เข้าสู่ระบบ“อืม...อ...อร่อย” คำแรกที่เข้าปากเธอเอ่ยชมตัวเองอย่างตะกุกตะกักเพราะน้ำตาและแรงสะอื้นที่ไม่สามารถกดเก็บไว้ได้
ก้อนจุก ๆ อยู่ตรงคอทำให้กลืนเค้กไม่ลง แต่ก็พยายามตักเข้าปากและกินมันอย่างยากเย็น ความขมของช็อกโกแลตที่ไม่มีน้ำตาลผสมอยู่เลยทำให้ตัวเค้กขมมาก
แต่เธอรู้ว่าเขาชอบรสนี้
เค้กที่ทำเพื่อเขา แต่เขากลับไม่กิน
เสียงทุบอกของตัวเองหลายต่อหลายครั้ง ถ้าเรื่องนี้ไม่เกิดกับตัวเอง เธอคงก่นด่าผู้หญิงคนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้หญิงโง่ที่เอาแต่นั่งร้องไห้กับเค้กขม ๆ ก้อนหนึ่ง
นังผู้หญิงหน้าโง่ ที่หลงผู้ชายหัวปักหัวปำ
ทำไมไม่รู้จักรักตัวเอง ทำไมโง่อย่างนี้
เธอด่าตัวเองอยู่ในใจแต่ใจเจ้ากรรมก็ใช่ว่าจะสำนึก หัวใจของเธอยังรักเขา ความรักที่มีให้เขาไม่ได้ลดน้อยลงไปแม้แต่น้อย
สุดท้ายรักแท้ก็แพ้ความเหมาะสม ต่อให้เธอเป็นหมอที่เก่งกาจ เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้มากเพียงใด แต่ก็คงไม่มีประโยชน์หรือช่วยส่งเสริมหน้าที่การงานของเขาได้
คนฐานะระดับล่างอย่างเธอ มีหรือจะคู่ควรกับคนที่อยู่บนหอคอยอย่างเขา
ยิ่งคิดเธอยิ่งร้องไห้
อึก...เธอคว้าถังขยะที่อยู่ไม่ไกลมือ อ้าปากเพื่ออาเจียนสิ่งที่ยัดเข้าปากก่อนหน้านี้
บางทีของพิเศษบางอย่างก็อาจไม่เหมาะกับใครบางคน ดูสิแม้แต่ขนมเค้กที่เขาชอบ เธอก็ยังกินไม่ได้ เราช่างต่างกันสิ้นดี แต่เธอก็ยังหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าความรักจะชนะทุกสิ่งอย่าง
แต่เธอคงลืมไปสินะ ว่าความรักที่เธอว่า แท้จริงแล้วมีเพียงแต่ตัวเองเท่านั้น
หากแต่เขานั้นกลับมองทุกอย่างแค่ผลประโยชน์ เขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัว แค่ผู้ชายสารเลว ทำไมเธอต้องเสียดาย ทำไมเธอต้องรักคนอย่างเขา
“ไอ้ชั่ว! ไอ้เลว! ไอ้เหี่ย!”
อีกสารพัดคำด่าที่พอจะคิดออก เธอตะเบ็งเสียงด่าเขาจนตัวโยนหวังว่าจะทำให้ลืมเขา หวังว่าความรักที่มีอยู่จนล้นอกจะมลายหายไป
“ฮือ ๆ” แต่ไม่เลย ไม่ได้รักเขาน้อยลงสักนิดเลย ยิ่งด่ายิ่งเจ็บมากขึ้น เธอควรทำอย่างไรดี
น้ำตาแห่งความอกหักไม่ทันจะจางหาย ข่าวร้ายที่ได้รับจากทางไกลทำให้หัวใจของเดียร์น่าแทบแตกสลาย
“เดียร์น่ากลับบ้านด่วนนะ พ่อกับแม่หลานประสบอุบัติเหตุ”
มือบางสั่นเทาด้วยความกลัว ถ้าไม่ใช่อุบัติเหตุร้ายแรงไม่มีทางที่อาของเธอจะโทรให้ข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปอย่างแน่นอน
เธอกดโทรศัพท์เพื่อจองตั๋วเครื่องบินกลับฮ่องกงด้วยเที่ยวบินที่เร็วที่สุด ตลอดระยะเวลายาวนานที่นั่งเครื่องบินจากอังกฤษถึงฮ่องกงเธอหลับไม่ลงแม้แต่วินาทีเดียว
เฝ้าอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทวดาฟ้าดิน วัดดังทั่วทั้งเกาะให้ช่วยพ่อกับแม่เธอให้รอดปลอดภัย
แต่ปาฏิหาริย์ไม่เคยมีจริง โดยเฉพาะกับคนอย่างเธอ ไม่เคยมี...
“หมอพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่คนไข้เสียเลือดมาก”
นั่นคือคำพูดที่สะเทือนใจที่สุดสำหรับผู้ฟังอย่างเดียร์น่า
“พ่อจ๋า แม่จ๋า” ร่างบางทรุดลงข้างเตียงของสองสามีภรรยาในห้องดับจิต เธอซุกใบหน้างามกับฝ่ามือของตัวเอง ร่ำไห้เจียนจะขาดใจ
ไม่เหลือแล้ว บนโลกใบนี้เธอไม่เหลือใครแล้ว
ไม่มีแม้แต่คนเดียว
เธอเพิ่งเลิกรากับคนรักที่คบกันมาสิบปีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนและเวลานี้เธอเสียบิดามารดาไปอย่างกะทันหัน
“เดียร์น่า ไหวไหม” เสียงเอ่ยถามจากผู้เป็นอา
“ไม่…ฮือ” เธอส่ายหน้าพร้อมทั้งซุกใบหน้ากับอกของคุณอา
หลิวเต๋อกอดร่างบางของหลานสาวไว้แน่น ปล่อยให้เธอร้องไห้สะอื้นในอ้อมกอดของเขา
“เดี๋ยวอาจัดการเองนะ เดียร์น่าไม่ต้องกังวล”
งานศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามความต้องการของพ่อแม่เธอ โดยมีหลิวเต๋อผู้เป็นอาจัดการทุกอย่าง
หากไม่มีอาคอยจัดการธุระต่าง ๆ ให้เธอเองยังไม่รู้ว่าจะสามารถจัดการเรื่องงานศพของพ่อแม่ได้ดีหรือเปล่า
อุบัติเหตุรถชน คู่กรณีพร้อมมอบตัว เขาบอกว่าเพราะถนนลื่นทำให้เบรกไม่อยู่และชนเข้ากับรถของพ่อแม่เธออย่างจัง ทำให้ทั้งสองคนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
เธอกับอาไม่ติดใจเรื่องอุบัติเหตุ ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เงินชดเชยที่ฝ่ายคู่กรณีจ่ายให้เดียร์น่าแทบไม่ได้ใส่ใจว่าจำนวนเท่าไหร่
เดียร์น่าแจ้งข่าวงานศพของพ่อแม่ให้กับเพื่อนเพียงไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นคือดีแลน หวัง [1]แน่นอนว่าดีแลนต้องบอกข่าวการเสียชีวิตของพ่อแม่เธอกับฟางเฉิน
“เสียใจด้วยนะ เดียร์น่า” คำพูดเขาแสนอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย
“ขอบคุณค่ะ น้าเฉิน” เธอก้มหน้าตอบ การลืมเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ยิ่งเวลานี้เวลาที่เธอกำลังอ่อนแอและไม่เหลือใคร
[1] ดีแลน หวัง พระเอกจากเรื่อง รักคุณหวังผล
“เร็วจังนะคะ อีกไม่ถึงปีเด็ก ๆ ก็จะเข้าปอหนึ่งแล้ว” คนเป็นแม่ของว่าที่เด็กประถมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ลูกเราโตเร็ว พ่อเริ่มแก่แล้วเนี่ย” คนเริ่มแก่บ่นทั้งที่ยังโชว์ซิกซ์แพ็กแน่น ๆ ให้เธอมองตลอด เธอเสียอีกตั้งแต่คลอดลูกน้ำหนักก็ยังไม่กลับไปเท่าเดิมอีกเลยแต่เมื่อสามีบอกว่าชอบแบบนี้ ชอบแบบอวบอิ่มเช่นเวลานี้มากกว่าตอนที่ผอม ๆ ซีด ๆ เหมือนตอนที่เพิ่งคบกัน ในเมื่อสามีให้ท้ายว่าไม่ต้องลดหุ่น คนไม่อยากลดก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากอยากกินอะไรก็กิน อยากทำอะไรก็ทำ‘อะไรมีความสุขก็ทำเถอะ’ นั่นคือคำพูดของชายคนรักที่ทำให้เธอรักเขาเพิ่มขึ้นอีกสามร้อยยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ส่วนเธอชอบบอกเขาว่า‘ไม่ต้องหล่อมากก็ได้’ ถึงสามีของเธอจะอายุห้าสิบกว่าแล้วแต่เชื่อเถอะ ถ้าเดินไปถามคนที่พบเจอเขาไม่มีทางที่ใครจะเชื่อว่าเขาอายุห้าสิบกว่าแล้ว ในเมื่อเขาทั้งหล่อเหลาหุ่นดี และยังแรงดีเวลาอยู่บนเตียงการออกกำลังกายของเขาคือการวิ่ง ส่วนเธอนั้นคือโยคะ ที่ต้องเล่นโยคะเพราะต้องการให้ร่างกายยืดหยุ่น ก็สามีเธอห้าสิบยังแจ๋ว ท่ายงท่ายากบางทีท่านก็ทำให้เมียต้องแหกแข้งแหกขาไม่หยุดในเมื่อผัวยังแรงดี เมียเด็กอย่างเธอก็ต้องสู้เต็มที่ ไ
การเรียนวันแรกแค่สามชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองแฝดกลับมาถึงบ้านด้วยความเบิกบาน กินข้าวกินขนมเสร็จแล้วก็นอนกลางวันอย่างเช่นเคย อยากนอนเร็ว ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ตื่นไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ในค่ำคืนที่สองแฝดหลับใหล สองสามีภรรยามีเวลาพูดคุยและนอนดูซีรีส์ด้วยในอีกห้องหนึ่งอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ“เดียร์อยากเปิดคลินิกไหม” เขาลูบแขนคนตัวเล็กที่นอนซบอยู่บนอกแกร่ง เวลาที่อยู่กันลำพังแค่สองคนพวกเขาก็ยังเรียกขานด้วยชื่อเดิม ๆ“อืม ไม่ดีกว่าค่ะ” เดียร์น่าไม่ใช่คนไทย เธอไม่อยากต้องเดินเรื่องเอกสารการทำงานของคนต่างด้าว ไม่อยากให้ตัวเองมีตัวตน“เราอยู่เงียบ ๆ ดีกว่าค่ะ สมัยนี้ไม่ว่าอะไรคนชอบแชร์ ชอบถ่ายลงโซเซียล อยากอยู่แบบนี้สบายใจมากกว่า”ฟางเฉินพยักหน้าเข้าใจ เขาเองก็เช่นกัน อยากอยู่เงียบ ๆ แม้แต่การลงทุนบางบริษัทที่บรรดาญาติจะชวนลงทุน เขาแทบไม่ได้สนใจ คิดว่าเท่าที่มีก็เพียงพอแล้ว“ขอบคุณนะเฮีย”“ขอบคุณเรื่องอะไร”“ขอบคุณที่พามาอยู่ที่นี่ ประเทศไทย เดียร์ไม่เคยคิดว่าจะมีแผ่นดินที่สงบงดงามอย่างนี้อยู่บนโลก”เพราะไม่เคยสัมผัสชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มาก่อน ครั้งแรกที่เดียร์น่ามาอยู่ที่นี่รู้สึกแปลกมาก
ตอนพิเศษ 2 ดวงใจของพ่อแม่ สามปีผ่านไป เด็กชายขุนเขากำลังนั่งก่อกองทรายอยู่ข้าง ๆ เด็กหญิงจันทร์เจ้า โดยมีพ่อกับแม่นั่งอยู่ไม่ห่าง ผู้เป็นพ่อยิ้มกับท่าทางตั้งอกตั้งใจของเด็กทั้งสอง “ขุน ของเจ้าสวยไหม” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดของตัว “สวย จันทร์เจ้าเก่ง” คำชมของผู้เป็นพี่ทำคนฟังยิ้มหวาน “จันทร์เจ้าของพ่อเก่งจริง ๆ” เมื่อได้รับคำชมจากพ่อแล้วเด็กหญิงตัวน้อยก็หันมองผู้เป็นแม่ คล้ายจะทวงคำชมเชยจากผู้เป็นแม่อีกคน “สวยมากเลยค่ะ ของพี่ขุนเขาก็สวยนะครับ” เมื่อชมลูกสาวแล้วก็ไม่ลืมจะเอ่ยกับลูกชาย ขุนเขาเป็นเด็กที่รู้ความแต่เด็กถึงแม้จะอายุยังไม่ถึงสามขวบ หากปกป้องและดูแลน้องได้อย่างดี “เก่งมากครับขุน” ผู้เป็นพ่อก็เอ่ยชมลูกชาย เขาจับหัวทุยของลูกโยกไปมา ชายหาดยามเย็นแทบไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเพราะพื้นที่ตรงนี้ติดกับที่ดินส่วนตัว อยู่ที่นี่ฟางเฉินกับเดียร์น่าเป็นเพียงสามีภรรยาธรรมดาทั่วไป ชาวบ้านแถวนี้รู้แค่ว่าสองคนผัวเมียเป็นลูกเจ้าของสวนทุเรียนเล็ก ๆ ขนาดเพียงแค่สิบไร่ ซึ่งสวนนี้ปลูกทุเรียนแบบออร์แกนิกส์ เน้นไว้กินเองมากกว่าขา
“คืนนี้ขอพวกหนูนอนกับยายนะคะ” เจมมี่เอ่ยอ้อนผู้เป็นยายและแน่นอนว่าคำสั่งนี้มาจากน้าของพวกเธอนั่นเองผู้เป็นน้ายกยิ้มอย่างพอใจ ไม่เสียแรงที่เลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“ได้จ้า เดียร์ลูก คืนนี้ลูกนอนกับวินนะลูก เจ้าสองคนนี่ก็เต็มเตียงแม่แล้ว” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกสะใภ้ซึ่งคนที่กำลังกินทุเรียนก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย เวลานี้เธอไม่โกรธเขาแล้ว ในเมื่อได้กินทุเรียนดั่งใจอยากแล้ว เธอก็อยากนอนเรอให้เขาดมกลิ่นทุเรียนทั้งคืนสิ่งที่เขากลัวได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เมื่อเมียรักนอนไม่ได้เพราะแน่นท้อง ไม่ลำบากใครที่ไหนหรอก ลำบากเขานี่แหละที่ต้องหาหยูกหายามาให้คนท้องกินเพื่อไล่แก๊สในกระเพาะ“บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะ” อดไม่ได้ที่จะบ่นในจังหวะที่นวดแขนคนนั่งพิงหัวเตียงอย่างหมดสภาพ“ก็มันอร่อย”“ดื้อ จับตีก้นดีไหม” ถึงจะโดนขู่ตีก้นแต่คนท้องหาได้ใส่ใจยังคงเอนหลังอย่างอารมณ์ดีให้เขานวดแขนนวดขา“เท้าเริ่มปวดแล้วเนี่ย จะคลอดตอนกี่วีก” ผู้เป็นพ่อถามสูตินรีแพทย์ท้องโย้“สามสิบเจ็ดกำลังดี” เธอนัดกับแพทย์ไว้แล้วว่าสามสิบเจ็ดหรืออีกสองสัปดาห์กำลังดี“ตื่นเต้น ขอบคุณนะเดียร์” ผู้เป็นพ่อของลูกกล่าวอย่างซึ้งใจ“ขอบคุณอะไรกันเล่า
ตอนพิเศษ 1 คนท้องโต น้ำตาของคนท้องโตรื้นเมื่อโดนขัดใจ เธอผิดมากเลยเหรอที่อยากกินของอร่อย รู้ไหมว่าปีหนึ่งมีโอกาสได้กินแค่ช่วงนี้ แต่เขากลับห้าม “แต่ลูกอยากกินนะคะ ไม่ใช่เดียร์อยากกิน” คนอยากกินเอาลูกเป็นข้ออ้าง‘เจ้าแฝดช่วยแม่เถียงพ่อด้วย’ เธอแอบกระซิบบอกลูกในใจ เจ้าเด็กแฝดไข่คนละใบก็ถีบแรงราวกับรู้เรื่องที่แม่ต้องการสื่อ “เห็นไหมลูกดิ้นแรงมาก” ผู้เป็นพ่อต้องถอนหายใจครั้งที่ร้อย “วินให้เมียกับลูกกินเถอะ” ฟ้ารุ่งบอกกับลูกชาย อดสงสารคนท้องที่นั่งน้ำตารื้นไม่ได้จริง ๆ ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยเพื่อให้กลมกลืนกับคนไทย ฟางเฉินจึงต้องมีชื่อเรียกแบบไทย ๆ จากเควิน ฟางเวลานี้ชื่อของเขาที่นี่คือ วิน ลูกแม่ฟ้ารุ่งผู้มีสวนทุเรียนขนาดเล็ก ๆ ไม่กี่สิบต้นในพื้นที่สิบห้าไร่“แม่ครับ เดียร์กินไปแล้วลูกหนึ่งนะครับ ลูกนั้นเกือบห้าโล” เขาโอดครวญ ไม่ได้หวงกิน แต่เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นเบาหวานและลูกเขาจะสำลักทุเรียน“ทุเรียนมีโฟรเลตสูงช่วยเรื่องพัฒนาการของลูก เดียร์รู้เดียร์เรียนมา” คุณหมอสูตินรีแพทย์เชิดหน้าแสดงความรู้ที่ร่ำเรียนมา“มีประโยชน์ครับ แต่ในปริมาณที่เหมาะสม
ฟางหมิงดีใจมากเมื่อรู้ว่าลูกสะใภ้ท้องหลานแฝด แต่ก็ไม่วายเป็นห่วงตามประสาคนเป็นแม่ เธอเคยเห็นช่วงเวลาที่ลูกเสียภรรยาเก่าและลูกไปอย่างไม่มีวันกลับท้องฟ้ายามเย็นของบ้านพักริมทะเลขนาดใหญ่ วันนี้ไม่เงียบเหงาอีกต่อไปเพราะมีลูกชายและลูกสะใภ้มาอยู่ด้วย รอยยิ้มของคนเป็นแม่เบ่งบาน ในชีวิตของฟางหมิงขอแค่ให้ลูกมีความสุข คนเป็นแม่ก็ยินดีมากล้นแต่เมื่อรู้ว่าความสุขของลูกมีเธอผู้เป็นแม่อยู่ระหว่างทางนั้น หัวอกหัวใจของท่านก็เต็มตื้น“ม่านเป็นไงบ้างเฉิน”“สบายดีครับแม่ ถ้าไม่มีเฮียหวังกับพี่ม่านช่วยไว้ ผมกับเดียร์น่าก็ลำบากเหมือนกันครับ” ฟางเฉินเพิ่งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่ฟังก่อนที่เขาตัดสินใจย้ายประเทศมาอยู่เมืองไทยท่านร่ำไห้ด้วยความเสียใจ และโกรธแค้นฟางจ้าน รวมถึงดีใจที่เขาปลอดภัย“หมดเคราะห์หมดโศกนะลูก”“ครับแม่”“หนูเดียร์น่าอยู่ได้ไหมลูก” หญิงชราเอ่ยถามลูกสะใภ้อย่างเป็นห่วง ที่นี่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเมืองหลวง คนที่เคยใช้ชีวิตในเมืองใหญ่จะคุ้นชินกับหมู่บ้านในชนบทหรือเปล่าท่านก็ไม่แน่ใจ“ชอบมากเลยค่ะ เดียร์เคยเห็นภาพบ้านพักตากอากาศแบบนี้ในนิตยสาร เหมือนบ้านของแม่เลยค่ะ” เดียร์น่ามองรอบตัวบ้า







