Share

รักนี้ขอมีเพียงเธอ
รักนี้ขอมีเพียงเธอ
Penulis: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update Tanggal publikasi: 2026-05-02 16:19:41

ร่างสูงของชายหนุ่มอายุราวยี่สิบสี่ยี่สิบห้า กำลังก้าวเดินออกมาจากทางเดินผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ชุดลำลองสบายตัวสวมทับด้วยเสื้อนอกสีอ่อนดูดีมาก แม้ยับย่นจากการเดินทางอันยาวนานบนเครื่อง แต่นั่นกลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์จนหญิงสาวหลายคนที่ยืนอยู่รายรอบหยุดมองเป็นตาเดียว

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูเย็นชา แต่ในความเย็นชานั้น เขากลับดึงดูดใจสายตาและความสนใจของทุกคนเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

“กลับมาแล้ว” เขากระซิบกับตัวเอง

สิบปีแล้วที่เขาไม่ได้มากลับมาเมืองไทย ภาพความทรงจำในตอนที่เขามาเมืองไทยครั้งแรก ปรากฏขึ้นมาเป็นฉากๆ คล้ายมันเพิ่งจะผ่านไปเมื่อวาน

เคลวิน หลี่ เกิดที่ประเทศไทยก็จริง ทว่าเขากลับไปเติบโตที่อเมริกา

หลี่ชิง พ่อของเขาเป็นคนจีน ส่วนอารยาแม่ของเขาเป็นคนไทย ทั้งสองหย่าร้างกันตั้งแต่เคลวินอายุได้ห้าขวบ หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอเมริกากับพ่อแล้วไม่ค่อยได้พบแม่บ่อยนัก

เขายังจำได้แม่นว่าตัวเองโกรธมากแต่ไหน ตอนรู้ว่าพ่อของเขาปิดบังเรื่องการตายของแม่ เพราะหลังจากไม่ได้ข่าวหรือการติดต่อจากแม่ เขาก็เริ่มโกรธและเกลียดแม่ที่ลืมเขา ไม่มาหาตามสัญญา

ตอนที่รู้เรื่องทั้งหมดจากป้าแท้ๆ เขาไม่รู้เลยว่าเขารู้สึกโกรธและเกลียดที่ไม่มีใครบอก หรือว่าเกลียดตัวเองที่ไม่มีโอกาสจะเห็นหน้าแม่เป็นครั้งสุดท้ายมากกว่ากัน

ด้วยสาเหตุนี้เขาจึงอาศัยจังหวะที่พ่อของเขากำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานแต่งงานใหม่ แอบทำเรื่องย้ายมาเรียนที่เมืองไทย ตอนนั้นพ่อของเขาไม่อ่านด้วยซ้ำว่าเขาให้เซ็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร...

และในตอนนั้นเองเหตุการณ์ที่ตราตรึงในความทรงจำของเขาได้เริ่มต้นขึ้น ในเช้าวันแรกที่มาถึงเมืองไทย เด็กสาวผมสั้นหน้าตาใสซื่อดูน่ารำคาญปรากฏตัวขึ้น เธอคอยก่อกวนชีวิตอันเงียบสงบของเขา คอยส่งเสียงถามเรื่องต่างๆ คอยกวนใจไม่ว่าเขาไปที่ไหนหรือทำอะไร

เด็กสาวคนนั้น คนที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล...

ภายในห้องนอนยามเช้าตรู่ ร่างเล็กใต้ผ้านวมสีหวาน นอนกระสับกระส่ายไปมาราวกับกำลังได้รับความทรมาน เหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาจนเปียกชุ่ม แต่นั่นดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้เด็กสาวรู้สึกตัวตื่นขึ้น

สองมือน้อยกำผ้านวมเอาไว้แน่นจนข้อเกร็งซีดเป็นสีขาวสลับแดง เสียงพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ดังลอดออกมาจากโปงผ้า

“อย่า...แม่ขาช่วยหนูด้วย...พ่อหนูเจ็บ อย่า…หนูกลัวแล้ว ไม่!” เสียงตะโกนสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับคนที่ผวาลุกขึ้นนั่ง

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่มิรินไม่เคยนับ ฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนเหมือนปิศาจที่คอยวนเวียนก่อกวนไม่ไปไหน ภาพที่อธิชาติผู้เป็นพ่อทุบตีทำร้าย

หรือหนักที่สุดเขาถึงขั้นเคยจับเด็กสาวกดลงไปในน้ำอย่างโหดร้าย ในขณะที่มนตราผู้เป็นแม่พยายามห้ามปราม ถึงอย่างนั้นคนที่เข้ามาห้ามกลับถูกทุบตีแทนเสียเอง สองแม่ลูกใบหน้าเขียวช้ำ ตามร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอย กระทั่งบางครั้งผู้เป็นแม่ถึงกับนอนสลบไสลไม่ได้สติ

ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้ง ทำให้มิรินเคยตั้งคำถามกับตัวเองเสมอมา เพราะอะไรเธอที่เป็นเด็กห้าขวบจึงไม่เป็นที่ต้องการ

ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดเกิดขึ้น ผู้เป็นพ่อตกงาน ผู้เป็นแม่เป็นเพียงแม่บ้านไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ทั้งสองได้แต่รับจ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว นานวันเข้าหัวหน้าครอบครัวก็เกิดความเครียด เมื่อหงุดหงิดมากเข้าก็เริ่มหันไปพึ่งพาสุรา

ไม่เพียงแต่เริ่มติดสุรา เขายังเริ่มติดการพนัน กระทั่งหลังๆ ยังถึงขั้นเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด วันไหนได้ดังใจก็อารมณ์ดี วันไหนไม่ได้ดังใจหรือเมาได้ที่ ก็เริ่มลงไม้ลงมือกับสองแม่ลูก

หนักเข้าเขาหันไปทั้งขายทั้งเสพ หลอนจนพยายามฆ่าเมียและลูกของตัวเอง หากไม่ได้เพื่อนบ้านนำตัวทั้งสองส่งโรงพยาบาลเพราะทนเห็นสองแม่ลูกถูกทุบตีไม่ไหว มิรินและแม่คงเอาชีวิตไม่รอด

ตอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมิรินถูกส่งต่อไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง กว่าจะรู้ว่าผู้เป็นแม่หนีไปแล้ว ทิ้งเธอเอาไว้ที่นั่นเพียงลำพัง เด็กสาวจึงเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา ข้างหูได้ยินเสียงพี่เลี้ยงซุบซิบว่าพ่อถูกจับและต้องโทษติดคุกยาวนานถึงยี่สิบปี

มิรินกลายเป็นเด็กเงียบขรึมไม่พูดคุยกับใคร กระทั่งทินกรและวิรัญญาได้มาขอเด็กสาวไปอุปการะ สองสามีภรรยาพาเธอกลับมาที่บ้าน ไม่เพียงแต่ดูแลเอาใจใส่เหมือนลูกแท้ๆ แต่ทั้งสองยังมีความอดทน มอบความรัก ให้ความเข้าใจ ให้เวลา จนในที่สุดเด็กสาวก็ยอมเปิดใจรับทั้งสอง ในใจได้แต่คิดว่าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนความรักที่ทั้งสองมอบให้

นับจากตอนนั้นมาถึงวันนี้ จากเด็กห้าขวบไม่พูดจาเพราะถูกทอดทิ้ง มิรินกลายเป็นเด็กสาววัยสิบหกผู้ร่าเริงแจ่มใส แม้ทุกครั้งในยามที่คิดถึงอดีต ความเจ็บปวด ความหวาดกลัว ทุกเรื่องราวในอดีตจะคอยกัดกร่อนหัวใจให้รวดร้าว แต่มิรินก็ไม่เคยคิดที่จะลืมความทรงจำ และบาดแผลในใจที่ติดแน่นฝังลึก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (2)
goodnovel comment avatar
สุกาญจน์ เรืองศรี
ชอบมากค่ะ อยากอ่านอีกอยากติดตามตอนต่อไปจนจบเรื่อง อยากรู้ว่ามิรินจะมีชีวิตที่ดีและเจอคนที่ดีรักมิรินอย่างจริงใจ
goodnovel comment avatar
สุกาญจน์ เรืองศรี
น่าสนใจอยากอ่านต่อจนจบ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.8 จบ

    บางครั้งการรอคอยก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายนัก การตัดสินใจด้วยความมีสติ มองเห็นถึงความเป็นไปได้ ความน่าจะเป็น รวมไปถึงไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ นั่นทำให้ทุกๆ อย่างเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลที่สำคัญไปกว่านั้นการแยกจากกันก็เพื่อให้ต่างฝ่ายก็ต่างก็ได้เติบโต ต่างฝ่ายก็ต่างก็แยกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่แน่ว่าหากความทรงจำสวยงามในวัยเด็กเป็นเพียงความรู้สึกดีๆ ไม่ได้ลึกซึ้ง ต่างฝ่ายต่างอาจเสียใจในภายหลังถึงอย่างนั้นเธอกับเคลวินกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันเหมือนกับเมื่อพบกันแล้วคนทั้งสองก็ไม่ต้องการใครอื่นอีก เหมือนความรักครั้งนี้มีเพียงกันและกัน ขอเพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วเพราะไปอยู่อเมริกาหลายปีมิรินมีพ่อกับแม่เพิ่มมาอีกสองคน ประธานหลี่กับคุณลิลลี่ดูแลเธอดีมาก มากจริงๆ...“ไหนคุณแม่เสร็จแล้วหรือยังนะ” เคลวินจูงคริสออกมาจากในบ้าน มิรินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกยิ้มให้เคลวินจากนั้นปิดสมุดบันทึก“วันนี้น้องคริสเป็นเด็กดีหรือเปล่าครับ”“เป็นเด็กดีครับ” เด็กชายคริสเตียน หลี่ ตอบแม่ด้วยรอยยิ้ม“วันนี้กินข้าวเยอะมาก สงสัยชอบกับข้าวที่คุณยายทำ” เคลวินเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ มิริน เขา

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.7

    พูดจบก็ลุกขึ้นแต่โดนเคลวินรวบตัวเอาไว้ได้ เขาวางเธอลงบนตักกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอดิ้นหลุด “นี่ ปล่อยฉันนะ” มิรินหน้าแดงไปถึงใบหู“มิริน” เคลวินรัดแขนแน่นเข้ากว่าเดิม “แต่งงานกันนะ”มิรินเงยหน้าพรวดก่อนจะมองหน้าเขาด้วยความตกใจ“ฉันยังรักเธอคนเดียว รักมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน รักมาตลอดสิบปีไม่เคยลืมเลือนสักวัน แล้วฉันก็รู้ว่าเธอเองไม่ได้ต่างไปจากฉัน กล่องใบนั้นฉันเห็นแล้ว กล่องความทรงจำของเราสองคน”มิรินมองเขาแล้วอ้าปากค้างไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ในที่สุดก็ได้แต่นั่งก้มหน้าขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิด เคลวินเองก็นั่งรอเงียบๆ เขาต้องให้เวลามิรินตัดสินใจ“ฉันเองก็ไม่เคยลืมนายนะ ไหนบอกว่าไม่นาน สำหรับฉันสิบปีมันนานมากเลย” เธอพึมพำ“ถ้าอย่างงั้นก็แต่งงานกันนะ ดีมั้ย” เคลวิลกระซิบเสียงเบาข้างหูมิรินหันมาสบตากับเขาและยิ้มออกมาในที่สุดเขามั่นใจว่าเธอรู้จักสายตาแน่วแน่ของเขาดี สิบปีที่เธอรอเขาและเขาเองก็เฝ้านับวันที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ดังนั้นเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก แค่ครั้งเดียวที่ปล่อยมือก็เพียงพอแล้วจะไม่มีครั้งที่สองอีกเด็ดขาด...“ได้ เราสองคนแต่งงานกัน”มิรินพยักหน้าพูดออกมาในที่สุด เคลวินล

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.6

    “หาแฟนเข้าสิ” เอพริลหัวเราะ“เธอก็โสดยังมีหน้ามากระแนะกระแหนฉัน”“เฮ้อ” สองสาวถอนหายใจพร้อมกัน“ว่าแต่...ถึงไหนกันแล้วละ”“อะไร” มิรินเลิกคิ้วมองเพื่อนทิพวัลย์ยิ้มจับมือมิรินมากุมเอาไว้ “คราวนี้ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือละ เอ้าดื่มย้อมใจซะแล้วไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง”“หมายความว่ายังไง”“เขาจะกลับอเมริกาแล้วไม่รู้หรือไง”“เอ๋ เขาบอกว่ายังไม่มีกำหนดกลับนี่”“ฉันได้ยินมาว่าเขาจะกลับมะรืนนี้นี่ เธอไม่รู้?” เอพริลเองก็รู้มาเหมือนกันมิรินเม้มปากกรอกเบียร์จนหมดกระป๋อง “เขาไม่บอกอะไรฉันเลย” คิ้วเรียวขมวดมุ่น หยิบเบียร์ขึ้นมาอีกกระป๋องกรอกเข้าไปจนหมดแล้วลุกขึ้น“เฮ้ยจะไปไหน”“ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” มิรินเดินโซเซไปที่ประตู“แล้วจะไปคุยรู้เรื่องได้ยังไง เธอเริ่มเมาแล้วนะ”“ไม่รู้เรื่องก็จับกินหัวกินหางซะเลย!”เอพริลหลุดหัวเราะ “ทำเป็นเรอะ”ทิพวัลย์ถลึงตาให้อีกฝ่าย “มันใช่เวลามั้ย คนเมาไปล้อเล่นแบบนั้นได้หรือไง ตามไปเร็ว”ทั้งสองตามมาจนพบมิรินที่หน้าประตูห้องของเคลวิน เขาดูงุนงงที่ทั้งสามมายืนอยู่ที่หน้าของเขา ทั้ง...ยังเมา...หมายถึงคนของเขาเนี่ย“ฉันไว้ใจนาย คืนนี้ฝากด้วยนะ” ทิพวัลย์พู

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.5

    มิรินเงยหน้าขึ้นมองเขายิ้มๆ จากกันไปสิบปีเราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดต่อกัน เขายังคงมองเธอเหมือนเดิม เธอเองก็ยังคงเป็นมิรินในวันวานของเขา“นายฉีดน้ำหอมมาเหรอ”“น่าจะกลิ่นอาฟเตอร์เชฟ เมื่อเช้าโกนหนวด ไม่ชอบ?”“เปล่า หอมดี”เคลวินยกมือลูบผมของมิริน “ดีใจจังเลย เธอไม่เปลี่ยนไปสักนิด”มิรินตาโต “จริงเหรอ เปลี่ยนนะโตขึ้นตั้งเยอะ สูงขึ้นตั้งสองสามเซนแหนะ”เห็นสายตาที่มองค้อนเขาเคลวินลูบศีรษะมิรินเบาๆ ยังไงเธอก็ยังสูงแค่ไหล่ของเขาอยู่ดี... “วันนี้น้าญาชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน บอกว่าจะทำมื้อใหญ่เลี้ยงต้อนรับกลับมา แวะซื้ออะไรเพิ่มมั้ย”“ไม่ดีกว่า กลับไปช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่า จริงสิวันนี้ประชุมเป็นไงบ้าง”“ไม่มีอะไร พวกเขาตกใจนิดหน่อยที่ฉันมาเข้าร่วมประชุม แต่ก็นะ...เข้าใจได้” คนพวกนั้นกลัวเขาจะนึกสนุกอยากเข้ามาบริหาร ดังนั้นจึงตื่นเต้นหลังจากที่เห็นเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ทั้งที่ทุกปีเขาจะรบกวนผู้เป็นป้าไปแทน “แล้วเธอละ เมื่อไหร่จะเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณน้า หรืออยากเรียนต่อโทก่อน”“ยังไม่ตัดสินใจเลย คุณพ่อบอกว่าไม่รีบอยากให้เรียนต่อโทก่อน หรือบางทีอาจจะต่อจนจบปริญญาเอก”เขาพยักหน้า “จร

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.4

    “ยังไม่มีกำหนดกลับ” เขาตอบ “พรุ่งนี้ไปทำงานเองเหรอ”“ฉันโตแล้วน่า นั่งรถไฟใต้ดินแล้ว็ต่อรถไฟฟ้า ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงที่ทำงานแล้ว”“อืม แล้วเลิกงานกี่โมง”“ห้าโมงเย็น”“เดี๋ยวไปรับ”“รถติดนะ นายต้องหงุดหงิดตอนขับรถแน่เลย”“หรือนั่งรถไฟฟ้าดีมั้ยสะดวกดี คิดถึงตอนนั้น...อยากนั่งรถไฟใต้ดินอีกสักครั้ง” รถไฟใต้ดินที่เขากับเธอนั่งไปโรงเรียนตอนเช้า-เย็น“งั้นนั่งรถไฟฟ้ากัน จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินกลับบ้าน”“ได้”“อย่าได้ใส่สูทผูกไทมาเชียว”เขาหัวเราะ “ตกลง”“เคลวิน”“หืม”“ดีจังที่นายกลับมา”“ใช่ ฉันก็ดีใจที่กลับมา ดีใจมาก”“งั้นเจอกันพรุ่งนี้ ฝันดีนะ”“ฝันดี”ทั้งสองมองกันเงียบๆ วางสายพร้อมๆ กัน แต่เคลวินยังยืนนิ่ง เขาส่งเสียงบอกมิริน “เธอกลับเข้าไปข้างในก่อน”มิรินพยักหน้าจากนั้นหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง เคลวินยิ้มและยืนอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ เห็นมิรินปิดไฟเข้านอนแล้วเขาถึงได้หมุนตัวกลับเข้าห้องเขา...นอนหลับสนิทจนกระทั่งเช้าและตื่นขึ้นมาในตอนสาย ตอนออกมาที่หน้าระเบียงมิรินก็ออกไปทำงานแล้ว เขามองห้องที่ปิดม่านเงียบอยู่ๆ รอยยิ้มก็กว้างขึ้น “ดีจังที่ได้กลับมา” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเจ้าชมพู่ออกไปเ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.3

    นอกจากของพวกนั้นแล้วยังมีสมุดบันทึก...เขาพลิกดูลายมือที่ดีขึ้นมาอีกนิด นึกไม่ถึงว่าในที่สุดลายมือของมิรินก็อ่านง่ายขึ้น กระทั่งพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในบันทึกนั้น เป็นเรื่องราวนับตั้งแต่วันแรกที่เขากับเธอได้พบกันมันถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด ทุกเหตุการณ์ ทุกตัวอักษร ในบันทึกเล่มนี้คือความทรงจำทั้งหมดของเขากับมิริน ถึงไม่ได้อ่านแต่ตัวเขาเองก็จดจำรายละเอียดได้เหมือนมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองบันทึกที่บอกวันที่ล่าสุดเมื่อสามวันที่แล้ว...‘เคลวินฉันบอกเลิกเรวัฒน์ไปแล้วละ ฉันเป็นคนไม่ดี ยายเปิ้ลบอกว่าฉันเห็นเขาเป็นนาย ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันคิดว่าเมื่อฉันได้ใช้เวลากับคนอื่นฉันก็อาจจะรักเขาได้ แต่ฉันคิดผิด ฉันยังคิดถึงนายอยู่เลย จนเดี๋ยวนี้ฉันก็ยังคิดถึง ทำยังไงดีละฉันลืมนายไม่ได้ทั้งยังมองคนอื่นเป็นนาย...’เคลวินปิดสมุดบันทึกลงด้วยรอยยิ้ม เขาเก็บทุกอย่างที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกลับเข้ากล่องเช่นเดิม รับรู้ทุกความรู้สึกของมิรินผ่านตัวอักษรทุกตัวที่หญิงสาวขีดเขียนลงไปในบันทึก ถ่ายทอดออกมาเป็นความทรงจำที่ทั้งงดงามและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขเขารักมิริน รักมาตลอด จนถึงตอนนี้แม้ว่าจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status