Share

บริการที่จริงใจ

last update publish date: 2026-09-08 15:56:48

หลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่พักใหญ่ แก้วใจก็เงยหน้าขึ้น “คุณลูกค้าเดินออกจากห้อง ลงมาทานอาหาร แล้วไปนั่งคุยโทรศัพท์ที่สวน...” เขาหยุดคิดครู่หนึ่ง “ต่างหูน่าจะหล่นระหว่างทาง หรือไม่ก็ที่สวน”

แก้วใจหันไปหาพนักงานรักษาความปลอดภัย “ไม่มีใครเข้าไปในสวนนะครับ ถ้าต่างหูหล่นอยู่จริง คนยิ่งเดินเข้าไปมาก โอกาสที่จะเหยียบหรือทำให้ต่างหูจมหายก็ยิ่งมีมาก ผมจะเข้าไปหาเอง”

“แต่คุณแก้วครับ เดี๋ยวพวกผม...”

แก้วใจส่ายหน้า “ทุกคนช่วยกันปิดพื้นที่ก็พอครับ อย่าให้มีใครเดินเข้ามา”

พูดจบ เขาก็เดินตรงเข้าไปยังสวนเพียงลำพัง เขาค่อย ๆ ก้มมองพื้นตามแนวทางเดิน สังเกตทุกซอกทุกมุม แม้แต่ร่องหิน ริมสนามหญ้า และโคนต้นไม้ก็ไม่เว้น ไม่นานนัก เม็ดฝนเม็ดแรกก็เริ่มตกลงมา จากฝนปรอย ๆ กลายเป็นฝนที่ตกหนักในเวลาไม่นาน เสื้อเชิ้ตของแก้วใจเปียกแนบลำตัว เส้นผมเปียกลู่จนหยดน้ำไหลอาบใบหน้า แต่เขาไม่แม้แต่จะหยุด

เขาคุกเข่าลงเปิดฝาท่อระบายน้ำทีละจุด ใช้ไฟฉายส่องลงไปอย่างละเอียด ก่อนปิดกลับตามเดิม จากนั้นจึงเดินค้นหาต่อ บนระเบียงของโรงแรม ลูกค้าหญิงยืนมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง เธอไม่คิดว่าเจ้าของโรงแรมจะยอมลงมาเปียกฝนด้วยตัวเอง และยิ่งไม่คิดว่า...เขาจะไม่ยอมให้พนักงานคนอื่นลงมาเปียกฝนแทน

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง แก้วใจหยุดอยู่หน้าพุ่มดอกไม้ริมทางเดิน แสงจากไฟฉายสะท้อนประกายบางอย่างอยู่ใต้ใบไม้ เขาค่อย ๆ ใช้มือแหวกกิ่งไม้ออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก “เจอแล้ว...”

ต่างหูเพชรเม็ดเล็กยังคงวางอยู่ใต้พุ่มไม้ เพราะถูกใบไม้ปกคลุมไว้จนไม่มีใครสังเกตเห็น แก้วใจหยิบมันขึ้นมา เช็ดหยดน้ำฝนเบา ๆ ก่อนรีบเดินกลับเข้าอาคาร เมื่อมาถึงล็อบบี้ เขายื่นต่างหูให้ลูกค้าทั้งที่เสื้อผ้ายังเปียกโชก “รบกวนตรวจสอบดูนะครับ ว่าใช่ของคุณหรือเปล่า”

หญิงสาวรับต่างหูไปดู ก่อนเบิกตากว้าง “ใช่...ใช่ของฉันจริง ๆ” เธอเงยหน้ามองแก้วใจอย่างรู้สึกผิด “ฉัน...ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่รีบด่วนสรุปว่าเป็นความผิดของโรงแรม”

แก้วใจยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไรครับ ถ้าผมเป็นคุณ ผมก็คงกังวลเหมือนกัน”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้หญิงสาวยิ้มออกมา เธอยกโทรศัพท์ขึ้น ถ่ายภาพแก้วใจในสภาพที่เปียกฝนทั้งตัว พร้อมภาพต่างหูที่หาเจอ ไม่นาน ภาพนั้นก็ถูกเผยแพร่ลงบนเพจส่วนตัว พร้อมข้อความว่า "วันนี้ฉันทำต่างหูเพชรหายที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตอนแรกคิดว่าคงไม่ได้คืนแล้ว แต่เจ้าของโรงแรมกลับลงไปเดินหาด้วยตัวเอง ท่ามกลางสายฝน ไม่ยอมให้พนักงานลงไปลำบากแทน สุดท้ายก็หาจนเจอ โรงแรมนี้ไม่ได้มีดีแค่ความหรูหรา แต่มีผู้บริหารที่รับผิดชอบและใส่ใจลูกค้าอย่างแท้จริง ฉันประทับใจมาก และจะกลับมาพักที่นี่อีกแน่นอน"

ภายในเวลาไม่นาน เรื่องราวดังกล่าวก็ถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง จนกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ทำให้หลายคนรู้ว่า โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้ขายเพียงความหรูหรา แต่ขายความรับผิดชอบ ความจริงใจ และการดูแลลูกค้าด้วยหัวใจของผู้บริหารเอง

ห้องทำงานของแก้วใจ เสียงประตูห้องเปิดออก หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟารีบเงยหน้าขึ้น ก่อนจะลุกพรวดเมื่อเห็นสภาพของแก้วใจ เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกแนบลำตัว เส้นผมเปียกลู่ หยดน้ำไหลลงมาตามใบหน้าและปลายแขน

“แก้ว!” หมอกรีบเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ “ทำไมเปียกแบบนี้ ไปทำอะไรมา”

แก้วใจยิ้มบาง ๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ “ผมไปหาของให้ลูกค้ามาครับ แต่หาเจอแล้วนะครับ ลูกค้าไม่ติดใจอะไรแล้ว โรงแรมก็ไม่เสียหาย ไม่ต้องห่วงนะครับ”

หมอกขมวดคิ้วทันที “ใครบอกว่าพี่ห่วงโรงแรม” เขาเอื้อมมือแตะแขนแก้วใจที่เย็นเฉียบ “พี่ห่วงแก้วต่างหาก”

คำพูดนั้นทำให้แก้วใจนิ่งไปครู่หนึ่ง “ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้”

“ผมแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าก็พอครับ อีกเดี๋ยวต้องลงไปประชุม”

หมอกส่ายหน้าทันที “ช่างประชุมก่อน”

“แต่...”

“เอาตัวเองก่อน” น้ำเสียงของหมอกอ่อนโยน แต่หนักแน่นจนแก้วใจเถียงไม่ออก “ฝนตกหนักขนาดนั้น เดี๋ยวก็ไม่สบาย”

แก้วใจยิ้มแหย่ ๆ “งั้น...ผมกินยาได้ไหมครับ แล้วลงไปประชุมต่อ”

หมอกถอนหายใจเบา ๆ “ไม่ได้” เขาจับหน้าผากแก้วใจ ก่อนใช้หลังมือแตะที่ลำคอ “ตัวเริ่มเย็นแล้ว รีบไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้แห้ง แล้วพี่จะชงน้ำอุ่นให้”

แก้วใจมองหมอกแล้วอดยิ้มไม่ได้ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน... ผู้ชายคนนี้ก็ยังเป็นหมอเหมือนเดิม ถึงบางครั้งจะเผลอลืมเรื่องราวหลายอย่าง แต่เมื่อเห็นคนที่ตัวเองรักกำลังจะป่วย สัญชาตญาณของหมอกก็กลับมาทำงานโดยอัตโนมัติ

“ครับ...คุณหมอ” แก้วใจยอมตอบอย่างว่าง่าย ทำเอาหมอกหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

“รู้แบบนี้ก็ดี รีบไป เดี๋ยวพี่รออยู่ตรงนี้”

แก้วใจพยักหน้ารับ ก่อนเดินเข้าห้องพักด้านใน แต่ก่อนจะปิดประตู เขาหันกลับมามองหมอกอีกครั้ง รอยยิ้มอบอุ่นของคนตรงหน้า ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการตรวจงานทั้งวัน เหมือนจะเบาบางลงในพริบตา

ภายในห้องประชุม อากาศจากเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบจนหลายคนรู้สึกหนาว แก้วใจนั่งหัวโต๊ะ เปิดแฟ้มรายงานตรงหน้า สีหน้าของเขายังคงเรียบนิ่ง แม้ใบหน้าจะเริ่มซีดลงเล็กน้อยหลังจากเปียกฝนมาทั้งตัว เขาพยายามเก็บอาการไว้ ไม่ให้ใครสังเกตเห็น แต่มีเพียงคนเดียวที่ดูออก — หมอก...

หมอกนั่งอยู่มุมห้องประชุมในฐานะลูกชายของเจ้าของโรงแรม และสามีของผู้บริหารคนปัจจุบัน สายตาของเขาแทบไม่ละไปจากแก้วใจเลย เขาสังเกตเห็นแม้กระทั่งริมฝีปากที่เริ่มซีด และอาการไอเบา ๆ ที่แก้วใจพยายามกลั้นไว้ ส่วนพนักงานในห้องประชุมต่างนั่งตัวตรง ไม่มีใครกล้าพูดคุย มีเพียงพนักงานสาวบางคนที่อดแอบมองหมอกไม่ได้ เพราะชายหนุ่มมีใบหน้าหล่อเหลาและบุคลิกอบอุ่นจนสะดุดตา

แก้วใจปิดแฟ้มลง ก่อนเริ่มการประชุม “วันนี้ ผมไม่ได้เรียกทุกคนมาเพื่อตำหนิ แต่เรียกมาเพื่อยกระดับมาตรฐานของโรงแรม” ทุกคนตั้งใจฟังทันที

“เรื่องแรก เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่ชำรุด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือโซฟา ให้สำรวจทั้งหมดภายในสามวัน ชิ้นไหนซ่อมได้ให้ซ่อม ชิ้นไหนไม่คุ้มค่าการซ่อม ให้เปลี่ยนใหม่ทันที” ฝ่ายจัดซื้อรีบจดบันทึก

“เรื่องต่อไป...แม่บ้าน ตั้งแต่วันนี้ ปรับตารางการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางเป็นยี่สิบสี่ชั่วโมง”

หัวหน้าแม่บ้านยกมือขึ้น “ถ้ากำลังคนไม่พอล่ะคะ คุณแก้ว”

“รับเพิ่มครับ” คำตอบสั้น ๆ ทำให้ทั้งห้องเงียบ “ผมอนุมัติอัตรากำลังเพิ่ม โรงแรมระดับนี้ ไม่ควรให้พนักงานทำงานเกินกำลังจนคุณภาพตก”

แก้วใจพลิกหน้ารายงานอีกแผ่น “ห้องซักรีด ภายในสัปดาห์นี้ ให้ฝ่ายวิศวกรรมเพิ่มแสงสว่างตลอดทางเดิน ปรับปรุงระบบระบายอากาศ แก้ปัญหาความชื้น และติดตั้งระบบดูดอากาศเพิ่มเติม ผมไม่ต้องการได้กลิ่นอับอีก”

“รับทราบครับ”

“ผ้าปูเตียง ผ้าเช็ดตัว และชุดคลุมอาบน้ำที่เสื่อมสภาพ ให้ทยอยเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ส่วนชุดยูนิฟอร์มพนักงาน ผมจะอนุมัติงบประมาณตัดชุดใหม่ให้ทุกคน” พนักงานหลายคนมองหน้ากันอย่างแปลกใจ

“ตั้งแต่วันนี้ พนักงานห้องซักรีดจะเป็นผู้รับผิดชอบซัก รีด และจัดเก็บชุดยูนิฟอร์มทั้งหมด พนักงานไม่ต้องซักชุดทำงานจากที่บ้านอีก ทุกคนเปลี่ยนชุดเมื่อมาถึงโรงแรม และเปลี่ยนกลับก่อนกลับบ้าน วิธีนี้จะช่วยรักษาความสะอาด ลดปัญหาชุดเปียกหรือชุดมีกลิ่น และทำให้ภาพลักษณ์ของโรงแรมเป็นมาตรฐานเดียวกัน” หัวหน้าฝ่ายบุคคลรีบจดทุกคำ

แก้วใจเปิดหน้ารายงานสุดท้าย “ฝ่ายครัว เปลี่ยนระบบดูดควันตามที่ผมสั่ง ตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใกล้หมดอายุการใช้งาน ส่วนวัตถุดิบ... ลดการสต็อกอาหารแช่แข็งให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โรงแรมของเรา จะขายอาหารที่สด ไม่ใช่อาหารที่เก็บไว้จนหมดคุณภาพ”

สิ้นคำพูดนั้น ห้องประชุมก็เงียบสนิท ทุกคนรับรู้ตรงกันว่า... ผู้บริหารหนุ่มคนนี้ไม่ได้เพียงเข้ามาเปลี่ยนระบบการทำงาน แต่กำลังยกระดับมาตรฐานของโรงแรมทั้งแห่ง

ขณะเดียวกัน หมอกที่นั่งเงียบมาตลอด กลับขมวดคิ้วน้อย ๆ เขาสังเกตเห็นปลายนิ้วของแก้วใจเริ่มสั่นจากความหนาว แต่เจ้าตัวยังคงนั่งประชุมต่อราวกับไม่รู้สึกอะไรเลย...

การประชุมจบลงเพียงเท่านี้ หมอกลุกขึ้นเอาเสื้อสูทคลุมให้แก้วใจกลางที่ประชุม ทำให้แก้วใจยิ้มให้หมอกเล็กน้อย แต่ก็เก็บอาการเอาไว้

หลังการประชุมสิ้นสุดลง หัวหน้าทุกแผนกต่างแยกย้ายกลับไปดำเนินการตามคำสั่ง แก้วใจเก็บแฟ้มเอกสารเข้าที่ ก่อนหันมาหาหมอกที่นั่งรออยู่ข้าง ๆ หมอกลุกขึ้นเดินมาหา พร้อมมองใบหน้าที่เริ่มอิดโรยของคนตรงหน้า

“กลับบ้านเลยไหมครับ...แก้ว”

แก้วใจย่นจมูกเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า “แต่เรายังไม่ได้ไปซื้อของเลยนะครับ ดึกแล้วนะ”

หมอกยกมือลูบผมแก้วใจเบา ๆ “ไว้ไปวันอื่นก็ได้”

แก้วใจเม้มปาก ก่อนขยับเข้าไปใกล้หมอกอีกนิด “น้า...” น้ำเสียงออดอ้อนจนหมอกเริ่มยิ้ม “แก้วอยากไปซื้อของกับพี่หมอกนี่ครับ”

หมอกเลิกคิ้ว “อยากไปเหรอ”

“ครับ งั้น...อ้อนพี่ก่อน”

แก้วใจหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือจับแขนหมอกไว้หลวม ๆ “พี่หมอกครับ... ไปซื้อของกับแก้วหน่อยนะครับ นะครับ...”

หมอกมองใบหน้าที่กำลังอ้อนอย่างเต็มที่ ก่อนหลุดหัวเราะออกมา “หึ...ก็ได้ ถ้าจะอ้อนกันขนาดนี้”

ดวงตาของแก้วใจเป็นประกายทันที “ขอบคุณครับ”

โดยที่ทั้งคู่ไม่ทันสังเกต... พนักงานสาวหลายคนที่กำลังเดินผ่านหน้าห้องประชุม ต่างหยุดชะงักเมื่อได้ยินบทสนทนา

“กรี๊ด! เมื่อกี้คุณแก้วอ้อนคุณหมอใช่ไหม น่ารักมากเลย!”

“ตอนทำงานเคร่งขรึมขนาดนั้น พออยู่กับสามีกลับขี้อ้อนขนาดนี้เลยเหรอ”

ทุกคนรีบยกมือปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะ ก่อนแอบมองผ่านกระจกหน้าห้องประชุม แก้วใจเดินออกมาคู่กับหมอก หมอกเอื้อมมือไปจับมือแก้วใจไว้แน่นอย่างเป็นธรรมชาติ แก้วใจหันมายิ้มให้ ก่อนกระชับมือของหมอกตอบ

ระหว่างที่ทั้งคู่เดินผ่านล็อบบี้ พนักงานทุกคนต่างหยุดงานชั่วครู่ แล้วก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อกล่าวลา “สวัสดีครับ คุณแก้ว สวัสดีครับ คุณหมอ”

แก้วใจพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม “เลิกงานแล้วก็กลับบ้านกันดี ๆ นะครับ พักผ่อนให้เพียงพอ”

สิ้นเสียงผู้บริหารหนุ่ม พนักงานหลายคนอดยิ้มตามไม่ได้ เพราะภาพของแก้วใจที่เคร่งครัดและจริงจังตลอดทั้งวัน ได้เปลี่ยนกลับมาเป็นผู้ชายที่ยิ้มง่าย อ่อนโยน และเดินจับมือสามีออกจากโรงแรมอย่างอบอุ่น จนหลายคนอดอมยิ้มกับภาพตรงหน้าไม่ได้

กลุ่ม: FC คุณแก้ว ✨

"ทุกคน!! เมื่อกี้ฉันเห็นคุณแก้วอ้อนคุณหมอ!"

"จริงเหรอ!!"

"จริง! เสียงหวานมากกกก"

"ห้ามบอกใครนะ เดี๋ยวโบนัสหาย 😂"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   พี่ฟังก่อนพี่

    น่านฟ้า โอเมก้าหนุ่มผิวขาว สูงราว 175 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดธรรมดาราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม แม้การแต่งกายจะเรียบง่าย แต่รอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากลับสะกดทุกสายตาเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วผับเล็ก ๆ แถบชานเมือง น่านฟ้ายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้ลูกค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มนักท่องราตรีที่ต่างพากันยกแก้วส่งกำลังใจให้ที่แห่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของนักร้องอิสระอย่างเขา หลังจากต้นกล้า เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แนะนำให้มาร้องเพลงประจำที่ผับแห่งนี้ รายได้ดีกว่างานเก่าหลายเท่า แถมยังมีงานนอกให้รับโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหางานเอง02.00 น.เสียงเพลงสุดท้ายจบลง พร้อมกับเวลาปิดร้าน น่านฟ้าเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า หวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยไล่ความมึนจากแอลกอฮอล์ที่ลูกค้าชนแก้วกับเขาบนเวทีตลอดทั้งคืนเมื่อออกมา ต้นกล้าและแก้วใจก็ยืนรออยู่หน้าร้านทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต้นกล้าเป็นโอเมก้าหน้าหวาน ส่วนแก้วใจเป็นเบต้าหนุ่มอารมณ์ดี แม้จะชอบแซวเพื่อนอยู่

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เพื่อนรัก นักหยุ่ม

    "ไอ้แก้ว!" เสียงตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ จนแผ่นผนังเหมือนสั่นสะเทือนตามไปด้วย หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง หนังสือในมือแทบหลุดลงพื้น มองไปทางต้นเสียงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "มีอะไรอีกแล้วนะ" หมอกถอนหายใจยาวราวกับหายใจออกมาทั้งปอด เสือที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้า "เริ่มอีกแล้ว นี่มันเช้าเลยนะเว้ย" ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ภาพที่เห็นทำเอาทิวทัดที่เพิ่งลงมาจากข้างบนถึงกับยกมือกุมขมับ น่านฟ้ายืนข้างหลังเขา พยายามกลั้นยิ้มอยู่ ตรงกลางห้อง ต้นกล้ากำลังยืนกระแทกเท้าลงพื้น แย่งถุงขนมถุงใหญ่จากมือแก้วใจอยู่ด้วยความพยายามสูงสุด แต่แก้วใจยกถุงขึ้นสูงจนต้นกล้าเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจนคนมองเห็นแล้วหมั่นไส้ "คืนมา! นั่นมันของกู!" ต้นกล้าตะโกน มือยื่นสูงจนสุดแต่ก็ยังห่างไปตั้งหลายเซนติเมตร "ไม่คืน! กูหยิบได้กูถือ" แก้วใจตอบกลับทันที เสียงดังพอๆ กัน "กูเห็นก่อนนะ!" "กูหยิบก่อน!" แก้วใจยกถุงขนมขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิด มองลงมาที่หน้าตาตื่นของอีกฝ่ายอย่างขำขัน "เตี้ยก็แพ้ไป ไอ้ต้น" "ไอ้แก้ว!" ต้นกล้าขึงขึงตา กระโดดขึ้นหวังจะคว้

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   หมายเลข27

    สายฝนเมื่อคืนทิ้งไว้เพียงความชื้นบนพื้นถนน รถสีดำของทิวทัดแล่นเข้าจอดใต้ลานจอดรถของสถานีรถไฟเก่า ตู้ฝากของหมายเลข 27... ตั้งอยู่มุมสุดของอาคาร ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทิวทัดรู้... ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ พวกเขาถูกจับตามองแล้ว "น่าน" ทิวทัดเอ่ยเรียกเบา ๆ น่านฟ้าพยักหน้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน "มีหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน" หมอกเดินเข้ามาหยุดข้างทิวทัด ส่วนแก้วใจกับต้นกล้าแยกไปอีกฝั่งของโถงสถานีราวกับกำลังเดินเล่น เสือมองภาพนั้นแล้วยิ้ม "สองคนนั้น... แนบเนียนจริง" หมอกอมยิ้ม "อย่าประมาท แก้วน่ะ... บางทีฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เขาปิดบังอะไรไว้มากกว่าที่คิด" แก้วใจหันมายิ้มให้หมอกจากระยะไกล พร้อมยกมือโบกเบา ๆ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิม จนไม่มีใครเชื่อว่า คนคนนี้กำลังใช้สายตาสังเกตทุกทางเข้าออกของอาคาร ต้นกล้าเดินผ่านชายคนหนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ "พี่เสือ ผู้ชายเสื้อเทา... มองเรามาตั้งแต่ลงรถ" เสือไม่หันไปมอง เพียงตอบกลับยิ้ม ๆ "รู้แล้ว ปล่อยเขาไป" ทิวทัดเสียบกุญแจเข้าตู้หมายเลข 27 แกร๊ก... ประตูตู้ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีเพียงแฟ้มเอกสารสีดำ กับนาฬิกาพกเรือนเก่า

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เบอร์ที่ไม่เคยรู้จัก

    เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หายลับไปกับสายฝน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดเรื่องเดียวกัน ศัตรู... ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเกมครั้งนี้ ก็ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ "กลับกันเถอะ" ทิวทัดเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้า ก่อนเดินลงจากดาดฟ้าพร้อมกัน ระหว่างทาง... หมอกเดินช้าลง เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนจับชายเสื้อของเขาไว้ เขาหันกลับมา ก็เห็นแก้วใจกำลังยิ้มแหย ๆ "เหนื่อยแล้วเหรอ" หมอกถามเบา ๆ แก้วใจพยักหน้า "นิดหน่อยครับ" หมอกถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเห็นอีกฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับเขา... แก้วใจก็ยังเป็นคนเดิม คนที่เขาอยากดูแล หมอกยกมือขึ้นลูบศีรษะคนรักเบา ๆ "กลับบ้าน พี่ทำของอร่อยให้กิน" แก้วใจหัวเราะเสียงใส "ตกลงครับ" ภาพนั้นทำให้เสือแอบยิ้ม "เมื่อกี้ยังเท่กันอยู่เลย ตอนนี้กลับมาอ้อนเหมือนเดิมแล้ว" ต้นกล้าหัวเราะพลางเดินไปคล้องแขนเสือ "พี่เสืออิจฉาเหรอ" "ใครอิจฉา" เสือรีบปฏิเสธทันที ต้นกล้าหัวเราะชอบใจ ส่วนทิวทัดเดินเคียงข้างน่านฟ้าอย่างเงียบ ๆ "เมื่อกี้..." ทิวทัดเอ่ยขึ้น "นายตามไม้ไปใช่ไหม" น่านฟ้าพยักหน้า "ผมเห็นเ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เงามืด

    เสียงไซเรนจากท่าเรือดังแว่วเข้ามาพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโกดัง... ไม่มีใครกล้าประมาทคนทั้งหกอีกต่อไป หัวหน้ากลุ่มค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าที่เคยมั่นใจเริ่มมีรอยร้าว "ถ่วงเวลา!" เขาตะโกนลั่น "นายใหญ่กำลังมา!" เพียงประโยคนั้น... ทิวทัดกับหมอกหันมาสบตากัน เสือยกยิ้มมุมปาก "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัว" แต่ทิวทัดกลับส่ายหน้า "ไม่... มันฉลาดเกินกว่าจะเดินเข้ามาเอง" ทันทีที่สิ้นเสียง ไฟทั้งโกดังก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ความมืด... แต่ระบบไฟฟ้าของทั้งอาคารถูกตัดจนเหลือเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทุกคน ติ๊ด... เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง หมอกหันไปทันที "ทุกคน! หมอบ!" สิ้นเสียง... แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งของโกดังก็ทำให้พื้นสั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัย เสือรีบหันมองต้นกล้า "ต้น!" "ผมอยู่นี่!" ต้นกล้าตะโกนตอบกลับจากอีกด้าน หมอกรีบคว้ามือแก้วใจไว้แน่น "จับมือพี่ไว้" แต่กลับเป็นแก้วใจที่ดึงหมอกหลบเศษลังไม้ที่หล่นลงมาได้ทัน หมอกมองคนรักด้วยความอึ้ง "แก้ว..." แก้วใจยิ้มให้ "ผมบอกแล้ว... ดูแลตัวเองเป็น" อีกด้านหนึ่ง ทิวทัดกำลังมองหาน่านฟ้า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา "น่าน!" ไม่มีเสียงตอ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   จุดอ่อน

    "...ผมจะพูด" เสียงนั้นดังขึ้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องไปทั่วโกดัง ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ มือทั้งสองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ หัวหน้ากลุ่มหันขวับไปมองลูกน้องทันที "มึงจะพูดอะไร!" ชายคนนั้นไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น "ผม...ผมไม่อยากตาย" ทิวทัดยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทุกคนในโกดังหยุดเคลื่อนไหวทันที เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น "เงยหน้ามองฉัน" น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ ชายวัยกลางคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทิวทัดไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ตะโกน กลับถามเพียงสั้น ๆ "คนที่สั่ง...เป็นใคร" ชายคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้า "ผม...ไม่เคยเห็นหน้า" เสือเลิกคิ้ว "ไม่เคยเห็น?" "ครับ..." "ทุกครั้งจะมีคนกลางมาติดต่อ เงินก็โอนผ่านหลายบัญชี ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเป็นใคร" หมอกที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก "แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง" ชายคนนั้นสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกอ่านใจ หมอกหยิบภาพถ่ายหนึ่งใบขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะ "คุณมองรูปนี้นานกว่ารูปอื่น" "แสดงว่าคุณรู้จักเขา" ชายวัยกลางคนมองหมอกอย่างตกตะลึง "คุณ..." หมอกพูดต่ออย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status