Mag-log inCard of the Day: Nine of Swords – เครียด กดดัน กังวล
สิ่งแรกที่พุฒิตาทำหลังจากตื่นนอนคือการจับไพ่ประจำวันหนึ่งใบผ่านไลน์แม่จกเจ้าประจำ และไพ่ที่ได้คือไพ่เก้าดาบ...
ภาพเด่นหราบนหน้าจอพร้อมคำพยากรณ์ในวันนี้ทำให้เธอหน้ามุ่ย
ใจคอจะออกแต่ไพ่ดาบเหรอไง เปิดมากี่ครั้งก็เจอแต่ดาบ...
และเช่นเดิม หญิงสาวโยนความคิดทุกอย่างทิ้งแล้วอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปทำงานเสริม
ทุกวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดจากงานประจำ พุฒิตาจะรับจ๊อบเพิ่ม ด้วยหน้าตาที่พอไปวัดไปวา กอปรกับหุ่นที่นำเสื้อผ้าสวย ๆ มาแขวนได้ ผู้จัดการดาราเพื่อนของเธอจึงชวนมาเป็นนางแบบอิสระให้กับห้องเสื้อแบรนด์ดังอย่าง SHISHA และ SHISHAx
เจ้าของแบรนด์คือสาวมั่นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทำให้แบรนด์มีความโดดเด่นในหมู่เซเลบไฮโซ ทั้งยังมีเสื้อผ้ารุ่นที่คนทั่วไปจับต้องได้ เหมาะกับคนที่อยากได้ชุดสวยหรูราคาประหยัด ดังนั้นแบรนด์นี้จึงฮิตติดตลาดเป็นที่ชื่นชอบของคนหมู่มาก
พุฒิตารับหน้าที่เป็นนางแบบของแบรนด์ SHISHA ในเสื้อผ้ารุ่นราคาจับต้องได้ เนื้อผ้าที่ทางเจ้าของแบรนด์เลือกใช้นั้นใกล้เคียงกับรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง SHISHAx เพียงแต่ลูกเล่นและดีไซน์จะต่างกันเล็กน้อย
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เธอต้องถ่ายแบบมาราธอนกับเสื้อผ้าคอลเล็กชันใหม่ร่วมสิบสองชุด คู่กับดาราสาวภายใต้สังกัดของเพื่อนเธอและเป็นนางแบบของแบรนด์ SHISHAx
สตูดิโอถ่ายแบบเป็นอาคารโมเดิร์นสามชั้นย่านใจกลางเมือง ตัวอาคารออกแบบอย่างคำนึงถึงการใช้งานแบบมัลติฟังก์ชัน เป็นทั้งออฟฟิศ สตูดิโอ และห้องเสื้อ รองรับลูกค้าได้มากมาย แบ่งสัดส่วนได้เป็นอย่างดี ด้านหลังของอาคารยังมีบ้านเดี่ยวหลังเล็กปลูกอยู่ เป็นที่พักอาศัยสำหรับพนักงานตัดเย็บ
การถ่ายแบบในวันนี้กินเวลาตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงสี่ทุ่ม พุฒิตาเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อเป็นงานที่ได้รับมอบหมาย เธอจึงตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด
“เดี๋ยวเดือนหน้าพี่จะออกคอลเล็กชันชุดหนังลาเท็กซ์ เตยสนใจมาเป็นแบบไหม” ชิฌาผู้เป็นเจ้าของแบรนด์เดินเข้ามาทักทายพุฒิตาที่กำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน
“ชุดแบบไหนเหรอคะพี่ มันจะโป๊มากไหม”
“มีหลายแบบ ที่ไม่ได้โชว์เนื้อหนังมากก็มี ยังไงเดี๋ยวถ้าพี่ได้ตัวอย่างมาแล้วค่อยเข้ามาดูชุดอีกทีนะ”
ชิฌาเป็นเจ้านายสาวที่ใจดีมาก ให้เกียรตินางแบบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนางแบบอิสระ ดารา หรือนางแบบประจำ เธอไม่เคยยัดเยียดหรือบังคับว่าต้องใส่ชุดใดชุดหนึ่งเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิ์เลือกได้ว่าอยากจะใส่ชุดที่เธอจัดเตรียมมาหรือไม่ เพราะเธอถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้รู้ว่า ชุดที่เธอออกแบบมานั้นมีคนต้องการใส่มันจริง ๆ หรือเปล่า
“ได้ค่ะพี่”
“แล้วนี่จะกลับเลยเหรอ ไปกินบุฟเฟต์ด้วยกันก่อนไหม” เพราะวันนี้ทุกคนโหมงานกันอย่างหนัก ชิฌาจึงอยากตอบแทนด้วยการพาไปเลี้ยงบุฟเฟต์
“วันนี้ยังดีกว่าค่ะ พอดีต้องกลับไปดูตุ๋นตุ๋นค่ะ”
“อ๋อ เซเลบตัวนั้นนี่เอง ว่าง ๆ พามาให้เล่นบ้างนะ”
“หูย กลัวแต่มันจะมาฝนเล็บกับชุดของพี่น่ะสิคะ หนูได้ชดใช้อานเลย”
หญิงสาวทั้งสองหัวเราะ
ทั้งคู่สนทนากันอีกเล็กน้อยแล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป พุฒิตารีบเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันทันทีที่มีโอกาส ก่อนออกไปรอที่หน้าห้องเสื้อ
เพียงไม่นาน รถโดยสารก็มาจอดตรงหน้า เธอก้าวขึ้นรถทันทีด้วยความอยากกลับห้องไปเจอเจ้าแมวสุดที่รัก ต้องมานั่งเบื่ออยู่ในห้องสี่เหลี่ยมตัวเดียวทั้งวัน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
...
“ตุ๋นตุ๋น~ มี้กลับมาล้าววว” เปิดประตูห้องพักเข้ามา สิ่งแรกที่ทำคือเรียกหาเจ้าแมวน้อยทันที
ปล่อยให้แมวอยู่ตัวเดียวทุกวี่วัน มีหน้ามาทำเสียงออดอ้อนอีก แมวไม่หลงกลหรอกนะ!
แมวไร้ขนคิดพลางเมินเฉยกับเสียงเรียกของทาส
“โอ๋ ๆ มากินขนมนี่เร็ว” เมื่อได้ยินว่าขนม เจ้าหมูตุ๋นก็กระโดดลงจากตู้อย่างระริกระรี้ เข้ามาคลอเคลียที่ขาของเธอทันที
“แง้ว~”
“คิดถึงมี้ใช่ไหม” ระหว่างพูดก็ฉีกซองขนม แล้วยื่นให้มันเลียจนหนำใจ
“แง้ว~” ไม่เลยสักนิด!
ฟัดแมวโดยเอาขนมล่อจนสมใจแล้ว เธอก็จัดการเติมอาหาร ทำความสะอาดกระบะทรายให้มัน ต่อมาค่อยจัดแจงหามื้อดึกให้ตัวเอง
ระหว่างที่กำลังนั่งซดซุปบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในชาม คำชวนของชิฌาก็ลอยแว่วอยู่ในความทรงจำของเธออีกครั้ง
บุฟเฟต์!
จากที่ลืมมันไปแล้ว ตอนนี้มันกลับมาหลอกหลอนเธออีก
“ตุ๋นตุ๋น มี้มีลางสังหรณ์แปลก ๆ” เธอหันไปมองเจ้าหมูตุ๋นที่กำลังเลียเท้าตัวเองอย่างเมามัน
“แง้ว” เจ้าหมูตุ๋นส่งเสียงตอบรับมาหนึ่งครั้ง จากนั้นก็ไม่สนใจทาสสาวของตนอีก เอาแต่เลียเนื้อตัวที่เหี้ยนเตียนของตน โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าถ้าทาสสาวของตัวเองมีปัญหา ตัวมันก็จะพลอยโดนหางเลขไปด้วย
“สนใจกันบ้างซี ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมามี้จะทำยังไง ฮือ...” เธอเอาแต่คิดจมจ่อมอยู่กับเรื่องหอยนางรมเจ้าปัญหา คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์หากลุ่มเพื่อนรัก
ห้องแชต: สี่แซ่บโบ๊ะบ๊ะ
Toei: พวกแก...ทำไรกันอยู่
Fairy Fah: อยู่กับแบมแบม
BamBam: อยู่กับอิฟ้า
BamBam: แล้วแกล่ะ
Toei: อยู่กับตุ๋นตุ๋น
Toei: ลำยอง!
Fairy Fah: แมวเถื่อน!
Toei: นี่อย่ามามู่ลี่แมวฉันนะ
BamBam: ลำยง ลำยองอีกแล้ว ชาวบ้านเขามีแต่ลำไย!
Fairy Fah: ก็กิมมิกของมันอะ ทักมามีอะไรนะ
Toei: ฉันอยากล้องไห้
BamBam: เพนอาราย
Toei: ฉันกลัวลูกค้าขรี้แตก
Fairy Fah: หือ วอตแฮปเพ่น
Toei: เชฟกิ่งอ่า พักนี้ผีเข้าหรือไงก็ไม่รู้ ให้ฉันเอาหอยนางรมใกล้เน่าให้ลูกค้ากิน
Fairy Fah: ห๊า!
Toei: เฮล์ปหมี๋
BamBam: แตกแน่มึง!
Fairy Fah: นังแบม แกจะไปพูดให้มันประสาทแดกทำไม
BamBam: อะล้อเล่น แกทำไรไม่ได้หรอกนอกจากสวดมนต์ วิงวอนให้เจ้ากรรมนายเวรละเว้นแก ขนาดหอยธรรมดายังแตก นี่หอยเน่า...บอกเลยว่าไม่รอด!
Fairy Fah: นังแบม แกก็เวอร์ไป นมบูดฉันก็ยังเคยกินมาแล้วไม่เห็นมีปัญหา
BamBam: อะโห ช่างกล้า แม่กระเพาะเหล็กทองแดง สายแข็งสินะ...ขรี้แข็ง
Toei: พวกแก...เลิกย้ำซะทีเรื่องขรี้ ๆ เนี่ย ฮือ
Fairy Fah: อะๆๆ ไม่น่ามีไรหรอกแก ทำใจให้สบาย ๆ แล้วไปนอนกอดแมวเถื่อนนั่นไป
BamBam: จริง ฝากจุ๊บ ตุ๋นตุ๋นไข่ใหญ่ด้วยนะ คิดถึงว่ะ
Toei: แต่ฉันสังหรณ์แปลก ๆ ว่ะ
BamBam: โอ๊ย แกผู้ไม่เคยแทงหวยถูกสักงวด ครั้งนี้คงไม่แจ็กพอตหรอก เชื่อสิ...
Toei: จุก!
Fairy Fah: จริง!
BamBam: กินวีต้า สวดมนต์ แล้วไปนอนซะ
Fairy Fah: เรื่องยังไม่เกิดอย่าเพิ่งประสาทแดกค่ะเพื่อน
Toei: เคเค
Wann: ฉันเพิ่งอ่านสือเสร็จ
BamBam: โห นังเค็ม ลำยอง! เขาแยกย้ายกันหมดแล้ว แกเพิ่งมีอินเทอร์เน็ตเหรอไง
Wann: ฉันชื่อหวาน และฉันปิดเสียงเลยไม่รู้ย่ะ
Wann: ใครขี้แตกเหรอ
BamBam: อ่านเอา ขี้เกียจอธิบาน
BamBam: บาย*
Wann: เคเค บาย
BamBam: กูเพลียยย
Wann: เพลียก็ไปนอนค่ะ ลำยองค่ะเพื่อน (ขอยาดยืมคำนังเตยมาใช้)
Wann: หอยนางรม
Wann: บอกเลยขี้แตกแน่นอน
Wann: โอเค ฉันไปนอนแล้วนะ แกอย่าคิดมากนะเตย
BamBam: เออดี นังหวาน พูดเองคนเดียวก็ได้ด้วยเว้ย ลำยอง!!!
ไม่น่าทักไปเลย บ้าบอจริงเชียว ยัยพวกนี้ไม่ได้ช่วยไรเลย แต่เอาวะ อย่างน้อยก็ได้ระบาย
ค่ำคืนนั้นผ่านพ้นไปพร้อมกับการกกกอดความเชื่อว่าเธอคงไม่แจ็กพอตแตกคราวนี้หรอก...
“คือว่าพอดีทางนี้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ”“อ๋อ โดยปกติต้องโทรแจ้งป้อมยามส่วนใน ก็คือป้อมยามตรงทางเข้ามาที่นี่นะคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะจัดการต่อเองค่ะ” เธออธิบายพลางชี้ขอที่สมุดมาเปิดหน้ารายชื่อเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกาเครื่องหมายดอกจันไว้ให้พุฒิตา เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้มองเห็นง่าย“เรียบร้อยนะคะ มีอย่างอื่นเพิ่มเติมไหมคะ” เจ้าหน้าที่นิติฯ หมู่บ้านถาม“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” พุฒิตาสวมรอยยิ้มประดับบนหน้า พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวคงได้โทรถามจนเบื่อกันไปข้างเลยละค่ะ แค่เห็นจำนวนกุญแจกับปุ่มรีโมตเมื่อกี้ก็ท้อแล้ว“หากมีอะไรเพิ่มเติมก็โทรสอบถามนิติฯ ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่ประจำการคอยให้ความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ” เจ้าหน้าที่นิติบุคคลย้ำถึงความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกครั้ง ไว้ต่อไปเวลาคุยเล่นหยุมหัวกับเพื่อน ๆ เปลี่ยน มาเป็นนัดตบกันหลัง ‘นิติฯ หมู่บ้าน’ ปิดก็เก๋ไม่หยอก...“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พุฒิตายกมือไหว้ลานิติฯ ตามประสาสาวมารยาทงาม ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับพวงกุญแจในมือ ทำไมมันเยอะเบอร์นี้ดู
ปึง! กิ่งกาญจน์ตบโต๊ะด้วยความโมโห“จะไปไหนก็ไป อย่าโผล่หัวกลับมาที่นี่อีกก็แล้วกัน” พร้อมผลักกระเป๋าหญิงสาวออกจากตัว จากนั้นโบกมือไล่ส่ง ๆ พุฒิตาก็ไม่รอช้า คว้ากระเป๋าข้าวของก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพักพนักงานครัวทันที“พี่เตยคะ” เสียงเรียกอันคุ้นเคยของอดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพักมาหันไปหาต้นเสียง“มีอะไรเหรอเฟยเฟย” พุฒิตาเอ่ยถามหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ในมือเฟยเฟยมีซองสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง“เมื่อวานนี้มีเอกสารฝากถึงพี่เตยค่ะ เฟยเฟยส่งข้อความบอกพี่แล้วแต่ยังไม่เห็นพี่อ่านค่ะ” เฟยเฟยกล่าวพร้อมยื่นซองนั้นให้เธอด้วยสองมือพุฒิตาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นแถบแจ้งเตือนข้อความที่เฟยเฟยส่งมาแวบหนึ่งจึงรู้ว่ามีเอกสาร แค่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะเมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมไปนั่นเอง ว่าแต่เอกสารอะไรกันหนาเป็นปึก จำได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปลงสมัครอะไรไว้ที่ไหนนี่ แล้วใครส่งมากันนะหญิงสาวคิดพลางพลิกดูชื่อผู้ส่ง‘สำนักงานกฎหมายราเชนทร์แอนด์พาร์ตเนอร์’...ชื่อคุ้นมาก แต่ยังไม่ทันนึกอะไรเพิ่มเติม พุฒิตาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคล้ายมีอะไรอยากจะพู
“ลูกค้าครับ ไม่เอาแมวไปเหรอครับ” พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย“ฉิบหาย! ลืมแมว...รอแป๊บนะคะ” พุฒิตาปลดเข็มขัดก่อนเปิดประตูกระโดดลงจากรถไปอย่างไว ทิ้งให้พนักงานเกาหัวแกรก ๆพุฒิตาซอยเท้าขึ้นบันได พุ่งไปอดีตห้องพักของตนเร็วจี๋เพื่อพบว่า เธอวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นไว้ข้างห้องนั้นเอง เจ้าแมวนมชมพูโวยวายแง้ว ๆ ใส่เธอด้วยความไม่พอใจ หากพูดภาษามนุษย์ได้มันคงบ่นว่ายัยทาสใจร้ายทำไมถึงลืมแมวน่ารักอย่างมันได้ลงคอ“โอ๋ ๆ เมื่อกี้มี้แค่ลงไปเช็กของ ไม่ได้ลืมตุ๋นตุ๋นจริง ๆ น้า” หญิงสาวพยายามง้อเจ้านายตนด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม เจ้าหมูตุ๋นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเธอพูด พุฒิตายิ้มกริ่มปนโล่งอกที่ง้อแมวง่ายดายเสียนี่กระไร ก่อนพบสายตาจ้องเป๋งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หึ ยัยตอแหล เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงส่งยิ้มเจื่อนพร้อมทำตาปิ๊ง ๆ ออดอ้อนใส่อีกครา เจ้าแมวส่งเสียงพ่นลมฉุนเฉียวก่อนทิ้งตัวลงกับเบาะในตะกร้า ปล่อยให้ยัยทาสจอมเฟอะฟะหิ้วตนขึ้นรถแต่โดยดี“เรียบร้อยนะครับ” พนักงานคนเดิมถามจากฝั่งที่นั่งคนขับ ก่อนมองเจ้าก้อนกลมสีชมพูในตะกร้า พุฒิตาส่งยิ้มพยักหน้าให้“ค่ะพี่ ออกรถได
“ถ้าอย่างนั้นเตยขอลากลับก่อนจะได้ไหมคะ กลัวจะจัดของไม่ทันค่ะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ต้องรีบลากลับบ้านเสียแล้ว“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้หรือวันหลังแม่แวะไปหาที่บ้านเจ้าเชนแล้วกันนะ” คุณนายสุพรรณีรู้สึกเสียดาย ยังไม่ทันได้ศึกษาอุปนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้เลย ก็ต้องส่งเธอให้กับเจ้าลูกชายสุดแสบเสียแล้ว ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนตอนที่กำลังจะส่งชิฌาเข้าเรือนหอเลยไม่ผิดเพี้ยนร่ำลากันเสร็จ พุฒิตารีบเดินทางกลับห้องพักพร้อมเจ้าหมูตุ๋น และห้องน้ำแมวอันใหม่ที่เพิ่งจะได้มา ทำการเก็บข้าวของลงกล่องและกระเป๋าเดินทางในแบบฉบับที่คิดว่าหยิบอะไรได้ก็ยัด ๆ ไปก่อนเมื่อแพ็กของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงหันไปจัดแจงเก็บของใช้ของเจ้าหมูตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ที่นอนแมว และของเล่นสารพัดอย่างที่กระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้องทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสิ้น เหลือบไปดูเวลาก็พบว่าขณะนี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มแล้วนี่เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า! ว่าแล้วก็คุ้ยหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กดน้ำร้อนใส่รอประมาณสามนาทีแล้วก็นั่งซดไปพลางเปิดแชตพิมพ์หากลุ่มเพื่อน ๆ ไปพลางToei: นอนแล้วยังสาว~Wann: ยางงงงงToei: ทำไรอะหวาน ดึกมว้ากWa
ชิฌาขับตามทางเข้าไปจอดภายในโรงจอดรถ จากนั้นหันมาแซวหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังนิดหน่อย“เป็นยังไง เห็นบ้านแล้วลมแทบจับเลยไหม”ใช่…ลมแทบจับ หวังว่าบ้านของคุณเชนอะไรนั่นจะไม่ใหญ่เท่านี้หรอกนะตอนที่ขับผ่านเพียงหน้าบ้านก็เล่นเอาเธอคิดสะระตะว่า ถ้าต้องทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียว มีหวังเธอคงตายคาที่แน่นอน“เดี๋ยวเราเข้าไปคุยรายละเอียดกันในบ้านดีกว่า” ชิฌาเสนอ เพราะทุกคนต่างนั่งรถเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ถึงระยะทางไม่ไกล แต่การจราจรที่ติดขัดเกินไปก็สร้างความเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสารได้เช่นกันเมื่อเข้าไปภายใน พุฒิตาวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นลงข้าง ๆ เพราะระยะทางระหว่างโรงจอดรถกับตัวบ้านก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ แบกมานาน ๆ เล่นเอากล้ามแขนแทบขึ้นเช่นกันจากนั้นเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าแล้วนำไปวางบนชั้นที่จัดไว้สำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน“แมวชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” คุณนายสุพรรณีถามขึ้น“หมูตุ๋นค่ะ”“มันไม่อึดอัดเหรออยู่แต่ในกรง ไหนจะต้องกินน้ำ ขับถ่ายอีก” จะว่าไปตัวมันก็ดูเนียนน่าสัมผัสพิกล“ไม่หรอกค่ะ มันชินแล้ว” เมื่อก่อนเธอเคยหิ้วมันไปด้วยทุกที่ แต่นั่นก็ค่อนข้างนานมาแล้วเหมือนกัน“ถ้าน้องไม่ข่วนข้าวของ ไม่เข้าห้อ
Toei: โอ๋ยยย เอาดี ๆ ชมอยู่LadyGecko: บอกแล้ว ฉันแม่น ฉันเก่ง ฉันสวย และรวยมว้ากToei: ไหนบอกมีหนี้เยอะLadyGecko: นังลูกจกตกอับ เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘รวยหนี้’ นั่นแหละแม่เลยLadyGecko เพิ่มคุณเป็นเพื่อนToei: ไหนบอกจะเพิ่มเพื่อนต้องเสียเงินไงLadyGecko: ยกให้เป็นกรณีพิเศษ ไว้ลับฝีปาก แต่ถ้าจะดูดวงจ่ายเงินนะบอกก่อนToei: ลับฝีปากอะไรก๊อน ลูกจกออกจะเรียบร้อยดุจผ้ายับที่พับไว้ แต่เดี๋ยวแชร์ให้ค่าLadyGecko: ดีมาก แล้วอย่าลืมไปตามหาญาติด้วยนะ เผื่อมีญาติเหลืออยู่Toei: ตอนนู้นเจ้าหน้าที่เหมือนเคยตาม แล้วบอกว่าประสานงานติดต่อไม่ได้LadyGecko: บางทีเขาอาจจะตกหล่น ถ้าไม่เขาตกหล่น ก็ฉันมั่ว แค่นั้น จะเสียหายอะไรToei: โอเคร ขอบคุณมัก ๆ แม่จก ไว้ลูกจกจะเอาธูปเทียนและพานดอกไม้ไปกราบไหว้LadyGecko: เปลี่ยนจากธูปเทียน พานดอกไม้ เป็นพวงมาลัยเงินทองแล้วกันนะToei: งก!LadyGecko: ยอมรับ ฉันไปก่อน ง่วงจะนอนหลังจากได้แชร์ความสุขกับใครสักคนแล้ว พุฒิตามุ่งตรงกลับไปยังหอพักของตัวเอง และเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างจริงจังสิ่งหนึ่งที่เธอกังวลมากคือ เจ้าหมูตุ๋นแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะติดที่ เธอเคยอ่านเจอ บ







