LOGINและในขณะนั้นพ่อบ้านรีบวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นหายใจหอบเหนื่อย
และมีบอดี้การ์ดสามสี่คนวิ่งตามหลังเพื่อเข้ามาจับตัวเขาไว้
ก่อนหน้านี้เขาได้รับโทรศัพท์จากตำรวจและจากทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่า
ตระกูลจันทร์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางไปสนามบิน
เขาวิ่งเข้ามาในงาน ทำให้แขกและนักข่าวในงานต่างพากันตกอกตกใจ
คนที่กำลังจะสวมแหวนแต่งงานก็ต้องหยุดชะงักไป สายตาคุณท่านลู่มองไปทางเขาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
ลู่อี้เทียนจ้องเขม็งไปทางเขาอย่างเยือกเย็นแล้วออกคำสั่งอย่างเลือดเย็นไร้ความปราณีด้วยความเดือดดาล
“ ลากมันออกไปจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้มันมาปรากฏต่อหน้าผมอีก ”
มิตามองดูพ่อบ้านด้วยแววตาสงสารจับใจแต่ภายใต้ดวงตาที่หรี่ลงนั้นกลับแฝงไปด้วยเกลียดชัง
เพราะใบหน้าอ่อนหวานอันอ่อนโยนช่วยเธอปกปิดใบหน้าที่แท้จริงได้ดีมากเลยทีเดียวถือว่าใบหน้าและตาภักดีต่อเธอจริงๆ
พ่อบ้านกลัวจนเข่าอ่อนทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรงบอดี้การ์ดจับกดเขาลงหน้าท้องแบนราบสัมผัสพื้น
แต่ถึงอย่างไรเขาก็พยายามควบคุมสติพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างรวดเร็ว
เพราะกลัวว่าตนเองจะถูกตัดลิ้นไปเสียก่อนจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างหวาดกลัว
“ คุณท่านตระกูลจันทร์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
ทางตำรวจและโรงพยาบาลโทรมาบอกว่าพวกเขาบาดเจ็บสาหัสจำเป็นต้องผ่าตัดด่วนครับ
และจำเป็นต้องมีญาติเซ็นให้การยินยอมเห็นด้วยกับการผ่าตัดครั้งนี้ หากชักช้าอาจช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน ”
ตรัยคุณคิ้วกระตุกขมวดเข้าหากันเป็นปมด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
เมื่อได้ยินแบบนั้นคุณท่านลู่ก็ร้อนใจอยู่ไม่สุขอีกต่อไป
จึงลุกขึ้นยืนมองไปที่บอดี้การ์ดแล้วกล่าวอย่างดุดันว่า
“ พวกแก ปล่อยเขา! ”
จากนั้นเขาก็พูดขึ้นด้วยท่าทางที่องอาจน่าเกรงขามและมีความเผด็จการขั้นเด็ดขาดไม่ไว้หน้าใครว่า
“ ตรัยคุณยกเลิกงานแต่งนี้ซะแล้วไปโรงพยาบาล ”
ทันทีที่ได้ยินมิตาถึงกับช็อกหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดร่างอ่อนระทวยในทันที
รวมไปถึงพ่อแม่ของเธอก็แทบจะเป็นลมกับความอับอายขายหน้าที่เกิดขึ้น
คำพูดของพ่อบ้านคำพูดของคุณปู่ถาถมใส่ตรัยคุณจนเขานิ่งอึ้งไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
อย่างคนไม่รู้สึกตัว สมองขาวโพลงว่างเปล่าดวงตาราวกับมองไม่เห็นอะไรอีกเลย
ราวกับพายุฝนกระหน่ำคลื่นลูกใหญ่สาดใส่เขาแล้วลากร่างลงทะเล
เขารู้สึกเบาหวิวจนหายใจไม่ออกคล้ายกับว่าเขานั้นไม่ใช่เจ้าของร่างนี้อีกต่อไป
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกล้มเหลวสูญสิ้นทุกอย่างในพริบตา
คุณท่านลู่เดินออกไปอย่างรีบร้อนท่ามกลางแขกและนักข่าว
พวกเขาหลีกทางเว้นพื้นที่ว่างให้คุณท่านลู่ไปจนถึงรถที่มารอรับ
ผ่านไปสักพักตรัยคุณค่อยๆได้สติกลับมามองเห็นปู่ตัวเองขึ้นรถไปแล้ว
แล้วเขาก็หันไปมองมิตาว่าที่เจ้าสาวของเขาที่อยู่ข้างๆด้วยความสับสนในใจ
ความสับสนวุ่นวายเริ่มเกิดขึ้นผู้คนเริ่มซุบซิบนินทา
ผู้คนในงานไม่รู้จะทำยังไงแขกเหรื่อต่างก็ทำตัวไม่ถูกเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเรื่อยๆ
สายตาดูถูกเหยียดหยามหล่นลงบนตัวของมิตา
" เธอดูสิขนาดคุณท่านลู่ยังไม่สนใจเลยแล้วเราจะอยู่ต่อทำไมล่ะ "
" ใช่ๆกลับกันเถอะ "
" ดูแล้วคุณท่านลู่คงไม่ต้องการหล่อนเป็นสะใภ้หรอก "
" นั่นสิ คุณหนูชิชาแห่งตระกูลจันทร์สิถึงจะเหมาะสมกับตระกูลคัง "
มิตาได้ยินทุกเสียงซุบซิบ เธอรู้สึกราวกับมีก้อนหินหลายสิบตันหล่นทับเธอจนหายใจไม่ออกเมื่อความอัปยศมาเยือน
เธอก็แสร้งทำเป็นหมดสติไปหวังให้ตรัยคุณหันมาสนใจเธอ
เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบและสายตาดูถูกของผู้คนตรัยคุณก็เรียกสติคืนแล้วก็เอ่ยขึ้นเสียงดังว่า
“ ตามหมอมาดูแลคุณมิตาเร็วๆ! ”
ตรัยคุณจับมือมิตาไว้แน่นมองใบหน้าของมิตาแล้วเอ่ยว่า
“ มิตาคุณดูแลตัวเองให้ดีนะเดี๋ยวผมจะมากลับมาชดเชยให้คุณทั้งหมด ”
พูดจบเขาก็รีบวิ่งออกไปที่รถแล้วขึ้นรถขับออกไปด้วยความเร็วสูงอย่างไม่คิดชีวิต
เพราะมีอีกสามชีวิตที่รอเขาอยู่ สาวน้อยไร้เดียงสาที่ใสซื่อบริสุทธิ์รอยยิ้มใสๆนั้น
เพิ่งจะยิ้มให้เขาหยกๆเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาอยู่ๆจะจากเขาไปกะทันหันแบบนี้เขารับไม่ได้
แล้วเขาก็นึกถึงช่วงวัยเด็กขึ้นมา
“ พี่ตรัยคุณ ขนมวุ้นที่พี่ชอบค่ะ อ้าปากเร็วเดี๋ยวชิชาป้อน ”
“ พี่ตรัยคุณสัญญากับหนูนะคะว่าจะดูแลหนูเคียงข้างหนูตลอดไป "
เขายิ้มแล้วชูนิ้วก้อยขึ้นมาตอบเธอว่า
" อื้ม...ได้พี่สัญญา ”
“ พี่ตรัยคุณสอนการบ้านให้ชิชาหน่อยนะๆๆๆ ”
ภาพทั้งสองในวัยเด็กผุดขึ้นมาในสมองเขาต่อเนื่อง
แล้วภาพของทั้งสองที่วิ่งเล่นกันในสวนหน้าคฤหาสน์อย่างสนุกสนานก็ปรากฏขึ้นมา
“ พี่ตรัยคุณ ฮ่าๆๆๆ จับให้ได้ ไล่ให้ทันนะ ฮ่าๆๆๆ ”
เสียงหัวเราะดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่หยุด
ไม่นานเขาก็มาถึงโรงพยาบาล เขารีบวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
พอไปถึงห้องผ่าตัดก็เห็นคุณปู่ของเขารออยู่หน้าห้องอย่างกระวนกระวายใจด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก
เธอกลอกดวงตากะพริบปริบๆดูดซับน้ำตาที่กำลังปริ่มออกมาที่ขอบตาแล้วฝืนยิ้มขึ้น หันมาเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติ" ฉันรู้ว่าพี่แค่อารมณ์ไม่ดี ฉันไม่โกรธพี่ค่ะ พี่พาฉันไปลาคุณปู่เป็นครั้งสุดท้ายหน่อยได้มั้ยคะ "ตรัยคุณมองไปยังชิชาด้วยแววตาเกลียดชังแล้วยื่นมือไปบีบคอของเธอแน่น คำรามออกมาเสียงดังอย่างน่ากลัว" ชิชา ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นเพราะเธอคนเดียว เธออยากจะเป็นสะใภ้ตระกูลคังจนตัวสั่น ทำให้ทุกคนตายจากฉันไปทีละคนๆ ฉันจะบอกข่าวดีให้นะ ความจริงคือ พ่อแม่ของเธอไม่ได้ไปฝรั่งเศส แต่พ่อแม่ของเธอตายตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้วต่างหาก เธอไม่เหลือใครแล้ว มันเป็นกรรมที่เธอต้องชดใช้ เธอทำให้งานแต่งฉันล่มไม่เป็นท่า ทำให้คุณปู่เกลียดมิตา เธอแสร้งทำเป็นใสซื่อไร้เดียงสาแท้จริงแล้วเธอมันนังปีศาจคอยคร่าชีวิตคนรอบๆตัวฉันไปจนหมด ฉันอยากจะฆ่าเธอให้ตายๆไป แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้วให้เธอตายมันง่ายไป ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าการไม่เหลือใครมันรู้สึกยังไงการตกนรกทั้งเป็นมันเป็นยังไง "เอ่ยจบก็ออกแรงบีบคอชิชาแรงขึ้นอีกจนหน้าชิชาเขียวซีดเพราะเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่ถึงจนชิชาเกือบจะหมดลมหายใจแล้วเขาถึงคลายมือแล
แม่บ้านประจำคฤหาสน์เห็นเธอก็อดสงสารไม่ได้จึงเข้ามาหาเธอ วางจานผลไม่ลงบนโต๊ะแล้วเอ่ย" คุณชิชาไม่ทานข้าวมาหลายวันแล้วทานผลไม้หน่อยนะคะ "เธอมองไปยังแม่บ้านทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนคราบน้ำตาอยู่แล้วเอ่ยถามขึ้น" ทำไมวันนี้ฉันไม่เห็นคนอื่นเลยล่ะ พวกเขาไปไหนกันหมด แล้วทำไมคุณต้องใส่ชุดสีดำด้วย มันเกิดอะไรขึ้น "แม่บ้านมองชิชาด้วยแววตาสงสารแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าในใจเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและสงสารจับใจ" คุณชิชา หลังจากนี้คุณต้องดูแลตัวเองแล้วนะ คุณตรัยคุณไล่พวกเราทุกคนออกหมดแล้วฉันไม่อยากจะทิ้งคุณให้อยู่ลำพังแต่ถ้าฉันไม่ไปครอบครัวของฉันก็เดือดร้อน คุณคงเข้าใจนะคะส่วนที่ฉันใส่ชุดสีดำเพราะไว้อาลัยให้กับคุณท่านลู่ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสามวันก่อนค่ะ "" คุณว่าไงนะ! "ชิชาเอ่ยออกมาด้วยความตกใจเธอช็อกไปจนพูดอะไรไม่ออกน้ำตาที่ยังไม่แห้งก็ไหลพรั่งพรูลงมาอีกครั้ง แม่บ้านจึงเอ่ยต่อว่า" คุณชิชาต้องเข้มแข็งนะคะ พวกเราทุกคนรู้ว่าคุณทนทุกข์ใจมาตลอดหลังจากนี้คุณตัวคนเดียวแล้วคุณต้องมีใจที่เข้มแข็งอย่ายอมแพ้เด็ดขาดนะคะฉันต้องไปแล้วคุณดูแลตัวเองดีๆนะคะ "เอ่ยจบแม่บ้านก็เดินออกไปจากห้องนั่งเล่น แล้วออ
ผ่านไปหลายชั่วโมงห้องผ่าตัดก็ถูกเปิดออกพร้อมกับหมอที่ออกมาด้วยใบหน้าอิดโรยคุณท่านลู่จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความกระวนกระวายใจอย่างไม่เป็นสุข" พวกเขาปลอดภัยใช่มั้ยครับ "หมอถอนหายใจแล้วเอ่ย“ คนไข้พ้นขีดอันตรายไปหนึ่งคนเดี๋ยวพยาบาลจะส่งไปยังห้องพักฟื้นของผู้ป่วย รอฟื้น อาจต้องใช้เวลานานหน่อยนะครับ แต่ญาติผู้ป่วยต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดนะคอยสังเกตอาการมีอะไรเปลี่ยนหรือแปลกไปให้รีบแจ้งคุณหมอทันทีเพราะผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองอย่างหนัก ”“ ครับ ขอบคุณมากครับ ” คุณท่านลู่เอ่ยขอบคุณอย่างให้เกียรติแล้วเตียงรถเข็นห้องผ่าตัด ก็เข็นร่างชิชาออกมาพาร่างของชิชาไปยังห้องพักฟื้นคุณท่านลู่ก็นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดต่อไปส่วนตรัยคุณนั้นตามชิชาไปยังห้องพักผู้ป่วยทันทีทันทีที่คุณปู่คุณย่าของชิชาทราบข่าวก็รีบบินมาที่โรงพยาบาลทันทีเมื่อพวกเขามาถึงก็รู้ว่าลูกชายและลูกสะใภ้ของพวกเขายังคงอยู่ในห้องไอซียูทำให้พวกเขาเครียดอย่างหนักคุณย่าของชิชาร้องให้เสียใจเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจด้วยความกลัวจะสูญเสียลูกชายกับลูกสะใภ้ไป แกซบอกสามีร้องให้ไม่หยุดอย่างน่าสงสาร ตัดพ้อไม่หยุด “ ทำไมๆต้องเกิดเรื่อ
และในขณะนั้นพ่อบ้านรีบวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นหายใจหอบเหนื่อยและมีบอดี้การ์ดสามสี่คนวิ่งตามหลังเพื่อเข้ามาจับตัวเขาไว้ก่อนหน้านี้เขาได้รับโทรศัพท์จากตำรวจและจากทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่า ตระกูลจันทร์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางไปสนามบินเขาวิ่งเข้ามาในงาน ทำให้แขกและนักข่าวในงานต่างพากันตกอกตกใจคนที่กำลังจะสวมแหวนแต่งงานก็ต้องหยุดชะงักไป สายตาคุณท่านลู่มองไปทางเขาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามลู่อี้เทียนจ้องเขม็งไปทางเขาอย่างเยือกเย็นแล้วออกคำสั่งอย่างเลือดเย็นไร้ความปราณีด้วยความเดือดดาล“ ลากมันออกไปจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้มันมาปรากฏต่อหน้าผมอีก ”มิตามองดูพ่อบ้านด้วยแววตาสงสารจับใจแต่ภายใต้ดวงตาที่หรี่ลงนั้นกลับแฝงไปด้วยเกลียดชังเพราะใบหน้าอ่อนหวานอันอ่อนโยนช่วยเธอปกปิดใบหน้าที่แท้จริงได้ดีมากเลยทีเดียวถือว่าใบหน้าและตาภักดีต่อเธอจริงๆพ่อบ้านกลัวจนเข่าอ่อนทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรงบอดี้การ์ดจับกดเขาลงหน้าท้องแบนราบสัมผัสพื้นแต่ถึงอย่างไรเขาก็พยายามควบคุมสติพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าตนเองจะถูกตัดลิ้นไปเสียก่อนจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างหวาดกลัว“ คุณท
ขณะที่ทั้งคู่สนทนากันอย่างมีความสุขตรัยคุณกับมิตาก็เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของชิชาแล้วปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกันไปโดยไม่รบกวนตรัยคุณได้ยินทุกอย่างตั้งแต่ที่ชิชาบอกว่าวันหนึ่งเธอก็ต้องไปมีครอบครัวจนถึงบอกว่าเธอกำลังจะไปฝรั่งเศสวันนี้เขามองชิชาที่พูดด้วยรอยยิ้มสดใส ในใจเขารู้สึกหวิวๆไม่น้อยแต่เขาก็ไม่แสดงอะไรออกมาทางสีหน้า มิตาที่ยืนควงแขนเขา กลับยิ้มเยาะขึ้นจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่ภายใต้ความสวยงามนั้นแฝงร้ายกาจไว้คุณปู่ลู่อึ้งไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสของชิชา แล้วมองไปทางคุณพ่อจอร์นคุณแม่มารีราวกับมีคำถามมากมายที่อยากจะถามว่าที่มาวันนี้เพื่อมาแสดงความยินดีพร้อมกับมาบอกลาเขาใช่มั้ย แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปเขารู้สึกใจหายเมื่ออยู่ๆชิชาที่เขารักดุจหลานสาวแท้ๆจะไปจากเขาเขารู้ว่าเพราะสาเหตุใด แม้ชิชาจะยิ้มราวกับไม่มีอะไรแต่เขาก็คิดว่าเธอแค่ฝืนใจยิ้มกลบเกลื่อนความเสียใจเท่านั้นเขาโกรธหลายชายมาก แต่ต่อหน้าผู้คนมากมายเขาทำเพียงยิ้มแล้วเอ่ยว่า“ จ้ะ! งั้นปู่จะโทรหาบ่อยๆนะ ”“ ค่ะ ” ชิชาเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วเข้าไปกอดคุณปู่ลู่เมื่อเห็นว่าทั้งคู่คุย
พอได้สติเขาก็รีบวางสายแล้วไปโอบไหล่ลูกสาวให้มานั่งบนโซฟาทันที“ ชิชาแม่ว่าพวกเราไปเที่ยวต่างประเทศกันสักพักมั้ยไปเยี่ยมคุณย่าที่ฝรั่งเศสอยู่ที่นั่นสักระยะลูกว่าดีมั้ย ” คุณหญิงมารีพูดอย่างเอาอกเอาใจขอความเห็นจากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน“ คุณพ่อคะคุณแม่คะ ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วงหนู ขอโทษที่ทำให้ทุกข์ใจหนูนั่งคิดนอนคิดทบทวนมาตลอดทั้งคืนแล้วค่ะจากนี้ไปหนูจะไม่ร้องให้แล้ว เราไปแสดงความยินดีกับพี่ตรัยคุณกันนะคะจากนั้นเราก็ไปหาคุณย่าที่ฝรั่งเศสกัน ”“ ลูกแน่ใจเหรอว่าจะไปงานแต่งพี่เขา ” คุณผู้ชายจอร์นเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง“ หนูแน่ใจค่ะ หนูคิดมาทั้งคืนแล้วเราควรดีใจกับพี่เขาให้พี่เขาไปมีครอบครัวถึงจะถูกใช่มั้ยคะอีกหน่อยหนูเองในอนาคตก็ต้องมีครอบครัวเหมือนกันหนูพูดถูกมั้ยคะ ”ชิชาพูดพร้อมกับฝืนยิ้มเพื่อให้พ่อแม่สบายใจคุณพ่อจอร์นกับคุณแม่มารี ยิ้มอย่างดีใจที่ลูกสาวคิดได้พวกเขาพยักหน้าโอบกอดลูกสาว ทั้งสามคนกอดกันแน่นด้วยความรักราวกับผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ผ่านช่วงเวลาแห่งความเศร้าไปแล้ว“ ถูกต้องจ้ะลูก ลูกพูดถูกต้องที่สุด ” คุณพ่อจอร์นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างดีใจจนน้ำตาแ
![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






