LOGINแม้ไม่ได้สบตา แค่ได้ยินเสียงเธอก็อยากให้เขาโอบกอดและปลอบโยนในวันที่ยากลำบาก
เธอกำลังโหยหาอ้อมกอดที่ไม่ใช่ของตัวเอง ความละอายใจทำให้หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่มองหน้าเขา
“ไม่เป็นไรนะ” เป็นอ้อมกอดของเพื่อนสนิทอย่างดีแลน หวังที่เธอซุกหาไออุ่นแทนอกแกร่งนั้น
ดีแลน หวังยังคงเป็นเพื่อนที่ดีของเธออย่างเคย เขาช่วยงานและจัดการธุระหลายอย่าง
เธอกลับมาทำงานหลังจากงานศพของพ่อแม่สิบวัน ไม่มีเวลาให้กับความเสียใจ ในเมื่อชีวิตต้องเดินหน้า งานยังคงเป็นที่พึ่งเดียวของเธอ
แม้จะยากลำบากแต่ก็ผ่านพ้นช่วงเวลาเลวร้ายมาให้ได้ เธอพูดมากขึ้นเพราะงานที่ทำ สูตินรีแพทย์ทำให้ได้เฝ้ามองเด็กน้อยที่เจริญเติบโตจากเมล็ดถั่วจนกลายเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายตัวน้อยของผู้เป็นพ่อแม่
ทุกครั้งที่ได้ทำคลอดเดียร์น่ามีความสุขเสมอ มีความสุขที่ได้อุ้มเทวดานางฟ้าตัวน้อยก่อนพ่อแม่ของพวกเขาเสียอีก
โลกเราก็เป็นอย่างนี้ มีเกิด มีแก่ และมีตาย
“กลับมาอยู่บ้านเราดีไหมเดียร์” คำชักชวนของผู้เป็นอาในวันหนึ่งที่ทั้งสองได้มีโอกาสพูดคุยกัน
“อือ” หญิงสาวครุ่นคิด
“เราเหลือกันแค่สองคนนะเดียร์” คำพูดของผู้เป็นอาทำให้เธอน้ำตารื้น จริงสินะ การสูญเสียครั้งนี้ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น ยังมีอาของเธออีกคน
อาอยู่กับพ่อแม่ตลอด ความรู้สึกของอาคงปวดร้าวมากกว่าเธอเสียอีก
“ค่ะอา ไว้เดียร์จะกลับไปอยู่ด้วยนะคะ”
คุณหมอสาวตัดสินใจกลับมาฮ่องกง ที่ที่เธอเรียกว่าบ้าน ในแผ่นดินเกิดที่เวลานี้มีเพียงญาติสนิทแค่อาและเพื่อนเก่าอย่างดีแลน หวัง
มีเขา...ผู้ชายในห้วงคำนึง แม้ไม่มีโอกาสอยู่ด้วยกันอย่างน้อยได้อยู่ในแผ่นดินเดียวกันก็ยังดี
ชีวิตในต่างแดนของเธอไม่น่าอยู่เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดสิบปีเสียแล้วเพราะไม่มีเขาข้างกายอีกต่อไป
ทันทีที่ร่างบางของคุณหมอสาวย่างเท้าเข้าคฤหาสน์ตระกูลหวัง
“ไม่เจอกันนานเลยเดียร์น่า”
เสียงทักทายจากมาดามตระกูลหวังอย่างม่านฟ้าก็เอ่ยทักทายพร้อมทั้งรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนอย่างเคย ไม่ว่าเวลานี้หรือเมื่อครั้งที่เธอเป็นเพียงเพื่อนในวัยเด็กของดีแลน คนบ้านนี้ก็ดีกับเธอเสมอ
“สวัสดีค่ะคุณน้า ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” เธอสวมกอดแม่เพื่อนด้วยรอยยิ้มและความซาบซึ้งในอก
หวังกรุ๊ปมีบุญคุณกับเธอมากมายเหลือเกิน ในวันที่ยากลำบาก ถ้าไม่มีทุนเรียนฟรีจากทางหวังกรุ๊ป เดียร์น่าเองก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างไร
“ได้ยินว่าจะกลับมาทำงานที่นี่ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” เดียร์น่าพยักหน้ารับคำถามของมารดาเพื่อนสนิท
“น้าเสียใจด้วยนะเรื่องพ่อกับแม่”
“ค่ะ ท่านไปสบายแล้วค่ะ” เวลานี้เธอทำใจได้บ้างแล้วแม้ไม่มากก็ตามที
“หมดเคราะห์หมดโศกนะเดียร์น่า” ม่านฟ้ากอดปลอบอีกครั้ง อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หากก็ยังอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหวังดีเสมอ
“เข้าไปข้างในกัน แม่อย่าชวนพี่เดียร์น่าดรามาสิ” เจมมี่ หวัง น้องสาวของดีแลนเพื่อนสนิทของคุณหมอเอ่ยขัดผู้เป็นแม่ เมื่อเห็นว่าสองสาวกำลังคุยกันเรื่องสะเทือนอารมณ์
“เจนนี่ รักคุณไม่มากินข้าวด้วยเหรอ” ม่านฟ้ามองหาหญิงสาวเพื่อนของลูกสาวอีกคน
“รักบอกว่าวันนี้มีธุระค่ะ” เจนนี่ตอบผู้เป็นแม่
“เดี๋ยวแม่ไปดูในครัวก่อนนะ” ม่านฟ้าลงมือทำอาหารด้วยตนเองเพื่อเอาใจหวังชางผู้เป็นสามีที่ชื่นชอบอาหารไทย
“ที่นี่ใหญ่โตมากเลย” เดียร์น่าหันมองโดยรอบและเอ่ยกับลูกสาวเจ้าของคฤหาสน์
“เราเพิ่งสร้างเมื่อสิบปีที่แล้ว เจ้เลยไม่เคยมาไง” เจมมี่อธิบาย เดียร์น่าพยักหน้ารับรู้ แขนของสาวรุ่นน้องยังกอดแขนเธอไว้แน่นอย่างสนิทสนม
เธอหลงรักครอบครัวหวังและหลงรักผู้เป็นน้าของพวกเขาด้วยเช่นกัน
“ดีแลนก็อยู่บ้านนี้เหรอ” เดียร์น่าถามถึงเพื่อนสนิท
“อยู่เป็นบางครั้ง แต่ช่วงนี้เฮียอยู่คอนโด” คำบอกเล่าของเจนนี่ทำให้คนถามพยักหน้าเข้าใจ ที่นี่ถึงจะใหญ่โตแต่ก็ไกลจากตึกสำนักงานของหวังกรุ๊ป
“ตอนนี้เจ้เดียร์มีแฟนหรือยัง” รอยยิ้มบนใบหน้าของเจมมี่ทำให้เดียร์น่าต้องส่ายหน้าอย่างระอาปนเอ็นดู
เธอรู้ดีว่าน้องสาวเพื่อนสนิทมักจับคู่ให้เธอกับพี่ชายของตัวเองบ่อยครั้ง
พวกเขาจะรู้หรือไม่ว่าความสัมพันธ์ของดีแลนกับเธอไม่มีทางจะเกินคำว่าเพื่อนได้
“ไม่มีหรอก งานยุ่งจะตาย” เดียร์น่าบอกอีกฝ่าย ยิ้มให้กับชีวิตของตัวเอง เคยคิดว่ามี ‘แฟน’ แต่เขากลับไม่ได้ให้สถานะกับเธอแม้แต่น้อย
“สนใจรับเฮียดีแลนไว้สักคนไหมจ๊ะ” เป็นอย่างที่คิด เจมมี่ก็ยังคงเป็นเจมมี่ อยากให้เธอกับดีแลนคบหากันเหมือนอย่างเช่นในอดีต
“เร็วจังนะคะ อีกไม่ถึงปีเด็ก ๆ ก็จะเข้าปอหนึ่งแล้ว” คนเป็นแม่ของว่าที่เด็กประถมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ลูกเราโตเร็ว พ่อเริ่มแก่แล้วเนี่ย” คนเริ่มแก่บ่นทั้งที่ยังโชว์ซิกซ์แพ็กแน่น ๆ ให้เธอมองตลอด เธอเสียอีกตั้งแต่คลอดลูกน้ำหนักก็ยังไม่กลับไปเท่าเดิมอีกเลยแต่เมื่อสามีบอกว่าชอบแบบนี้ ชอบแบบอวบอิ่มเช่นเวลานี้มากกว่าตอนที่ผอม ๆ ซีด ๆ เหมือนตอนที่เพิ่งคบกัน ในเมื่อสามีให้ท้ายว่าไม่ต้องลดหุ่น คนไม่อยากลดก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากอยากกินอะไรก็กิน อยากทำอะไรก็ทำ‘อะไรมีความสุขก็ทำเถอะ’ นั่นคือคำพูดของชายคนรักที่ทำให้เธอรักเขาเพิ่มขึ้นอีกสามร้อยยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ส่วนเธอชอบบอกเขาว่า‘ไม่ต้องหล่อมากก็ได้’ ถึงสามีของเธอจะอายุห้าสิบกว่าแล้วแต่เชื่อเถอะ ถ้าเดินไปถามคนที่พบเจอเขาไม่มีทางที่ใครจะเชื่อว่าเขาอายุห้าสิบกว่าแล้ว ในเมื่อเขาทั้งหล่อเหลาหุ่นดี และยังแรงดีเวลาอยู่บนเตียงการออกกำลังกายของเขาคือการวิ่ง ส่วนเธอนั้นคือโยคะ ที่ต้องเล่นโยคะเพราะต้องการให้ร่างกายยืดหยุ่น ก็สามีเธอห้าสิบยังแจ๋ว ท่ายงท่ายากบางทีท่านก็ทำให้เมียต้องแหกแข้งแหกขาไม่หยุดในเมื่อผัวยังแรงดี เมียเด็กอย่างเธอก็ต้องสู้เต็มที่ ไ
การเรียนวันแรกแค่สามชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองแฝดกลับมาถึงบ้านด้วยความเบิกบาน กินข้าวกินขนมเสร็จแล้วก็นอนกลางวันอย่างเช่นเคย อยากนอนเร็ว ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ตื่นไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ในค่ำคืนที่สองแฝดหลับใหล สองสามีภรรยามีเวลาพูดคุยและนอนดูซีรีส์ด้วยในอีกห้องหนึ่งอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ“เดียร์อยากเปิดคลินิกไหม” เขาลูบแขนคนตัวเล็กที่นอนซบอยู่บนอกแกร่ง เวลาที่อยู่กันลำพังแค่สองคนพวกเขาก็ยังเรียกขานด้วยชื่อเดิม ๆ“อืม ไม่ดีกว่าค่ะ” เดียร์น่าไม่ใช่คนไทย เธอไม่อยากต้องเดินเรื่องเอกสารการทำงานของคนต่างด้าว ไม่อยากให้ตัวเองมีตัวตน“เราอยู่เงียบ ๆ ดีกว่าค่ะ สมัยนี้ไม่ว่าอะไรคนชอบแชร์ ชอบถ่ายลงโซเซียล อยากอยู่แบบนี้สบายใจมากกว่า”ฟางเฉินพยักหน้าเข้าใจ เขาเองก็เช่นกัน อยากอยู่เงียบ ๆ แม้แต่การลงทุนบางบริษัทที่บรรดาญาติจะชวนลงทุน เขาแทบไม่ได้สนใจ คิดว่าเท่าที่มีก็เพียงพอแล้ว“ขอบคุณนะเฮีย”“ขอบคุณเรื่องอะไร”“ขอบคุณที่พามาอยู่ที่นี่ ประเทศไทย เดียร์ไม่เคยคิดว่าจะมีแผ่นดินที่สงบงดงามอย่างนี้อยู่บนโลก”เพราะไม่เคยสัมผัสชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มาก่อน ครั้งแรกที่เดียร์น่ามาอยู่ที่นี่รู้สึกแปลกมาก
ตอนพิเศษ 2 ดวงใจของพ่อแม่ สามปีผ่านไป เด็กชายขุนเขากำลังนั่งก่อกองทรายอยู่ข้าง ๆ เด็กหญิงจันทร์เจ้า โดยมีพ่อกับแม่นั่งอยู่ไม่ห่าง ผู้เป็นพ่อยิ้มกับท่าทางตั้งอกตั้งใจของเด็กทั้งสอง “ขุน ของเจ้าสวยไหม” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดของตัว “สวย จันทร์เจ้าเก่ง” คำชมของผู้เป็นพี่ทำคนฟังยิ้มหวาน “จันทร์เจ้าของพ่อเก่งจริง ๆ” เมื่อได้รับคำชมจากพ่อแล้วเด็กหญิงตัวน้อยก็หันมองผู้เป็นแม่ คล้ายจะทวงคำชมเชยจากผู้เป็นแม่อีกคน “สวยมากเลยค่ะ ของพี่ขุนเขาก็สวยนะครับ” เมื่อชมลูกสาวแล้วก็ไม่ลืมจะเอ่ยกับลูกชาย ขุนเขาเป็นเด็กที่รู้ความแต่เด็กถึงแม้จะอายุยังไม่ถึงสามขวบ หากปกป้องและดูแลน้องได้อย่างดี “เก่งมากครับขุน” ผู้เป็นพ่อก็เอ่ยชมลูกชาย เขาจับหัวทุยของลูกโยกไปมา ชายหาดยามเย็นแทบไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเพราะพื้นที่ตรงนี้ติดกับที่ดินส่วนตัว อยู่ที่นี่ฟางเฉินกับเดียร์น่าเป็นเพียงสามีภรรยาธรรมดาทั่วไป ชาวบ้านแถวนี้รู้แค่ว่าสองคนผัวเมียเป็นลูกเจ้าของสวนทุเรียนเล็ก ๆ ขนาดเพียงแค่สิบไร่ ซึ่งสวนนี้ปลูกทุเรียนแบบออร์แกนิกส์ เน้นไว้กินเองมากกว่าขา
“คืนนี้ขอพวกหนูนอนกับยายนะคะ” เจมมี่เอ่ยอ้อนผู้เป็นยายและแน่นอนว่าคำสั่งนี้มาจากน้าของพวกเธอนั่นเองผู้เป็นน้ายกยิ้มอย่างพอใจ ไม่เสียแรงที่เลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“ได้จ้า เดียร์ลูก คืนนี้ลูกนอนกับวินนะลูก เจ้าสองคนนี่ก็เต็มเตียงแม่แล้ว” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกสะใภ้ซึ่งคนที่กำลังกินทุเรียนก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย เวลานี้เธอไม่โกรธเขาแล้ว ในเมื่อได้กินทุเรียนดั่งใจอยากแล้ว เธอก็อยากนอนเรอให้เขาดมกลิ่นทุเรียนทั้งคืนสิ่งที่เขากลัวได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เมื่อเมียรักนอนไม่ได้เพราะแน่นท้อง ไม่ลำบากใครที่ไหนหรอก ลำบากเขานี่แหละที่ต้องหาหยูกหายามาให้คนท้องกินเพื่อไล่แก๊สในกระเพาะ“บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะ” อดไม่ได้ที่จะบ่นในจังหวะที่นวดแขนคนนั่งพิงหัวเตียงอย่างหมดสภาพ“ก็มันอร่อย”“ดื้อ จับตีก้นดีไหม” ถึงจะโดนขู่ตีก้นแต่คนท้องหาได้ใส่ใจยังคงเอนหลังอย่างอารมณ์ดีให้เขานวดแขนนวดขา“เท้าเริ่มปวดแล้วเนี่ย จะคลอดตอนกี่วีก” ผู้เป็นพ่อถามสูตินรีแพทย์ท้องโย้“สามสิบเจ็ดกำลังดี” เธอนัดกับแพทย์ไว้แล้วว่าสามสิบเจ็ดหรืออีกสองสัปดาห์กำลังดี“ตื่นเต้น ขอบคุณนะเดียร์” ผู้เป็นพ่อของลูกกล่าวอย่างซึ้งใจ“ขอบคุณอะไรกันเล่า
ตอนพิเศษ 1 คนท้องโต น้ำตาของคนท้องโตรื้นเมื่อโดนขัดใจ เธอผิดมากเลยเหรอที่อยากกินของอร่อย รู้ไหมว่าปีหนึ่งมีโอกาสได้กินแค่ช่วงนี้ แต่เขากลับห้าม “แต่ลูกอยากกินนะคะ ไม่ใช่เดียร์อยากกิน” คนอยากกินเอาลูกเป็นข้ออ้าง‘เจ้าแฝดช่วยแม่เถียงพ่อด้วย’ เธอแอบกระซิบบอกลูกในใจ เจ้าเด็กแฝดไข่คนละใบก็ถีบแรงราวกับรู้เรื่องที่แม่ต้องการสื่อ “เห็นไหมลูกดิ้นแรงมาก” ผู้เป็นพ่อต้องถอนหายใจครั้งที่ร้อย “วินให้เมียกับลูกกินเถอะ” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกชาย อดสงสารคนท้องที่นั่งน้ำตารื้นไม่ได้จริง ๆ ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยเพื่อให้กลมกลืนกับคนไทย ฟางเฉินจึงต้องมีชื่อเรียกแบบไทย ๆ จากเควิน ฟางเวลานี้ชื่อของเขาที่นี่คือ วิน ลูกแม่ฟ้ารุ่งผู้มีสวนทุเรียนขนาดเล็ก ๆ ไม่กี่สิบต้นในพื้นที่สิบห้าไร่“แม่ครับ เดียร์กินไปแล้วลูกหนึ่งนะครับ ลูกนั้นเกือบห้าโล” เขาโอดครวญ ไม่ได้หวงกิน แต่เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นเบาหวานและลูกเขาจะสำลักทุเรียน“ทุเรียนมีโฟรเลตสูงช่วยเรื่องพัฒนาการของลูก เดียร์รู้เดียร์เรียนมา” คุณหมอสูตินรีแพทย์เชิดหน้าแสดงความรู้ที่ร่ำเรียนมา“มีประโยชน์ครับ แต่ในปริมาณที่เหมาะสม
ฟางหมิงดีใจมากเมื่อรู้ว่าลูกสะใภ้ท้องหลานแฝด แต่ก็ไม่วายเป็นห่วงตามประสาคนเป็นแม่ เธอเคยเห็นช่วงเวลาที่ลูกเสียภรรยาเก่าและลูกไปอย่างไม่มีวันกลับท้องฟ้ายามเย็นของบ้านพักริมทะเลขนาดใหญ่ วันนี้ไม่เงียบเหงาอีกต่อไปเพราะมีลูกชายและลูกสะใภ้มาอยู่ด้วย รอยยิ้มของคนเป็นแม่เบ่งบาน ในชีวิตของฟางหมิงขอแค่ให้ลูกมีความสุข คนเป็นแม่ก็ยินดีมากล้นแต่เมื่อรู้ว่าความสุขของลูกมีเธอผู้เป็นแม่อยู่ระหว่างทางนั้น หัวอกหัวใจของท่านก็เต็มตื้น“ม่านเป็นไงบ้างเฉิน”“สบายดีครับแม่ ถ้าไม่มีเฮียหวังกับพี่ม่านช่วยไว้ ผมกับเดียร์น่าก็ลำบากเหมือนกันครับ” ฟางเฉินเพิ่งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่ฟังก่อนที่เขาตัดสินใจย้ายประเทศมาอยู่เมืองไทยท่านร่ำไห้ด้วยความเสียใจ และโกรธแค้นฟางจ้าน รวมถึงดีใจที่เขาปลอดภัย“หมดเคราะห์หมดโศกนะลูก”“ครับแม่”“หนูเดียร์น่าอยู่ได้ไหมลูก” หญิงชราเอ่ยถามลูกสะใภ้อย่างเป็นห่วง ที่นี่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเมืองหลวง คนที่เคยใช้ชีวิตในเมืองใหญ่จะคุ้นชินกับหมู่บ้านในชนบทหรือเปล่าท่านก็ไม่แน่ใจ“ชอบมากเลยค่ะ เดียร์เคยเห็นภาพบ้านพักตากอากาศแบบนี้ในนิตยสาร เหมือนบ้านของแม่เลยค่ะ” เดียร์น่ามองรอบตัวบ้า







![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)