LOGINขากลับจากตลาด... รถกระบะคันเก่าค่อย ๆ ไต่ขึ้นตามทางลาดคดเคี้ยวที่คดโค้งไปตามไหล่เขา เสือจับพวงมาลัยด้วยมือแกร่ง ท่าทางผ่อนคลายแม้ถนนจะไม่ราบเรียบ ส่วนต้นกล้านั่งมองวิวภูเขาทอดไกลอยู่ทางด้านข้าง ปล่อยให้สายลมพัดกระทบใบหน้าผ่านหน้าต่างที่เปิดลง บรรยากาศวันนี้เงียบกว่าทุกวัน ปกติทั้งสองจะคุยกันเรื่องราวต่างๆ นานาไปตลอดทาง แต่วันนี้ความเงียบปกคลุมไปกว้างใหญ่ราวกับท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆลอยเคลื่อนผ่านในที่สุด เสือก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ "เมื่อกี้ที่ตลาด... มึงจับข้อมือผู้ชายคนนั้น เร็วเกินไปนะ"ต้นกล้าไม่หันมา มองเพียงแค่เส้นทางข้างหน้าในระยะไกล "ก็บังเอิญ เขาจะสะดุดก้อนหิน กูเลยรีบดึงไว้""บังเอิญไหนที่ไหน" เสือยิ้มมุมปาก สายตายังคงจ้องถนน "กูเป็นนักแสดงนะ ต้องสังเกตอากัปกิริยาคนอยู่ทุกวัน เรื่องพวกนี้... กูถนัด"ต้นกล้าหันมาสบตาคู่สนทนาสั้นๆ ก่อนจะหันไปมองวิวภูเขาอีกครั้ง "ตอนเด็กๆ ... ชอบดูคลิปสอนต่อสู้ ฝึกตามบ้างเท่านั้นเอง"เสือถึงกับหัวเราะลั่น "แค่นั้นเหรอ? มึงก็พูดซะว่าสนิมมือนะ""อือ แค่นั้น""โกหกไม่เนียนเลยนะต้นกล้า" เสือส่ายหน้าเบาๆ "กูรู้สิ่งนึงดีกว่าใคร... มึงมีอะไรปิดบังกู มี
"ส้มหวาน ๆ ครับ! ลองชิมก่อนได้ครับ!"เสียงของเสือดังลั่นตลาด แต่ผ่านไปสิบนาที... ไม่มีใครเดินเข้ามาเลยต้นกล้าที่ยืนขายชาอยู่ข้าง ๆ ถึงกับกลั้นขำจนไหล่สั่น เสือหันมอง"หัวเราะอะไร""มึงขายเหมือนเชียร์มวย""แล้วต้องขายยังไง"ต้นกล้าหยิบส้มขึ้นมาลูกหนึ่ง ยิ้มให้คุณยายที่เดินผ่านมา"ยายคำครับ วันนี้เอาส้มไปฝากหลานก่อ"ยายคำยิ้มกว้าง "เอาสองกิโลเลยจ้า"เสืออ้าปากค้าง "เดี๋ยว! เมื่อกี้กูตะโกนจนคอแห้ง ไม่มีใครซื้อ!"ต้นกล้ายักไหล่ "เขาซื้อเพราะรู้จักกู ไม่ใช่เพราะเสียงกู"เสือถอนหายใจ "แพ้อีกแล้ว"ต้นกล้าหัวเราะ "ยอมรับด้วยสิ คนขายของไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือความไว้ใจ""พี่ต้น!"เด็กผู้หญิงตัวเล็กวิ่งเข้ามากอดต้นกล้า"วันนี้มีขนมไหม"ต้นกล้าย่อตัวลงลูบหัวเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน "มีสิครับคนเก่ง"เขาหยิบลูกอมจากกระเป๋าเสื้อออกมาแจกเด็ก ๆ ทีละคน ไม่นานก็มีเด็กอีกหลายคนวิ่งเข้ามาล้อม ดวงตาแสนใสของพวกเขาเปล่งประกายแห่งความสุขเสือยืนมองภาพนั้นเงียบ ๆ หัวใจบีบตัวบางอย่าง"มึง... รักเด็กเหรอ"ต้นกล้าหันมายิ้ม "อือ เด็กบนดอยน่าสงสาร บางคนกว่าจะได้ลงไปเรียน ต้องเดินหลายกิโลทั้งขึ้นเขาลงหุบเขา"เสือมองเด็ก
เช้าวันรุ่งขึ้น... แสงแดดเพิ่งจะเริ่มลอดผ่านยอดไม้ เสียงนกกรงหัวจุกดังแว่วมาแต่ไกล แต่เสียงตะโกนเรียกชื่อของเขาดังก้องก่อนเสมอ "เสือ!" เสียงต้นกล้าดังลั่นจากหน้าประตูห้อง "ตื่นได้แล้ว!" เสือพลิกตัวเอาหมอนปิดหูแน่น "อีกห้านาที... แค่ห้านาทีเอง" "สามนาที" เสียงตอบกลับมาทันที ไม่มีทางให้ต่อรอง "ห้านาที!" เสือต่อรองเสียงอู้อี้ใต้หมอน "สองนาที นับหนึ่งถึงสองนะ" เสือถอนหายใจยาวเฮือก ก่อนผลักผ้าห่มลุกจากเตียงทั้งที่ดวงตายังงัวเงีย ปลายเท้าจิ้มพื้นไม้เย็นเฉียบ เขาถูตาข้างหนึ่งพลางบ่นพึมพำ "กูไม่เข้าใจจริง ๆ... มึงจะรีบไปไหนทุกวัน ตะวันยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ" ต้นกล้ายืนกอดอกอยู่หน้าประตู หน้าตาตื่นตัวเรียบร้อยราวกับตื่นมาสามชั่วโมงแล้ว "วันนี้วันตลาดนัดกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านจะลงมาจากขอบดอยขายของ มึงต้องไปช่วยกู" เสือชี้หน้าตัวเองด้วยนิ้วโป้ง ดวงตากลมโต "ดาราดังอย่างกู... ให้ไปยืนขายผักกับชาวบ้านเนี่ยนะ?" ต้นกล้าพยักหน้าหน้าตาเฉย "ใช่ ใครจะรู้จักมึงที่นี่นา มาแต่ตัวเปล่า ไม่มีเงินใช้จ่าย ถ้าอยากกินข้าวก็ต้องทำง
คนธรรมดา... ทำแบบนั้นไม่ได้ เย็นวันเดียวกัน... ข่าวเรื่องต้นกล้าช่วยเด็กจากควายแตกตื่น แพร่ไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว คนพากันยืนรวมกลุ่มคุยกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน เสียงพูดดังแว่วมาถึงหูเสือที่กำลังยกกระสอบอาหารสัตว์ผ่านไป "ต้นนี่เก่งเหมือนพ่อมันไม่มีผิด" ผู้เฒ่าผู้แก่คนหนึ่งพูดพลางส่ายหน้าชื่นชม "ตั้งแต่เด็กก็ไวอย่างกับลิง" อีกคนเสริม "แต่พ่อมันหายไปตั้งห้าปีแล้วนะ... ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน รบกวนใจลูกมาตลอด" เสือถึงกับชะงัก ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พ่อมึงหายไป? เขาเพิ่งรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรก หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความสงสัยและความเป็นห่วง "เฮ้ย!" เสียงต้นกล้าดังขึ้นใกล้ ๆ "มัวยืนเหม่ออะไร ไกล่เกลี่ยแดดลับยอดดอยแล้วนะ" เสือรีบกระตุกตื่น ยกกระสอบกลับขึ้นบ่า "อ่ะ... กำลังไป" ต้นกล้าหรี่ตามมองด้วยสายตาสงสัย "ยกไหวแน่นะ ไม่ต้องฝืนนะเว้ย" "มึงดูถูกกูเหรอ?" เสือยกหน้าตอบกลับทันที "ก็..." ต้นกล้ามองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาตรวจสอบ "เมื่อเช้าแพ้มดก็บ่นยุบยิบ เมื่อบ่ายเก็บชาก็คร่ำครว
หลังกลับจากไร่ชา... เสือถึงกับทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นลำไย ไหล่กว้างแอ่นลงตามแรงเหนื่อย หายใจออกยาวราวกับแบกภูเขามาทั้งลูก "โอ๊ย..." เขาครางเบา ขยับนิ้วมือที่เริ่มปวดเมื่อย "แค่เก็บชาทำไมเหนื่อยขนาดนี้" ต้นกล้าที่กำลังยกตะกร้าชาเดินผ่านไป หันมามองเพียงแวบเดียว ดวงตาคมกริบฉายแววขบขัน "นี่แค่ครึ่งวัน" ต้นกล้าตัดบท "ถ้าฤดูเก็บชาจริง ๆ มึงคงร้องไห้เป็นลูกให้เห็น" เสือหัวเราะแห้ง ๆ เอามือทุบต้นขาเบา ๆ "กูเป็นดารา ไม่ใช่ควายลากไถนะเว้ย" "แต่ตอนนี้มึงเป็นลูกจ้างของป้าพร" ต้นกล้าสวนกลับทันที ก่อนจะวางตะกร้าลงอย่างเบามือ ป้าพรที่กำลังคัดใบชาอยู่ที่โต๊ะไม้ยิ้มหัวเราะออกมา "พอ ๆ ทั้งคู่ กัดกันตั้งแต่เช้า ไม่เหนื่อยกันบ้างเหรอ" "ผมไม่ได้กัด" ต้นกล้าหันไปยิ้มให้ป้า "มันเริ่มก่อน" เสือชี้หน้าตัวเอง "กูเนี่ยนะ?" "ใช่" "มึงแค่หายใจก็กวนประสาทกูแล้ว" เสือตอกกลับ ต้นกล้าหัวเราะในลำคอ "ปากเก่งเหมือนเดิม" "แล้วไง" ระหว่างที่ทั้งสามกำลังนั่งพักดื่มน้ำเปล่า
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาทั่วท้องทุ่ง สัมผัสแสงอ่อนๆ ไล่ระดับสีทองลงบนยอดชาแสนสวย หมอกบางๆ ยังคงลอยปกคลุมทั่วทั้งดอย กลืนยอดเขาไว้ในอ้อมกอด สายลมพัดผ่านเบาๆ พาเอาความเย็นสบายและกลิ่นหอมของใบชาสดชื่นลอยมาที่จมูก เสือยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าเงียบๆ หายใจเข้าลึกเพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศ ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้ยินเสียงรถติด ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เรียกร้อง หรือเสียงคนตะโกนเรียกชื่อเขา มีเพียงเสียงนกร้องกิ่งกาลา และเสียงลมที่พัดผ่านใบชาให้เกิดเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับธรรมชาติกำลังทักทายเขา "ยืนเหม่ออะไรอยู่นั่น" เสียงเรียกแทรกขึ้น เสือหันไปเห็นต้นกล้าเดินถือตะกร้าสานใบใหญ่เดินเข้ามา ด้วยท่าทีปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "มาช่วยกูนะ ไม่ใช่มาชมวิว" เสือถอนหายใจยาว แต่มุมปากกลับเผยอรอยยิ้ม "เริ่มใช้งานอีกแล้วเหรอคะเจ้านาย" "ฟรีไม่มีในโลก จ่ายค่าที่พักด้วยแรงงาน" ต้นกล้าตอบหน้าตาย ก่อนจะเดินนำลงไปยังแปลงชาที่เรียงรายลงไปตามเนินเขา ระหว่างทาง ชาวบ้านหลายคนหยุดยิ้มทักทายต้นกล้าด้วยความสนิทสนม "