LOGINไม่นานรถหรูจอดลงทฉันเดินเข้าบ้านด้วยความรู้สึกราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก หลังจากที่ร่างสูงของอคินเดินลิ่วลับตาขึ้นชั้นบนไปก่อนแล้ว คฤหาสน์ทั้งหลังเงียบสงบเนื่องจากผู้ใหญ่แยกย้ายกันเข้าห้องนอนหมดแล้ว ฉันค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยสองขาที่อ่อนแรงเต็มที
เมื่อกลับเข้าห้องนอนและล็อกประตูอย่างแน่นหนา ฉันก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นข้างเตียงทันทีพร้อมกับปล่อยลมหายใจแห่งความอกสั่นขวัญผวาออกมา มือสั่นเทาเอื้อมไปเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุด หยิบกระเป๋าใบเล็กที่ซุกซ่อน 'หน้ากากลูกไม้สีดำ' เอาไว้ขึ้นมาดู แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องลงบนลูกไม้สีดำสนิท วัตถุชิ้นเล็กๆ ที่กลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่สุดในชีวิตฉัน. ฉันรีบซุกซ่อนมันไว้ในช่องลับลึกที่สุดของตู้เสื้อผ้า พลางยกมือขึ้นแตะแผ่นอกข้างซ้ายของตัวเองตรงตำแหน่งที่มี 'ไฝเม็ดเล็ก' ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า... ตำแหน่งเดียวกับที่ปลายนิ้วร้อนผ่าวของอคินเคยลูบไล้และบีบเฟ้นอย่างจงใจในคืนนั้น ถ้ารู้ว่าคนที่เขากำลังไล่ล่าตามจับตัวคือฉัน ชีวิตของฉันกับแม่คงไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป กลางดึกคืนนั้น ความอึดอัดและแรงกดดันตลอดทั้งวันทำให้ฉันนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาบนเตียงอยู่นานจนคอแห้งผาก สุดท้ายจึงตัดสินใจก้าวลงมาจากห้องนอนในยามวิกาล เพื่อลงมาดื่มน้ำที่ห้องครัวด้านล่าง แสงจันทร์รำไรสาดส่องผ่านกระจกบานโต ทำให้คฤหาสน์หรูทั้งหลังดูสงบสงัดและมืดมิด เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นไม้ขัดเงาแผ่วเบา ฉันเดินไปรินน้ำเย็นจากเหยือกใส่แก้วแล้วยกขึ้นจิบ หวังให้ความเย็นช่วยดับความร้อนรุ่มในใจ . ยังไม่ทันได้หมุนตัวกลับก็โดรอีกคนจับเเขนไว้เสียก่อน หมับ! อ้ะ !!, วงแขนแกร่งปริศนาก็พุ่งเข้ามาโอบรัดเอวบางของฉันจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว! ฉันตกใจจนแก้วน้ำในมือแทบหลุดร่วง ร่างทั้งร่างถูกดึงเข้าหาแผงอกกว้างอันอบอุ่นและแข็งแกร่งราวกับกำแพงหิน กลิ่นหอมสะอาดผสมกลิ่นวิสกี้เข้มข้นและควันบุหรี่จางๆ ลอยมาปะทะจมูก กลิ่นอันคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจของฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม! "อื้อ! คุณอคิน..." ฉันพยายามดิ้นรน สะบัดกายออก แต่เขากลับยิ่งตระกองกอดแน่นขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนยามที่เขาเอียงใบหน้าลงมาซุกไซ้ตรงซอกคอขาวระหง ทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ลงมาทำอะไรมืดๆ คนเดียว... หรือว่าจงใจลงมาหาใคร?" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่ากระซิบข้างหู ริมฝีปากหยักร้อนผ่าวแกล้งเฉียดผ่านพวงแก้มและติ่งหูของฉันอย่างหยอกเย้า "เชอเบลล์แค่ลงมาดื่มน้ำค่ะ ปล่อยเชอเบลล์นะคะ" ฉันพยายามใช้สองมือดันแผงอกของเขาไว้ แต่ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตที่กระดุมหลุดลุ่ยกลับไม่สะท้านเลยสักนิด อคินดันร่างของฉันจนแผ่นหลังชิดติดกับเคาน์เตอร์ครัว สายตาคมกริบกวาดมองชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินพริ้วไหวที่สวมอยู่ มันสั้นและเผยให้เห็นเรียวขาสวยอย่างเปิดเผย มือหนาที่หยาบกร้านค่อยๆ เลื่อนลงต่ำ ละวางจากเอวบางเคลื่อนสัมผัสลงไปตามความยาวของ ต้นขาอ่อน... ปลายนิ้วร้อนผ่าวสอดลากผ่านเนื้อผ้าซาตินนุ่มลื่น สัมผัสจงใจแทะโลมและรุกรานอย่างป่าเถื่อนนั้น ทำเอาความวาบหวามอันน่าประหลาดวิ่งปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายของฉันทรยศด้วยการสั่นสะท้าน หัวใจเต้นระทึกอย่างไร้การควบคุม เมื่อความทรงจำในคืนนั้นเผลอแทรกซึมเข้ามาในหัวอีกครั้ง... สัมผัสอันวาบหวามและเอาแต่ใจของเขา มันเหมือนกับคืนนั้นไม่มีผิด "อย่านะ..." ฉันพยายามตั้งสติ รวบรวมกำลังทั้งหมดเท่าที่มี เอื้อนเอ่ยคำพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพื่อเตือนสติคนตรงหน้า "ฉันเป็นน้องสาวคุณนะ " มือหนาของอคินชะงักกะทันหัน... หึหึ... เขานิ่งไปเพียงครู่เดียวก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเหยียดหยันและท้าทายดังก้องในความมืด อคินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสบตาฉัน สายตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าคิดเจ้าแค้นและไฟราคะที่ยากจะดับลง "น้องสาวงั้นเหรอ?" เขาเค้นเสียงต่ำ ปลายนิ้วยังคงบีบเฟ้นต้นขาอ่อนของฉันหนักแน่นขึ้นอย่างถือดี "อย่ามาใช้คำนี้กับกูเชอเบลล์ สายเลือดมึงกับกูไม่ได้มีตรงไหนที่เกี่ยวข้องกันเลยสักหยด มึงก็แค่ลูกติดผู้หญิงที่เข้ามาเกาะพ่อกูกินเเค่นั้นหละ" เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของฉันอย่างคุกคาม "แล้วจำไว้ หน้าอย่างกู ไม่เคยนับผู้หญิงอย่างมึงเป็นน้องสาว " แต่คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้กับฉัน..." ฉันพยายามเค้นเสียงสั่นๆ ออกมาจากลำคอที่แห้งผาก จ้องมองใบหน้าคมคายในความมืดด้วยความหวาดหวั่นที่ฉายชัดในดวงตา "ถ้าพ่อคุณรู้เข้า... มันจะแย่เอานะคะ" คำว่าพ่อที่เธอยกมาขู่ ราวกับน้ำมันที่สาดลงบนกองไฟ ดวงตาคู่คมของอคินวาวโรจน์ขึ้นทันทีด้วยความเกรี้ยวกราด รอยยิ้มเหยียดเยาะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักร้ายกาจ มือหนาที่วางอยู่บนต้นขาอ่อนของฉันบีบเค้นลงมาหนักหน่วงขึ้นจนฉันหลุดเสียงร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด "อ๊ะ! คุณอคิน... เจ็บนะ!" "กล้าเอาพ่อกูมาขู่กูงั้นเหรอ?" อคินเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน รังสีความคุกคามอันโหดเหี้ยมแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวเหมือนจะหมุนวนด้วยความอึดอัด "คิดว่ามีพ่อกูคอยท้าย แล้วกูจะไม่กล้าทำอะไรมึงหรือไงเชอเบลล์?" "เชอไม่ได้ขู่..." ฉันเม้มปากแน่น พยายามเอี้ยวตัวหนี แต่แผงอกกว้างอันแข็งแกร่งของเขากลับต้อนฉันจนแผ่นหลังแทบจะกลืนกินไปกับเคาน์เตอร์ครัว "ลองดูสิ..." อคินกระซิบชิดริมฝีปากฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสมกลิ่นวิสกี้เข้มข้นเป่ารดจนฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ลองวิ่งไปร้องไห้ฟ้องพ่อกูดูสักคำสิแล้วมึงจะได้เห็นว่ากูจะตอบแทนมึงกับแม่ยังไง" ปลายนิ้วร้อนผ่าวของเขาไถลลึกขึ้นมาตามแนวกระโปรงซาตินลื่นมือ สัมผัสอุกอาจและจงใจแทะโลมทำเอาหัวใจฉันสั่นสะท้านไปหมด "กูสามารถทำให้แม่ของมึงกระเด็นออกจากคฤหาสน์หลังนี้ไปนอนข้างถนนได้ภายในพริบตาเดียว และกูจะทำให้มึงรู้ว่าการตกเป็นของเล่น ของมาเฟียอย่างกู โดยที่พ่อกูช่วยอะไรมึงไม่ได้เลยสักนิด มันเป็นยังไง" ความหวาดกลัวตบหน้าฉันเข้าอย่างจัง คำขู่ของเขาไม่ได้มีไว้แค่ขู่ อคินเป็นมาเฟียที่มีอิทธิพลล้นมือ หากเขาคิดจะจัดการฉันกับแม่จริงๆ พ่อเลี้ยงคงไม่มีทางปกป้องพวกเราได้ตลอดเวลาแน่ "ยะ... อย่าทำอะไรแม่นะ" ฉันเอ่ยเสียงพร่า ละล่ำละลักบอกด้วยความยอมแพ้ ดวงตาร้อนผ่าวไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอเบ้า อคินจ้องมองใบหน้าซีดเผือดและรอยน้ำตาของฉันด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสาร แต่กระนั้น ความหวั่นไหวบางอย่างกลับพาดผ่านดวงตาคู่คมของเขาไปเพียงเสี้ยววินาที เมื่อสัมผัสได้ถึงเรือนร่างนุ่มนิ่มที่กำลังสั่นเกร็งอยู่ภายใต้ฝ่ามือของเขา เขาสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะละมือออกจากต้นขาของฉันกะทันหัน แล้วผลักร่างฉันออกห่างอย่างไม่เบามือนัก "ฮึก..." ฉันยกมือขึ้นกุมต้นขาที่ร้อนผ่าวและขึ้นรอยแดงจากแรงบีบ ถอยร่นไปยืนชิดขอบเคาน์เตอร์ด้วยความอกสั่นขวัญผวา "อย่ามาทำตัวน่ารำคาญตรงนี้" อคินกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม แล้วใช้นิ้วชี้หน้าฉันอย่างคาดโทษ "ไปไกลๆ หน้ากูเชอเบลล์ก่อนที่กูจะหมดความอดทน แล้วจับมึงทำเรื่องอย่างว่าตรงนี้จริงๆ" ฉันไม่รอให้เขาเอ่ยซ้ำ รีบก้มหน้าหลบสายตา แล้วก้าวขาที่ยังคงสั่นเทาพาร่างของตัวเองวิ่งกลับขึ้นบันไดไปทันที อคินยืนมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปในความมืด เขาเกร็งกำปั้นแน่น ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงมีกลิ่นหอมสะอาดของหญิงสาวติดอยู่เเต่ สัมผัสวาบหวามและเรือนร่างตึงมือของเชอเบลล์เมื่อครู่ มันตอกย้ำความหงุดหงิดในอกของเขาอย่างรุนแรง เพราะสัมผัสซ่านลึกของน้องสาวต่างแม่ คนนี้มันกลับคล้ายคลึงกับ แม่สาวหน้ากากลูกไม้ คนนั้นจนน่าหงุดหงิดใจซะเหลือเกินเชอเบลล์เม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตาอ่านข้อความในสัญญาคร่าวๆ ก่อนจะตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วและเด็ดเดี่ยว ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว เธอยอมก้มหัวให้เขาเพื่อแลกกับความลับและการปกป้องครอบครัว แต่ในเมื่อเธอกลายเป็น "คนของเขา" ตามสัญญาแล้ว เธอก็มีสิทธิ์ที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองเช่นกันหญิงสาววางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมาเฟียหนุ่มด้วยแววตาเรียบนิ่งที่แฝงความจริงจัง "ตกลงค่ะ..." เชอเบลล์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับแน่วแน่ "แต่พี่เองก็อย่าลืมทำตามสัญญา เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยนะคะ... อ้อ! แล้วก็ระหว่างที่อยู่ในสัญญานี้ พี่เองก็ควรจะมีแค่ฉันคนเดียวนะคะ เบลล์ไม่ชอบใช้ของผู้ชายร่วมกับใคร"คำพูดที่กล้าต่อรองและทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกลายๆ จากปากของน้องสาวต่างแม่ ทำให้อคินถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนทึ่งในความใจกล้าของเธอหึ... ยัยนี่กล้าต่อรองกับเขาถึงขนาดนี้เชียวหรือ?เมื่อเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น เชอเบลล์ก็ไม่รอช้า เธอรีบหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาทันที เพราะทั้งความหิวโซและพิษไข้เริ่มรุมเร้าจนร่างกา
ร่างบางของเชอเบลล์เดินกะโผลกกะเผลกผ่านห้องโถงใหญ่ด้วยความยากลำบาก พยายามฝืนบังคับรอยยิ้มและอาการสั่นเทาของร่างกายไม่ให้ผิดสังเกต ในขณะที่น้าประไฟ ผู้เป็นแม่ เดินออกมาจากห้องครัวพอดีด้วยสีหน้าโล่งอกเมื่อเห็นลูกสาวกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย"กลับมาแล้วเหรอเชอเบลล์..." เสียงน้าประไฟเอ่ยทักด้วยความห่วงใย กวาดสายตามองลูกสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเอ็นดู ทว่าเธอกลับไม่เห็นร่องรอยของอัครเดช ผู้เป็นสามีใหม่ เพราะเขาออกเดินทางไปดูแลบริษัทตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว"ค่ะ... เบลล์เหมือนจะเมาค้างนิดหน่อย ปวดหัวมากเลยค่ะแม่ ขอตัวขึ้นไปนอนพักผ่อนก่อนนะคะ" เชอเบลล์เอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามตัดบทสนทนาเพราะกลัวว่าแม่จะสังเกตเห็นพิรุธหรือร่องรอยความบอบช้ำบนร่างกาย"อ้าวเหรอ... ไปสิลูก เดี๋ยวแม่ให้คนต้มน้ำขิงร้อนๆ ขึ้นไปให้นะ ลูกพี่อคินเขาโทรมาบอกแม่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะว่าหนูเมาหลับอยู่ที่คอนโดเขาเกรงใจพี่เขาแย่เลย" น้าประไฟเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเชอเบลล์ฝืนยิ้มรับบางๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นสองตรงดิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองทันที โดยไม่รู้เลยว่าทุกอิริยาบถและการเคลื่อนไหวของเธอนั้น ตกอยู่ในสายตาคมกริ
บรรยากาศภายในห้องโดยสารของรถสปอร์ตหรูคันคันงามตกอยู่ในความเงียบงันและตึงเครียด อคินเหลือบสายตาคมกริบมองสำรวจท่าทีของน้องสาวต่างมารดาที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ เป็นระยะ สังเกตความผิดปกติบนใบหน้าหวานที่พยายามซ่อนความเจ็บปวดและอาการเกร็งตัวเอาไว้ใต้ความนิ่งเงียบ รถแล่นไปได้สักพัก มาเฟียหนุ่มก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน"ฉันขอถามอะไรเธอหน่อย เชอเบลล์"เชอเบลล์สะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองเสี้ยวหน้าคมคายของเขาด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า"ค่ะ... พี่อคินจะถามอะไรเบลล์คะ ถามมาได้เลยค่ะ"อคินละสายตาจากถนนชั่วครู่ หันมาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวย ก่อนจะพ่นคำถามที่ทิ่มแทงความรู้สึกของเธอออกมาตรงๆ"ทำไมเธอถึงไปทำงานแบบนั้น.เธอร้อนเงินขนาดนั้นเลยเหรอ?"คำถามที่เจือไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามทำเอาเชอเบลล์ชะงักค้าง นัยน์ตาสั่นไหววูบด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก เธออ้าปากพะงาบๆ แต่กลับไม่อาจหาคำพูดใดมาแก้ตัวได้ทันที จนกระทั่งความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาทั้งคู่อคินเห็นเธอนิ่งเงียบไปนาน ชายหนุ่มก็แค่นหัวเราะในลำคออ
"ว่าไง... ตกลงไหม?"เสียงทุ้มเอ่ยคาดคั้นซ้ำ พร้อมกับดวงตาคมกริบที่จดจ้องมองใบหน้าหวานไม่วางตา รอคอยคำตอบจากคนตรงหน้าอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตูเชอเบลล์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สมองดวงน้อยประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็วและจำยอม หากเธอปฏิเสธความลับเรื่องที่เธอมาร้านแบบนั้นและการสูญเสียความบริสุทธิ์อาจหลุดรอดไปถึงหูพ่อและน้าประไฟ ซึ่งจะสร้างความพังพินาศให้กับครอบครัวและตัวเธอเองอย่างมหาศาล แต่ถ้าเธอเลือกที่จะตกลง เธอก็จะต้องเอาตัวเข้าแลกและกลายเป็นคนของเขาอยู่ภายใต้เงื้อมมือของพี่ชายต่างแม่ผู้ไร้ความปรานีคนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นให้เธอเดินอีกแล้วนี่คือทางออกเดียวที่จะปกป้องทุกอย่างไว้ได้เชอเบลล์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นในลำคอ เธอนัยน์ตาแดงก่ำแต่กลับพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำนนต่อโชคชะตา"ก็ได้ค่ะ... เบลล์ตกลง" น้ำเสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาอย่างสั่นเครือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวปนตัดพ้อ "แต่พี่ต้องสัญญานะคะว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด"อคินระบายยิ้มเหยียดเยาะที่มุมปากอย่างพอใจ เมื่อเกมนี้เขาเป็นฝ่ายชนะและคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเ
กึก ..ทันทีที่บานประตูห้องน้ำปิดลง แรงกดดันและน้ำตาที่อัดอั้นอยู่ข้างในก็ทะลักออกมาทันทีเชอเบลล์ทรุดตัวลงพิงกับบานประตูห้องน้ำ ปลดปล่อยเสียงสะอื้นไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น มือบางรีบเอื้อมไปเปิดก๊อกฝักบัวให้สายน้ำไหลแรงที่สุด เพื่อช่วยกลบเสียงร้องไห้สะเทือนใจของเธอไม่ให้เล็ดลอดออกไปข้างนอกให้ชายหนุ่มได้ยินแสงไฟสลัวในห้องน้ำสะท้อนภาพเงาของเธอในกระจกผิวพรรณขาวเนียนละเอียดตอนนี้เต็มไปด้วย ร่องรอยกุหลาบสีแดงเข้มและรอยจุมพิต จากการกระทำอันป่าเถื่อนของอคินเมื่อคืนกระจายอยู่ทั่วร่าง ทั้งลำคอ ไหปลาร้า และแผ่นอกระหง ทุกรอยแผลและรอยสัมผัสนั้นคือเครื่องตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย ว่าเธอได้ตกเป็นของผู้ชายคนนั้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้วเมื่อเธอขยับตัว อาการเจ็บแปลบและระบมตรงจุดกึ่งกลางกายก็แล่นริ้วขึ้นมาจนต้องนิหน้าด้วยความทรมาน หยาดน้ำตาผสมปนเปไปกับสายน้ำอุ่นจากฝักบัวที่ไหลชะโลมลงมาบนเรือนร่างอันบอบช้ำทำไมชีวิตของเธอถึงต้องมาพัวพันกับความซับซ้อนและเลวร้ายแบบนี้ด้วยนะ..."เจ็บชะมัด พรุ่งนี่จะไปเรียนไหวมั้ยเนี่ย"เธอพึมพำเบาๆ พลางลูปไล้ไปตามผิวกาย ของตัวเองเชอเบลล์ยืนหลับตาปล่อยให้สายน้ำชำระล้างคราบน้
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาภายในห้องนอนหรูของเพนต์เฮาส์ ความเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยความปวดร้าวที่แล่นริ้วไปทั่วร่างกายของเชอเบลล์ เปลือกตาสีมุกค่อยๆ กระพริบปรอยแล้วลืมขึ้นช้าๆ ความเจ็บระบมตรงจุดกึ่งกลางกายและอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวราวกับถูกรถสบดทับทำให้เธอต้องนิหน้าด้วยความทรมาน ทว่า... ความเจ็บปวดทางร่างกายยังไม่น่าตกใจเท่ากับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เมื่อดวงตาสวยปรับโฟกัสได้ชัดเจน เธอก็พบว่าตัวเองกำลังนอนซุกอยู่บนแผงอกกว้างเปลือยเปล่าของ อคิน ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายต่างแม่ ที่นอนหลับตาพริ้มกอดก่ายร่างเธอไว้แน่นในวงแขนแกร่ง ความทรงจำอันดุเดือดเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ความหวาดกลัวพุ่งพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจ เชอเบลล์รีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกายที่เปลือยเปล่าอย่างทุลักทุเล พยายามขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวังที่สุดและเบาที่สุด เพื่อหวังจะพาร่างอันบอบช้ำและเสื้อผ้าที่ฉีกขาดหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมาพบเธอบนเตียงนี้ หมับ!! ในจังหวะที่เธอหย่อนขาลงแตะพื้นและกำลังจะก้าวหนี ท่อนแขนแกร่งที่เคยนิ่งสนิทกลับตวัดเข้าคว้าเอวบาง







