LOGINครืด ครืด...
พุฒิตาที่กำลังหลับใหลเฝ้าพระอินทร์อยู่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าพุงของเธอสั่นได้
อ้อ เธอหลับไปทั้งที่วางโทรศัพท์ไว้บนท้องนี่เอง แปลกจัง เธอนอนท่าเดิมตลอดทั้งคืนเลยหรือนี่
ว่าแต่ใครโทรมานะเวลานี้ เธอพยายามแหกขี้ตาดูเวลาที่นาฬิกาหัวเตียง พบว่าเพิ่งจะหกโมงเช้าเท่านั้น
“ฮัลโหล” เสียงของเธอแหบพร่าราวกับคนขาดน้ำที่อยู่ท่ามกลางทะเลทรายก็ไม่ปาน
[พี่เตย แย่แล้ว] เสียงของรุ่นน้องสาวที่เป็นพนักงานเสิร์ฟประจำโซนวีไอพีกระทบโสตประสาทที่กำลังมึนงงของเธอ
สายจาก ‘เฟยเฟย’ ที่โทรมาแต่เช้า พร้อมกับคำต้องห้ามอย่าง ‘พี่เตยแย่แล้ว’ สำหรับพวกเชื่อเรื่องดวงสุดใจอย่างเธอนั้น การได้ยินคำไม่ดีตั้งแต่ตื่นนอน ทำให้เธอเชื่อว่าทั้งวันนั้นจะเป็นวันไม่ดีอย่างแน่นอน
เจริญพรเถอะ ทำไมต้องเป็นคำนี้ด้วยนะ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอเฟย” หญิงสาวพรวดตัวขึ้นนั่ง ก่อนกระแอมสองสามครั้งเพื่อปรับน้ำเสียงให้เข้าที่
[เขาลือกันว่าท่านรองกับที่ปรึกษาท้องเสียเข้าโรงพยาบาลเมื่อคืนวันศุกร์ แล้วสาเหตุก็มาจากอาหารเป็นพิษเฉียบพลันอะพี่] เฟยเฟยเล่าด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย
“แล้วยังไงนะเฟย” ท่าไม่ดีเสียแล้ว สังหรณ์ไม่ดีตั้งแต่ตอนเตรียมหอย มันจะแม่นราวกับจับวางขนาดนี้ไม่ได้สิ
[ก็ท่านรองสงสัยว่าเป็นเพราะอาหารฟูลคอร์สที่เขากินเมื่อวันศุกร์ ตอนนี้กำลังหาสาเหตุค่ะ]
“แล้วยังไงต่อ” พุฒิตากลั้นใจถาม ทั้งที่พอเดาได้อยู่แล้ว
[แล้วเชฟกิ่งก็อ้างชื่อพี่ค่ะ]
“ว่าละ...ฉิบหายไหม”
[ใช่พี่ ฉิบหายวายป่วงแล้วเพราะเชฟกิ่งบอกว่าอาหารที่พี่ทำไม่สะอาด แล้วนางก็บอกอีกว่านางเตือนพี่แล้ว แต่พี่ยังดื้อด้านจะทำ]
“เฮ้ย ทำไมมันพลิกขาวเป็นดำแบบนี้ล่ะ”
[ยังไม่พอนะ นางลามไปถึงการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบที่มาส่งด้วยพี่]
“จะบอกว่าพี่เป็นคนผิดเหรอ” หญิงสาวถามอย่างไม่อยากเชื่อหู
[หนูได้ยินมาว่าท่านรองเป็นคนสั่งเลขาฯ ให้ลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง มันเลยเร็วมาก เฟยว่าพี่รีบมาดีกว่าค่ะ] น้ำเสียงเฟยเฟยฟังดูเป็นห่วง ทั้งยังอุตส่าห์โทรมาแต่เช้าตรู่ พุฒิตารู้สึกอุ่นใจและขอบคุณอยู่ไม่น้อย
“โอเคงั้นพี่ไปเดี๋ยวนี้ ขอบคุณที่โทรบอกพี่นะ” วางสายจากรุ่นน้องเสร็จ อย่างแรกที่เธอทำคือเปิดเช็กดวงก่อนทันที
Card of the Day: The Tower – กะทันหัน ไม่คาดฝัน ได้รับข่าวสารที่ไม่ทันได้เตรียมใจ
“อื้อหือ แต่ละใบ ทั้งระบบมีแต่ใบโหด ๆ หรือไงนะ” เธอบ่นกับตัวเองเมื่อพบว่าวันนี้ก็ยังคงได้ไพ่ที่คุมโทนเดียวกันกับหลาย ๆ วันที่ผ่านมา ทว่าตอนนี้ไม่มีเวลาจะคิดอะไรแล้ว เธอรีบเอาตัวเองออกจากที่นอน วิ่งผ่านน้ำ แต่งตัวด้วยความไวแสง ก่อนเปลี่ยนวิธีเดินทางให้ไวขึ้นแม้จะเสี่ยงตาย ด้วยการกระโดดซ้อนท้ายพี่วินหน้าหอพัก ซิ่งไปยังห้องอาหารที่อยู่ภายในโรงแรมหรูทันที
...
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรืออย่างไรกันนะ ทุกครั้งที่มีผู้มาใหม่ ทุกคนในห้องถึงได้พร้อมใจกันหันขวับมาจับจ้องคนคนนั้น
เมื่อก้าวเข้ามายังส่วนในของครัว เธอพบว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว และดูเหมือนจะมีการสืบสวนสอบสวนเกิดขึ้น ทำราวกับเกิดคดีฆาตกรรมในห้องปิดตายก็ไม่ปาน
แน่นอนพุฒิตาได้รับเกียรติให้เป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง
การทำกิจการห้องอาหารหรือร้านอาหาร สิ่งที่เป็นหัวใจหลักคือวัตถุดิบที่สะอาดและสดใหม่ ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นจึงถือว่าร้ายแรงเอาการ
พุฒิตาที่มาถึงเกือบจะเป็นคนสุดท้าย รู้ในทันทีว่าตนเองนั้นงานเข้าเสียแล้ว
“คุณพุฒิตาคะ รบกวนตามดิฉันไปที่ห้องประชุมครัวด้วยนะคะ” บงกช หรือบัว เลขาฯ ของท่านรองประธานออกคำสั่งเมื่อพบว่าผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งมาถึงแล้ว
“ค่ะ” เธอตอบเพียงเท่านั้น แล้วจึงเดินตามหลังคุณบัวไป
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากจุดนั้น เชฟอาวุโสอย่างกิ่งกาญจน์ทำทีจะเดินตามมาสมทบด้วย หากถูกห้ามไว้เสียก่อน
“ขอแค่คุณพุฒิตาคนเดียวค่ะ” บงกชกล่าวโดยไม่ไว้หน้าเชฟกิ่งเลยแม้แต่น้อย ทำให้อีกฝ่ายถึงกับกำมือแน่น ท่าทางโกรธหน้าดำหน้าแดงตัวสั่นเล็กน้อยเหมือนองค์จะลงไม่ลงแหล่
“คุณพุฒิตาคงทราบแล้วใช่ไหมคะ ว่าท่านรองประธานและท่านที่ปรึกษามีอาการอาหารเป็นพิษเฉียบพลัน” บงกชเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งคู่อยู่กันเพียงลำพัง
“ใช่ค่ะ และรู้ด้วยค่ะว่าสาเหตุมาจากอะไร” สุดท้ายสิ่งที่เธอกังวลก็เป็นจริงจนได้ เพราะบางคนแค่กินหอยนางรมสด ๆ เข้าไปยังอาหารเป็นพิษหรือไม่ก็ท้องเสีย แต่นี่เจอของใกล้จะเน่าไม่แปลกเลยที่อาการจะรุนแรงกว่าปกติ และระหว่างที่เดินทางมาจากหอพัก เธอตัดสินใจแล้วว่าอย่างไรเสียก็ต้องพูดความจริง
บงกชยืนมองซูเชฟสาวตรงหน้าที่กำลังยืนก้มหน้าเล็กน้อยแล้วเอานิ้วจิกปลายเล็บ ดูก็รู้ว่าคงจะเครียดและกังวลมากจึงถอนหายใจและปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
“ที่พี่เรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว เพราะมีคนบอกว่าเธอนำวัตถุดิบที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่สดไปประกอบอาหาร เรื่องเป็นมายังไงคะ เล่าให้พี่ฟังได้ไหม” เสียงของเลขาฯ ฟังดูนุ่มนวล ไม่ได้มีน้ำเสียงเชิงกล่าวตำหนิติเตียนแต่อย่างใด เธอเปลี่ยนสรรพนามให้ดูสนิทชิดเชื้อมากขึ้น เพื่อให้พุฒิตาลดอาการประหม่าลง
และนั่นก็ได้ผล เพราะพุฒิตาผ่อนคลายมากขึ้น เบาใจไปเปลาะหนึ่งว่าอย่างน้อยก็มีคนที่พร้อมจะรับฟังเรื่องราวทั้งหมด
เมื่อพุฒิตาเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้บงกชฟัง ใครเป็นคนออกแบบเมนูฟูลคอร์สที่อยู่นอกรายการ และเรื่องที่เธอได้ทักท้วงแล้ว แต่ว่าเลขาฯ สาวกลับให้ข้อมูลคนละทาง
“แต่ที่คุณกิ่งกาญจน์เล่ามานี่ตรงกันข้ามเลยนะ” บงกชบอกตรง ๆ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน และคนที่กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบ
“ไม่จริงนะคะพี่บัว เตยไม่ได้โกหกนะ พี่ลองถามคนอื่นดูก็ได้ค่ะ” พุฒิตาเชื่อว่าจะต้องมีประจักษ์พยานอย่างน้อยหนึ่งหรือสองคน
“ถามแล้ว ไม่มีใครพูดอะไรเลย ทุกคนเอาแต่เงียบเหมือนไม่อยากยุ่งเรื่องนี้”
“แล้วเฟยเฟยล่ะคะ” เธอถามออกไปเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“เฟยเฟยบอกว่า เห็นแค่เชฟกิ่งยื่นลิสต์เมนูอาหารไปให้ แต่ไม่รู้ว่าเมนูมีอะไรบ้าง” บงกชสังเกตสีหน้าของหญิงสาวที่ครองตำแหน่งซูเชฟมาตั้งแต่อายุแค่ยี่สิบสองปี และทำต่อเนื่องมากว่าสามปีแล้ว ที่ผ่านมายังไม่เคยผิดพลาดแม้แต่น้อย พอผิดทีก็เล่นเสียเป็นเรื่องใหญ่โต
“เหรอคะ” เสียงพุฒิตาที่คราวแรกเบาอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเบาลงกว่าเดิมอีก เหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอทำให้เธอไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้มากไปกว่านั้น
“มีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้บอก”
“เรื่องอะไรคะ” มันจะมีอะไรแย่ไปกว่าหอยเน่าอีกนะ
“พี่เพิ่งมีโอกาสทวนรายการอาหารและรายการทิ้งของสด เนื้อสัตว์ ผลไม้ ผัก ที่ตรวจรับมักเป็นของที่จวนเจียนจะเสียแล้วส่วนหนึ่ง ทำให้มีขยะสดมากกว่าปกติในช่วงสี่ห้าเดือนที่ผ่านมา”
หน้าของพุฒิตาซีดลงทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่บงกชกำลังบอก
เพราะเจ้าโรคระบาดที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั้งโลก รวมถึงเธอด้วย รายได้เริ่มหดหาย จากที่เคยเทรดหุ้นเทรดสกุลเงินดิจิทัลได้ พักหลังมีแต่เสียกับเสีย ใด ๆ คือจะโทษอะไรไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง ถ้าเธอไม่โลภ หวังโตเร็วมีตำแหน่งสูงแบบที่เชฟกิ่งยื่นข้อเสนอให้ ก็คงไม่ต้องคอยมาดูแลวัตถุดิบแทน และเรื่องแบบนี้ก็คงไม่ผ่านมาในชีวิตให้ปวดหัว
“รู้ใช่ไหมเขาสงสัยอะไรกัน” บงกชถามคนตรงหน้าที่ตอนนี้หน้าซีดหนักกว่าเดิม
“ค่ะ” รู้สิ ทุกคนคงคิดว่าเธอเป็นคนสั่งของ ซึ่งอาจจะฮั้วกับคนขายหรืออะไรก็ช่าง แต่ผลลัพธ์คือเธอโกง
“เราได้ทำหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ เตยไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ โรงแรมนี้ดีกับเตยมาก อดีตท่านประธานและท่านรองประธานก็เมตตาเตย จะให้เตยทำแบบนั้นได้ยังไง” เธอปฏิเสธทันที เพราะทุกคนที่กล่าวมาล้วนมีบุญคุณกับเธอทั้งนั้น แล้วจะให้เธอทรยศคนเหล่านี้ลงได้อย่างไร
“เฮ้อ...เดี๋ยวบ่ายนี้ไปเยี่ยมบอสกับท่านที่ปรึกษาที่โรงพยาบาลแล้วกัน”
พุฒิตาเงยหน้ามองเลขาฯ สาวตรงหน้าพร้อมทำตาละห้อยแล้วถามด้วยเสียงอ่อย ๆ
“หนูต้องไปด้วยเหรอคะ”
“ควรค่ะ หรือจะปล่อยเบลอ”
เธอไม่ได้ตอบแต่ส่ายหน้า จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาแคะเล็บต่อ บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังกังวลและประหม่ามาก
...
“คือว่าพอดีทางนี้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ”“อ๋อ โดยปกติต้องโทรแจ้งป้อมยามส่วนใน ก็คือป้อมยามตรงทางเข้ามาที่นี่นะคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะจัดการต่อเองค่ะ” เธออธิบายพลางชี้ขอที่สมุดมาเปิดหน้ารายชื่อเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกาเครื่องหมายดอกจันไว้ให้พุฒิตา เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้มองเห็นง่าย“เรียบร้อยนะคะ มีอย่างอื่นเพิ่มเติมไหมคะ” เจ้าหน้าที่นิติฯ หมู่บ้านถาม“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” พุฒิตาสวมรอยยิ้มประดับบนหน้า พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวคงได้โทรถามจนเบื่อกันไปข้างเลยละค่ะ แค่เห็นจำนวนกุญแจกับปุ่มรีโมตเมื่อกี้ก็ท้อแล้ว“หากมีอะไรเพิ่มเติมก็โทรสอบถามนิติฯ ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่ประจำการคอยให้ความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ” เจ้าหน้าที่นิติบุคคลย้ำถึงความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกครั้ง ไว้ต่อไปเวลาคุยเล่นหยุมหัวกับเพื่อน ๆ เปลี่ยน มาเป็นนัดตบกันหลัง ‘นิติฯ หมู่บ้าน’ ปิดก็เก๋ไม่หยอก...“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พุฒิตายกมือไหว้ลานิติฯ ตามประสาสาวมารยาทงาม ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับพวงกุญแจในมือ ทำไมมันเยอะเบอร์นี้ดู
ปึง! กิ่งกาญจน์ตบโต๊ะด้วยความโมโห“จะไปไหนก็ไป อย่าโผล่หัวกลับมาที่นี่อีกก็แล้วกัน” พร้อมผลักกระเป๋าหญิงสาวออกจากตัว จากนั้นโบกมือไล่ส่ง ๆ พุฒิตาก็ไม่รอช้า คว้ากระเป๋าข้าวของก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพักพนักงานครัวทันที“พี่เตยคะ” เสียงเรียกอันคุ้นเคยของอดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพักมาหันไปหาต้นเสียง“มีอะไรเหรอเฟยเฟย” พุฒิตาเอ่ยถามหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ในมือเฟยเฟยมีซองสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง“เมื่อวานนี้มีเอกสารฝากถึงพี่เตยค่ะ เฟยเฟยส่งข้อความบอกพี่แล้วแต่ยังไม่เห็นพี่อ่านค่ะ” เฟยเฟยกล่าวพร้อมยื่นซองนั้นให้เธอด้วยสองมือพุฒิตาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นแถบแจ้งเตือนข้อความที่เฟยเฟยส่งมาแวบหนึ่งจึงรู้ว่ามีเอกสาร แค่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะเมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมไปนั่นเอง ว่าแต่เอกสารอะไรกันหนาเป็นปึก จำได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปลงสมัครอะไรไว้ที่ไหนนี่ แล้วใครส่งมากันนะหญิงสาวคิดพลางพลิกดูชื่อผู้ส่ง‘สำนักงานกฎหมายราเชนทร์แอนด์พาร์ตเนอร์’...ชื่อคุ้นมาก แต่ยังไม่ทันนึกอะไรเพิ่มเติม พุฒิตาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคล้ายมีอะไรอยากจะพู
“ลูกค้าครับ ไม่เอาแมวไปเหรอครับ” พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย“ฉิบหาย! ลืมแมว...รอแป๊บนะคะ” พุฒิตาปลดเข็มขัดก่อนเปิดประตูกระโดดลงจากรถไปอย่างไว ทิ้งให้พนักงานเกาหัวแกรก ๆพุฒิตาซอยเท้าขึ้นบันได พุ่งไปอดีตห้องพักของตนเร็วจี๋เพื่อพบว่า เธอวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นไว้ข้างห้องนั้นเอง เจ้าแมวนมชมพูโวยวายแง้ว ๆ ใส่เธอด้วยความไม่พอใจ หากพูดภาษามนุษย์ได้มันคงบ่นว่ายัยทาสใจร้ายทำไมถึงลืมแมวน่ารักอย่างมันได้ลงคอ“โอ๋ ๆ เมื่อกี้มี้แค่ลงไปเช็กของ ไม่ได้ลืมตุ๋นตุ๋นจริง ๆ น้า” หญิงสาวพยายามง้อเจ้านายตนด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม เจ้าหมูตุ๋นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเธอพูด พุฒิตายิ้มกริ่มปนโล่งอกที่ง้อแมวง่ายดายเสียนี่กระไร ก่อนพบสายตาจ้องเป๋งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หึ ยัยตอแหล เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงส่งยิ้มเจื่อนพร้อมทำตาปิ๊ง ๆ ออดอ้อนใส่อีกครา เจ้าแมวส่งเสียงพ่นลมฉุนเฉียวก่อนทิ้งตัวลงกับเบาะในตะกร้า ปล่อยให้ยัยทาสจอมเฟอะฟะหิ้วตนขึ้นรถแต่โดยดี“เรียบร้อยนะครับ” พนักงานคนเดิมถามจากฝั่งที่นั่งคนขับ ก่อนมองเจ้าก้อนกลมสีชมพูในตะกร้า พุฒิตาส่งยิ้มพยักหน้าให้“ค่ะพี่ ออกรถได
“ถ้าอย่างนั้นเตยขอลากลับก่อนจะได้ไหมคะ กลัวจะจัดของไม่ทันค่ะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ต้องรีบลากลับบ้านเสียแล้ว“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้หรือวันหลังแม่แวะไปหาที่บ้านเจ้าเชนแล้วกันนะ” คุณนายสุพรรณีรู้สึกเสียดาย ยังไม่ทันได้ศึกษาอุปนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้เลย ก็ต้องส่งเธอให้กับเจ้าลูกชายสุดแสบเสียแล้ว ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนตอนที่กำลังจะส่งชิฌาเข้าเรือนหอเลยไม่ผิดเพี้ยนร่ำลากันเสร็จ พุฒิตารีบเดินทางกลับห้องพักพร้อมเจ้าหมูตุ๋น และห้องน้ำแมวอันใหม่ที่เพิ่งจะได้มา ทำการเก็บข้าวของลงกล่องและกระเป๋าเดินทางในแบบฉบับที่คิดว่าหยิบอะไรได้ก็ยัด ๆ ไปก่อนเมื่อแพ็กของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงหันไปจัดแจงเก็บของใช้ของเจ้าหมูตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ที่นอนแมว และของเล่นสารพัดอย่างที่กระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้องทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสิ้น เหลือบไปดูเวลาก็พบว่าขณะนี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มแล้วนี่เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า! ว่าแล้วก็คุ้ยหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กดน้ำร้อนใส่รอประมาณสามนาทีแล้วก็นั่งซดไปพลางเปิดแชตพิมพ์หากลุ่มเพื่อน ๆ ไปพลางToei: นอนแล้วยังสาว~Wann: ยางงงงงToei: ทำไรอะหวาน ดึกมว้ากWa
ชิฌาขับตามทางเข้าไปจอดภายในโรงจอดรถ จากนั้นหันมาแซวหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังนิดหน่อย“เป็นยังไง เห็นบ้านแล้วลมแทบจับเลยไหม”ใช่…ลมแทบจับ หวังว่าบ้านของคุณเชนอะไรนั่นจะไม่ใหญ่เท่านี้หรอกนะตอนที่ขับผ่านเพียงหน้าบ้านก็เล่นเอาเธอคิดสะระตะว่า ถ้าต้องทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียว มีหวังเธอคงตายคาที่แน่นอน“เดี๋ยวเราเข้าไปคุยรายละเอียดกันในบ้านดีกว่า” ชิฌาเสนอ เพราะทุกคนต่างนั่งรถเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ถึงระยะทางไม่ไกล แต่การจราจรที่ติดขัดเกินไปก็สร้างความเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสารได้เช่นกันเมื่อเข้าไปภายใน พุฒิตาวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นลงข้าง ๆ เพราะระยะทางระหว่างโรงจอดรถกับตัวบ้านก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ แบกมานาน ๆ เล่นเอากล้ามแขนแทบขึ้นเช่นกันจากนั้นเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าแล้วนำไปวางบนชั้นที่จัดไว้สำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน“แมวชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” คุณนายสุพรรณีถามขึ้น“หมูตุ๋นค่ะ”“มันไม่อึดอัดเหรออยู่แต่ในกรง ไหนจะต้องกินน้ำ ขับถ่ายอีก” จะว่าไปตัวมันก็ดูเนียนน่าสัมผัสพิกล“ไม่หรอกค่ะ มันชินแล้ว” เมื่อก่อนเธอเคยหิ้วมันไปด้วยทุกที่ แต่นั่นก็ค่อนข้างนานมาแล้วเหมือนกัน“ถ้าน้องไม่ข่วนข้าวของ ไม่เข้าห้อ
Toei: โอ๋ยยย เอาดี ๆ ชมอยู่LadyGecko: บอกแล้ว ฉันแม่น ฉันเก่ง ฉันสวย และรวยมว้ากToei: ไหนบอกมีหนี้เยอะLadyGecko: นังลูกจกตกอับ เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘รวยหนี้’ นั่นแหละแม่เลยLadyGecko เพิ่มคุณเป็นเพื่อนToei: ไหนบอกจะเพิ่มเพื่อนต้องเสียเงินไงLadyGecko: ยกให้เป็นกรณีพิเศษ ไว้ลับฝีปาก แต่ถ้าจะดูดวงจ่ายเงินนะบอกก่อนToei: ลับฝีปากอะไรก๊อน ลูกจกออกจะเรียบร้อยดุจผ้ายับที่พับไว้ แต่เดี๋ยวแชร์ให้ค่าLadyGecko: ดีมาก แล้วอย่าลืมไปตามหาญาติด้วยนะ เผื่อมีญาติเหลืออยู่Toei: ตอนนู้นเจ้าหน้าที่เหมือนเคยตาม แล้วบอกว่าประสานงานติดต่อไม่ได้LadyGecko: บางทีเขาอาจจะตกหล่น ถ้าไม่เขาตกหล่น ก็ฉันมั่ว แค่นั้น จะเสียหายอะไรToei: โอเคร ขอบคุณมัก ๆ แม่จก ไว้ลูกจกจะเอาธูปเทียนและพานดอกไม้ไปกราบไหว้LadyGecko: เปลี่ยนจากธูปเทียน พานดอกไม้ เป็นพวงมาลัยเงินทองแล้วกันนะToei: งก!LadyGecko: ยอมรับ ฉันไปก่อน ง่วงจะนอนหลังจากได้แชร์ความสุขกับใครสักคนแล้ว พุฒิตามุ่งตรงกลับไปยังหอพักของตัวเอง และเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างจริงจังสิ่งหนึ่งที่เธอกังวลมากคือ เจ้าหมูตุ๋นแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะติดที่ เธอเคยอ่านเจอ บ







