งที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว แม่ไม่มีญาติพี่น้อง ต่างจากพ่อที่มีลุงกับป้า ซึ่งทั้งสองคนก็แสดงท่าทางดูถูกเธอกับแม่ และยังเคยบอกว่าเราสองคนมาเกาะพ่อของเธอกิน แต่ในความเป็นจริง แม่ต่างหากที่เป็นคนเลี้ยงดูทั้งครอบครัว รวมถึงลุงกับป้าด้วย
"ถ้าพ่อไม่กินก็ตามใจ งั้นหนูไปนอนล่ะ"
"เออ..... มึงจะไปตายที่ไหนก็ไป อีลูกเวร!"
ทอปัดเปิดประตูห้องแล้วทรุดตัวลงนั่ง ดวงตาสีดำขลับทอดมองไปยังร่างหนึ่งซึ่งกำลังนอนหายใจสม่ำเสมอ ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะฤทธิ์ของยา ป่านนี้แม่ก็คงจะออกไปหาข้าวให้พ่อกิน
"เฮ้อ!"
เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่เธอจะเรียนจบแล้วออกมาหางานทำเพื่อช่วยแม่ ลำแขนเล็กโอบกอดตัวเอง ผิวกายขาวเนียนละเอียดต่างจากสีผิวของคนเป็นพ่อมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกพ่อทำร้าย บ่อยครั้งที่เธอมักจะถูกลุงกับป้าพูดว่าเธอเป็นลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แต่ยังดีที่เธอมีแม่ และแม่ยังบอกอีกว่าเธอไม่ใช่ลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แต่เป็นลูกของแม่ เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวที่แม่รักที่สุด
โครม!.....
เสียงตึงตังยังคงดังมาจากหน้าบ้าน ทอปัดยกสองมือขึ้นปิดหู เธอก้มหน้านิ่งคล้ายกับว่ากำลังระงับอารมณ์ที่ขุ่นเคือง เธอกำลังโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ ถ้าหากเธอสามารถหนีจากที่นี่วันนี้หรือพรุ่งนี้ได้ เธอก็จะทำทันที อย่างน้อยพ่อของเธอก็จะได้สบายใจที่ไม่ต้องไล่เธอออกจากบ้านเช้าเย็นอย่างทุกวันนี้
"อีปัด..... อีลูกเวร เมื่อไหร่มึงจะไปจากชีวิตกูสักที เกิดมาก็ทำให้กูลำบาก อีลูกเวร....."
.
.
.
มหาวิทยาลัยxx
ทอปัดเดินมานั่งใต้ร่มไม้หน้าตึกคณะด้วยสีหน้าสะลึมสะลือ เธอวางกระเป๋าแล้วฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ในขณะที่เพื่อนสองคนของเธอกำลังเดินมาพอดี
"ปัด..... เป็นอะไรหรือเปล่า?"
'ม่านมุก' เด็กสาวรุ่นเดียวกันเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เธอกับทอปัดเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยมัธยม เห็นเพื่อนตั้งใจเรียนและทำงานพาร์ทไทม์ช่วงเย็นทุกวันเธอจึงรู้สึกเป็นห่วง เช่นเดียวกับ 'มุจรินทร์' เพื่อนอีกคน
"เปล่า ...... เมื่อคืนฉันคงนอนดึกน่ะ"
"เลิกงานดึกหรือไง ฉันว่าเธอน่าจะหาเวลาพักผ่อนบ้างนะ"
"ใช่..... ถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน เธอบอกฉันก็ได้ ฉันช่วยเธอได้นะปัด เราเพื่อนกัน"
"ไม่เป็นไร ฉันไหว"
ทอปัดเลือกที่จะไม่พูดเรื่องของครอบครัว เธอพยายามปิดบังเรื่องของพ่อที่ติดเหล้ามาตลอด เพราะกลัวว่าเพื่อนจะมองว่าพ่อของเธอเป็นคนไม่ดี แต่เรื่องนี้ก็ไม่สามารถปิดเพื่อนทั้งสองคนได้ เพราะเมื่อครั้งที่แม่ของทอปัดป่วยเข้าโรงพยาบาล ม่านมุกและมุจรินทร์ก็เป็นคนช่วยออกค่ารักษา แถมพ่อของทอปัดยังไปอาละวาดในโรงพยาบาลอีกด้วย
"ก็อย่าหักโหมมากแล้วกัน บางทีฉันอยากจะให้มีผู้ชายใจดีมาช่วยเธอออกไปจากชีวิตที่ลำบากแบบนี้สักคน เจ้าประคู๊ณ!..... ขอให้ผู้ชายคนนั้นมาเจอยัยปัดเร็วๆ ทีเถอะ"
"ว่าไปยัยรินทร์ ฉันแนะนำพี่ชายฉันให้ยัยปัดยังไม่เอา ทั้งหล่อทั้งรวย "
"ฉันยังไม่อยากมีใคร สงสารผู้ชายคนนั้นที่จะต้องมาเจอคนอย่างฉันมากกว่า"
"คนอย่างเธอมันเป็นอย่างไง..... ฉันว่าใครได้เธอไป ออกจะเป็นบุญน่ะสิไม่ว่า"
"ใครบอกล่ะ ตัวฉันเองยังเอาไม่รอด คงไม่มีใครมาสนใจฉันหรอก"
บทสนทนาซึ่งมีผู้ที่ไม่ได้ร่วมวงแอบได้ยิน 'ไมตี้' เป็นกะเทยตัวแม่ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหลังได้ยินเรื่องที่สามสาวคุยกัน และเขาก็รู้จักกับม่านมุกเป็นการส่วนตัว แต่กับเด็กสาวอีกคน เขาเคยเห็น ยิ้มทักทายกันแต่ไม่เคยพูดคุยด้วยเลยสักครั้ง
เมื่อเสร็จจากวิชาแรกทอปัดจึงเดินมาเข้าห้องน้ำ ในขณะที่เธอกำลังล้างมือ ไมตี้ก็โผล่เข้ามาจากด้านหลัง เขายิ้มอย่างมีไมตรี ทอปัดเห็นว่าพี่คนนี้สนิทกับม่านมุกเธอจึงยิ้มตอบ
"หวัดดีจ้ะ เป็นเพื่อนม่านใช่ไหม"
"ค่ะ"
"เจ๊ชื่อไมตี้นะ เธอคงเคยเห็นหน้าเจ๊"
"ค่ะเจ๊ ม่านเคยเล่าเรื่องเจ๊ให้ฟังด้วย เจ๊มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"ถ้าจะบอกว่ามีก็มีน่ะนะ เจ๊อยากคุยกับเธอเรื่องงานน่ะ ได้ยินว่าเธอทำงานพาร์ทไทม์ด้วย เอางี้ เดี๋ยวเจ๊เลี้ยงน้ำ เราเดินไปคุยกันไปก็ได้"
"งั้นก็ได้ค่ะ"
ทอปัดเป็นคนอัธยาศัยดี เธอเดินไปกับไมตี้โดยไม่ได้คิดมาก เพราะถ้าบอกว่าคุยเรื่องงานเธอก็อยากจะฟัง งานพาร์ทไทม์ที่เธอทำอยู่ตอนนี้ก็หนักหนาอยู่ เป็นงานที่ร้านสะดวกซื้อ ค่าจ้างก็น้อยนิดถ้าเทียบกับเวลาที่เธอเสียไป และเธอกำลังอยากหางานใหม่อยู่
"จะกินอะไรเดี๋ยวเจ๊เลี้ยงเอง"
"ปัดขอชาเย็นแล้วกันค่ะ"
เมื่อได้เครื่องดื่มแล้ว ไมตี้จึงเริ่มบทสนทนา ความจริงแล้วเขาเป็นพาร์ทเนอร์จัดหาสาวๆ ให้กับนักธุรกิจ ยิ่งหน้าตาดีแถมยังไม่เคยเสนอตัวกับที่ไหนมาก่อนยิ่งเป็นที่ต้องการ
"ตรงๆ เลยนะ เจ๊น่ะเป็นคนจัดหาเด็กให้กับนักธุรกิจที่เขาอยากได้เด็กไปเป็นเพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน ปัดคงพอจะเข้าใจนะว่าเจ๊หมายถึงอะไร"
ทอปัดคลี่ยิ้มบาง เธอไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกถึงขนาดที่จะต้องไปทำงานอย่างนั้น เธอทนลำบากก็เพราะอยากแบ่งเบาภาระของแม่ แต่ถ้าเธอจะต้องไปทำงานแบบนั้นแม่ของเธอก็คงจะไม่ชอบใจ
"ปัดรู้ค่ะ...... แต่เจ๊ไมตี้ไปหาคนอื่นดีไหมคะ ปัดไม่ถนัดแนวนี้"
"โถลูก..... เรื่องแบบนี้มันหัดกันได้ เจ๊จะบอกอะไรให้นะ งานนี้ถ้าเขาถูกใจหนู เขาทุ่มไม่อั้น บางทีอาจจะสบายไปเลยก็ได้ถ้าเขาอยากเลี้ยงดู"
"ถึงจะขนาดนั้นก็เถอะค่ะ แต่ปัดยังไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดนั้น ต้องขอโทษเจ๊ด้วยนะคะ"
ไมตี้มีสีหน้าเซ็ง เพราะเขาอยากได้เด็กคนนี้มาก ทั้งรูปร่างหน้าตา ขนาดเขาเองยังถูกใจ ถ้าหากลูกค้าวีไอพีของเขาถูกใจเธอขึ้นมา รับรองว่าคนจัดหาอย่างเขาก็พลอยสบายไปด้วย
"แหม! เสียดายจัง ถ้าอย่างนั้นเจ๊ให้เบอร์ไว้ เผื่อหนูมีเรื่องเดือดร้อน โทรหาเจ๊ได้ตลอด โอเคไหม"
"ได้ค่ะ"
เป็นเรื่องที่ทอปัดต้องเอามาขบคิด เพราะจริงๆ แล้วเธอเองก็ไม่เห็นหนทางที่เธอจะหนีจากสภาพชีวิตที่เป็นอยู่นี้ไปได้ วงเวียนชีวิตของเธอมีเพียงบ้านและมหาลัยรวมถึงร้านสะดวกซื้อที่เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยจะเป็นมิตร มีเพียงเพื่อนสนิทสองคนและมีเพียงพ่อที่ขี้เมากับแม่ซึ่งร่างกายไม่แข็งแรง แต่ถึงอย่างนั้นความคิดทั้งหมดก็ถูกปัดทิ้งไป เพราะเธอยังรักศักดิ์ศรีของตัวเอง เพื่อนกินเพื่อนเที่ยวที่เจ๊ไมตี้บอกมันก็คือเพื่อนนอนด้วยไม่ใช่หรือไง
×----------------------------×