เข้าสู่ระบบ“พี่ว่าดีแลนมีคนในใจแล้ว” เดียร์น่าผู้รู้จักเพื่อนรักอย่างดีแลนมาทั้งชีวิตและเขาเองก็รู้จักเธอมากกว่าใคร เรียกว่ารู้ไส้รู้พุงด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ
“ไม่มีหรอก เราอยู่กับเฮียตลอด ไม่เห็นเฮียจะเอาแฟนมาเปิดตัวเลย” เจนนี่เองก็ค้านหัวชนฝาและเจมมี่เองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับฝาแฝดของตัวเอง
“สิ่งที่เราไม่เห็นก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง” เดียร์น่าตอบยิ้ม ๆ ถ้าจำไม่ผิด เธอเคยเห็นสองคนนั้นจูบกันใต้ต้นไม้ในกรุงลอนดอนเมื่อสิบปีที่แล้ว
“จริงเหรอ เราจะมีอาซ้อจริงเหรอวะมี่” สองแฝดหันไปคุยกันเอง
“ไม่รู้สิเจน ก็ควรจะมีแล้วมั้ง เฮียก็อายุสามสิบสองแล้วนะ ไม่มีแฟนสักที จะเก็บซิงไว้ชิงโชคเหรอ” คำพูดของเจมมี่ทำสองสาวหัวเราะตัวงอ ไม่ใช่ขำกับมุกเก็บซิงไว้ชิงโชค หากแต่ขำว่าคนอย่างเฮียดีแลนน่าจะห่างไกลจากคำว่าซิง
เดียร์น่าหัวเราะกับมุกต่าง ๆ ที่สองฝาแฝดต่างชงใส่กัน และเพียงไม่นานดีแลนก็มาถึง ทั้งสามคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ทำให้เดียร์น่าย้อนรำลึกถึงวันวาน
เดียร์น่า หลิว เธอไม่มีพี่น้อง เมื่อได้เห็นความน่ารักของครอบครัวหวังทำให้เธอยิ้มทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน รอยยิ้มของเธอสดใสขึ้นกว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
แต่แล้วเมื่อประมุขของบ้านอย่างหวังชางเดินเข้ามาพร้อมกับใครอีกคน รอยยิ้มของเธอก็จางหาย ไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่
หลังจากงานศพของพ่อกับแม่เธอก็ไม่เคยเจอฟางเฉิน
“น้าเฉิน” ภาพที่สองสาวฝาแฝดวิ่งเข้าสวมกอดน้าชายอย่างฟางเฉินทำให้หัวใจของเธอวูบไหว อยากมีโอกาสได้กอดเขาอย่างเปิดเผยแบบนี้บ้าง
แต่เธอคงไม่มีโอกาสนั้น
“สาว ๆ โตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย” เขาอบอุ่นเสมอกับคนพิเศษโดยเฉพาะหลาน ๆ
เขาเคยอบอุ่นกับเธอเช่นกัน แต่มันคงเป็นแค่เรื่องที่เคยเป็นเท่านั้น
หญิงสาวหันมองอีกทาง พยายามกะพริบตาเพื่อกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความคิดถึง
“น้าเฉิน พวกหนูอายุยี่สิบเก้านะคะ ไม่ใช่เก้าขวบ เจอหน้ากันทีไรก็บอกว่าโตขึ้นเยอะเลย” เสียงหยอกล้อระหว่างสองแฝดกับผู้ชายที่เธอแสนคิดถึง
“หนูเดียร์น่ามานานหรือยังลูก” เสียงเอ่ยทักทายของประมุขแห่งหวังกรุ๊ปทำให้เธอตื่นจากภวังค์
“สักพักค่ะท่าน”
“งั้นก็ไป ๆ หิวข้าวแล้ว” หวังชางชวนทั้งหมดให้ย้ายไปยังห้องอาหาร ข้างกายของฟางเฉินมีหลานสาวทั้งสองตามติดแจ แต่หางตาของเขาก็ไม่วายแอบชำเลืองมองหญิงสาวอีกคนที่ไม่ได้พบเจอกันเลยตั้งแต่เมื่องานศพพ่อกับแม่ของเธอ
เธอผอมลง...ผอมลงมาก
ตลอดเวลาระหว่างมื้ออาหารสายตาของเดียร์น่าและเควิน ฟางสานสบกันหลายต่อหลายครั้ง เธอพยายามหลบหน้าเขา ส่วนเขานั้นมองเธออย่างไม่ปิดบัง
“เดี๋ยวผมไปส่งเดียร์น่าเองครับ ทางเดียวกัน”
ฟางเฉินบอกกับพี่สาวและพี่เขยซึ่งทั้งสองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรพยักหน้าเห็นด้วย
คุณหมอสาวนั่งนิ่งมองตรงไปยังทางข้างหน้า พยายามไม่หันไปมองคนข้างกายที่นั่งในตำแหน่งคนขับ
“คอแข็งจนเคล็ดแล้วนั่น” ฟางเฉินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมคุยกับเขา
“ตามมาทำไม” เดียร์น่าถามอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่เอาน่าเดียร์ เรื่องเล็กน้อยจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ทำไมกัน” เขาพูดอย่างสบาย ๆ สายตามองไปยังถนนเบื้องหน้า เรื่องเล็กน้อยของเธอกับเขาคงไม่เท่ากัน
“เรื่องที่คุณกำลังจะแต่งงานเนี่ยนะเรื่องเล็ก”
เธอสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะพูดสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ออกไปให้เขาได้ยิน
“เดียร์จะไม่มีวันเป็นเมียน้อย!” สิบปีที่เธออยู่กับเขาในสถานะคนในความลับ มันยังไม่พออีกหรือ เขาจะทำร้ายหัวใจของเธอไปถึงเมื่อไร
“ก่อนหน้านี้ยังอ้อนวอนขออยู่เลยเดียร์ ไม่กี่เดือนทำไมเปลี่ยนไปละ” เขายิ้มมุมปากราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เธอบอกกับเขา
“เพราะก่อนหน้านี้เดียร์มันโง่ไงคะ โง่ให้คุณหลอกมากี่ปี” เธอตัดพ้อเขาทางสายตา น้ำตาไหลอาบทั้งสองแก้ม
“เธอไม่ควรกลับมา” ฟางเฉินพูดในขณะที่ยังมองไปข้างหน้า
“ทำไมคะ ประเทศนี้ไม่ใช่ของคุณนี่คะ ทำไมฉันจะกลับมาไม่ได้ คุณก็ไม่ต้องยุ่งกับฉัน”
เธอปาดน้ำตาทิ้งอย่างเหลืออด เป็นเขาไม่ใช่เหรอที่ยุ่งวุ่นวายกับเธอ
“ก็ไม่อยากยุ่งหรอก!” เขาเองก็ไม่อยากยุ่งกับเธอเลย
“เร็วจังนะคะ อีกไม่ถึงปีเด็ก ๆ ก็จะเข้าปอหนึ่งแล้ว” คนเป็นแม่ของว่าที่เด็กประถมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ลูกเราโตเร็ว พ่อเริ่มแก่แล้วเนี่ย” คนเริ่มแก่บ่นทั้งที่ยังโชว์ซิกซ์แพ็กแน่น ๆ ให้เธอมองตลอด เธอเสียอีกตั้งแต่คลอดลูกน้ำหนักก็ยังไม่กลับไปเท่าเดิมอีกเลยแต่เมื่อสามีบอกว่าชอบแบบนี้ ชอบแบบอวบอิ่มเช่นเวลานี้มากกว่าตอนที่ผอม ๆ ซีด ๆ เหมือนตอนที่เพิ่งคบกัน ในเมื่อสามีให้ท้ายว่าไม่ต้องลดหุ่น คนไม่อยากลดก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากอยากกินอะไรก็กิน อยากทำอะไรก็ทำ‘อะไรมีความสุขก็ทำเถอะ’ นั่นคือคำพูดของชายคนรักที่ทำให้เธอรักเขาเพิ่มขึ้นอีกสามร้อยยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ส่วนเธอชอบบอกเขาว่า‘ไม่ต้องหล่อมากก็ได้’ ถึงสามีของเธอจะอายุห้าสิบกว่าแล้วแต่เชื่อเถอะ ถ้าเดินไปถามคนที่พบเจอเขาไม่มีทางที่ใครจะเชื่อว่าเขาอายุห้าสิบกว่าแล้ว ในเมื่อเขาทั้งหล่อเหลาหุ่นดี และยังแรงดีเวลาอยู่บนเตียงการออกกำลังกายของเขาคือการวิ่ง ส่วนเธอนั้นคือโยคะ ที่ต้องเล่นโยคะเพราะต้องการให้ร่างกายยืดหยุ่น ก็สามีเธอห้าสิบยังแจ๋ว ท่ายงท่ายากบางทีท่านก็ทำให้เมียต้องแหกแข้งแหกขาไม่หยุดในเมื่อผัวยังแรงดี เมียเด็กอย่างเธอก็ต้องสู้เต็มที่ ไ
การเรียนวันแรกแค่สามชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองแฝดกลับมาถึงบ้านด้วยความเบิกบาน กินข้าวกินขนมเสร็จแล้วก็นอนกลางวันอย่างเช่นเคย อยากนอนเร็ว ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ตื่นไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ในค่ำคืนที่สองแฝดหลับใหล สองสามีภรรยามีเวลาพูดคุยและนอนดูซีรีส์ด้วยในอีกห้องหนึ่งอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ“เดียร์อยากเปิดคลินิกไหม” เขาลูบแขนคนตัวเล็กที่นอนซบอยู่บนอกแกร่ง เวลาที่อยู่กันลำพังแค่สองคนพวกเขาก็ยังเรียกขานด้วยชื่อเดิม ๆ“อืม ไม่ดีกว่าค่ะ” เดียร์น่าไม่ใช่คนไทย เธอไม่อยากต้องเดินเรื่องเอกสารการทำงานของคนต่างด้าว ไม่อยากให้ตัวเองมีตัวตน“เราอยู่เงียบ ๆ ดีกว่าค่ะ สมัยนี้ไม่ว่าอะไรคนชอบแชร์ ชอบถ่ายลงโซเซียล อยากอยู่แบบนี้สบายใจมากกว่า”ฟางเฉินพยักหน้าเข้าใจ เขาเองก็เช่นกัน อยากอยู่เงียบ ๆ แม้แต่การลงทุนบางบริษัทที่บรรดาญาติจะชวนลงทุน เขาแทบไม่ได้สนใจ คิดว่าเท่าที่มีก็เพียงพอแล้ว“ขอบคุณนะเฮีย”“ขอบคุณเรื่องอะไร”“ขอบคุณที่พามาอยู่ที่นี่ ประเทศไทย เดียร์ไม่เคยคิดว่าจะมีแผ่นดินที่สงบงดงามอย่างนี้อยู่บนโลก”เพราะไม่เคยสัมผัสชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มาก่อน ครั้งแรกที่เดียร์น่ามาอยู่ที่นี่รู้สึกแปลกมาก
ตอนพิเศษ 2 ดวงใจของพ่อแม่ สามปีผ่านไป เด็กชายขุนเขากำลังนั่งก่อกองทรายอยู่ข้าง ๆ เด็กหญิงจันทร์เจ้า โดยมีพ่อกับแม่นั่งอยู่ไม่ห่าง ผู้เป็นพ่อยิ้มกับท่าทางตั้งอกตั้งใจของเด็กทั้งสอง “ขุน ของเจ้าสวยไหม” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดของตัว “สวย จันทร์เจ้าเก่ง” คำชมของผู้เป็นพี่ทำคนฟังยิ้มหวาน “จันทร์เจ้าของพ่อเก่งจริง ๆ” เมื่อได้รับคำชมจากพ่อแล้วเด็กหญิงตัวน้อยก็หันมองผู้เป็นแม่ คล้ายจะทวงคำชมเชยจากผู้เป็นแม่อีกคน “สวยมากเลยค่ะ ของพี่ขุนเขาก็สวยนะครับ” เมื่อชมลูกสาวแล้วก็ไม่ลืมจะเอ่ยกับลูกชาย ขุนเขาเป็นเด็กที่รู้ความแต่เด็กถึงแม้จะอายุยังไม่ถึงสามขวบ หากปกป้องและดูแลน้องได้อย่างดี “เก่งมากครับขุน” ผู้เป็นพ่อก็เอ่ยชมลูกชาย เขาจับหัวทุยของลูกโยกไปมา ชายหาดยามเย็นแทบไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเพราะพื้นที่ตรงนี้ติดกับที่ดินส่วนตัว อยู่ที่นี่ฟางเฉินกับเดียร์น่าเป็นเพียงสามีภรรยาธรรมดาทั่วไป ชาวบ้านแถวนี้รู้แค่ว่าสองคนผัวเมียเป็นลูกเจ้าของสวนทุเรียนเล็ก ๆ ขนาดเพียงแค่สิบไร่ ซึ่งสวนนี้ปลูกทุเรียนแบบออร์แกนิกส์ เน้นไว้กินเองมากกว่าขา
“คืนนี้ขอพวกหนูนอนกับยายนะคะ” เจมมี่เอ่ยอ้อนผู้เป็นยายและแน่นอนว่าคำสั่งนี้มาจากน้าของพวกเธอนั่นเองผู้เป็นน้ายกยิ้มอย่างพอใจ ไม่เสียแรงที่เลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“ได้จ้า เดียร์ลูก คืนนี้ลูกนอนกับวินนะลูก เจ้าสองคนนี่ก็เต็มเตียงแม่แล้ว” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกสะใภ้ซึ่งคนที่กำลังกินทุเรียนก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย เวลานี้เธอไม่โกรธเขาแล้ว ในเมื่อได้กินทุเรียนดั่งใจอยากแล้ว เธอก็อยากนอนเรอให้เขาดมกลิ่นทุเรียนทั้งคืนสิ่งที่เขากลัวได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เมื่อเมียรักนอนไม่ได้เพราะแน่นท้อง ไม่ลำบากใครที่ไหนหรอก ลำบากเขานี่แหละที่ต้องหาหยูกหายามาให้คนท้องกินเพื่อไล่แก๊สในกระเพาะ“บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะ” อดไม่ได้ที่จะบ่นในจังหวะที่นวดแขนคนนั่งพิงหัวเตียงอย่างหมดสภาพ“ก็มันอร่อย”“ดื้อ จับตีก้นดีไหม” ถึงจะโดนขู่ตีก้นแต่คนท้องหาได้ใส่ใจยังคงเอนหลังอย่างอารมณ์ดีให้เขานวดแขนนวดขา“เท้าเริ่มปวดแล้วเนี่ย จะคลอดตอนกี่วีก” ผู้เป็นพ่อถามสูตินรีแพทย์ท้องโย้“สามสิบเจ็ดกำลังดี” เธอนัดกับแพทย์ไว้แล้วว่าสามสิบเจ็ดหรืออีกสองสัปดาห์กำลังดี“ตื่นเต้น ขอบคุณนะเดียร์” ผู้เป็นพ่อของลูกกล่าวอย่างซึ้งใจ“ขอบคุณอะไรกันเล่า
ตอนพิเศษ 1 คนท้องโต น้ำตาของคนท้องโตรื้นเมื่อโดนขัดใจ เธอผิดมากเลยเหรอที่อยากกินของอร่อย รู้ไหมว่าปีหนึ่งมีโอกาสได้กินแค่ช่วงนี้ แต่เขากลับห้าม “แต่ลูกอยากกินนะคะ ไม่ใช่เดียร์อยากกิน” คนอยากกินเอาลูกเป็นข้ออ้าง‘เจ้าแฝดช่วยแม่เถียงพ่อด้วย’ เธอแอบกระซิบบอกลูกในใจ เจ้าเด็กแฝดไข่คนละใบก็ถีบแรงราวกับรู้เรื่องที่แม่ต้องการสื่อ “เห็นไหมลูกดิ้นแรงมาก” ผู้เป็นพ่อต้องถอนหายใจครั้งที่ร้อย “วินให้เมียกับลูกกินเถอะ” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกชาย อดสงสารคนท้องที่นั่งน้ำตารื้นไม่ได้จริง ๆ ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยเพื่อให้กลมกลืนกับคนไทย ฟางเฉินจึงต้องมีชื่อเรียกแบบไทย ๆ จากเควิน ฟางเวลานี้ชื่อของเขาที่นี่คือ วิน ลูกแม่ฟ้ารุ่งผู้มีสวนทุเรียนขนาดเล็ก ๆ ไม่กี่สิบต้นในพื้นที่สิบห้าไร่“แม่ครับ เดียร์กินไปแล้วลูกหนึ่งนะครับ ลูกนั้นเกือบห้าโล” เขาโอดครวญ ไม่ได้หวงกิน แต่เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นเบาหวานและลูกเขาจะสำลักทุเรียน“ทุเรียนมีโฟรเลตสูงช่วยเรื่องพัฒนาการของลูก เดียร์รู้เดียร์เรียนมา” คุณหมอสูตินรีแพทย์เชิดหน้าแสดงความรู้ที่ร่ำเรียนมา“มีประโยชน์ครับ แต่ในปริมาณที่เหมาะสม
ฟางหมิงดีใจมากเมื่อรู้ว่าลูกสะใภ้ท้องหลานแฝด แต่ก็ไม่วายเป็นห่วงตามประสาคนเป็นแม่ เธอเคยเห็นช่วงเวลาที่ลูกเสียภรรยาเก่าและลูกไปอย่างไม่มีวันกลับท้องฟ้ายามเย็นของบ้านพักริมทะเลขนาดใหญ่ วันนี้ไม่เงียบเหงาอีกต่อไปเพราะมีลูกชายและลูกสะใภ้มาอยู่ด้วย รอยยิ้มของคนเป็นแม่เบ่งบาน ในชีวิตของฟางหมิงขอแค่ให้ลูกมีความสุข คนเป็นแม่ก็ยินดีมากล้นแต่เมื่อรู้ว่าความสุขของลูกมีเธอผู้เป็นแม่อยู่ระหว่างทางนั้น หัวอกหัวใจของท่านก็เต็มตื้น“ม่านเป็นไงบ้างเฉิน”“สบายดีครับแม่ ถ้าไม่มีเฮียหวังกับพี่ม่านช่วยไว้ ผมกับเดียร์น่าก็ลำบากเหมือนกันครับ” ฟางเฉินเพิ่งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่ฟังก่อนที่เขาตัดสินใจย้ายประเทศมาอยู่เมืองไทยท่านร่ำไห้ด้วยความเสียใจ และโกรธแค้นฟางจ้าน รวมถึงดีใจที่เขาปลอดภัย“หมดเคราะห์หมดโศกนะลูก”“ครับแม่”“หนูเดียร์น่าอยู่ได้ไหมลูก” หญิงชราเอ่ยถามลูกสะใภ้อย่างเป็นห่วง ที่นี่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเมืองหลวง คนที่เคยใช้ชีวิตในเมืองใหญ่จะคุ้นชินกับหมู่บ้านในชนบทหรือเปล่าท่านก็ไม่แน่ใจ“ชอบมากเลยค่ะ เดียร์เคยเห็นภาพบ้านพักตากอากาศแบบนี้ในนิตยสาร เหมือนบ้านของแม่เลยค่ะ” เดียร์น่ามองรอบตัวบ้า







