LOGIN
‘ลูกชายลุงต้นอายุสี่สิบสาม สี่สิบสาม ไม่ใช่สิบสาม’
คำถามเกิดขึ้นในใจ พร้อมทั้งใบหน้างอง้ำของคนตรงหน้าทำให้ ‘ราม โชติภิวรรธ’ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรู้ว่าหลานสาวคงไม่อยากย้ายงาน
“ลุงต้น แบมไม่อยากไป” คนโดนย้ายที่ทำงานแบบสายฟ้าฟาดต่อต้านโดยการทำหน้างอคอหักเหมือนปลาทูแม่กลอง
หากว่าเป็นเมื่อสามเดือนก่อนหน้านี้เธอคงยินดีไม่น้อยที่ได้ย้ายงานและเงินเดือนขึ้นอีกด้วย แต่ต้องไม่ใช่เวลานี้สิ เวลาที่เธอกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับหนุ่มข้างห้อง
ใช้สุภาษิตนี้ได้ไหม ‘เข้าด้ายเข้าเข็ม’ คงได้แหละ
“ถือว่าลุงขอนะลูก ช่วยไปดูหลานให้ลุงหน่อยนะ”
ผู้เป็นลุงทำหน้าเศร้า ส่งแววตามาอย่างขอความเห็นใจ บุษกรพยายามหันหน้ามองทางอื่น ไม่อยากจะตกหลุมพรางผู้เป็นลุง
รามเองก็ไม่อยากบังคับหลานที่รักประดั่งลูกสาวคนนี้เลย หากแต่ความห่วงหลานแฝดก็มีมากล้น
“ลุงต้นอะ แบมกำลังจะจีบหนุ่มอะ ถ้าลุงย้ายแบมหนีหนุ่มเมื่อไหร่แบมจะได้แฟน”
นี่คือเหตุผลหลักของคนไม่อยากย้าย
บุษกรผู้ตั้งใจเรียนตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อแม่ พี่ชายบอกว่าไงนะ อ๋อ...พวกท่านบอกว่าตั้งใจเรียนก่อนอย่าเพิ่งมีแฟนเวลานี้
เด็กดีผู้เชื่อฟังพ่อแม่มาโดยตลอดเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัยและคิดว่าเดี๋ยวเวลาจะพาแฟนมาเอง
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ใกล้แล้ว
ใกล้ได้แฟน?
ใกล้ขึ้นคานต่างหาก อีกไม่ปีเธอจะอายุสามสิบ สามสิบที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
อีกนิด...อีกนิดจะตันแล้ว
รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้
รู้งี้...จะมีแฟนก่อนแล้วค่อยตั้งใจเรียน
แต่เวลานี้ก็ใกล้ที่ความหวังจะเป็นจริงแล้ว เพราะเวลานี้เธอกำลังโลกเป็นสีชมพูเพราะหนุ่มข้างห้องคนนั้น
คนที่มีผมสีน้ำตาลทองเข้ม มีจมูกเป็นสันได้รูป ผิวขาวอมชมพู แม้แต่นอกร่มผ้ายังอมชมพูขนาดนั้น ข้างในคงไม่ต้องพูดถึงว่าจะอมชมพูขนาดไหน
ซิกซ์แพ็กยังไม่ได้เห็น มัดกล้ามนอกจากแขนท่อนล่างส่วนอื่นเธอก็ยังไม่ได้เห็น ไม่ได้จับ เวลานี้ลุงต้นจะย้ายเธอไปอยุธยาเนี่ยนะ
ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด
‘หนุ่มข้างห้อง’ แค่คิดแก้มคุณหมอสาวก็ร้อนผ่าว ไม่อยากจะคิดเลยถ้าเธอย้ายไปอยู่อยุธยาแล้วหนุ่มข้างห้องของเธอล่ะ
หนุ่มข้างห้องจะทำอย่างไร จะมีใครมาหลงรัก จะมีใครมาใส่ใจคอยแอบมอง เธอกับเขาใส่บาตรร่วมขันกันมาแล้วจะแยกจากกันได้อย่างไร
ลูกเฮียไม่ใช่ลูกเธอสักหน่อย ทำไมต้องให้เธอไปดูแล
“ตอนนั้นแบมจมน้ำก็เฮียวัชนะที่ช่วยขึ้นจากน้ำ ไม่มีเฮียคงไม่มีเราวันนี้” เสียงคุ้นเคยทำให้บุษกรต้องหันไปมอง
บุษบาผู้เป็นแม่ของเธอเอง จังหวะได้มาก เข้ามาได้จังหวะสุด ๆ
“อ้าว! บุษมาได้ยังไง”
ปลอมมากลุงต้น! หมอแบมกลอกตามองบน
แม่เธอจะขึ้นมาถึงบนนี้ได้อย่างไร ถ้าหากไม่มีใครเชิญมา อีกอย่างปกติแม่อยู่เชียงใหม่ไม่ได้อยู่แถวนี้ไอ้ที่ว่าบังเอิญแวะมายิ่งเป็นไปไม่ได้
“แบมเป็นไงบ้างลูก” อีกเสียงที่คุ้นเคย และน่าจะเป็นคนที่พาแม่เธอขึ้นมาถึงห้องท่านผู้อำนวยการ
แม่มาสหรือมัทรีพี่สาวของแม่เธอและป้าแท้ของคุณหมอแบมนั่นแหละ
เล่นใหญ่ เล่นกันเป็นทีม
“แม่อะ ทำไมต้องทวงบุญคุณ เฮียวัชยังไม่เคยทวงเลย” คนโดนทวงบุญคุณหน้าหงิกหน้างอ แต่แขนก็ยังโอบรอบเอวมารดาอย่างแสนคิดถึง
“พี่ไม่ทวงเราก็ต้องยิ่งเกรงใจสิ” บุษบาปรามลูกสาว คนเป็นลูกสาวได้แต่ปั้นปาก ทำตัวไม่น่ารักจนคนเป็นแม่ต้องบิดปากเล็ก ๆ นั่นอย่างหมั่นไส้
“แต่แบมกำลังจีบหนุ่มอยู่ หนุ่มข้างห้องอะ แล้วไปอยู่โน่นจะได้จีบไหม งือ แม่กับลุงใจร้าย”
บุษกรเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ในเมื่อทุกคนเล่นใหญ่ เธอก็ต้องเล่นใหญ่เช่นกัน นอกจากนี้คนเป็นสูตินรีแพทย์ถึงกับลงมือปล่อยโฮราวกับว่าตัวเองเป็นเด็กสิบขวบ
คนโดนบังคับแกล้งปล่อยโฮแอบมองซ้ายมองขวาที จำได้ว่าครั้งที่เป็นเด็กร้องไห้ทีไรมีแต่คนรุมเอาอกเอาใจ
แต่รอบนี้ทำไมไม่มีใครเห็นใจเธอเลยนะ ทุกคนเอาแต่ส่ายหน้าเอือมระอากับนิสัยเด็ก ๆ ของเธอ
“ชื่ออะไร” คำถามของท่านผู้อำนวยการทำคนโดนถามงง แต่ก็ยอมตอบไปแต่โดยดี
“บุษกรค่ะ”
“ลุงหมายถึงชื่อผู้ชายที่เราชอบ” รามถึงกับต้องกุมศีรษะกับคำตอบของคุณหมอ นี่จบหมอจริงไหม
“อ๋อ ก็ลุงต้นไม่บอกว่าถามชื่อใคร แบมก็นึกว่าถามชื่อแบม ตกลงถามชื่อผู้ชายที่แบมชอบใช่ไหมคะ”
“ใช่”
“ไม่รู้ค่ะ” บุษกรตอบหน้าซื่อ ทำคนฟังทั้งสามแทบกุมขมับ เป็นเดือดเป็นร้อนไม่ยอมย้ายที่ทำงานเพราะผู้ชายที่ยังไม่รู้จักชื่อ
“ไหนบอกว่าจีบอยู่ไง”
“แบมบอกว่ากำลังจีบค่ะ กำลังจีบ หมายความว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป เนี่ยแบมแอบมองเขามาสองเดือนแล้ว เดือนหน้าคิดว่าจะรู้ชื่อแล้ว”
คนกำลังจีบหนุ่มตาเป็นประกายด้วยความสุข นี่ใช่ไหมเขาเรียกความรัก แค่เห็นประตูห้องก็ชื่นใจ เรื่องที่เธอกับเขาใส่บาตรร่วมขันเธอจะไม่ยอมบอกผู้ใหญ่หรอก
ขอเก็บเป็นความปลื้มปริ่มของเธอเอง
“ความรักแบมกำลังก้าวหน้า ทำไมแม่ ป้า ลุงต้องขัดขวางความรักของแบมด้วย ใจร้ายที่สุดเลย”
เขาเองก็สุขไม่ต่างจากเธอเสียงครางต่ำในลำคอของเขาดังตลอดในจังหวะที่ทั้งคู่ยังสอดประสาน กายทั้งสองแนบสนิท รสจูบเร่าร้อนยิ่งปลุกเร้าความต้องการของนนท์ให้สูงขึ้นอารมณ์เขาจะขึ้นสูงทุกครั้งเมื่อได้จูบ โดยเฉพาะจูบกับเธอคนนี้ หลงใหล รักใคร่หรือติดใจ ยากจะนิยามความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ หากแต่ทั้งเขาและเธอรู้ดีว่าความรู้สึกทั้งหมดที่ว่ามาคือส่วนประกอบของคำว่า ‘รัก’“เรารักเธอ แอลี่”“อื้อ...อ๊า...เราก็รักเธอ นนท์”บทสรุปของการขอเลี้ยงแมวโดนปัดตกเป็นที่เรียบร้อยเพราะนนท์เหมาะแก่การทำลูกมากกว่าการเลี้ยงลูกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา “ลูกกูทำไมผอมหมดเนี่ย” พอภัทรโวยวายวันที่มารับลูก ๆ กลับบ้าน “ผอมห่าอะไร ลูกมึงอ้วนเกินไปต่างหาก กูเนี่ยซื้อลู่วิ่งแมวมาให้ หัดออกกำลังกายบ้าง จากแมวจะกลายเป็นหมูแล้ว” นนท์ผู้รักสุขภาพบ่นอย่างใส่อารมณ์ “เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว” เสียงลูก ๆ ทั้งสามตัวของพอภัทรรีบฟ้องว่าสิ่งที่เด็กต้องเจอตลอดทั้งสัปดาห์คืออะไรบ้าง หากแต่พอภัทรเป็นมนุษย์ไม่เข้าใจภาษาแมว “ชอบกันเหรอ ได้ ๆ เดี๋ยวพ่อเอาลู่วิ่งกลับบ้านด้วย” “เมี้ยว เมี้ยว” ‘พอลลี่ไม่
บทที่ 7 เลี้ยงลูกเพื่อนสองหนุ่มสาวมองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจเมื่อเพื่อนรักอย่างพอภัทรพาลูก ๆ สี่ขาทั้งสามมาฝากเลี้ยง“สองผัวเมียนั่นหนีเที่ยวอีกแล้ว” นนท์เอ่ยอย่างเหนื่อยใจ งานการไม่ทำบ้างหรือไงนะ เที่ยวเก่งทั้งผัวทั้งเมีย ไหนใครเคยบอกว่าไม่ชอบออกไปไหนไง“เห็นบอกว่าไปเยี่ยมญาติหมอแบมที่เชียงใหม่” แอลี่พูดพร้อมทั้งอุ้มเจ้าแมวขนสีขาวปุกปุยขึ้นอุ้ม“พอลลี่คิดถึงมามี้ไหม”“เมี้ยว เมี้ยว” เจ้าแมวผู้รู้หน้าที่ร้องตอบคนอุ้มทันที“น้องเสือน้องแพมตามลุงมาเร็ว” นนท์เรียกแมวทั้งสองตัวให้เดินตาม เจ้าแมวทั้งสองตัวก็ฉลาดเกินคนเมื่อวิ่งตามคนเรียก“เมี้ยว เมี้ยว” ‘เปียก เปียก’ หากใครสักคนฟังที่แมวทั้งสองเข้าใจคงรู้ว่าเวลานี้เจ้าแมวทั้งสองกำลังร้องขออาหารเปียก“เราต้องทำลูกแล้วไปให้พวกนั้นเลี้ยงบ้างแล้ว” นนท์ว่า คุณหมอสาวได้แต่สั่นหัวกับความคิดนั้น“อยู่กันสองคนให้รอดก่อนไหม”“แรงอะ” นนท์ว่าพาดแขนบนไหล่มนของแฟนสาว“ตั้งแต่เป็นแฟนกันมีวันไหนปกติบ้าง พอใจเอย เฮียภามเอย แต่ละคนญาตินนท์มีแต่น่ากลัว”เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณหมอสาวเพิ่งโดนเฮียภามลูกพี่ลูกน้องของนนท์มาหลอกว่าเป็นเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบของนนท์ ชีว
“ ฮือ พอใจสงสารคุณจริง ๆ พี่นนท์นะพี่นนท์พอมาทำงานไกลบ้านก็เจ้าชู้แบบนี้ทุกที” ใบหน้างามของคนตัวเล็กสลดเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด“เธอพูดเรื่องอะไร” แอลี่ถามอย่างไม่เข้าใจ“ฉันกับพี่นนท์แต่งงานกันแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังท้องลูกของเขา” คนตรงหน้ายื่นแผ่นฟิล์มอัลตราซาวนด์ให้คนที่ยืนนิ่งค้าง“ไม่จริง!” ปากบอกว่าไม่จริงแต่แอลี่ก็ยื่นมือรับฟิล์มนั้นมาดูอย่างอยากรู้“เราสองคนสนิทกันตั้งแต่เด็กและแต่งงานตั้งแต่พอใจยังเรียนมหาวิทยาลัยค่ะ พอใจขอโทษแทนพี่นนท์ด้วยนะคะ ที่หลอกคุณ พี่นนท์ทำตัวไม่น่ารักเลยพอใจต้องตามเช็ดตามล้างให้ตลอด”แอลี่ไม่รู้จะตกใจกับเรื่องอะไรก่อนดี ระหว่างผู้หญิงคนนี้กำลังท้องกับแฟนของเธอ หรือจะตกใจเรื่องที่เธอเพิ่งกลายเป็นเมียน้อย หรือตกใจเรื่องที่ผู้หญิงคนนี้ขอโทษแทนผู้ชายและไม่คิดโกรธผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีซึ่งกำลังนอกใจ“น้องชื่อพอใจใช่ไหม”“ค่ะ พอใจ”“น้องควรรักตัวเองนะ ไม่ใช่รักแต่ผู้ชาย”“พอใจรักพี่นนท์ค่ะ คุณจะเอาเงินเท่าไหร่คะ ค่าเสียหาย เอ่อ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะ พอใจไม่อยากให้เราติดค้างกัน สิบล้านพอไหมคะ” คุณหมอสาวตาเบิกกว้าง ตกใจกับจำนวนเงินและความคิดของอี
“กินไม่ได้ครับเสือ” นนท์บอกกับแมวจอมตะกละของเพื่อน“เมี้ยว! เมี้ยว!” เสืออยากกิน เจ้าแมวน้อยร้องบอกแต่ไม่มีใครเข้าใจภาษาแมวสักคน เจ้าแมวตัวเริ่มอ้วนจึงต้องเดินคอตกกลับบ้านพร้อมกับเจ้านายทันทีที่ถึงบ้านแฟนหนุ่มผู้ไปหาข่าวจากบ้านอีกซอยรีบรายงานเมียรักทันที“แบมจ๋า เป็นอย่างที่แบมว่าจริง ๆ ไอ้นนท์มันจีบแอลี่อยู่”“เห็นไหมแบมว่าแล้วเชียว”“ขอรางวัลค่าข่าวหน่อย” คนอยากได้รางวัลค่าข่าวยื่นปากจู๋ออกมาอยากได้จุ๊บจากเมียรักเป็นรางวัล“เมี้ยว เมี้ยว” อยากกินปลา มีแมวอีกตัวที่ไปหาข่าวด้วยกันกับพ่อพอร์ชอยากได้รางวัลแต่เมื่อสองปากของคู่ผัวเมียตัวแซ่บประสานกันเท่านั้น นัวเนียกันสักพักก็ตีหัวเข้าห้องปล่อยให้แมวเกือบอ้วนร้องอยากกินปลาโดยไม่มีใครสนใจ“เมี้ยว เมี้ยว” ‘ปลาตัวใหญ่ไหม’ พอลลี่แมวสีขาวขนฟูฟ่องนอนเกียจคร้านอยู่บนโซฟาเอ่ยถาม“เมี้ยว เมี้ยว” ‘เท่าผนังเลย ใหญ่มาก’“เมี้ยว เมี้ยว” ‘ระวังโดนปลากิน’ เสียงของพอลลี่ทำน้องเสือขนหัวลุก เขาลืมไปได้อย่างไรปลาใหญ่ขนาดนั้นต้องกินแมว แทนที่แมวจะกิน“เมี้ยว เมี้ยว” ‘พี่เสือเป็นไรคะ’ แมวสาวอย่างน้องแพมเดินเข้ามาคลอเคลียเสือ แมววัยหนุ่มใหญ่นอนหงายท้องให้แมว
“งั้นไม่ไป” คำตอบของคุณหมอทำเขาหัวเราะชอบใจ เขากับเธอนี่นะหื่นเสมอกันจริง ๆ“กินข้าวเสร็จแล้วไปบ้านเรานะ แอล ออกกำลังกายกัน”“เนอะ กินข้าวเสร็จก็ต้องออกกำลังกาย” คุณหมอสาวอยากจะหยิกแขนตัวเองสักหลาย ๆ ครั้ง ก่อนที่จะเห็นหน้าเขาเธอบอกกับตัวเองว่าจะเล่นตัว แต่นี่อะไรกันลืมหมดเลยงือ...ผู้ชายอย่างนนท์เธอปล่อยไปไม่ได้จริง ๆ“เราไปฮ่องกงแล้วโทรศัพท์หาย งานก็ด่วนมาก พอกลับมารีบมาหาเธอเลยนะ” เธอบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยิ้ม จะไม่ยิ้ม แต่คงไม่ทันแล้วเพราะเวลานี้ปวดไปทั้งแก้ม“เรารอนนท์ทุกวันเลย”“ขอโทษนะ ต่อไปจะไม่ให้รออีกนะ”“นึกว่าได้แล้วทิ้งกันแล้ว”“ใครได้ใครกันแน่ เราว่าแอลได้เรานะ เธอ..อื้ม” คุณหมอรีบปิดปากคนไข้จอมลามก“พอ ๆ ออกไปจ่ายเงินแล้วรอรับครีมนะ เย็น ๆ ค่อยเจอกันนะ”“ครับ คิดถึงอยากพาหมอกลับบ้านตอนนี้เลย”“กลับได้ไงเล่าทำงาน” ก่อนหน้านี้คุณหมอยังว่าพยาบาลบิดตัวเป็นเกลียว แต่เวลานี้เธอคิดว่าเธอน่าจะบิดเพราะความเขินยิ่งกว่าพยาบาลนุ่นนอกห้องตรวจ พยาบาลรีบกระซิบกระซาบกับพี่พยาบาลรุ่นพี่ เรื่องราวของคุณหมอคนสวยมีหนุ่มหล่อลากไส้มาจีบ“หล่อมากแม่ เขามาจีบคุณหมอแอลี่” คนฟังตาเป็นประกายเพราะ
“อย่าบีบ”“มันนิ่มดี ก้นเธองอนดีเราชอบ” แอลี่ได้แต่กลอกตาและซุกหน้ากับอกกว้าง รู้อยู่แล้วว่านนท์เป็นพวกหื่นกามแถมลามก กิตติศัพท์เขาเธอก็รู้ดี ไม่น่าหลงกลเขาเลย ไล่กลับตอนนี้ทันไหม“ลามก นนท์นี่หื่นไม่เคยเลิก”“อ้าว! คนสวยทำไมถึงด่ากันได้ครับ ไม่หื่นคุณจะเสร็จแล้วเสร็จอีกเหรอ”“บ้า! โอยพูดแต่ละอย่าง เราไม่อยากคุยกับนนท์แล้ว ไปอาบน้ำดีกว่า” แอลี่พยายามยันกายลุกขึ้น แต่คนหื่นก็ยังเป็นคนหื่นไม่เลิก“เดี๋ยวเราไปส่ง” ท่าอุ้มที่เขาพาเธอไปส่ง บอกได้เลยล่อแหลมและสุดท้ายเธอก็โดนเขาจัดการในห้องน้ำอีกครั้งคนหื่น!!!ช่วงเวลาแห่งความหื่นที่เชียงใหม่ผ่านพ้นไปอย่างหวานชื่น เธอกับนนท์ใช้ช่วงเวลานั้นด้วยกันอย่างมีความสุข วันที่จากลามาถึงเขามาส่งเธอขึ้นเครื่องกลับ ในขณะที่เขาขับรถกลับแอลี่หวังว่าเขาจะชวนเธอนั่งรถกลับด้วยกัน แต่เขากลับไม่ชวน ในเมื่อเขาไม่ชวนเธอก็ไม่คิดจะขอติดรถไปด้วยหรอก เขาอาจจะไม่สะดวกใจก็ได้ทำไมไม่สะดวกใจ เธอยังสะดวกใจให้เขานอนค้างด้วยที่ห้องพักตั้งสามวันสองคืนคิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจก็รู้ว่าเขาเป็นพวกเจ้าชู้ พอภัทรว่าตัวร้ายแล้ว นนท์คือลาสบอส เรื่องนี้เธอก็รู้ดี ทำไมยังเล่นกับไฟอี







