Masukน้ำแข็ง...
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่ห้องพยาบาลของคณะวิศวกรรมศาสตร์ แปลกใจใช่ไหมล่ะว่าทำไม ก็มีคนเป็นลมเพราะฉันน่ะสิ เพื่อน ๆ เลยให้ฉันดูแลเขาจนกว่าจะพื้น ฉันก็เลยอดเข้าแลปไปด้วย นอกจากจะไม่ได้ช่วยเพื่อน ๆ ทำสรุปตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว ฉันยังต้องมาเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์อีก เฮ้อ!
"โตจนป่านนี้แล้วยังกลัวเข็มอีก ไหนบอกแค่นี้ไม่ถึงตายไง หึ เป็นลมซะงั้นพ่อคนเก่ง" ฉันหันไปพูดกับคนบนเตียงที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะเขาทำให้ฉันเสียเวลา
"ฉันได้ยินนะ" แต่แล้วเสียงทุ้มของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ดังขึ้น ทำให้ฉันที่นั่งเฝ้าอยู่ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ดีแล้วแหละที่เขาฟื้นขึ้นมา
"ฟื้นแล้วก็ดี ฉันไปล่ะ"
หมับ!
"ว๊ายย! ปล่อยนะ!" แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะหันหลังให้ คนที่นอนอยู่ก็คว้าข้อมือฉันเอาไว้ก่อนจะกระชากให้ล้มลงบนตัวเขาที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของฉันที่ตอนนี้นอนทับร่างเขาเอาไว้นั้นห่างจากเขาเพียงคืบ ลมหายใจร้อน ๆ ที่เป่ารดใบหน้าของฉันอยู่ทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเขา กลิ่นที่ฉันคุ้นเคย...
อัคคี...
ผมมองคนตัวเล็กดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาบนตัวผม กลิ่นหอม ๆ จากตัวเธอปะทะกับจมูกผมเต็ม ๆ มันเป็นกลิ่นหอมที่ผมตามหามานานแสนนาน กลิ่นหอมที่ผมไม่เคยลืมมันและไม่เคยให้กลิ่นไหน ๆ มาแทนที่มัน
"ดิ้นแบบนี้มันไม่ดีกับตัวว่าที่คุณหมอเลยนะครับ" ผมพูดกับคนที่นอนทับร่างผมอยู่พร้อมกับส่งยิ้มกวน ๆ ให้เธอ
"ปล่อยฉันนะ!" คนตัวเล็กขึ้นเสียงใส่ผมพร้อมกับส่งสายตาดุ ๆ มาให้ คิดว่าผมจะกลัวเหรอ? แต่ปล่อยก็ได้วะ
ตึก ตึก ตึก ปัง!
ทันทีที่ผมปล่อยคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอด เธอก็รีบวิ่งออกจากห้องพยาบาลไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง เดี๋ยวนี้ดื้อจังเลยนะแถมยังดุซะด้วย
น้ำแข็ง...
ปึ่ก!!
"ว๊าย!"
"โอ๊ย! เฮ้ย! น้ำแข็ง!" เสียงของพี่ธันวารุ่นพี่ร่วมคณะฉันดังขึ้น ตอนนี้เราสองคนกระเด็นไปคนละทิศละทางเรียบร้อยตามระเบียบ หาได้ล้มแล้วหัวคะมำหน้าทิ่มปากประกบกันเหมือนในซีรีส์ไม่
"จะรีบไปไหนเนี่ย ไอ้เราก็คิดว่านางฟ้าที่ไหนตกลงมา ที่ไหนได้น้ำแข็งนี่เอง ก้อนเบ้อเร่อเลย"
"พี่มาทำอะไรแถวนี้อะ" ฉันถามคนตัวสูงกว่าเมื่อลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นเศษดินออกจากเสื้อผ้า
"เพื่อนเราให้มาตามอะ รีบไปเถอะ" พี่ธันวาตอบก่อนจะเดินนำหน้าฉันไป ฉันไม่ได้พูดอะไรต่อแต่รีบวิ่งตามคนขาวยาวกว่าไปติด ๆ และไม่ลืมที่จะพาดไหล่พี่เขาแรง ๆ เพราะยังแค้นที่พี่เขาทำให้ฉันล้มเมื่อกี้นี้ด้วย
วันนี้เพื่อน ๆ ของฉันบอกว่าพี่เหมันต์จะเลี้ยงหมูกะทะพวกเรา ตอบแทนฉันที่ดูแลเพื่อนของเขาระหว่างที่เป็นลมตอนเจาะเลือด เพื่อน ๆ ของฉันก็เลยพลอยได้อิ่มกันไปด้วยเพราะถ้าพี่เขาชวนฉันไปคนเดียวยังไงฉันก็ต้องปฏิเสธแน่
น้ำแข็ง..."พี่คีเข้ามาทำไมคะ ออกไปเลยค่ะ""ไม่เอา พี่อยากอาบน้ำกับน้ำแข็ง" เสียงอู้อี้ของคุณพ่อลูกสองที่ซุกหน้าลงบนแผ่นหลังฉันทำท่างอแงราวกับเด็ก ๆ"ไม่ได้ค่ะ พี่คีออกไปก่อนเดี๋ยวไม่มีใครดูนักรบกับพบรัก" ฉันเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของคนตัวสูงก่อนจะดันตัวเขาออกห่าง"นักรบกับพบรักหลับหมดแล้ว ขอพี่อาบน้ำกับน้ำแข็งนะ ๆ" ยังไม่หยุดงอแงแต่กลับเข้ามากอดฉันจากด้านหน้าและซุกหน้าลงบนเนินอก"พี่คีอย่างอแงสิคะ""ทีลูกงอแงน้ำแข็งยังโอ๋เลย" เฮ้อ!
อัคคี...หลังจากเมื่อวานที่สลบไปเพราะเห็นเลือด วันนี้ผมก็เลยต้องมานั่งฟังบรรดาเพื่อน ๆ ล้อเลียนผม ไอ้พวกบ้านี่เรียนจบแล้วไม่ทำงานทำการกันหรือไงวะ มารุมมองหน้าลูกผมอยู่ได้น่ารำคาญ"เมื่อไหร่พวกมึงจะไสหัวกลับกันสักทีวะ ลูกกูจะได้หลับได้นอน" ผมหันไปมองพวกมันด้วยสีหน้าหงุดหงิดเมื่อพวกมันยังรุมล้อมลูกผมอยู่"พวกกูไม่ได้ปลุกหลานป่าววะ แค่จ้องหน้าเฉย ๆ ทำเป็นหวง" ไอ้เทอร์โบพูดขึ้น"หวงสิวะก็ลูกกูอะ อยากได้ก็พากันหาเมียซะสิจะได้ไม่ต้องมามองหน้าลูกคนอื่นแบบนี้" มองอย่างเดียวไม่พอทั้งถ่ายรูป ทั้งจ้องหน้า หึ้ย"แล้วมึงล่ะองศา เมื่อไหร่จะกลับต่างประเทศ ไหนบอกว่าพอน้ำแข็งคลอดก็จะกลับไง" ผมหันไปหาองศาที่ตอนนี้กำลังรัวชัตเตอร์ใส่ลูกผมอยู่"
น้ำแข็ง...หลายวันต่อมา..."น้ำแข็งตั้งชื่อลูกไว้หรือยังครับ" คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ลูบมือไปมาบนท้องของฉัน จะว่าไปฉันก็ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย"ยังเลยค่ะ นี่ก็ใกล้คลอดแล้วด้วย ลืมไปเลย" ฉันหันหน้าไปมองพี่คีที่ตอนนี้นอนกอดฉันอยู่ข้าง ๆ"ผู้ชายให้ชื่อนักรบ ผู้หญิงให้ชื่อพบรักดีมั้ย" คนข้าง ๆ พึมพำเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มจนฉันอดยิ้มตามไม่ได้"น้ำแข็งชอบสองชื่อนี้ค่ะ""ส่วนชื่อจริงพี่ให้น้ำแข็งตั้งนะ""เป็นนักรบก็ต้องมีอาวุธ งั้น...ให้ชื่อศาสตราวุธ ดีมั้ยคะ" ฉันเอียงคอถามคนที่นอนยิ้มอยู่ข้าง ๆ ชื่อเล่นนักรบ ชื่อจริงศาสตราวุธ จะน่ากลัวไปหรือเปล่านะแต่ฉันว่าน่ารักแล้วก็เข้ากันดี
น้ำแข็ง...หลายเดือนต่อมา..."น้ำแข็ง เสร็จหรือยังครับ" เสียงพี่คีที่อยู่ด้านนอกตะโกนเข้ามาในห้องน้ำ"เสร็จแล้วค่ะ" ฉันตะโกนตอบก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางแล้วเดินออกจากห้องน้ำตอนนี้ท้องฉันโตมากแล้ว เริ่มเคลื่อนไหวตัวยากขึ้นทุกที สัปดาห์หน้าก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว ฉันกับพี่คีเลยต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านตามคำสั่งของคุณน้า และเพื่อไปพบครอบครัวพี่คีที่เดินทางมารอรับขวัญหลานที่กำลังจะคลอดเร็ว ๆ นี้ด้วย"ค่อย ๆ เดินนะครับ" คนที่เข้ามาพยุงตัวฉันเอ่ยบอก "เดินช้า ๆ นะ""พี่คีเอาของลงมาหมดแล้วเหรอคะ" ฉันถามคนที่พยุงตัวฉันอยู่"หมดแล้วครับ พี่ขึ้นไปดูหลายรอบแล้วไม่น่าจะลืมอะไร" คนข้าง ๆ ตอบพลางเปิดประตูรถให้ฉันเข้าไปนั่ง
น้ำแข็ง...วันนี้ฉันกับพี่คีเราจะไปทำบุญที่วัดใกล้ ๆ บ้านสวนด้วยกัน ฉันจึงต้องรีบตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเข้าครัวด้วยตัวเอง แต่ก็ยังมีคนหน้ามุ้ยตื่นมาช่วยทำกับข้าวอีก ไม่เข้าใจว่าทำไมหลายคนชอบคิดว่าคนท้องอ่อนแอ ต้องอยู่เฉย ๆ ไม่ให้ทำอะไรด้วยนะ"น้ำแข็ง มาครับเดี๋ยวพี่ยกให้" เสียงทุ้มของคนที่เดินมาหยุดอยู่ข้างฉันเอ่ยบอกก่อนจะยกหม้อแกงลงจากเตาไปวางบนเคาน์เตอร์ให้ฉัน "ทำไมไม่รู้จักอยู่เฉย ๆ บ้างนะ ดื้อจริง ๆ" คนที่มาช่วยทำกับข้าวบ่นอุบ"น้ำแข็งไม่ได้ป่วยนะ น้ำแข็งแค่ท้อง" ฉันเถียงกลับก่อนจะสนใจอาหารที่ตัวเองทำอยู่ต่อ"ก็พี่ไม่อยากให้น้ำแข็งทำไงครับ ช่วยอยู่เฉย ๆ ได้ไหมเดี๋ยวพี่ทำเอง อยากได้อะไรเดี๋ยวพี่จัดการให้"
น้ำแข็ง...ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็นอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ นี่แล้ว สงสัยพี่คีจะอุ้มขึ้นมาแน่ ๆ เลย จะว่าไปฉันก็คิดถึงที่นี่เหมือนกันนะ บ้านสวนที่พี่คีตั้งใจสร้างให้ฉัน เตียงนอนที่ฉันเคยนอนเป็นคนแรกถึงจะไม่ใช่คนเดียวก็เถอะ ฉันเองไม่ได้โกรธอะไรหรอกนะเพราะเข้าใจดีว่าที่พี่คีทำก็เพราะอยากดูแลแม่ของลูกในตอนนั้น ถึงฉันจะรู้สึกนอยนิด ๆ ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรมากแล้วแหละ เพราะตอนนี้สิ่งที่ฉันคิดก็คือ...เวลาเธอไปอยู่ที่ไหนนะ"ตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้าง จะลำบากมั้ย ลูกในท้องเธอปลอดภัยดีหรือเปล่า" ฉันคิดแค่นั้นในฐานะที่ตัวเองก็เป็นคนท้องคนนึงเหมือนกันแกร๊ก...เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเดินออกมา ท่อนล่างถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าเช้ดตัวสีขาว ตามท่อนแขนและหน้าท้องมีหยาดน้ำเปียกชุ่มไปหมด"พี่คี... / เฮ้ย







