LOGIN
Prologue
Card of the Day: Seven of Swords – การแอบซ่อน ไม่เปิดเผย ถูกหลอกลวง ถูกทรยศ ของหายไม่รู้ตัว...
คิ้วคมขมวดมุ่นจ้องหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง หญิงสาวเจ้าของใบหน้าเกลี้ยงเกลา รูปร่างสมส่วน นึกฉงนกับความหมายของไพ่ประจำวันใบนี้ ลูกจ้างธรรมดาประจำห้องอาหารของโรงแรมอย่างเธอจะตกเป็นเป้าให้ใครมาหลอกลวงทรยศกัน จากนั้นก็เอียงคอนึกถึงสิ่งของที่มีโอกาสหายมากที่สุด... คงเป็นมือถือมั้ง แต่สำหรับมนุษย์ที่ติดมือถือจ๋าอย่างเธอคงจะยาก...
แต่ยังไงไพ่ใบนี้ก็ไม่ดีเลยแฮะ...ไหนขอลองอีกทีแล้วกัน คิดแล้วพุฒิตาก็กดปุ่มสุ่มใหม่อีกครั้ง
‘คิดว่ากดใหม่แล้วจะออกใบอื่นเหรอจ๊ะ’ ระบบแจ้งเตือนขึ้นที่หน้าข้อความสนทนา
งกชะมัด อีกใบก็ไม่ได้...
มีคนบอกว่า ถ้าไพ่ดีคือแม่น ถ้าไม่ดีคือไม่แม่น ทั้งที่ในโซเชียลเคลมกันหนาหูว่าไพ่ประจำวันจากไลน์ของแม่หมอจกนั้นแม่นนักแม่นหนา แต่คนที่มาลองสุ่มครั้งแรกอย่างเธอดันได้ไพ่ออกมาไม่ดีซะงั้น เสียเวลาชีวิตจริง ๆ
พุฒิตาหย่อนโทรศัพท์มือถือลงในช่องด้านในกระเป๋าสะพาย ก่อนยัดด้วยชุดประจำตำแหน่ง ‘ซูเชฟ’ ตามลงไปแล้วรูดซิปปิด เตรียมพร้อมออกเดินทางไปทำงาน ใช่แล้ว ออกไปลุยกับงานหนักที่ถาโถมเข้ามาเป็นพิเศษนับตั้งแต่สถานการณ์โรคระบาดทุเลาลง หญิงสาวตบแก้มเรียกกำลังใจสองสามครั้ง มีงาน! มีเงิน! ไปทำ!
“ตุ๋นตุ๋น มี้ไปทำงานก่อนนะ วันนี้สัญญาว่าจะกลับไม่ดึก” เธอไม่ลืมที่จะหันมาลาเจ้าหมูตุ๋น แมวพันธุ์ขนเกรียนสุดที่รักก่อนไป
“แง้ว!” เจ้าแมวน้อยร้องตอบ พุฒิตาทึกทักเอาว่าเจ้าแมวแสนรักคงกำลังร้องบอกให้เธอไปดีมาดี จึงยิ้มอย่างอารมณ์ดี โดยหารู้ไม่ว่าความจริงมันบอกว่า คิดว่าแมวเชื่อหรือไง!ต่างหาก
เริ่มจากเดินเท้าเริงร่า ท้าทายแดดประเทศไทย มโนจังหวะเพลงคัฟเวอร์แดนซ์ไปตามทางจนถึงสถานีรถไฟฟ้า หญิงสาวเปลี่ยนมายืนโหนรถไฟเพื่อไปทำงานอย่างสบายอารมณ์ จนกระทั่งได้ยินคนกระซิบกระซาบคุยกัน...
“แกเห็นข่าวมือเทรดทองคนดังเชิดเงินหนียัง”
“อ๋อ พิธีกรคนนั้นน่ะเหรอ เห็นแล้ว ยังคิดอยู่ว่าจะโป๊ะตอนไหน ตกลงเผ่นแล้วเหรอ”
พุฒิตาพลันใจหล่นอยู่ที่ตาตุ่ม ได้ยินคีย์เวิร์ดคำว่า เทรดทอง...เชิดเงิน...หนี!...พิธีกร!...เหล่านี้ เธอก็ลนลานเปิดกระเป๋าล้วงมือถือออกมาไถหารายละเอียดทันที
สถานี...ประตูรถจะเปิดทางด้านขวา
บ้าจริง ดันถึงที่ทำงานพอดี หญิงสาวได้แต่เร่งฝีเท้าก้าวออกจากขบวนรถก่อนเพื่อไม่ให้เกะกะขวางทางคนอื่น เธอแทบวิ่งลงบันไดรวดเดียวถึงพื้นราบ แล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาไถอีกครั้งเมื่อเข้าสู่โรงแรมใหญ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านมหานครซึ่งเป็นที่ทางอันคุ้นเคย
พุฒิตาสาวเท้าเดินเร็ว ๆ เท่าที่ส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบกว่าจะเอื้ออำนวย พร้อมกันนั้นก็ก้มหน้าก้มตาดูฟีดโซเชียลซึ่งเต็มไปด้วยข่าวลือว่า เจ้ามือเทรดทองคำชื่อดังหอบเงินหนีไปอยู่ต่างประเทศ แต่ยังหารายละเอียดที่ชัดเจนไม่พบ หญิงสาวมัวแต่จ้องมือถือโดยไม่ได้มองทางอย่างเป็นกังวล จนชนโครมเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่ง
“ว้าย! ขอ...” โทรศัพท์หลุดจากมือเธอร่วงลงกระแทกพื้นอย่างจัง หน้าจอดับสนิททันที เห็นมือถือตัวเองดับวูบไม่รู้สู่ขิตหรือยังคาตา พุฒิตาพลันกลืนคำขอโทษกลับลงคอ
“โอ๊ย! เดินประสาอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือ!” เมื่อชนเข้ากับร่างแข็งปานหินผาจนมึนตึ้บ บวกกับกำลังร้อนรุ่มกลุ้มใจ เธอจึงหันไปแว้ดพาลใส่หมดไม่สนลูกใคร หญิงสาวกุมหน้าผากที่กระแทกพลางเหลือกมองหน้าวัตถุ...อะแฮ่ม ผู้ชายที่ชนใส่ แต่สิ่งที่สวนกลับมาคือสายตาดุดันอันบ่งบอกชัดว่า ‘เธอนั่นแหละเป็นฝ่ายผิด’ ตามด้วยท่าทางปัดเนื้อปัดตัวรังเกียจฝุ่นที่เกาะบนเสื้อผ้าราคาแพงของตน...
เหลือจะเชื่อ! พุฒิตาอ้าปากค้าง หล่อซะเปล่าแต่ดูทำท่าเข้าสิ!
“ฮือ หน้าจอแตกหมดเลย” พุฒิตาเก็บมือถือขึ้นมาแล้วแทบอยากร้องไห้ หน้าจอแตกร้าวส่วนหนึ่ง แต่นับว่ายังโชคดีที่เครื่องยังเปิดติด ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องเสียเงินซ่อมหรือไม่ก็ซื้อโทรศัพท์ใหม่แน่
“ความผิดผมรึไง” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยพร้อมเลิกคิ้วถาม
ใบหน้าหล่อเหลา แต่งกายดูดี ใส่สูทมีราคา แถมด้วยโทนเสียงชวนเคลิ้มทำเอาพุฒิตาเหม่อไปชั่วแวบ ก่อนจะได้สติกลับมาเมื่อสมองประมวลคำพูดของอีกฝ่ายจบ ไหนจะท่าทางน่าหมั่นไส้ ไหนจะปากเสีย ๆ หล่อเสียของเป็นบ้า!
“ผมยืนของผมอยู่ดี ๆ คุณต่างหากที่เดินไม่ดูทางมาชนผมเอง ทำหล่นเอง แล้วก็ทำแตกเอง” ราเชนทร์จ้องหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มชวนมองตรงหน้า ก่อนผุดคำตำหนิขึ้นในใจ
ซุ่มซ่าม ตัวก็เล็กนิดเดียว เดินไม่ระวังแล้วยังมาโวยวายอีก
“คือว่าพอดีทางนี้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ”“อ๋อ โดยปกติต้องโทรแจ้งป้อมยามส่วนใน ก็คือป้อมยามตรงทางเข้ามาที่นี่นะคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะจัดการต่อเองค่ะ” เธออธิบายพลางชี้ขอที่สมุดมาเปิดหน้ารายชื่อเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกาเครื่องหมายดอกจันไว้ให้พุฒิตา เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้มองเห็นง่าย“เรียบร้อยนะคะ มีอย่างอื่นเพิ่มเติมไหมคะ” เจ้าหน้าที่นิติฯ หมู่บ้านถาม“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” พุฒิตาสวมรอยยิ้มประดับบนหน้า พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวคงได้โทรถามจนเบื่อกันไปข้างเลยละค่ะ แค่เห็นจำนวนกุญแจกับปุ่มรีโมตเมื่อกี้ก็ท้อแล้ว“หากมีอะไรเพิ่มเติมก็โทรสอบถามนิติฯ ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่ประจำการคอยให้ความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ” เจ้าหน้าที่นิติบุคคลย้ำถึงความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกครั้ง ไว้ต่อไปเวลาคุยเล่นหยุมหัวกับเพื่อน ๆ เปลี่ยน มาเป็นนัดตบกันหลัง ‘นิติฯ หมู่บ้าน’ ปิดก็เก๋ไม่หยอก...“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พุฒิตายกมือไหว้ลานิติฯ ตามประสาสาวมารยาทงาม ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับพวงกุญแจในมือ ทำไมมันเยอะเบอร์นี้ดู
ปึง! กิ่งกาญจน์ตบโต๊ะด้วยความโมโห“จะไปไหนก็ไป อย่าโผล่หัวกลับมาที่นี่อีกก็แล้วกัน” พร้อมผลักกระเป๋าหญิงสาวออกจากตัว จากนั้นโบกมือไล่ส่ง ๆ พุฒิตาก็ไม่รอช้า คว้ากระเป๋าข้าวของก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพักพนักงานครัวทันที“พี่เตยคะ” เสียงเรียกอันคุ้นเคยของอดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพักมาหันไปหาต้นเสียง“มีอะไรเหรอเฟยเฟย” พุฒิตาเอ่ยถามหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ในมือเฟยเฟยมีซองสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง“เมื่อวานนี้มีเอกสารฝากถึงพี่เตยค่ะ เฟยเฟยส่งข้อความบอกพี่แล้วแต่ยังไม่เห็นพี่อ่านค่ะ” เฟยเฟยกล่าวพร้อมยื่นซองนั้นให้เธอด้วยสองมือพุฒิตาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นแถบแจ้งเตือนข้อความที่เฟยเฟยส่งมาแวบหนึ่งจึงรู้ว่ามีเอกสาร แค่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะเมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมไปนั่นเอง ว่าแต่เอกสารอะไรกันหนาเป็นปึก จำได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปลงสมัครอะไรไว้ที่ไหนนี่ แล้วใครส่งมากันนะหญิงสาวคิดพลางพลิกดูชื่อผู้ส่ง‘สำนักงานกฎหมายราเชนทร์แอนด์พาร์ตเนอร์’...ชื่อคุ้นมาก แต่ยังไม่ทันนึกอะไรเพิ่มเติม พุฒิตาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคล้ายมีอะไรอยากจะพู
“ลูกค้าครับ ไม่เอาแมวไปเหรอครับ” พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย“ฉิบหาย! ลืมแมว...รอแป๊บนะคะ” พุฒิตาปลดเข็มขัดก่อนเปิดประตูกระโดดลงจากรถไปอย่างไว ทิ้งให้พนักงานเกาหัวแกรก ๆพุฒิตาซอยเท้าขึ้นบันได พุ่งไปอดีตห้องพักของตนเร็วจี๋เพื่อพบว่า เธอวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นไว้ข้างห้องนั้นเอง เจ้าแมวนมชมพูโวยวายแง้ว ๆ ใส่เธอด้วยความไม่พอใจ หากพูดภาษามนุษย์ได้มันคงบ่นว่ายัยทาสใจร้ายทำไมถึงลืมแมวน่ารักอย่างมันได้ลงคอ“โอ๋ ๆ เมื่อกี้มี้แค่ลงไปเช็กของ ไม่ได้ลืมตุ๋นตุ๋นจริง ๆ น้า” หญิงสาวพยายามง้อเจ้านายตนด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม เจ้าหมูตุ๋นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเธอพูด พุฒิตายิ้มกริ่มปนโล่งอกที่ง้อแมวง่ายดายเสียนี่กระไร ก่อนพบสายตาจ้องเป๋งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หึ ยัยตอแหล เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงส่งยิ้มเจื่อนพร้อมทำตาปิ๊ง ๆ ออดอ้อนใส่อีกครา เจ้าแมวส่งเสียงพ่นลมฉุนเฉียวก่อนทิ้งตัวลงกับเบาะในตะกร้า ปล่อยให้ยัยทาสจอมเฟอะฟะหิ้วตนขึ้นรถแต่โดยดี“เรียบร้อยนะครับ” พนักงานคนเดิมถามจากฝั่งที่นั่งคนขับ ก่อนมองเจ้าก้อนกลมสีชมพูในตะกร้า พุฒิตาส่งยิ้มพยักหน้าให้“ค่ะพี่ ออกรถได
“ถ้าอย่างนั้นเตยขอลากลับก่อนจะได้ไหมคะ กลัวจะจัดของไม่ทันค่ะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ต้องรีบลากลับบ้านเสียแล้ว“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้หรือวันหลังแม่แวะไปหาที่บ้านเจ้าเชนแล้วกันนะ” คุณนายสุพรรณีรู้สึกเสียดาย ยังไม่ทันได้ศึกษาอุปนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้เลย ก็ต้องส่งเธอให้กับเจ้าลูกชายสุดแสบเสียแล้ว ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนตอนที่กำลังจะส่งชิฌาเข้าเรือนหอเลยไม่ผิดเพี้ยนร่ำลากันเสร็จ พุฒิตารีบเดินทางกลับห้องพักพร้อมเจ้าหมูตุ๋น และห้องน้ำแมวอันใหม่ที่เพิ่งจะได้มา ทำการเก็บข้าวของลงกล่องและกระเป๋าเดินทางในแบบฉบับที่คิดว่าหยิบอะไรได้ก็ยัด ๆ ไปก่อนเมื่อแพ็กของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงหันไปจัดแจงเก็บของใช้ของเจ้าหมูตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ที่นอนแมว และของเล่นสารพัดอย่างที่กระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้องทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสิ้น เหลือบไปดูเวลาก็พบว่าขณะนี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มแล้วนี่เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า! ว่าแล้วก็คุ้ยหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กดน้ำร้อนใส่รอประมาณสามนาทีแล้วก็นั่งซดไปพลางเปิดแชตพิมพ์หากลุ่มเพื่อน ๆ ไปพลางToei: นอนแล้วยังสาว~Wann: ยางงงงงToei: ทำไรอะหวาน ดึกมว้ากWa
ชิฌาขับตามทางเข้าไปจอดภายในโรงจอดรถ จากนั้นหันมาแซวหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังนิดหน่อย“เป็นยังไง เห็นบ้านแล้วลมแทบจับเลยไหม”ใช่…ลมแทบจับ หวังว่าบ้านของคุณเชนอะไรนั่นจะไม่ใหญ่เท่านี้หรอกนะตอนที่ขับผ่านเพียงหน้าบ้านก็เล่นเอาเธอคิดสะระตะว่า ถ้าต้องทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียว มีหวังเธอคงตายคาที่แน่นอน“เดี๋ยวเราเข้าไปคุยรายละเอียดกันในบ้านดีกว่า” ชิฌาเสนอ เพราะทุกคนต่างนั่งรถเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ถึงระยะทางไม่ไกล แต่การจราจรที่ติดขัดเกินไปก็สร้างความเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสารได้เช่นกันเมื่อเข้าไปภายใน พุฒิตาวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นลงข้าง ๆ เพราะระยะทางระหว่างโรงจอดรถกับตัวบ้านก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ แบกมานาน ๆ เล่นเอากล้ามแขนแทบขึ้นเช่นกันจากนั้นเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าแล้วนำไปวางบนชั้นที่จัดไว้สำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน“แมวชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” คุณนายสุพรรณีถามขึ้น“หมูตุ๋นค่ะ”“มันไม่อึดอัดเหรออยู่แต่ในกรง ไหนจะต้องกินน้ำ ขับถ่ายอีก” จะว่าไปตัวมันก็ดูเนียนน่าสัมผัสพิกล“ไม่หรอกค่ะ มันชินแล้ว” เมื่อก่อนเธอเคยหิ้วมันไปด้วยทุกที่ แต่นั่นก็ค่อนข้างนานมาแล้วเหมือนกัน“ถ้าน้องไม่ข่วนข้าวของ ไม่เข้าห้อ
Toei: โอ๋ยยย เอาดี ๆ ชมอยู่LadyGecko: บอกแล้ว ฉันแม่น ฉันเก่ง ฉันสวย และรวยมว้ากToei: ไหนบอกมีหนี้เยอะLadyGecko: นังลูกจกตกอับ เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘รวยหนี้’ นั่นแหละแม่เลยLadyGecko เพิ่มคุณเป็นเพื่อนToei: ไหนบอกจะเพิ่มเพื่อนต้องเสียเงินไงLadyGecko: ยกให้เป็นกรณีพิเศษ ไว้ลับฝีปาก แต่ถ้าจะดูดวงจ่ายเงินนะบอกก่อนToei: ลับฝีปากอะไรก๊อน ลูกจกออกจะเรียบร้อยดุจผ้ายับที่พับไว้ แต่เดี๋ยวแชร์ให้ค่าLadyGecko: ดีมาก แล้วอย่าลืมไปตามหาญาติด้วยนะ เผื่อมีญาติเหลืออยู่Toei: ตอนนู้นเจ้าหน้าที่เหมือนเคยตาม แล้วบอกว่าประสานงานติดต่อไม่ได้LadyGecko: บางทีเขาอาจจะตกหล่น ถ้าไม่เขาตกหล่น ก็ฉันมั่ว แค่นั้น จะเสียหายอะไรToei: โอเคร ขอบคุณมัก ๆ แม่จก ไว้ลูกจกจะเอาธูปเทียนและพานดอกไม้ไปกราบไหว้LadyGecko: เปลี่ยนจากธูปเทียน พานดอกไม้ เป็นพวงมาลัยเงินทองแล้วกันนะToei: งก!LadyGecko: ยอมรับ ฉันไปก่อน ง่วงจะนอนหลังจากได้แชร์ความสุขกับใครสักคนแล้ว พุฒิตามุ่งตรงกลับไปยังหอพักของตัวเอง และเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างจริงจังสิ่งหนึ่งที่เธอกังวลมากคือ เจ้าหมูตุ๋นแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะติดที่ เธอเคยอ่านเจอ บ







