Share

แก้วใจไม่ใช่คนอ่อนแอ่

last update publish date: 2026-09-08 15:09:17

“วันนี้...เราจะหาสาเหตุ และแก้ให้จบ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า”

บรรยากาศทั้งแผนกเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง เพราะทุกคนรู้ดีว่า ผู้บริหารหนุ่มไม่ได้ตำหนิใครลอย ๆ แต่กำลังปกป้องมาตรฐานของโรงแรมและความเชื่อมั่นของแขกทุกคน

แก้วใจถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างคนพยายามข่มอารมณ์ ก่อนกวาดสายตามองไปรอบห้องซักรีดอีกครั้ง

“ใครเป็นผู้รับผิดชอบโซนนี้ครับ”

ผู้จัดการรีบตอบ “แผนกพ่อบ้านครับ”

“แล้วหัวหน้าแผนกอยู่ไหน”

ทุกคนหันมองหน้ากัน ก่อนมีพนักงานคนหนึ่งตอบเสียงแผ่ว “วันนี้...ยังไม่เห็นเข้ามาทำงานครับ”

แก้วใจพยักหน้าช้า ๆ สีหน้าเรียบนิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ออก “ปกติเริ่มงานกี่โมงครับ”

“คือ...” พนักงานคนนั้นอ้ำอึ้ง ไม่กล้าตอบ

แก้วใจยกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องพูดต่อ “ไม่ต้องตอบครับ”

เขาปิดแฟ้มในมือ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อีกสามสิบนาที ขอให้หัวหน้าแผนกทุกฝ่ายเข้าพร้อมกันที่ห้องประชุมใหญ่” เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “รวมถึงหัวหน้าแผนกพ่อบ้านด้วย ถ้ายังมาไม่ถึง...ให้ฝ่ายบุคคลติดต่อทันที และถ้าติดต่อไม่ได้ ผมจะถือว่าเขาละทิ้งหน้าที่”

บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิท แก้วใจมองทุกคนด้วยแววตาจริงจัง “ผมไม่ได้เรียกประชุมเพื่อหาคนผิด แต่ผมต้องการรู้ว่า...มาตรฐานของโรงแรมตกลงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีใครรายงาน ถ้าเราปล่อยปัญหาเล็ก ๆ ไว้ วันนี้มันอาจเป็นแค่กลิ่นอับ แต่วันข้างหน้า มันอาจกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้แขกไม่กลับมาใช้บริการอีก”

ไม่มีใครเอ่ยโต้แย้ง ทุกคนได้แต่ก้มหน้ารับคำ เพราะต่างรู้ดีว่า คำพูดของผู้บริหารหนุ่มไม่ใช่การตำหนิ หากแต่เป็นการเตือนให้ทุกคนตระหนักว่า มาตรฐานของโรงแรมสร้างขึ้นจากความรับผิดชอบของทุกคน ไม่ใช่ของใครเพียงคนเดียว

หลังออกจากแผนกซักรีด แก้วใจเดินตรงไปยังโซนห้องอาหารทันที ทันทีที่ประตูห้องครัวเปิดออก เขาก็หยุดเดิน สูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนเงยหน้ามองระบบดูดควันเหนือเตาประกอบอาหาร “เปิดเตาทุกหัวครับ”

เชฟรีบปฏิบัติตาม เพียงไม่กี่นาที ควันจากเตาเริ่มลอยคลุ้งอยู่ภายในห้องครัว ทั้งที่ระบบดูดควันควรทำงานได้ดีกว่านี้ แก้วใจเงยหน้ามองช่องดูดควัน ก่อนขมวดคิ้ว “ระบบดูดควันทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เรียกช่างเข้ามาตรวจทันที ถ้ายังซ่อมไม่ได้ ให้เปลี่ยนใหม่”

“ครับ คุณแก้ว”

เขาเดินต่อไปยังโต๊ะเตรียมอาหาร เปิดภาชนะที่จัดเตรียมไว้ทีละใบ ผักบางส่วนเริ่มเหี่ยว เนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้มีสีไม่สดเหมือนของที่เพิ่งรับเข้าครัวในวันนี้ “วัตถุดิบชุดนี้รับเข้ามาเมื่อไหร่”

เชฟใหญ่รีบตอบ “เมื่อวานช่วงเช้าครับ”

แก้วใจพยักหน้า ก่อนเปิดตู้แช่แข็ง ภายในมีวัตถุดิบจำนวนมากเรียงแน่นเต็มทุกชั้น เขาหยิบรายการสต็อกขึ้นมาตรวจเทียบ ก่อนปิดแฟ้มลง “สั่งของมากเกินความจำเป็น”

ผู้จัดการห้องอาหารรีบอธิบาย “ช่วงนี้กลัวของไม่พอครับ”

แก้วใจส่ายหน้าเบา ๆ “โรงแรมระดับนี้ แขกจ่ายเพื่อความสด ไม่ใช่เพื่ออาหารแช่แข็ง อาหารบางชนิดจำเป็นต้องแช่แข็งก็จริง แต่ต้องมีปริมาณที่เหมาะสม การสต็อกมากเกินไป ทำให้คุณภาพของวัตถุดิบลดลง และเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น”

ทุกคนต่างก้มหน้ารับฟัง แก้วใจกวาดสายตามองห้องครัวอีกครั้ง “ตั้งแต่วันนี้ ปรับระบบสั่งวัตถุดิบใหม่ ผมต้องการรายงานสต็อกประจำวัน และกำหนดปริมาณสำรองให้สอดคล้องกับอัตราการเข้าพักจริง แขกอาจไม่เห็นห้องครัว แต่ทุกคำที่เขารับประทาน จะเป็นตัวตัดสินว่าเขาจะกลับมาใช้บริการโรงแรมของเราอีกหรือไม่”

บรรยากาศภายในห้องครัวเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง เพราะทุกคนรู้ดีว่า สิ่งที่แก้วใจตำหนิ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่คือมาตรฐานที่เป็นหัวใจของโรงแรมแห่งนี้

แก้วใจเดินออกจากห้องครัว มุ่งหน้าไปยังโซนเบเกอรี่ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป กลิ่นหอมของเนยสดและขนมปังที่เพิ่งอบใหม่ ๆ ก็ลอยอบอวลไปทั่วห้อง เสียงเครื่องตีแป้งและเสียงจับเวลาจากเตาอบดังเป็นระยะ พนักงานแต่ละคนกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น แก้วใจพยักหน้าเล็กน้อย “โซนนี้...สะอาดดีครับ”

คำชมสั้น ๆ ทำให้เชฟขนมหลายคนยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ แต่แก้วใจยังคงเดินตรวจต่อ เขาหยุดอยู่หน้าเตาอบขนาดใหญ่ ก้มลงมองแผงควบคุม ก่อนใช้มือลองจับที่ขอบประตูเตาอย่างระมัดระวัง “เตานี้ใช้งานมานานหรือยังครับ”

หัวหน้าเชฟเบเกอรี่รีบตอบ “เกือบแปดปีแล้วครับคุณแก้ว”

แก้วใจพยักหน้า ก่อนสังเกตเห็นยางขอบประตูเริ่มเสื่อมสภาพ และบานพับมีรอยสึกหรอ “เวลาปิดประตู ต้องออกแรงมากกว่าปกติใช่ไหม”

หัวหน้าเชฟถึงกับชะงัก “ครับ...ช่วงหลังต้องดันแรงขึ้นครับ”

แก้วใจลองเปิดและปิดประตูเตาอีกครั้ง ก่อนหันไปหาผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม “เตานี้เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว ซีลยางเริ่มรั่ว บานพับก็หลวม ถ้าฝืนใช้ต่อ อุณหภูมิภายในจะไม่คงที่ ขนมจะเสียคุณภาพ และอาจเกิดอันตรายกับพนักงานได้ ให้ช่างเข้ามาตรวจวันนี้ ถ้าซ่อมได้ก็ซ่อม แต่ถ้าไม่คุ้มค่าการซ่อม ให้เสนอแผนเปลี่ยนเครื่องใหม่”

“รับทราบครับ”

แก้วใจมองไปรอบห้องอีกครั้ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “อุปกรณ์ทุกชิ้นมีอายุการใช้งาน อย่ารอให้มันเสียก่อนแล้วค่อยซ่อม เพราะวันที่เครื่องพัง อาจไม่ใช่แค่ขนมที่เสีย...แต่อาจมีคนได้รับบาดเจ็บด้วย”

ทุกคนในห้องต่างพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ สำหรับแก้วใจ... มาตรฐานของโรงแรม ไม่ได้วัดแค่ความสวยงามของสถานที่หรือรสชาติของอาหารเท่านั้น แต่รวมถึงความปลอดภัยของพนักงานทุกคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังด้วย

“คุณกติครับ” “ครับ คุณแก้ว”

“จัดอาหารทุกเมนูที่ให้บริการในวันนี้ รวมถึงของหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่มทุกชนิด ส่งขึ้นไปที่ห้องประชุม ผมต้องการชิมทุกอย่างด้วยตัวเอง ผมอยากรู้ว่า สิ่งที่แขกได้รับในแต่ละมื้อ มีคุณภาพสมกับมาตรฐานของโรงแรมหรือไม่ แล้วเรียกหัวหน้าทุกฝ่ายเข้าประชุมภายในสามสิบนาที ทั้งฝ่ายแม่บ้าน ห้องอาหาร ครัว เบเกอรี่ ซักรีด วิศวกรรม พ่อบ้าน และฝ่ายจัดซื้อ ผมต้องการให้ทุกคนเข้าพร้อมกัน”

กติพยักหน้าทันที “รับทราบครับ คุณแก้ว”

แก้วใจมองไปรอบ ๆ ก่อนกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “วันนี้เราไม่ได้ประชุมเพื่อหาคนผิด แต่เราจะหาสาเหตุของปัญหา และกำหนดวิธีแก้ไขร่วมกัน เพราะมาตรฐานของโรงแรม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผนกใดแผนกหนึ่ง แต่มันขึ้นอยู่กับทุกคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ แยกกันตรงนี้ครับ”

แก้วใจปิดแฟ้มเอกสารในมือ ก่อนมองหัวหน้าทุกแผนก “อีกสามสิบนาที เจอกันที่ห้องประชุม”

“ครับ คุณแก้ว”

ทุกคนต่างแยกย้ายไปเตรียมเอกสารและข้อมูลของแผนกตัวเอง ส่วนแก้วใจรีบเดินตรงไปยังลิฟต์ ตั้งใจจะขึ้นไปหาหมอกที่ห้องทำงาน แต่ยังเดินไปไม่ถึง เสียงโวยวายก็ดังขึ้นจากบริเวณล็อบบี้

“โรงแรมของคุณรับผิดชอบยังไง ของฉันหาย!”

พนักงานต้อนรับต่างพยายามอธิบาย แต่แขกยังคงแสดงความไม่พอใจ แก้วใจเปลี่ยนทิศทางทันที เดินเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ “เกิดอะไรขึ้นครับ”

พนักงานต้อนรับรีบโค้งศีรษะ “คุณแก้วคะ คุณลูกค้าแจ้งว่าทรัพย์สินสูญหายค่ะ”

“ทรัพย์สินอะไรครับ” “ต่างหูเพชรค่ะ”

แก้วใจพยักหน้ารับ ก่อนหันไปมองแขกด้วยสีหน้าสุภาพ “สวัสดีครับ”

แขกหญิงมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณเป็นใคร ฉันต้องการพบเจ้าของโรงแรม”

แก้วใจยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบอย่างสุขุม “มีอะไรแจ้งกับผมได้เลยครับ ผมเป็นผู้ดูแลโรงแรมแห่งนี้ และผมจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

คำพูดที่หนักแน่นทำให้บรรยากาศที่กำลังวุ่นวายเริ่มสงบลง แก้วใจผายมือเชิญลูกค้าไปยังมุมรับรอง “ขออนุญาตเชิญคุณนั่งก่อนนะครับ ผมขอทราบรายละเอียดทั้งหมด ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่คุณเห็นต่างหู จนถึงช่วงที่ทราบว่ามันหาย ผมรับรองว่า โรงแรมจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ”

หญิงสาวสูดหายใจแรง พยายามระงับอารมณ์ ก่อนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด “เมื่อเช้าฉันลงไปทานอาหารเช้า แล้วออกไปเดินเล่นที่สวน ระหว่างนั้นก็คุยโทรศัพท์อยู่ตลอด พอกลับมาที่ห้อง ฉันเห็นแม่บ้านของโรงแรมเพิ่งเดินออกมาพอดี ฉันไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งเก็บของเพื่อจะออกไปทำธุระต่อ ถึงพบว่าต่างหูเพชรของฉันหายไป ถ้าไม่ใช่คนของโรงแรมคุณ แล้วใครจะเอาไป ช่วยหามาให้ฉันด้วย”

แก้วใจรับฟังจนจบ โดยไม่พูดแทรกแม้แต่คำเดียว เมื่อหญิงสาวพูดจบ เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม “ก่อนอื่น ผมต้องขออภัยที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจนะครับ ผมยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์เกิดจากสาเหตุใด แต่ผมรับรองว่า โรงแรมจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ระหว่างนี้ ผมขอให้คุณพักผ่อนที่ห้องรับรองก่อนนะครับ หากมีความคืบหน้า ผมจะแจ้งให้คุณทราบด้วยตัวเอง”

หญิงสาวพยักหน้า แม้สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความกังวล แก้วใจหันไปหาพนักงานรักษาความปลอดภัย “เรียกฝ่ายรักษาความปลอดภัยมาที่ห้องควบคุมภาพ แล้วเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวที่เกี่ยวข้อง ผมต้องการไล่ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่คุณลูกค้าออกจากห้อง จนถึงเวลาที่แจ้งทรัพย์สินสูญหาย รวมทั้งตรวจสอบบันทึกการเข้า-ออกห้องพักด้วย”

“รับทราบครับ”

แก้วใจเดินตามเจ้าหน้าที่ไปยังห้องควบคุมกล้องวงจรปิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บนจอมอนิเตอร์หลายสิบจอ ภาพจากทุกมุมของโรงแรมกำลังแสดงเหตุการณ์ย้อนหลัง เขาเพ่งมองภาพทีละช่วงเวลาอย่างละเอียด เพราะสำหรับแก้วใจ... ความจริง ไม่ได้อยู่ที่คำกล่าวหาของใคร แต่อยู่ในหลักฐานที่ตรวจสอบได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   พี่ฟังก่อนพี่

    น่านฟ้า โอเมก้าหนุ่มผิวขาว สูงราว 175 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดธรรมดาราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม แม้การแต่งกายจะเรียบง่าย แต่รอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากลับสะกดทุกสายตาเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วผับเล็ก ๆ แถบชานเมือง น่านฟ้ายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้ลูกค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มนักท่องราตรีที่ต่างพากันยกแก้วส่งกำลังใจให้ที่แห่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของนักร้องอิสระอย่างเขา หลังจากต้นกล้า เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แนะนำให้มาร้องเพลงประจำที่ผับแห่งนี้ รายได้ดีกว่างานเก่าหลายเท่า แถมยังมีงานนอกให้รับโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหางานเอง02.00 น.เสียงเพลงสุดท้ายจบลง พร้อมกับเวลาปิดร้าน น่านฟ้าเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า หวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยไล่ความมึนจากแอลกอฮอล์ที่ลูกค้าชนแก้วกับเขาบนเวทีตลอดทั้งคืนเมื่อออกมา ต้นกล้าและแก้วใจก็ยืนรออยู่หน้าร้านทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต้นกล้าเป็นโอเมก้าหน้าหวาน ส่วนแก้วใจเป็นเบต้าหนุ่มอารมณ์ดี แม้จะชอบแซวเพื่อนอยู่

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เพื่อนรัก นักหยุ่ม

    "ไอ้แก้ว!" เสียงตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ จนแผ่นผนังเหมือนสั่นสะเทือนตามไปด้วย หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง หนังสือในมือแทบหลุดลงพื้น มองไปทางต้นเสียงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "มีอะไรอีกแล้วนะ" หมอกถอนหายใจยาวราวกับหายใจออกมาทั้งปอด เสือที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้า "เริ่มอีกแล้ว นี่มันเช้าเลยนะเว้ย" ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ภาพที่เห็นทำเอาทิวทัดที่เพิ่งลงมาจากข้างบนถึงกับยกมือกุมขมับ น่านฟ้ายืนข้างหลังเขา พยายามกลั้นยิ้มอยู่ ตรงกลางห้อง ต้นกล้ากำลังยืนกระแทกเท้าลงพื้น แย่งถุงขนมถุงใหญ่จากมือแก้วใจอยู่ด้วยความพยายามสูงสุด แต่แก้วใจยกถุงขึ้นสูงจนต้นกล้าเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจนคนมองเห็นแล้วหมั่นไส้ "คืนมา! นั่นมันของกู!" ต้นกล้าตะโกน มือยื่นสูงจนสุดแต่ก็ยังห่างไปตั้งหลายเซนติเมตร "ไม่คืน! กูหยิบได้กูถือ" แก้วใจตอบกลับทันที เสียงดังพอๆ กัน "กูเห็นก่อนนะ!" "กูหยิบก่อน!" แก้วใจยกถุงขนมขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิด มองลงมาที่หน้าตาตื่นของอีกฝ่ายอย่างขำขัน "เตี้ยก็แพ้ไป ไอ้ต้น" "ไอ้แก้ว!" ต้นกล้าขึงขึงตา กระโดดขึ้นหวังจะคว้

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   หมายเลข27

    สายฝนเมื่อคืนทิ้งไว้เพียงความชื้นบนพื้นถนน รถสีดำของทิวทัดแล่นเข้าจอดใต้ลานจอดรถของสถานีรถไฟเก่า ตู้ฝากของหมายเลข 27... ตั้งอยู่มุมสุดของอาคาร ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทิวทัดรู้... ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ พวกเขาถูกจับตามองแล้ว "น่าน" ทิวทัดเอ่ยเรียกเบา ๆ น่านฟ้าพยักหน้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน "มีหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน" หมอกเดินเข้ามาหยุดข้างทิวทัด ส่วนแก้วใจกับต้นกล้าแยกไปอีกฝั่งของโถงสถานีราวกับกำลังเดินเล่น เสือมองภาพนั้นแล้วยิ้ม "สองคนนั้น... แนบเนียนจริง" หมอกอมยิ้ม "อย่าประมาท แก้วน่ะ... บางทีฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เขาปิดบังอะไรไว้มากกว่าที่คิด" แก้วใจหันมายิ้มให้หมอกจากระยะไกล พร้อมยกมือโบกเบา ๆ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิม จนไม่มีใครเชื่อว่า คนคนนี้กำลังใช้สายตาสังเกตทุกทางเข้าออกของอาคาร ต้นกล้าเดินผ่านชายคนหนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ "พี่เสือ ผู้ชายเสื้อเทา... มองเรามาตั้งแต่ลงรถ" เสือไม่หันไปมอง เพียงตอบกลับยิ้ม ๆ "รู้แล้ว ปล่อยเขาไป" ทิวทัดเสียบกุญแจเข้าตู้หมายเลข 27 แกร๊ก... ประตูตู้ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีเพียงแฟ้มเอกสารสีดำ กับนาฬิกาพกเรือนเก่า

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เบอร์ที่ไม่เคยรู้จัก

    เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หายลับไปกับสายฝน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดเรื่องเดียวกัน ศัตรู... ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเกมครั้งนี้ ก็ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ "กลับกันเถอะ" ทิวทัดเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้า ก่อนเดินลงจากดาดฟ้าพร้อมกัน ระหว่างทาง... หมอกเดินช้าลง เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนจับชายเสื้อของเขาไว้ เขาหันกลับมา ก็เห็นแก้วใจกำลังยิ้มแหย ๆ "เหนื่อยแล้วเหรอ" หมอกถามเบา ๆ แก้วใจพยักหน้า "นิดหน่อยครับ" หมอกถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเห็นอีกฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับเขา... แก้วใจก็ยังเป็นคนเดิม คนที่เขาอยากดูแล หมอกยกมือขึ้นลูบศีรษะคนรักเบา ๆ "กลับบ้าน พี่ทำของอร่อยให้กิน" แก้วใจหัวเราะเสียงใส "ตกลงครับ" ภาพนั้นทำให้เสือแอบยิ้ม "เมื่อกี้ยังเท่กันอยู่เลย ตอนนี้กลับมาอ้อนเหมือนเดิมแล้ว" ต้นกล้าหัวเราะพลางเดินไปคล้องแขนเสือ "พี่เสืออิจฉาเหรอ" "ใครอิจฉา" เสือรีบปฏิเสธทันที ต้นกล้าหัวเราะชอบใจ ส่วนทิวทัดเดินเคียงข้างน่านฟ้าอย่างเงียบ ๆ "เมื่อกี้..." ทิวทัดเอ่ยขึ้น "นายตามไม้ไปใช่ไหม" น่านฟ้าพยักหน้า "ผมเห็นเ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เงามืด

    เสียงไซเรนจากท่าเรือดังแว่วเข้ามาพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโกดัง... ไม่มีใครกล้าประมาทคนทั้งหกอีกต่อไป หัวหน้ากลุ่มค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าที่เคยมั่นใจเริ่มมีรอยร้าว "ถ่วงเวลา!" เขาตะโกนลั่น "นายใหญ่กำลังมา!" เพียงประโยคนั้น... ทิวทัดกับหมอกหันมาสบตากัน เสือยกยิ้มมุมปาก "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัว" แต่ทิวทัดกลับส่ายหน้า "ไม่... มันฉลาดเกินกว่าจะเดินเข้ามาเอง" ทันทีที่สิ้นเสียง ไฟทั้งโกดังก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ความมืด... แต่ระบบไฟฟ้าของทั้งอาคารถูกตัดจนเหลือเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทุกคน ติ๊ด... เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง หมอกหันไปทันที "ทุกคน! หมอบ!" สิ้นเสียง... แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งของโกดังก็ทำให้พื้นสั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัย เสือรีบหันมองต้นกล้า "ต้น!" "ผมอยู่นี่!" ต้นกล้าตะโกนตอบกลับจากอีกด้าน หมอกรีบคว้ามือแก้วใจไว้แน่น "จับมือพี่ไว้" แต่กลับเป็นแก้วใจที่ดึงหมอกหลบเศษลังไม้ที่หล่นลงมาได้ทัน หมอกมองคนรักด้วยความอึ้ง "แก้ว..." แก้วใจยิ้มให้ "ผมบอกแล้ว... ดูแลตัวเองเป็น" อีกด้านหนึ่ง ทิวทัดกำลังมองหาน่านฟ้า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา "น่าน!" ไม่มีเสียงตอ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   จุดอ่อน

    "...ผมจะพูด" เสียงนั้นดังขึ้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องไปทั่วโกดัง ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ มือทั้งสองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ หัวหน้ากลุ่มหันขวับไปมองลูกน้องทันที "มึงจะพูดอะไร!" ชายคนนั้นไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น "ผม...ผมไม่อยากตาย" ทิวทัดยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทุกคนในโกดังหยุดเคลื่อนไหวทันที เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น "เงยหน้ามองฉัน" น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ ชายวัยกลางคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทิวทัดไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ตะโกน กลับถามเพียงสั้น ๆ "คนที่สั่ง...เป็นใคร" ชายคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้า "ผม...ไม่เคยเห็นหน้า" เสือเลิกคิ้ว "ไม่เคยเห็น?" "ครับ..." "ทุกครั้งจะมีคนกลางมาติดต่อ เงินก็โอนผ่านหลายบัญชี ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเป็นใคร" หมอกที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก "แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง" ชายคนนั้นสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกอ่านใจ หมอกหยิบภาพถ่ายหนึ่งใบขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะ "คุณมองรูปนี้นานกว่ารูปอื่น" "แสดงว่าคุณรู้จักเขา" ชายวัยกลางคนมองหมอกอย่างตกตะลึง "คุณ..." หมอกพูดต่ออย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status