LOGINเขาคือน้าชายของเพื่อนสนิท เธอหลงรักเขา เธอสารภาพรักเขา เธออยู่ในฐานะคนในความลับตลอด 10ปี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสม 10ปีที่ผ่านมา มีแค่เธอสินะที่รักเขา...
View Moreฟางเฉินผู้ที่อายุมากกว่าเธอถึงสิบห้าปี ครั้งแรกที่เธอเจอเขาเมื่อนานมาแล้วในวันเกิดในวัยสิบห้าปีของเพื่อนสนิทอย่างดีแลน หวังเพื่อนวัยเยาว์ของเธอ
เขาคือผู้ชายหล่อเหลาผิวขาวตามแบบฉบับคนฮ่องกงแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นคงเพราะดวงตาที่โตกว่าคนในเชื้อสายจีนทั่วไป เขาเป็นลูกครึ่งไทย-ฮ่องกงเหมือนกับเพื่อนของเธอ
“เดียร์ นี่น้าเฉิน”
“น้าเฉินครับ นี่เดียร์น่าครับ” คำแนะนำของเพื่อนในวันนั้นยังก้องอยู่ในหูเธอ เส้นทางชีวิตของเขาและเธอคงไม่บรรจบกันอีกแล้ว
หากใครจะคิดว่าวันนี้เธอจะได้เจอเขาอีกครั้งในงานวันเกิดของเพื่อนเธออีกเช่นเคย หากแต่เปลี่ยนสถานที่จากฮ่องกงเป็นลอนดอน
ความลับที่เก็บไว้ในใจตั้งแต่สาวรุ่นจนกระทั่งเวลานี้ที่เธอใกล้จะเรียนหมอจบ ยาวนานถึงเจ็ดปี ตลอดเวลาที่อยู่ในงานเลี้ยงที่บ้านพักของเพื่อน สายตาของว่าที่คุณหมอสาวจับจ้องอยู่กับร่างหนาของชายที่เธอหลงรัก
เขายังคงหล่อเหลาเหมือนที่เคยเจอเมื่อนานมาแล้ว หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป ความมีชีวิตชีวา ดวงตาที่เป็นประกายเปี่ยมด้วยความสุขในอดีตไม่มีอีกแล้ว
เจ็ดปีที่ไม่เจอกัน มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาอย่างนั้นหรือ
เมื่อร่างสูงเดินตรงไปยังประตูหลังบ้าน หญิงสาวก็เดินตามมาในระยะที่เขาไม่สามารถมองเห็นเธอได้ เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งหลังบ้าน ในสวนหลังบ้านเวลานี้ไม่มีเสียงเพลงเล็ดลอดจากภายในบ้าน
เขากำลังสูบบุหรี่
“ขอนั่งด้วยคนนะคะ”
“อืม” คนมากวัยกว่าดับบุหรี่ทันที นั่นยิ่งทำให้เธอประทับใจเขามากขึ้นกว่าเดิม
“หนูชื่อเดียร์น่า น้าเฉินจำได้ไหม” เธอชวนคุยปกติเธอไม่ใช่คนคุยเก่ง แต่เพราะครั้งนี้อาจเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้คุยกับเขาก็ได้
“อืม” เขาพยักหน้ารับรู้ สายตาเขาจับจ้องใบหน้าเธอนิ่งราวกับต้องการถามว่าเธอต้องการสิ่งใดจากเขากันแน่
“เดียร์มาเรียนหมอที่นี่น่ะค่ะ ใกล้จบแล้ว” เธอบอกเล่าทั้งที่เขาไม่ได้ถาม แต่เธออยากให้เขารับรู้
“อืม”
“น้าพูดได้แต่คำว่า ‘อืม’ เหรอคะ”
“เปล่า ก็ไม่รู้จะพูดอะไร” ริมฝีปากหยักยกยิ้ม นั่นยิ่งทำให้หัวใจของว่าที่คุณหมอสาวเต้นไม่เป็นส่ำด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ
“งั้นเดียร์ขอถามได้ไหมคะ”
“อืม ได้สิ” เขาใจดีอย่างที่เพื่อนของเธอเคยบอกไว้
“น้ามาทำอะไรที่นี่คะ”
“มาทำงาน”
“งานอะไรคะ”
“ก็ลงทุนทั่วไปแหละ” งานของคนรวยสินะ นักศึกษาแพทย์อย่างเธอคงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด
การสนทนาเรียบง่ายเกิดขึ้นอย่างสบาย ๆ ภายใต้อากาศอันหนาวเหน็บหากแต่สองหนุ่มสาวต่างวัยกลับมีเสียงหัวเราะให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ
ความอุ่นซ่านที่เกิดขึ้นในอกแทบจะล้นปรี่ออกมาจากทรวง มันคงถึงเวลาแล้วสินะ เมื่อเขายกนาฬิกาขึ้นมองเวลา
“เดียร์น่าชอบน้าเฉิน”
ไม่ใช่แค่เธอที่ตกตะลึงกับคำพูดตัวเอง คนตรงหน้าของเธอก็เช่นกัน ไร้เสียงพูดคุยระหว่างเราสองคน
“เข้าบ้านเถอะ อากาศข้างนอกมันหนาว”
เธอกะพริบตาปริบ ๆ หากแต่ก็ยอมเดินเข้าบ้านพร้อมกับเขา เขาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำสารภาพของเธอ หรือว่านี่คือคำปฏิเสธเมื่อเขามาส่งเธอถึงอะพาร์ตเมนต์แต่ไม่มีคำพูดใดระหว่างกัน
นักศึกษาแพทย์ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า หนึ่งสัปดาห์แล้วที่เธอสารภาพความใจกับเขา หัวใจของเธอยังเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น หากแต่วันนี้หัวใจของเธอยิ่งเต้นแรงมากกว่าเดิมเมื่อเห็นคนที่ยืนรอเธออยู่หน้าอะพาร์ตเมนต์
“น้าเฉิน”
“กลับมาแล้วเหรอ เหนื่อยไหม” คำถามง่าย ๆ เหมือนที่พ่อแม่หรือเพื่อนถาม แต่เมื่อเป็นคำถามที่หลุดจากปากเขาความรู้สึกกลับต่างกัน
“เห็นหน้าน้าก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ” เขาหัวเราะกับมุกจีบคนอายุมากกว่าของเธอ
“ขอขึ้นไปกินกาแฟ” เป็นคำพูดที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินจากคนอย่างเขา หลังจากนั้นเธอกับเขาก็เจอกันบ่อย ๆ และกินกาแฟกันบ่อยขึ้นจากนั้นไม่นานเราก็หันมากินกันเอง
ทางเดินของเธอและเขาเริ่มจากตรงนั้นและหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป
“เร็วจังนะคะ อีกไม่ถึงปีเด็ก ๆ ก็จะเข้าปอหนึ่งแล้ว” คนเป็นแม่ของว่าที่เด็กประถมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ลูกเราโตเร็ว พ่อเริ่มแก่แล้วเนี่ย” คนเริ่มแก่บ่นทั้งที่ยังโชว์ซิกซ์แพ็กแน่น ๆ ให้เธอมองตลอด เธอเสียอีกตั้งแต่คลอดลูกน้ำหนักก็ยังไม่กลับไปเท่าเดิมอีกเลยแต่เมื่อสามีบอกว่าชอบแบบนี้ ชอบแบบอวบอิ่มเช่นเวลานี้มากกว่าตอนที่ผอม ๆ ซีด ๆ เหมือนตอนที่เพิ่งคบกัน ในเมื่อสามีให้ท้ายว่าไม่ต้องลดหุ่น คนไม่อยากลดก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากอยากกินอะไรก็กิน อยากทำอะไรก็ทำ‘อะไรมีความสุขก็ทำเถอะ’ นั่นคือคำพูดของชายคนรักที่ทำให้เธอรักเขาเพิ่มขึ้นอีกสามร้อยยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ส่วนเธอชอบบอกเขาว่า‘ไม่ต้องหล่อมากก็ได้’ ถึงสามีของเธอจะอายุห้าสิบกว่าแล้วแต่เชื่อเถอะ ถ้าเดินไปถามคนที่พบเจอเขาไม่มีทางที่ใครจะเชื่อว่าเขาอายุห้าสิบกว่าแล้ว ในเมื่อเขาทั้งหล่อเหลาหุ่นดี และยังแรงดีเวลาอยู่บนเตียงการออกกำลังกายของเขาคือการวิ่ง ส่วนเธอนั้นคือโยคะ ที่ต้องเล่นโยคะเพราะต้องการให้ร่างกายยืดหยุ่น ก็สามีเธอห้าสิบยังแจ๋ว ท่ายงท่ายากบางทีท่านก็ทำให้เมียต้องแหกแข้งแหกขาไม่หยุดในเมื่อผัวยังแรงดี เมียเด็กอย่างเธอก็ต้องสู้เต็มที่ ไ
การเรียนวันแรกแค่สามชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองแฝดกลับมาถึงบ้านด้วยความเบิกบาน กินข้าวกินขนมเสร็จแล้วก็นอนกลางวันอย่างเช่นเคย อยากนอนเร็ว ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ตื่นไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ในค่ำคืนที่สองแฝดหลับใหล สองสามีภรรยามีเวลาพูดคุยและนอนดูซีรีส์ด้วยในอีกห้องหนึ่งอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ“เดียร์อยากเปิดคลินิกไหม” เขาลูบแขนคนตัวเล็กที่นอนซบอยู่บนอกแกร่ง เวลาที่อยู่กันลำพังแค่สองคนพวกเขาก็ยังเรียกขานด้วยชื่อเดิม ๆ“อืม ไม่ดีกว่าค่ะ” เดียร์น่าไม่ใช่คนไทย เธอไม่อยากต้องเดินเรื่องเอกสารการทำงานของคนต่างด้าว ไม่อยากให้ตัวเองมีตัวตน“เราอยู่เงียบ ๆ ดีกว่าค่ะ สมัยนี้ไม่ว่าอะไรคนชอบแชร์ ชอบถ่ายลงโซเซียล อยากอยู่แบบนี้สบายใจมากกว่า”ฟางเฉินพยักหน้าเข้าใจ เขาเองก็เช่นกัน อยากอยู่เงียบ ๆ แม้แต่การลงทุนบางบริษัทที่บรรดาญาติจะชวนลงทุน เขาแทบไม่ได้สนใจ คิดว่าเท่าที่มีก็เพียงพอแล้ว“ขอบคุณนะเฮีย”“ขอบคุณเรื่องอะไร”“ขอบคุณที่พามาอยู่ที่นี่ ประเทศไทย เดียร์ไม่เคยคิดว่าจะมีแผ่นดินที่สงบงดงามอย่างนี้อยู่บนโลก”เพราะไม่เคยสัมผัสชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มาก่อน ครั้งแรกที่เดียร์น่ามาอยู่ที่นี่รู้สึกแปลกมาก
ตอนพิเศษ 2 ดวงใจของพ่อแม่ สามปีผ่านไป เด็กชายขุนเขากำลังนั่งก่อกองทรายอยู่ข้าง ๆ เด็กหญิงจันทร์เจ้า โดยมีพ่อกับแม่นั่งอยู่ไม่ห่าง ผู้เป็นพ่อยิ้มกับท่าทางตั้งอกตั้งใจของเด็กทั้งสอง “ขุน ของเจ้าสวยไหม” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดของตัว “สวย จันทร์เจ้าเก่ง” คำชมของผู้เป็นพี่ทำคนฟังยิ้มหวาน “จันทร์เจ้าของพ่อเก่งจริง ๆ” เมื่อได้รับคำชมจากพ่อแล้วเด็กหญิงตัวน้อยก็หันมองผู้เป็นแม่ คล้ายจะทวงคำชมเชยจากผู้เป็นแม่อีกคน “สวยมากเลยค่ะ ของพี่ขุนเขาก็สวยนะครับ” เมื่อชมลูกสาวแล้วก็ไม่ลืมจะเอ่ยกับลูกชาย ขุนเขาเป็นเด็กที่รู้ความแต่เด็กถึงแม้จะอายุยังไม่ถึงสามขวบ หากปกป้องและดูแลน้องได้อย่างดี “เก่งมากครับขุน” ผู้เป็นพ่อก็เอ่ยชมลูกชาย เขาจับหัวทุยของลูกโยกไปมา ชายหาดยามเย็นแทบไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเพราะพื้นที่ตรงนี้ติดกับที่ดินส่วนตัว อยู่ที่นี่ฟางเฉินกับเดียร์น่าเป็นเพียงสามีภรรยาธรรมดาทั่วไป ชาวบ้านแถวนี้รู้แค่ว่าสองคนผัวเมียเป็นลูกเจ้าของสวนทุเรียนเล็ก ๆ ขนาดเพียงแค่สิบไร่ ซึ่งสวนนี้ปลูกทุเรียนแบบออร์แกนิกส์ เน้นไว้กินเองมากกว่าขา
“คืนนี้ขอพวกหนูนอนกับยายนะคะ” เจมมี่เอ่ยอ้อนผู้เป็นยายและแน่นอนว่าคำสั่งนี้มาจากน้าของพวกเธอนั่นเองผู้เป็นน้ายกยิ้มอย่างพอใจ ไม่เสียแรงที่เลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“ได้จ้า เดียร์ลูก คืนนี้ลูกนอนกับวินนะลูก เจ้าสองคนนี่ก็เต็มเตียงแม่แล้ว” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกสะใภ้ซึ่งคนที่กำลังกินทุเรียนก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย เวลานี้เธอไม่โกรธเขาแล้ว ในเมื่อได้กินทุเรียนดั่งใจอยากแล้ว เธอก็อยากนอนเรอให้เขาดมกลิ่นทุเรียนทั้งคืนสิ่งที่เขากลัวได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เมื่อเมียรักนอนไม่ได้เพราะแน่นท้อง ไม่ลำบากใครที่ไหนหรอก ลำบากเขานี่แหละที่ต้องหาหยูกหายามาให้คนท้องกินเพื่อไล่แก๊สในกระเพาะ“บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะ” อดไม่ได้ที่จะบ่นในจังหวะที่นวดแขนคนนั่งพิงหัวเตียงอย่างหมดสภาพ“ก็มันอร่อย”“ดื้อ จับตีก้นดีไหม” ถึงจะโดนขู่ตีก้นแต่คนท้องหาได้ใส่ใจยังคงเอนหลังอย่างอารมณ์ดีให้เขานวดแขนนวดขา“เท้าเริ่มปวดแล้วเนี่ย จะคลอดตอนกี่วีก” ผู้เป็นพ่อถามสูตินรีแพทย์ท้องโย้“สามสิบเจ็ดกำลังดี” เธอนัดกับแพทย์ไว้แล้วว่าสามสิบเจ็ดหรืออีกสองสัปดาห์กำลังดี“ตื่นเต้น ขอบคุณนะเดียร์” ผู้เป็นพ่อของลูกกล่าวอย่างซึ้งใจ“ขอบคุณอะไรกันเล่า





