LOGINพอได้สติเขาก็รีบวางสายแล้วไปโอบไหล่ลูกสาวให้มานั่งบนโซฟาทันที
“ ชิชาแม่ว่าพวกเราไปเที่ยวต่างประเทศกันสักพักมั้ย
ไปเยี่ยมคุณย่าที่ฝรั่งเศสอยู่ที่นั่นสักระยะลูกว่าดีมั้ย ”
คุณหญิงมารีพูดอย่างเอาอกเอาใจขอความเห็นจากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
“ คุณพ่อคะคุณแม่คะ ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วงหนู ขอโทษที่ทำให้ทุกข์ใจ
หนูนั่งคิดนอนคิดทบทวนมาตลอดทั้งคืนแล้วค่ะจากนี้ไปหนูจะไม่ร้องให้แล้ว
เราไปแสดงความยินดีกับพี่ตรัยคุณกันนะคะ
จากนั้นเราก็ไปหาคุณย่าที่ฝรั่งเศสกัน ”
“ ลูกแน่ใจเหรอว่าจะไปงานแต่งพี่เขา ”
คุณผู้ชายจอร์นเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
“ หนูแน่ใจค่ะ หนูคิดมาทั้งคืนแล้วเราควรดีใจกับพี่เขาให้พี่เขาไปมีครอบครัวถึงจะถูกใช่มั้ยคะ
อีกหน่อยหนูเองในอนาคตก็ต้องมีครอบครัวเหมือนกันหนูพูดถูกมั้ยคะ ”
ชิชาพูดพร้อมกับฝืนยิ้มเพื่อให้พ่อแม่สบายใจ
คุณพ่อจอร์นกับคุณแม่มารี ยิ้มอย่างดีใจที่ลูกสาวคิดได้
พวกเขาพยักหน้าโอบกอดลูกสาว ทั้งสามคนกอดกันแน่นด้วยความรัก
ราวกับผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ผ่านช่วงเวลาแห่งความเศร้าไปแล้ว
“ ถูกต้องจ้ะลูก ลูกพูดถูกต้องที่สุด ”
คุณพ่อจอร์นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างดีใจจนน้ำตาแทบจะไหล
เหมือนได้ลูกสาวกลับมาและรู้สึกว่าลูกสาวมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
เมื่อทั้งสามกอดกันเสร็จคุณแม่มารีก็พูดขึ้นว่า
" งั้นพวกเราไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปร่วมงานแต่งของตรัยคุณกันเลยดีมั้ย ”
“ ดีค่ะ / ครับ ”
คุณจอร์นเอ่ยตอบภรรยาด้วยใบหน้าอบอุ่นส่วนชิชาพยักหน้ายิ้มเอ่ยตอบอย่างไร้เดียงสา
งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หรูหรา อลังการ
ตรัยคุณสวมชุดสูทสีเทาอ่อน เดินออกมาอย่างสง่าผ่าเผยเสื้อผ้าเนี๊ยบไร้รอยยับ
ปกปิดรูปร่างที่สูงใหญ่ 190 เซ็นติเมตร
ชุดสูทสีเทาอ่อน
ห่อหุ้มร่างกายของเขายิ่งทำให้ร่างของเขาดูสูงสง่ามากยิ่งขึ้น
ใบหน้าคม หล่อเหลาไร้ที่ติ ประกอบด้วยทรงผมสีน้ำตาลเข้มเงางามถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อย
จมูกตั้งตรงโด่งราวกับประติมากรรมโรมาน
คิ้วเข้มได้รูปน่ามอง
ดวงตาดำขลับลุ่มลึกแฝงไปด้วยความอ่อนโยนมองไปยังหญิงสาวข้างกายในชุดเจ้าสาวสีขาวที่ดูสวยแพรวพราว
ดูเป็นชายหนุ่มหญิงสาวที่เหมาะสมกันดีในวัยเดียวกัน
พวกเขาเรียนด้วยกัน พบเจอกันครั้งแรกในมหาวิทยาลัย
ความสัมพันธ์จากเพื่อนพัฒนามาเป็นแฟนเป็นคู่รักที่มีความเกรงอกเกรงใจกัน
แต่คุณปู่ลู่ที่มีสายตาเฉียบแหลม มองแวบเดียว
ก็มองทะลุร่างแพรวพราวของหญิงสาวในทันที
ทำให้เขาไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับงานแต่งที่ถูกจัดขึ้นกะทันหัน
เมื่อฝ่ายหญิงมาบอกว่าท้องเขาจะทำไงได้ล่ะก็ต้องให้หลานชายไม่รักดีรับผิดชอบสิ
ภายในงาน เต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งตัวดูดีมีฐานะชาติสกุล
หลังจากที่ชิชาคิดได้ ตระกูลจันทร์ก็มาปรากฏตัวท่ามกลางผู้คนมากมาย ในงานแต่งของ
ตรัยคุณ
เวลานี้ความสนใจของผู้คนและนักข่าวไม่ได้อยู่ที่เจ้าของงานแล้วแต่ไปตกอยู่ที่ตระกูลจันทร์
ชิชาในชุดเดรสลูกไม้สีชมพูอ่อน
กระโปรงยาวประมาณหัวเข่าพองาม เกาะอกของเธอถูกปักสวยงามอย่างละเอียดปราณีต
ชิชาดูน่ารักสวยใสในแบบคุณหนูผู้รากมากดี
บนคอระหงใส่สร้อยเพชรจี้รูปหัวใจเล็กๆ
ผมรวบตึงแต่งหน้าอ่อนๆสวมรองเท้าส้นสูงที่เข้ากับชุดของเธอ
ในมือถือกระเป๋าแบรนด์เนมเล็กๆ เธอเมินคู่บ่าวสาวเดินเข้ามาหาคุณปู่ลู่
ในความคิดของคนอื่นเธอคือเด็กสาววัยมัธยมที่ดูไร้เดียงสา
แต่มาวันนี้เธอมาในชุดเดรสสีชมพูรองเท้าส้นสูงผมรวบตึง
ทำให้เธอดูโตขึ้นโตเป็นสาวหวานน่ารักบุคลิกสง่างามดูเป็นคนที่เฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง
รังสีแห่งความเป็นนางพญาถูกแผ่ออกมาต่อสายตาผู้คนโดยที่เธอไม่รู้ตัว
เธอสูง165 หุ่นเพรียว แขนขาเรียวยาวสง่างาม
เมื่อนับอายุก็คือเด็ก18 เมื่อตัดอายุออกก็คือสาวสวยผิวขาวเนียนละเอียดน่าทะนุถนอมคนหนึ่ง
การปรากฏตัวต่อสาธารณะชนในครั้งนี้เธอตกเป็นเป้าสายของของบรรดาหนุ่มๆมากมาย
พวกเขาถึงกับโล่งใจที่ตรัยคุณไม่ได้เลือกรักเธอหากว่าเธอไม่โสดหนุ่มๆคงใจสลายกันเป็นแถว
เธอเดินอยู่ทางขวามือของคุณพ่อจอร์นส่วนทางซ้ายมือของคุณพ่อจอร์นนั้นเป็นคุณแม่ของเธอ
เธอมองไปทางคุณปู่ลู่พร้อมด้วยรอยยิ้มแล้วหยุดลงตรงหน้าคุณปู่ลู่
คุณปู่ลู่เมื่อเห็นชิชาก็ยิ้มอย่างดีใจ
เพราะเขาทั้งรักทั้งเมตตาเอ็นดูเธอมาตั้งแต่เล็ก
“ สวัสดีค่ะคุณปู่ ”
“ สวัสดีๆ ปู่ดีใจมากเลยที่พวกคุณมา ”
แม้ปากจะบอกว่าดีใจแต่แววตาเขากลับแสดงความเห็นใจและสงสารชิชาออกมาอย่างชัดเจน
ชิชาไม่อยากให้ใครแสดงแววตาที่เห็นใจต่อเธอ
เธอจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มกลบความเสียใจซ่อนไว้ข้างในไม่ให้คุณปู่ลู่เป็นห่วงเธอ
“ คุณปู่อย่ามองหนูด้วยสายตาแบบนั้นสิคะ หนูน่ะคิดได้แล้วค่ะ
วันหนึ่งหนูก็ต้องไปมีครอบครัวเหมือนพี่ตรัยคุณ
หนูจะเก็บพี่เขาไว้กับหนูคงไม่ได้แล้วเพราะว่า
พี่ตรัยคุณถึงวัยที่ต้องมีครอบครัวแล้วค่ะ ”
เธอเอ่ยอธิบายแสดงให้เห็นว่าเธอนั้นไม่เสียใจแล้ว
แต่ความจริงเธอก็ยังเสียใจมากอยู่
คุณปู่ลู่เมื่อได้ยินเต็มสองหูได้เห็นกับตาว่าชิชาโอเคจริงๆไม่เป็นอะไรแล้ว
เขาก็วางใจสบายใจมากขึ้น แต่ก็เสียดายและเสียใจอย่างมากที่ไม่ได้เธอเป็นหลานสะใภ้
“ เอ่อ ดีๆๆ ชิชาของปู่โตแล้ว ทั้งเก่งทั้งฉลาดและสง่างาม
แบบนี้ปู่จะหาเจ้าชายหล่อๆรวยๆมาให้เจ้าหญิงน้อยของปู่ดีมั้ย ”
“ คุณปู่คะหนูไม่ใช่เจ้าหญิงน้อยแล้วค่ะหนูโตแล้วจริงๆ
วันนี้พวกเรามาแสดงความยินดีกับพี่ตรัยคุณเสร็จเราก็จะไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสสักพักค่ะ
ถ้าคุณปู่คิดถึงหนูก็โทรมานะคะ ”
เธอกลอกดวงตากะพริบปริบๆดูดซับน้ำตาที่กำลังปริ่มออกมาที่ขอบตาแล้วฝืนยิ้มขึ้น หันมาเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติ" ฉันรู้ว่าพี่แค่อารมณ์ไม่ดี ฉันไม่โกรธพี่ค่ะ พี่พาฉันไปลาคุณปู่เป็นครั้งสุดท้ายหน่อยได้มั้ยคะ "ตรัยคุณมองไปยังชิชาด้วยแววตาเกลียดชังแล้วยื่นมือไปบีบคอของเธอแน่น คำรามออกมาเสียงดังอย่างน่ากลัว" ชิชา ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นเพราะเธอคนเดียว เธออยากจะเป็นสะใภ้ตระกูลคังจนตัวสั่น ทำให้ทุกคนตายจากฉันไปทีละคนๆ ฉันจะบอกข่าวดีให้นะ ความจริงคือ พ่อแม่ของเธอไม่ได้ไปฝรั่งเศส แต่พ่อแม่ของเธอตายตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้วต่างหาก เธอไม่เหลือใครแล้ว มันเป็นกรรมที่เธอต้องชดใช้ เธอทำให้งานแต่งฉันล่มไม่เป็นท่า ทำให้คุณปู่เกลียดมิตา เธอแสร้งทำเป็นใสซื่อไร้เดียงสาแท้จริงแล้วเธอมันนังปีศาจคอยคร่าชีวิตคนรอบๆตัวฉันไปจนหมด ฉันอยากจะฆ่าเธอให้ตายๆไป แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้วให้เธอตายมันง่ายไป ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าการไม่เหลือใครมันรู้สึกยังไงการตกนรกทั้งเป็นมันเป็นยังไง "เอ่ยจบก็ออกแรงบีบคอชิชาแรงขึ้นอีกจนหน้าชิชาเขียวซีดเพราะเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่ถึงจนชิชาเกือบจะหมดลมหายใจแล้วเขาถึงคลายมือแล
แม่บ้านประจำคฤหาสน์เห็นเธอก็อดสงสารไม่ได้จึงเข้ามาหาเธอ วางจานผลไม่ลงบนโต๊ะแล้วเอ่ย" คุณชิชาไม่ทานข้าวมาหลายวันแล้วทานผลไม้หน่อยนะคะ "เธอมองไปยังแม่บ้านทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนคราบน้ำตาอยู่แล้วเอ่ยถามขึ้น" ทำไมวันนี้ฉันไม่เห็นคนอื่นเลยล่ะ พวกเขาไปไหนกันหมด แล้วทำไมคุณต้องใส่ชุดสีดำด้วย มันเกิดอะไรขึ้น "แม่บ้านมองชิชาด้วยแววตาสงสารแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าในใจเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและสงสารจับใจ" คุณชิชา หลังจากนี้คุณต้องดูแลตัวเองแล้วนะ คุณตรัยคุณไล่พวกเราทุกคนออกหมดแล้วฉันไม่อยากจะทิ้งคุณให้อยู่ลำพังแต่ถ้าฉันไม่ไปครอบครัวของฉันก็เดือดร้อน คุณคงเข้าใจนะคะส่วนที่ฉันใส่ชุดสีดำเพราะไว้อาลัยให้กับคุณท่านลู่ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสามวันก่อนค่ะ "" คุณว่าไงนะ! "ชิชาเอ่ยออกมาด้วยความตกใจเธอช็อกไปจนพูดอะไรไม่ออกน้ำตาที่ยังไม่แห้งก็ไหลพรั่งพรูลงมาอีกครั้ง แม่บ้านจึงเอ่ยต่อว่า" คุณชิชาต้องเข้มแข็งนะคะ พวกเราทุกคนรู้ว่าคุณทนทุกข์ใจมาตลอดหลังจากนี้คุณตัวคนเดียวแล้วคุณต้องมีใจที่เข้มแข็งอย่ายอมแพ้เด็ดขาดนะคะฉันต้องไปแล้วคุณดูแลตัวเองดีๆนะคะ "เอ่ยจบแม่บ้านก็เดินออกไปจากห้องนั่งเล่น แล้วออ
ผ่านไปหลายชั่วโมงห้องผ่าตัดก็ถูกเปิดออกพร้อมกับหมอที่ออกมาด้วยใบหน้าอิดโรยคุณท่านลู่จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความกระวนกระวายใจอย่างไม่เป็นสุข" พวกเขาปลอดภัยใช่มั้ยครับ "หมอถอนหายใจแล้วเอ่ย“ คนไข้พ้นขีดอันตรายไปหนึ่งคนเดี๋ยวพยาบาลจะส่งไปยังห้องพักฟื้นของผู้ป่วย รอฟื้น อาจต้องใช้เวลานานหน่อยนะครับ แต่ญาติผู้ป่วยต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดนะคอยสังเกตอาการมีอะไรเปลี่ยนหรือแปลกไปให้รีบแจ้งคุณหมอทันทีเพราะผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองอย่างหนัก ”“ ครับ ขอบคุณมากครับ ” คุณท่านลู่เอ่ยขอบคุณอย่างให้เกียรติแล้วเตียงรถเข็นห้องผ่าตัด ก็เข็นร่างชิชาออกมาพาร่างของชิชาไปยังห้องพักฟื้นคุณท่านลู่ก็นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดต่อไปส่วนตรัยคุณนั้นตามชิชาไปยังห้องพักผู้ป่วยทันทีทันทีที่คุณปู่คุณย่าของชิชาทราบข่าวก็รีบบินมาที่โรงพยาบาลทันทีเมื่อพวกเขามาถึงก็รู้ว่าลูกชายและลูกสะใภ้ของพวกเขายังคงอยู่ในห้องไอซียูทำให้พวกเขาเครียดอย่างหนักคุณย่าของชิชาร้องให้เสียใจเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจด้วยความกลัวจะสูญเสียลูกชายกับลูกสะใภ้ไป แกซบอกสามีร้องให้ไม่หยุดอย่างน่าสงสาร ตัดพ้อไม่หยุด “ ทำไมๆต้องเกิดเรื่อ
และในขณะนั้นพ่อบ้านรีบวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นหายใจหอบเหนื่อยและมีบอดี้การ์ดสามสี่คนวิ่งตามหลังเพื่อเข้ามาจับตัวเขาไว้ก่อนหน้านี้เขาได้รับโทรศัพท์จากตำรวจและจากทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่า ตระกูลจันทร์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางไปสนามบินเขาวิ่งเข้ามาในงาน ทำให้แขกและนักข่าวในงานต่างพากันตกอกตกใจคนที่กำลังจะสวมแหวนแต่งงานก็ต้องหยุดชะงักไป สายตาคุณท่านลู่มองไปทางเขาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามลู่อี้เทียนจ้องเขม็งไปทางเขาอย่างเยือกเย็นแล้วออกคำสั่งอย่างเลือดเย็นไร้ความปราณีด้วยความเดือดดาล“ ลากมันออกไปจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้มันมาปรากฏต่อหน้าผมอีก ”มิตามองดูพ่อบ้านด้วยแววตาสงสารจับใจแต่ภายใต้ดวงตาที่หรี่ลงนั้นกลับแฝงไปด้วยเกลียดชังเพราะใบหน้าอ่อนหวานอันอ่อนโยนช่วยเธอปกปิดใบหน้าที่แท้จริงได้ดีมากเลยทีเดียวถือว่าใบหน้าและตาภักดีต่อเธอจริงๆพ่อบ้านกลัวจนเข่าอ่อนทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรงบอดี้การ์ดจับกดเขาลงหน้าท้องแบนราบสัมผัสพื้นแต่ถึงอย่างไรเขาก็พยายามควบคุมสติพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าตนเองจะถูกตัดลิ้นไปเสียก่อนจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างหวาดกลัว“ คุณท
ขณะที่ทั้งคู่สนทนากันอย่างมีความสุขตรัยคุณกับมิตาก็เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของชิชาแล้วปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกันไปโดยไม่รบกวนตรัยคุณได้ยินทุกอย่างตั้งแต่ที่ชิชาบอกว่าวันหนึ่งเธอก็ต้องไปมีครอบครัวจนถึงบอกว่าเธอกำลังจะไปฝรั่งเศสวันนี้เขามองชิชาที่พูดด้วยรอยยิ้มสดใส ในใจเขารู้สึกหวิวๆไม่น้อยแต่เขาก็ไม่แสดงอะไรออกมาทางสีหน้า มิตาที่ยืนควงแขนเขา กลับยิ้มเยาะขึ้นจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่ภายใต้ความสวยงามนั้นแฝงร้ายกาจไว้คุณปู่ลู่อึ้งไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสของชิชา แล้วมองไปทางคุณพ่อจอร์นคุณแม่มารีราวกับมีคำถามมากมายที่อยากจะถามว่าที่มาวันนี้เพื่อมาแสดงความยินดีพร้อมกับมาบอกลาเขาใช่มั้ย แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปเขารู้สึกใจหายเมื่ออยู่ๆชิชาที่เขารักดุจหลานสาวแท้ๆจะไปจากเขาเขารู้ว่าเพราะสาเหตุใด แม้ชิชาจะยิ้มราวกับไม่มีอะไรแต่เขาก็คิดว่าเธอแค่ฝืนใจยิ้มกลบเกลื่อนความเสียใจเท่านั้นเขาโกรธหลายชายมาก แต่ต่อหน้าผู้คนมากมายเขาทำเพียงยิ้มแล้วเอ่ยว่า“ จ้ะ! งั้นปู่จะโทรหาบ่อยๆนะ ”“ ค่ะ ” ชิชาเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วเข้าไปกอดคุณปู่ลู่เมื่อเห็นว่าทั้งคู่คุย
พอได้สติเขาก็รีบวางสายแล้วไปโอบไหล่ลูกสาวให้มานั่งบนโซฟาทันที“ ชิชาแม่ว่าพวกเราไปเที่ยวต่างประเทศกันสักพักมั้ยไปเยี่ยมคุณย่าที่ฝรั่งเศสอยู่ที่นั่นสักระยะลูกว่าดีมั้ย ” คุณหญิงมารีพูดอย่างเอาอกเอาใจขอความเห็นจากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน“ คุณพ่อคะคุณแม่คะ ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วงหนู ขอโทษที่ทำให้ทุกข์ใจหนูนั่งคิดนอนคิดทบทวนมาตลอดทั้งคืนแล้วค่ะจากนี้ไปหนูจะไม่ร้องให้แล้ว เราไปแสดงความยินดีกับพี่ตรัยคุณกันนะคะจากนั้นเราก็ไปหาคุณย่าที่ฝรั่งเศสกัน ”“ ลูกแน่ใจเหรอว่าจะไปงานแต่งพี่เขา ” คุณผู้ชายจอร์นเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง“ หนูแน่ใจค่ะ หนูคิดมาทั้งคืนแล้วเราควรดีใจกับพี่เขาให้พี่เขาไปมีครอบครัวถึงจะถูกใช่มั้ยคะอีกหน่อยหนูเองในอนาคตก็ต้องมีครอบครัวเหมือนกันหนูพูดถูกมั้ยคะ ”ชิชาพูดพร้อมกับฝืนยิ้มเพื่อให้พ่อแม่สบายใจคุณพ่อจอร์นกับคุณแม่มารี ยิ้มอย่างดีใจที่ลูกสาวคิดได้พวกเขาพยักหน้าโอบกอดลูกสาว ทั้งสามคนกอดกันแน่นด้วยความรักราวกับผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ผ่านช่วงเวลาแห่งความเศร้าไปแล้ว“ ถูกต้องจ้ะลูก ลูกพูดถูกต้องที่สุด ” คุณพ่อจอร์นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างดีใจจนน้ำตาแ







