Se connecterหลังจากเหตุการณ์ในห้องรับรองผ่านไป ลลิตาพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ทุกครั้งที่เธอเผลอมองรามิล ภาพจูบแรกก็ย้อนกลับมาเสมอ แก้มของเธอร้อนขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ “เป็นอะไรของเราเนี่ย…” ลลิตาพึมพำพลางยกมือแตะแก้มตัวเอง ก่อนรีบหันหน้าหนีเมื่อรู้ว่ารามิลกำลังมองมา ชายหนุ่มยืนอยู่ไม่ไกล สายตาคมจับจ้องเธออย่างอ่อนโยน “เจ้าไม่สบายหรือ?” เขาถามพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าแสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน “เปล่าค่ะ!” ลลิตาตอบเร็วเกินไป ก่อนรีบยิ้มกลบเกลื่อน รามิลมองเธออย่างสงสัย “แน่ใจ?” “แน่ใจค่ะ” เธอพยักหน้ารัว ๆ จนรามิลเผลอยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ดี” เสียงของเขานุ่มลง ทำให้ลลิตาต้องหลบสายตาอีกครั้ง ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน คาริมเดินเข้ามา พร้อมทหารสองนาย สีหน้าของเขาจริงจังกว่าปกติเล็กน้อย “พี่รามิล” เขาเรียกพี่ชาย ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย “มีแขกจากพระราชวังชั้นในมาขอพบครับ” รามิลขมวดคิ้ว “ใคร?” คาริมยังไม่ทันตอบ เสียงหวานของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ…รามิล” ลลิตาหันไปมองตามเสี
เสียงสัญญาณเตือนภัยยังคงดังอยู่ทั่วพระราชวัง หลังเหตุการณ์ระเบิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระจายกำลังตรวจสอบทุกพื้นที่ ขณะที่คาริมออกไปควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวเองภายในห้องรับรอง รามิลยังยืนอยู่ตรงหน้าลลิตา มือของเขายังคงวางอยู่บนไหล่เธออย่างปกป้อง ส่วนลลิตาเอาแต่เงยหน้ามองเขา หัวใจของเธอยังเต้นแรงจากความกลัวเมื่อครู่แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวกลับเป็นสายตาของชายตรงหน้า“คุณ…”ลลิตาเอ่ยเสียงเบา ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย“คะ?” ทรามิลตอบพร้อมก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าที่เคยเคร่งเครียดผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บ“เมื่อกี้คุณพูดว่า…”เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนสูดหายใจเข้าลึก ๆ“ตราบใดที่คุณยังอยู่ จะไม่มีใครแตะต้องฉันได้”รามิลนิ่งไป“ใช่”เขาตอบเสียงต่ำอย่างมั่นคง ลลิตาก้มหน้าลง ก่อนถามด้วยเสียงแผ่ว“แล้วถ้าวันหนึ่งคุณไม่ได้อยู่ตรงนี้ล่ะคะ?”คำถามนั้นทำให้รามิลขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบความคิดนั้นเลยแม้แต่น้อย“ข้าจะอยู่”เขาตอบทันที ลลิตาเงยหน้าขึ้นมองเขา“คุณแน่ใจเหรอคะ?”รามิลสบตาเธออย่างหนักแน่น“ข้าไม่เคยพูดอะไรที่ตัวเองไม่ตั้งใจ”คำตอบนั้นทำให้ดวงตาของลลิตาสั่นไ
บรรยากาศภายในห้องรับรองเงียบลงทันที หลังจากรามิลอ่านข้อความข่มขู่จบ ลลิตานั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ปลายนิ้วทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีด สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล คำพูดของเขายังคงก้องอยู่ในหัว “คนที่ข้ารักจะต้องเป็นคนรับผลแทน” เธอไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ ว่าเขาหมายถึงใคร แต่หัวใจกลับกำลังบอกคำตอบบางอย่างที่เธอไม่อยากยอมรับ รามิลเก็บโทรศัพท์ลง ก่อนเดินเข้ามาหาเธอ “กลัวหรือ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าปกติ ขณะย่อตัวลงตรงหน้าเธอเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ลลิตาพยายามฝืนยิ้ม แต่ดวงตากลับสั่นไหว “นิดหน่อยค่ะ” เธอตอบตามตรง ก่อนก้มหน้าลง “ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชีวิตฉันถึงกลายเป็นแบบนี้” รามิลมองเธอด้วยแววตารู้สึกผิด เขาอยากบอกเธอว่าเป็นเพราะเขา แต่ก็รู้ว่าคำพูดนั้นคงทำให้เธอยิ่งหวาดกลัว “ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเจ้า” เขาพูดอย่างหนักแน่น พร้อมยื่นมือไปจับมือเธอ ฝ่ามือของเขาอบอุ่นและมั่นคง ลลิตาเงยหน้าขึ้นมอง “คุณพูดแบบนี้ทุกครั้งเลยนะคะ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แม้แววตายังคงมีความกังวล “แต่คุณจะปกป้องฉันไปได้ตลอดเหรอ?” คำถามนั้นทำให้รามิลนิ่งไป
เช้าวันถัดมา ณ พระราชวังอัลซาฮารา ลลิตานั่งอยู่ในห้องรับรอง พลางมองภาพถ่ายที่ถ่ายไว้เมื่อวานบนโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มภาพทะเลทรายยามเย็นสวยจนเธออดประทับใจไม่ได้แต่มีภาพหนึ่งที่ทำให้เธอเผลอหยุดนิ้ว เป็นภาพที่เธอถ่ายโดยไม่ตั้งใจรามิลกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น ใบหน้าของเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่กลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อลลิตาจ้องภาพนั้นอยู่นาน ก่อนรีบกดปิดหน้าจอ“ฉันเป็นอะไรของฉันเนี่ย…”เธอพึมพำพร้อมยกมือแตะแก้มที่เริ่มร้อนขึ้นทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังมาจากหน้าประตู“ถ้าผมไม่เข้ามา ผมคงไม่รู้เลยนะครับว่าใครบางคนกำลังแอบดูรูปพี่ชายผม”>ลลิตาสะดุ้งสุดตัวเธอรีบหันไปมอง ก่อนเห็นคาริมยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“คาริม!”ลลิตาเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงขึ้นทันที ขณะที่รีบวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ“คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”“ตั้งแต่ตอนที่คุณมองรูปพี่รามิลแล้วทำหน้าเหมือนคนกำลังตกหลุมรักครับ”คาริมตอบหน้าตาย ก่อนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ“ฉันไม่ได้ทำหน้าแบบนั้นสักหน่อย!” ลลิตารีบปฏิเสธพร้อมส่ายหน้าแรง ๆ ม
เช้าวันรุ่งขึ้น ลลิตาตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกแปลกประหลาดเธอยืนอยู่หน้ากระจก พลางมองตัวเองในชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายที่เลือกใส่สำหรับการเที่ยววันนี้ปลายนิ้วเรียวแตะริมฝีปากเบา ๆ ขณะที่ภาพเมื่อคืนย้อนกลับมา“พรุ่งนี้ไปกับข้า”เพียงประโยคสั้น ๆ จากเจ้าชายรามิล กลับทำให้เธอคิดถึงมันจนแทบหลับไม่ลง“บ้าจริง…”ลลิตาพึมพำพร้อมย่นจมูก ก่อนส่ายหน้าแรง ๆ ราวกับต้องการไล่ความคิดออกจากหัว“เขาแค่พาเที่ยวเอง ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย”แต่แก้มของเธอกลับขึ้นสีอย่างห้ามไม่ได้เสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก…ก๊อก…ลลิตารีบสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเดินไปเปิดประตูทันทีที่ประตูเปิดออก หญิงสาวก็ต้องชะงักรามิลยืนอยู่ตรงหน้าในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีเข้ม เรียบง่ายแต่ยังคงความสง่างามแบบเจ้าชายเอาไว้เขากวาดตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพียงครู่หนึ่ง ก่อนหยุดสายตาที่ใบหน้าลลิตารู้สึกถึงความร้อนบนแก้มทันที จึงรีบก้มมองเสื้อผ้าของตัวเอง“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ?”เธอถามด้วยน้ำเสียงประหม่า พลางดึงชายกระโปรงเบา ๆ“ไม่มี”รามิลตอบสั
หลังเหตุการณ์ในตลาด ลลิตาถูกพากลับมาที่โรงแรมพร้อมกับรามิลตลอดทางเธอนั่งเงียบผิดจากปกติ มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นบนตัก ภาพชายแปลกหน้าที่พยายามจับตัวเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัวรามิลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองเธอเป็นระยะ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล แม้จะพยายามเก็บอาการเอาไว้ก็ตามเมื่อรถจอดหน้าโรงแรม เขากลับไม่ยอมลงจากรถทันที“คืนนี้อย่าออกไปไหน”รามิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาคมจับจ้องลลิตาอย่างเป็นห่วงลลิตาหันไปมองเขา ก่อนถอนหายใจเบา ๆ“ฉันไม่ออกไปไหนหรอกค่ะ แต่ฉันอยากรู้ว่าทำไมเรื่องพวกนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉัน”เธอถามด้วยสีหน้าสับสน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามที่ค้างคาใจรามิลเงียบไปครู่หนึ่ง“เพราะข้า”เขาตอบสั้น ๆ น้ำเสียงแผ่วลงกว่าปกติลลิตาชะงัก“เพราะคุณ?”เธอทวนคำด้วยความไม่เข้าใจ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยรามิลพยักหน้า“ศัตรูของข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ใกล้ข้า และพวกมันคิดว่าเจ้าคือจุดอ่อนของข้า”เขาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อ







