Share

บทที่ 1.10

last update Tanggal publikasi: 2026-05-07 06:43:58

“แล้วไปทำอีท่าไหนล่ะ เจอกันวันแรกกระโดดลงไปทับเขา คราวนี้ก็ไปทำไอศกรีมเลอะเสื้อเขาอีก ลูกแม่นี่ซุ่มซ่ามจริงๆ น่าเห็นใจเคลวินเขานะ”

“แม่คะ” มิรินกระเง้ากระงอดแต่เสียงแตรรถหน้าบ้านดังขึ้นเสียก่อนจึงได้แต่ลุกขึ้นมาดู “คุณพ่อกลับมาแล้ว!” มิรินรีบวิ่งออกมารับทินกรที่เพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน “คุณพ่อขา”

เสียงตะโกนทั้งที่รถยนต์เพิ่งจะขับรถเข้าบ้าน ทำให้เคลวินที่ยืนอยู่ที่ระเบียงห้องอดที่จะหันไปมองไม่ได้ ภาพการพบกันหลังเลิกงานอันอบอุ่นของพ่อลูก ภาพที่เขาภาวนาให้เกิดขึ้นกับเขาสักครั้งในชีวิต ทว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลย...

ฉากพ่อลูกกำลังทักทายพูดคุยกันอย่างอบอุ่น ไม่นานก็มีคนเป็นแม่ที่เดินออกมา พูดคุยถามไถ่ ทักทายหยอกล้อ แบ่งปันสิ่งต่างๆ ระหว่างวันให้กันและกันได้รับรู้

...เคลวินเบือนหน้าหนีด้วยบหน้าเย็นชา ไม่ลืมที่จะปิดม่านอย่างแรง

“ตรงนี้มีคนนั่งหรือเปล่า” เสียงทุ้มถามขึ้นข้างๆ ทำให้เคลวินหันหน้ากลับมาจากหน้าต่างห้องเรียน

“ไม่มี” ตอบสั้นๆ จากนั้นหันกลับยังทิศทางเดิม

“อืม งั้นฉันนั่งนะ” เด็กหนุ่มนั่งลงข้างๆ เคลวิน ไม่สนสายตาตกใจของเหล่าเพื่อนในห้อง เพราะพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้ามาใกล้ จริงๆ แล้วพวกเขาถึงขั้นพูดถึงรังสีอำมหิตอะไรทำนองนั้น เพราะมันเหมือนมีบางอย่างในตัวเคลวินที่ทำให้พวกเขา...กลัว

หลังจากได้นั่งเรียนด้วยกันไม่นาน เคลวินพบว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนใช้ได้ ทั้งสองคนชอบความเงียบเหมือนกัน ไม่ชอบเซ้าซี้คนอื่นเหมือนกัน ตลอดเวลาที่นั่งเรียนทั้งสองแทบจะไม่สนใจ และไม่หันมาพูดคุยกันเลย

“ภควัต เรียกวัตเฉยๆก็ได้” เขาแนะนำตัวเมื่อเคลวินหันไปมอง

“เคลวิน” ทั้งสองยื่นมือออกมาจับมืออีกฝ่ายอย่างเคยชินตามหลักสากล ภควัตเข้าใจได้ดีเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายย้ายมาจากต่างประเทศ เท่านั้นจริงๆ จากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกัน ต่างคนต่างนั่งเรียน

เห็นภควัตจดโน้ตย่ออย่างตั้งอกตั้งใจ เคลวินอดทึ่งไม่ได้เมื่อเทียบกับสมุดโน้ตของตัวเอง

“นายไม่ไปกินข้าวเหรอ” ภควัตเอ่ยถามเสียงเรียบ

“สักเดี๋ยว” เคลวินตอบเสียงเรียบ

“อืมงั้นฉันไปละ” ภควัตไม่เซ้าซี้เดินออกไปเงียบๆ

ที่โรงอาหารมิรินนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อน ทุกคนต่างซุบซิบพูดถึงเรื่องต่างๆ อย่างสนุกสนาน หัวข้อยังคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ดาเรีย หรือดารารัศมิ์ วรวัฒนกำจร เด็กสาวที่นั่งอยู่โต๊ะหน้าห้อง

เพื่อนในห้องต่างก็ให้ความเกรงอกเกรงใจเด็กสาวคนนี้  เพราะเธอเป็นถึงลูกสาวของผู้บริหารชั้นสูงของเจเอ็มอีไฮสคูล ซึ่งแน่นอนว่าเธอถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าห้องด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์

มิรินได้แต่แอบสงสัย ดารารัศมิ์กับดนุวัศจะรู้จักกับเคลวินเปล่า

มิรินมีเพื่อนใหม่อีกสองคน จิรา กับรุ่งนภา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่เรียนอยู่ในห้องเดียวกัน ทั้งสี่คนจับกลุ่มกันและตกลงเป็นเพื่อนที่ถ้าจะไปไหนก็จะขอไปด้วย

“มีอะไรกันเหรอ” มิรินหันไปมองบ้าง

“เขาอยู่ห้องเอน่ะ เห็นว่าชื่อเคลวิน” รุ่งนภารีบก้มหน้าลงเมื่อพบว่าเคลวินกำลังจะเดินผ่านตน

“นี่ เขาหล่อนะว่าไหม เย็นชาแต่มีเสน่ห์” จิราเสริม

“ไม่มีนักเรียนหญิงคนไหนไม่รู้จักเขาเลยล่ะ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปคุยกับเขาเลย ฉันเองก็ไม่กล้านะกลัวว่าจะหายใจไม่ออกตอนที่เขาปล่อยรังสีอำมหิตออกมาน่ะ” รุ่งนภาหัวเราะ

“แต่เขาหล่อนะว่าไหม ทำยังไงดีฉันว่าฉันตกหลุมรัก” จิราประสานสองมือทำหน้าหวานซึ้ง

“เพ้อเจ้อ ฉันก็เห็นแกตกหลุมรักทุกวันนั่นแหละ” รุ่งนภาส่ายหน้า

ในขณะที่เพื่อนๆ ต่างกลัวเคลวิน มิรินกลับไม่ได้ใส่ใจทั้งยังขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเขาเดินไปนั่งคนเดียว

“นี่ ฉันว่าเธออย่าบอกว่ารู้จักเขาดีกว่า” ทิพวัลย์กระซิบเสียงเบา

“ทำไมละ” มิรินงง

“รู้ไหมว่าตอนนี้เขานะเป็นขวัญใจสาวๆ ในโรงเรียนเราไปแล้ว ต่างคนต่างก็แย่งกันว่าใครจะจีบเขาก่อนแต่ก็กลัวจะเสียหน้า แม้แต่รุ่นพี่เองก็ไม่เว้น แฟนคลับเขาเยอะขนาดนี้อยู่ห่างๆ เอาไว้เถอะ เพื่อสวัสดิภาพและความสงบสุขของเธอเอง” ทิพวัลย์กระซิบเสียงเบาลงอีก

“ขนาดนั้นเลยเหรอ...แต่ทำไมเขาถึงนั่งกินข้าวคนเดียวล่ะ” มิรินมองไปรอบๆ โรงอาหาร ถึงแอบเห็นว่าเหล่านักเรียนหญิงต่างก็แอบมองเขา แต่เวลาเขาหันไปมองก็หลบกันแทบไม่ทัน

“มีอะไรน่ากลัวกัน ทำท่าทางอย่างกับเขาเป็นปีศาจ” มิรินรู้สึกเคืองแทนเคลวินนิดๆ เพราะทุกคนต่างก็ให้ความสนใจในตัวเขาแต่กลับแสดงออกว่ากลัวเขาไปด้วย ตกลงว่าเขาน่าสนใจ หรือว่าน่ากลัวกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.8 จบ

    บางครั้งการรอคอยก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายนัก การตัดสินใจด้วยความมีสติ มองเห็นถึงความเป็นไปได้ ความน่าจะเป็น รวมไปถึงไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ นั่นทำให้ทุกๆ อย่างเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลที่สำคัญไปกว่านั้นการแยกจากกันก็เพื่อให้ต่างฝ่ายก็ต่างก็ได้เติบโต ต่างฝ่ายก็ต่างก็แยกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่แน่ว่าหากความทรงจำสวยงามในวัยเด็กเป็นเพียงความรู้สึกดีๆ ไม่ได้ลึกซึ้ง ต่างฝ่ายต่างอาจเสียใจในภายหลังถึงอย่างนั้นเธอกับเคลวินกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันเหมือนกับเมื่อพบกันแล้วคนทั้งสองก็ไม่ต้องการใครอื่นอีก เหมือนความรักครั้งนี้มีเพียงกันและกัน ขอเพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วเพราะไปอยู่อเมริกาหลายปีมิรินมีพ่อกับแม่เพิ่มมาอีกสองคน ประธานหลี่กับคุณลิลลี่ดูแลเธอดีมาก มากจริงๆ...“ไหนคุณแม่เสร็จแล้วหรือยังนะ” เคลวินจูงคริสออกมาจากในบ้าน มิรินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกยิ้มให้เคลวินจากนั้นปิดสมุดบันทึก“วันนี้น้องคริสเป็นเด็กดีหรือเปล่าครับ”“เป็นเด็กดีครับ” เด็กชายคริสเตียน หลี่ ตอบแม่ด้วยรอยยิ้ม“วันนี้กินข้าวเยอะมาก สงสัยชอบกับข้าวที่คุณยายทำ” เคลวินเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ มิริน เขา

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.7

    พูดจบก็ลุกขึ้นแต่โดนเคลวินรวบตัวเอาไว้ได้ เขาวางเธอลงบนตักกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอดิ้นหลุด “นี่ ปล่อยฉันนะ” มิรินหน้าแดงไปถึงใบหู“มิริน” เคลวินรัดแขนแน่นเข้ากว่าเดิม “แต่งงานกันนะ”มิรินเงยหน้าพรวดก่อนจะมองหน้าเขาด้วยความตกใจ“ฉันยังรักเธอคนเดียว รักมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน รักมาตลอดสิบปีไม่เคยลืมเลือนสักวัน แล้วฉันก็รู้ว่าเธอเองไม่ได้ต่างไปจากฉัน กล่องใบนั้นฉันเห็นแล้ว กล่องความทรงจำของเราสองคน”มิรินมองเขาแล้วอ้าปากค้างไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ในที่สุดก็ได้แต่นั่งก้มหน้าขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิด เคลวินเองก็นั่งรอเงียบๆ เขาต้องให้เวลามิรินตัดสินใจ“ฉันเองก็ไม่เคยลืมนายนะ ไหนบอกว่าไม่นาน สำหรับฉันสิบปีมันนานมากเลย” เธอพึมพำ“ถ้าอย่างงั้นก็แต่งงานกันนะ ดีมั้ย” เคลวิลกระซิบเสียงเบาข้างหูมิรินหันมาสบตากับเขาและยิ้มออกมาในที่สุดเขามั่นใจว่าเธอรู้จักสายตาแน่วแน่ของเขาดี สิบปีที่เธอรอเขาและเขาเองก็เฝ้านับวันที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ดังนั้นเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก แค่ครั้งเดียวที่ปล่อยมือก็เพียงพอแล้วจะไม่มีครั้งที่สองอีกเด็ดขาด...“ได้ เราสองคนแต่งงานกัน”มิรินพยักหน้าพูดออกมาในที่สุด เคลวินล

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.6

    “หาแฟนเข้าสิ” เอพริลหัวเราะ“เธอก็โสดยังมีหน้ามากระแนะกระแหนฉัน”“เฮ้อ” สองสาวถอนหายใจพร้อมกัน“ว่าแต่...ถึงไหนกันแล้วละ”“อะไร” มิรินเลิกคิ้วมองเพื่อนทิพวัลย์ยิ้มจับมือมิรินมากุมเอาไว้ “คราวนี้ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือละ เอ้าดื่มย้อมใจซะแล้วไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง”“หมายความว่ายังไง”“เขาจะกลับอเมริกาแล้วไม่รู้หรือไง”“เอ๋ เขาบอกว่ายังไม่มีกำหนดกลับนี่”“ฉันได้ยินมาว่าเขาจะกลับมะรืนนี้นี่ เธอไม่รู้?” เอพริลเองก็รู้มาเหมือนกันมิรินเม้มปากกรอกเบียร์จนหมดกระป๋อง “เขาไม่บอกอะไรฉันเลย” คิ้วเรียวขมวดมุ่น หยิบเบียร์ขึ้นมาอีกกระป๋องกรอกเข้าไปจนหมดแล้วลุกขึ้น“เฮ้ยจะไปไหน”“ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” มิรินเดินโซเซไปที่ประตู“แล้วจะไปคุยรู้เรื่องได้ยังไง เธอเริ่มเมาแล้วนะ”“ไม่รู้เรื่องก็จับกินหัวกินหางซะเลย!”เอพริลหลุดหัวเราะ “ทำเป็นเรอะ”ทิพวัลย์ถลึงตาให้อีกฝ่าย “มันใช่เวลามั้ย คนเมาไปล้อเล่นแบบนั้นได้หรือไง ตามไปเร็ว”ทั้งสองตามมาจนพบมิรินที่หน้าประตูห้องของเคลวิน เขาดูงุนงงที่ทั้งสามมายืนอยู่ที่หน้าของเขา ทั้ง...ยังเมา...หมายถึงคนของเขาเนี่ย“ฉันไว้ใจนาย คืนนี้ฝากด้วยนะ” ทิพวัลย์พู

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.5

    มิรินเงยหน้าขึ้นมองเขายิ้มๆ จากกันไปสิบปีเราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดต่อกัน เขายังคงมองเธอเหมือนเดิม เธอเองก็ยังคงเป็นมิรินในวันวานของเขา“นายฉีดน้ำหอมมาเหรอ”“น่าจะกลิ่นอาฟเตอร์เชฟ เมื่อเช้าโกนหนวด ไม่ชอบ?”“เปล่า หอมดี”เคลวินยกมือลูบผมของมิริน “ดีใจจังเลย เธอไม่เปลี่ยนไปสักนิด”มิรินตาโต “จริงเหรอ เปลี่ยนนะโตขึ้นตั้งเยอะ สูงขึ้นตั้งสองสามเซนแหนะ”เห็นสายตาที่มองค้อนเขาเคลวินลูบศีรษะมิรินเบาๆ ยังไงเธอก็ยังสูงแค่ไหล่ของเขาอยู่ดี... “วันนี้น้าญาชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน บอกว่าจะทำมื้อใหญ่เลี้ยงต้อนรับกลับมา แวะซื้ออะไรเพิ่มมั้ย”“ไม่ดีกว่า กลับไปช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่า จริงสิวันนี้ประชุมเป็นไงบ้าง”“ไม่มีอะไร พวกเขาตกใจนิดหน่อยที่ฉันมาเข้าร่วมประชุม แต่ก็นะ...เข้าใจได้” คนพวกนั้นกลัวเขาจะนึกสนุกอยากเข้ามาบริหาร ดังนั้นจึงตื่นเต้นหลังจากที่เห็นเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ทั้งที่ทุกปีเขาจะรบกวนผู้เป็นป้าไปแทน “แล้วเธอละ เมื่อไหร่จะเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณน้า หรืออยากเรียนต่อโทก่อน”“ยังไม่ตัดสินใจเลย คุณพ่อบอกว่าไม่รีบอยากให้เรียนต่อโทก่อน หรือบางทีอาจจะต่อจนจบปริญญาเอก”เขาพยักหน้า “จร

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.4

    “ยังไม่มีกำหนดกลับ” เขาตอบ “พรุ่งนี้ไปทำงานเองเหรอ”“ฉันโตแล้วน่า นั่งรถไฟใต้ดินแล้ว็ต่อรถไฟฟ้า ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงที่ทำงานแล้ว”“อืม แล้วเลิกงานกี่โมง”“ห้าโมงเย็น”“เดี๋ยวไปรับ”“รถติดนะ นายต้องหงุดหงิดตอนขับรถแน่เลย”“หรือนั่งรถไฟฟ้าดีมั้ยสะดวกดี คิดถึงตอนนั้น...อยากนั่งรถไฟใต้ดินอีกสักครั้ง” รถไฟใต้ดินที่เขากับเธอนั่งไปโรงเรียนตอนเช้า-เย็น“งั้นนั่งรถไฟฟ้ากัน จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินกลับบ้าน”“ได้”“อย่าได้ใส่สูทผูกไทมาเชียว”เขาหัวเราะ “ตกลง”“เคลวิน”“หืม”“ดีจังที่นายกลับมา”“ใช่ ฉันก็ดีใจที่กลับมา ดีใจมาก”“งั้นเจอกันพรุ่งนี้ ฝันดีนะ”“ฝันดี”ทั้งสองมองกันเงียบๆ วางสายพร้อมๆ กัน แต่เคลวินยังยืนนิ่ง เขาส่งเสียงบอกมิริน “เธอกลับเข้าไปข้างในก่อน”มิรินพยักหน้าจากนั้นหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง เคลวินยิ้มและยืนอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ เห็นมิรินปิดไฟเข้านอนแล้วเขาถึงได้หมุนตัวกลับเข้าห้องเขา...นอนหลับสนิทจนกระทั่งเช้าและตื่นขึ้นมาในตอนสาย ตอนออกมาที่หน้าระเบียงมิรินก็ออกไปทำงานแล้ว เขามองห้องที่ปิดม่านเงียบอยู่ๆ รอยยิ้มก็กว้างขึ้น “ดีจังที่ได้กลับมา” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเจ้าชมพู่ออกไปเ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.3

    นอกจากของพวกนั้นแล้วยังมีสมุดบันทึก...เขาพลิกดูลายมือที่ดีขึ้นมาอีกนิด นึกไม่ถึงว่าในที่สุดลายมือของมิรินก็อ่านง่ายขึ้น กระทั่งพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในบันทึกนั้น เป็นเรื่องราวนับตั้งแต่วันแรกที่เขากับเธอได้พบกันมันถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด ทุกเหตุการณ์ ทุกตัวอักษร ในบันทึกเล่มนี้คือความทรงจำทั้งหมดของเขากับมิริน ถึงไม่ได้อ่านแต่ตัวเขาเองก็จดจำรายละเอียดได้เหมือนมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองบันทึกที่บอกวันที่ล่าสุดเมื่อสามวันที่แล้ว...‘เคลวินฉันบอกเลิกเรวัฒน์ไปแล้วละ ฉันเป็นคนไม่ดี ยายเปิ้ลบอกว่าฉันเห็นเขาเป็นนาย ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันคิดว่าเมื่อฉันได้ใช้เวลากับคนอื่นฉันก็อาจจะรักเขาได้ แต่ฉันคิดผิด ฉันยังคิดถึงนายอยู่เลย จนเดี๋ยวนี้ฉันก็ยังคิดถึง ทำยังไงดีละฉันลืมนายไม่ได้ทั้งยังมองคนอื่นเป็นนาย...’เคลวินปิดสมุดบันทึกลงด้วยรอยยิ้ม เขาเก็บทุกอย่างที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกลับเข้ากล่องเช่นเดิม รับรู้ทุกความรู้สึกของมิรินผ่านตัวอักษรทุกตัวที่หญิงสาวขีดเขียนลงไปในบันทึก ถ่ายทอดออกมาเป็นความทรงจำที่ทั้งงดงามและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขเขารักมิริน รักมาตลอด จนถึงตอนนี้แม้ว่าจ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 8.7

    เคลวินคลายมือกุมมือเธอเอาไว้แน่นเช่นกัน “เธอ...จะไม่ไปกับฉัน?” มือของเขาสั่น“เชื่อมั้ย” มิรินหันไปมองเขา “ถ้านายพูดว่า ‘มิรินเธอต้องไปกับฉัน’ ฉันก็จะทำตามทันที แล้วนายรู้มั้ยว่านั่นมันหมายถึงอะไร มันหมายถึงว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ฉันก็ยังคล้อยตามนายง่ายๆ หรือถ้าฉันบอกว่า ‘เคลวิน นายอย่าไปเลย ได้มั้ย’

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 4.11

    ขณะเดียวกันนั้นที่ห้องบีเสียงซุบซิบเรื่องเด็กนักเรียนที่ย้ายมาใหม่ก็กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของทั้งห้อง “นี่ เห็นว่าสวยมากเลยนี่”“ดูไม่เหมือนคนอเมริกันเลย เหมือนคนเอเชียมากกว่าหรือว่าจะเป็นลูกครึ่ง”“ดูเหมือนคนจีนเลย”“เห็นว่าเป็นลูกครึ่งจีนเหมือนเคลวินเลย”“จะเหมือนได้ยังไงเคลวินเป็นลูกครึ่งไทย-จีนแ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 4.6

    เขาหันกลับมามองผู้เป็นพ่อ เห็นอีกฝ่ายตกใจกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน นั่นก็เท่ากับยอมรับว่าจำไม่ได้จริงๆ“ผมขอตัว” เคลวินเดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้าเย็นชาน่ากลัวลิลลี่มองตามแล้วอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ “วันนี้เป็นวันเกิดของเขาจริงๆ หรือคะ” ในใจรู้สึกผิดไม่น้อยหลังจากที่ได้ยินหลี่ชิงไม่ได้ตอบคำถาม จำไม่ได

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 4.2

    ที่น่าตกใจกว่าคือใบหน้าเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างเวลาที่มีคนอื่นเข้ามาคุยกับเขา อีกทั้งเขายังเหมือนจะยิ้มที่มุมปากด้วยซ้ำผีหลอกแล้วซาตานกำลังยิ้ม!!“อย่าลืมหลักฐานละ ตอนหลังเลิกเรียนจะไปเช็คผล ต่ำกว่าครึ่งสองอาทิตย์ มากกว่าครึ่งเหลืออาทิตย์เดียวเหมือนเดิม” เคลวินเดินตามภควัตไปอย่างอารมณ์ดี“ตอนนี้ฉันรู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status