Mag-log in
วันตรวจสุขภาพประจำปี ของมหาวิทยาลัย JR
"สวัสดีค่ะ พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ นักศึกษาทุกคน เราชื่อเจ้าถิ่นนะคะเรียนแพทย์ศาสตร์ปีสาม วันนี้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนักศึกษาแพทย์ที่มาทำการตรวจร่างกายประจำปีให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ค่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำทีมงานก่อนนะคะ" เสียงยัยเจ้าถิ่นเพื่อนสาวหน้าสวยขาวหมวยและรวยมากของฉันกล่าวเปิดงานพร้อมแนะนำตัว
เสียงปรบมือ โห่ร้อง เสียงโฮแซว จากหนุ่ม ๆ วิศวะ ฮือฮาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อสาว ๆ คณะแพทย์ออกมาแนะนำตัวคนแล้วคนเล่า
"หวัดดี เราชื่อเรดาห์นะคะเรียนแพทย์ปีสาม" เรดาห์เพื่อนสาวสุดสวยหุ่นเอ็กซ์ดีกรีดาวคณะ และพ่วงด้วยตำแหน่งนางแบบที่โด่งดังตอนนี้แนะนำตัว การปรากฏตัวของเธอเรียกเสียงฮือฮา เสียงโฮแซวกึกก้องหอประชุม
"และคนสุดท้ายของทีมเราค่ะ..." ถึงคิวฉันแล้วสินะ....
"สวัสดีค่ะ เราชื่อน้ำแข็งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสาม" ฉันแนะนำตัวก่อนจะโปรยยิ้มทักทายทุกคนที่ยืนปรบมือให้พวกเราอยู่ก่อนจะแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่
การตรวจสุขภาพประจำปีครั้งแรกของชั้นปีที่พวกเราเรียนอยู่ มีรุ่นพี่ตั้งแต่ปีสี่ ปีห้าและรุ่นพี่ปีหกคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และคอยทำหน้าที่บางอย่างที่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีพวกเราไม่สามารถทำได้ ทำให้ทุกอย่างในวันนี้ไม่มีอุปสรรค์อะไร แต่เป็นประสบการณ์ที่ดีและเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของพวกเรา
"เฮ้อ! เสร็จสักที เก็บของกันเถอะพวกเรา"
เสียงยัยเจ้าถิ่นที่เอ่ยบอกเพื่อน ๆ ในทีมหลังจากช่วยกันทำหน้าที่ตรวจสุขภาพให้เพื่อน ๆ ต่างคณะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่นางจะเดินไปช่วยเพื่อน ๆ คนอื่นเก็บอุปกรณ์
" น้ำแข็ง วันนี้หลังเอาผลตรวจสุขภาพออกจากแลปส่งอาจารย์เสร็จ อาจารย์ให้พวกเราพักผ่อนได้ ไม่ต้องเข้าเรียน พวกเราไปกินหมูกะทะกันมั้ยแก ฉันชวนยัยเรดาห์แล้วนางโอเค" ยัยเจ้าถิ่นหันมาถามฉันขณะที่ยกกล่องอุปกรณ์มาตั้งข้าง ๆ ฉัน
"อาทิตย์นี้แกกินไปเยอะแล้วนะถิ่น ที่สำคัญอาหารประเภทปิ้งย่าง รมควัน ผ่านความร้อนที่ไม่สมบูรณ์จะก่อให้เกิดสารพีเอเอช ลอยขึ้นมาพร้อมเขม่าควัน เกาะตามบริเวณผิวของอาหารโดยเฉพาะเวลาที่แกย่างจนไหม้เกรียม พอกินบ่อย ๆ แกจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ ไหนจะน้ำจิ้มที่ทำไว้ทีละเยอะ ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าค้างคืนไว้กี่วันก็จะทำให้แกเสี่ยงเป็นโรคท้องร่วงได้นะ" ฉันหันไปขมวดคิ้วใส่นางก่อนจะเทศนายาวเหยียด จนคนได้ฟังต้องกรอกตามองบนด้วยความเบื่อหน่าย ซึ่งฉันเห็นจนชินแล้วล่ะ
"ถิ่น ฉันว่าเรายังตรวจไม่ครบอะแก ในใบรายชื่อยังมีอีกหลายคนเลยนะที่ยังไม่มาตรวจ ฉันว่าเรารอพวกเขาก่อนดีมั้ย?" ยัยเรดาห์ที่ทำหน้าที่ลงทะเบียนตรวจสุขภาพหันมาพูดกับคนตรงหน้าฉัน ทำให้พวกเราหลายคนที่กำลังเก็บอุปกรณ์ต้องชะงักมือเอาไว้และตั้งโต๊ะใหม่อีกรอบ
ตึก ตึก ตึก
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก
"พวกเรามาทันใช่มั้ย แฮ่ก ๆ" เสียงเหนื่อยหอบของใครบางคนที่วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้ายัยเรดาห์เอ่ยถาม ก่อนจะลุกลี้ลุกลนค้นหาปากกาในกระเป๋ามาลงชื่อหน้าเคาเตอร์เพื่อตรวจสุขภาพ
"ทันค่ะ มีคนอื่นอีกมั้ยคะนอกจากคุณ" เสียงยัยเรดาห์ถาม แต่ฉันไม่มีเวลามากพอที่จะสนใจใครเพราะมัวแต่รื้ออุปกรณ์ที่เก็บลงกล่องไปแล้วช่วยรุ่นพี่ออกมาตั้งโต๊ะอีกครั้ง
"เหี้ย! โคตรเหนื่อยเลย มึงจะพาพวกกูวิ่งเอาโล่รึไงไอ้เทอร์โบ" เหมือนจะมีใครบางคนวิ่งมาสมทบคนมาใหม่ที่กำลังลงทะเบียนอยู่
"มึงจะบ่นทำเชี้ยไรวะเหมันต์ ถ้ามึงวิ่งมาไม่ทันรอบนี้ มึงก็ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเลยนะโว้ยเสียเวลา" ผู้ชายที่ชื่อเทอร์โบหันไปด่าเพื่อนตัวเองที่เพิ่งวิ่งตามมาก่อนจะหันไปลงชื่อต่อ
"กูเป็นลกชายเจ้าของโรงพยาบาลนะ กูต้องไปโรงบาลทุกวันอยู่แล้วมั้ยไอ้ห่าจะเสียเวลาอะไร"
"แล้วมึงจะตรวจที่นี่มั้ย ถ้าไม่ก็หลบไปดิ๊เกะกะ"
"เออตรวจ ๆ"
"ผมชื่ออัคคีครับ วิศวะปีสี่ รหัสxxxxxxxxxx"
"ส่วนผมชื่อพายุครับ วิศวะปีสี่ รหัสxxxxxxxxxx" เหมือนจะเริ่มมีคนมาเพิ่มเรื่อย ๆ ทำให้พวกเราที่นั่งอยู่ด้านหลังต้องเร่งมือตั้งโต๊ะใหม่ ใครหลายคนเริ่มวิ่งเข้ามาในหอประชุมราวกับกลัวว่าจะไม่ทัน อาจเป็นเพราะคงไม่มีใครอยากไปตรวจที่โรงพยาบาลเอง
"เดี๋ยวพวกคุณลงทะเบียนเสร็จแล้วเข้าตรวจร่างกายให้ครบทุกจุดได้เลยนะคะ ตามจุดต่าง ๆ จะมีบอกค่ะว่าตรวจอะไรบ้าง แต่พวกคุณอย่าเพิ่งวัดความดันกับตรวจเลือดนะคะ เพราะยังเหนื่อยกันอยู่ สองอย่างที่ว่ามาให้ตรวจเป็นอย่างสุดท้ายเลยค่ะ" เสียงยัยเรดาห์และเพื่อน ๆ ที่ทำหน้าที่ลงทะเบียนอธิบายรายละเอียดให้คนที่เพิ่งมาถึงหลาย ๆ คนก่อนจะจัดคิวให้แต่ละคนไปตามจุดต่าง ๆ ที่ตั้งรอ
อัคคี...
"ขอโทษนะครับ ตรวจเลือดตรงนี้ใช่มั้ยครับ" ผมเอ่ยถามนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง ตอนนี้เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจดอะไรสักอย่าง เหลือผมสุดท้ายแล้วที่ยังไม่ได้ตรวจเลือด
"ใช่... ค่ะ"
"..."
ตึก ตัก ตึก ตัก
เหมือนกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดหมุน เข็มนาฬิกาได้หยุดเดิน คนตรงหน้าที่ผมยืนมองตาไม่กระพริบอยู่ในเวลานี้ เป็นคนคนเดียวที่ทำให้ผม...
"ไอ้อัค! ไอ้อัคคี! ไอ้เชี้ยอัคคี!!!!!!!!!!" เสียงตะโกนของไอ้พวกเพื่อนซี้ทั้งสามคนทำให้ผมและคนตรงหน้าต้องละสายตาออกจากกัน
"พวกมึงสามคนจะตะโกนทำเชี้ยไรวะ!" ผมตะคอกพวกมันกลับก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้ามเธอที่เบือนหน้าไปมองทิศทางอื่น ทำราวกับว่าไม่อยากมองหน้าผมอย่างไรอย่างนั้น
"ถ้าพวกกูไม่ตะโกนเรียก มึงก็คงยืนเป็นอนุสาวรีย์ที่นี่แล้วล่ะ เรียกตั้งนานไม่หัน ไม่หือไม่อือ" เสียงไอ้เทอร์โบที่ยืนอยู่ข้างผมพูดขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างผม
"ต้องขอโทษว่าที่คุณหมอคนสวยด้วยนะครับ พอดีเพื่อนผมมันกลัวเข็มฉีดยาน่ะ เลยยืนทำใจนานไปหน่อย" ไอ้พายุพูดกับคนตรงหน้าติดตลกพลางเขย่าไหล่ผมไปมา ขณะที่มันเองก็หย่อนก้นนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่
"มึงรีบยื่นแขนให้น้องเขาสิวะ" ไอ้เหมันต์หัมาบอกผมก่อนจะหันไปพูดกับคนตรงหน้าต่อ ก่อนจะเดินไปหยิบเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินไปนั่งข้างคนตรงหน้าผม
"น้ำแข็งรีบ ๆ เจาะเลือดชั่วของมันออกที พวกพี่จะได้รีบไป" หืม? สองคนนี้รู้จักกันได้ยังไงวะ...
"มึงรู้จักเขาได้ไงวะเห อย่าบอกนะว่ามึงกับเขา..." ไอ้พายุจอมจุ้นกับไอ้เทอร์โบจอมเสือกถามไอ้เหขึ้นพร้อมกัน พลางทำสายตาเจ้าเล่ห์มองน้ำแข็งกับไอ้เหมันต์สลับกันไปมา ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะ แต่ทำได้แค่นิ่งไว้ไม่กล้าถาม
"เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังหลังจากที่เอาเลือดชั่วไอ้อัคออกแล้ว" ไอ้เหมันต์ไม่พูดเปล่าแต่เอื้อมมือมาจับแขนผมไปวางไว้บนขาตั้งเพื่อให้คนตรงหน้าได้เจาะเลือด โดยไม่ปล่อยให้ผมได้มีโอกาสทำใจ
"ไม่ต้องกลัวนะมึง พวกกูอยู่ตรงนี้คิก คิก" ไอ้เทอร์โบพูดเสียงกวน ๆ พร้อมกับหันไปหัวเราะคิกคักกับไอ้พายุ ขณะที่พวกมันสองคนเอื้อมแขนมาโอบไหล่ผมเอาไว้คนละข้าง ไอ้พวกบ้านี่...
"พวกมึงเงียบ ๆ ดิ๊ เขาต้องใช้สมาธินะ" เสียงไอ้เหดุไอ้สองตัวที่นั่งข้างผมจนพวกมันต้องเงียบลง จะว่าไปแล้วนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยนะที่ผมได้มองหน้าเธอใกล้ ๆ แบบนี้ เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย... สวยขึ้นแล้วก็น่ารักขึ้นมากด้วย...
"เจ็บนิดเดียวนะคะ" เสียงหวานเอ่ยกับผมพลางเงยหน้ามาสบตาและส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ก่อนจะก้มหน้ารัดสายยางกับแขนของผม มือนุ่ม ๆ เอื้อมมาสัมผัสแขนผมเบา ๆ พลอยทำให้คิดถึงวันเก่า ๆ ที่เคยเดินจับมือกัน...
"เจ็บกว่านี้ก็โดนมาแล้วครับ แค่นี้ไม่ตายหรอกว่าที่คุณหมอ" ผมกระตุกยิ้มมุมปากให้คนตรงหน้าก่อนจะส่งสายตายียวนให้เธอ แต่แล้วบางอย่างที่ทิ่มลงมาบนแขนของผมก็ทำให้สะดุ้งโหยง น้ำตาเล็ด...
จึก!
เจ็บ!
ฉิบ!
หาย!!!!!!
"เวรแล้ว! ไอ้อัค! / ไอ้อัคคีอย่าตายนะมึง!"
น้ำแข็ง..."พี่คีเข้ามาทำไมคะ ออกไปเลยค่ะ""ไม่เอา พี่อยากอาบน้ำกับน้ำแข็ง" เสียงอู้อี้ของคุณพ่อลูกสองที่ซุกหน้าลงบนแผ่นหลังฉันทำท่างอแงราวกับเด็ก ๆ"ไม่ได้ค่ะ พี่คีออกไปก่อนเดี๋ยวไม่มีใครดูนักรบกับพบรัก" ฉันเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของคนตัวสูงก่อนจะดันตัวเขาออกห่าง"นักรบกับพบรักหลับหมดแล้ว ขอพี่อาบน้ำกับน้ำแข็งนะ ๆ" ยังไม่หยุดงอแงแต่กลับเข้ามากอดฉันจากด้านหน้าและซุกหน้าลงบนเนินอก"พี่คีอย่างอแงสิคะ""ทีลูกงอแงน้ำแข็งยังโอ๋เลย" เฮ้อ!
อัคคี...หลังจากเมื่อวานที่สลบไปเพราะเห็นเลือด วันนี้ผมก็เลยต้องมานั่งฟังบรรดาเพื่อน ๆ ล้อเลียนผม ไอ้พวกบ้านี่เรียนจบแล้วไม่ทำงานทำการกันหรือไงวะ มารุมมองหน้าลูกผมอยู่ได้น่ารำคาญ"เมื่อไหร่พวกมึงจะไสหัวกลับกันสักทีวะ ลูกกูจะได้หลับได้นอน" ผมหันไปมองพวกมันด้วยสีหน้าหงุดหงิดเมื่อพวกมันยังรุมล้อมลูกผมอยู่"พวกกูไม่ได้ปลุกหลานป่าววะ แค่จ้องหน้าเฉย ๆ ทำเป็นหวง" ไอ้เทอร์โบพูดขึ้น"หวงสิวะก็ลูกกูอะ อยากได้ก็พากันหาเมียซะสิจะได้ไม่ต้องมามองหน้าลูกคนอื่นแบบนี้" มองอย่างเดียวไม่พอทั้งถ่ายรูป ทั้งจ้องหน้า หึ้ย"แล้วมึงล่ะองศา เมื่อไหร่จะกลับต่างประเทศ ไหนบอกว่าพอน้ำแข็งคลอดก็จะกลับไง" ผมหันไปหาองศาที่ตอนนี้กำลังรัวชัตเตอร์ใส่ลูกผมอยู่"
น้ำแข็ง...หลายวันต่อมา..."น้ำแข็งตั้งชื่อลูกไว้หรือยังครับ" คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ลูบมือไปมาบนท้องของฉัน จะว่าไปฉันก็ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย"ยังเลยค่ะ นี่ก็ใกล้คลอดแล้วด้วย ลืมไปเลย" ฉันหันหน้าไปมองพี่คีที่ตอนนี้นอนกอดฉันอยู่ข้าง ๆ"ผู้ชายให้ชื่อนักรบ ผู้หญิงให้ชื่อพบรักดีมั้ย" คนข้าง ๆ พึมพำเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มจนฉันอดยิ้มตามไม่ได้"น้ำแข็งชอบสองชื่อนี้ค่ะ""ส่วนชื่อจริงพี่ให้น้ำแข็งตั้งนะ""เป็นนักรบก็ต้องมีอาวุธ งั้น...ให้ชื่อศาสตราวุธ ดีมั้ยคะ" ฉันเอียงคอถามคนที่นอนยิ้มอยู่ข้าง ๆ ชื่อเล่นนักรบ ชื่อจริงศาสตราวุธ จะน่ากลัวไปหรือเปล่านะแต่ฉันว่าน่ารักแล้วก็เข้ากันดี
น้ำแข็ง...หลายเดือนต่อมา..."น้ำแข็ง เสร็จหรือยังครับ" เสียงพี่คีที่อยู่ด้านนอกตะโกนเข้ามาในห้องน้ำ"เสร็จแล้วค่ะ" ฉันตะโกนตอบก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางแล้วเดินออกจากห้องน้ำตอนนี้ท้องฉันโตมากแล้ว เริ่มเคลื่อนไหวตัวยากขึ้นทุกที สัปดาห์หน้าก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว ฉันกับพี่คีเลยต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านตามคำสั่งของคุณน้า และเพื่อไปพบครอบครัวพี่คีที่เดินทางมารอรับขวัญหลานที่กำลังจะคลอดเร็ว ๆ นี้ด้วย"ค่อย ๆ เดินนะครับ" คนที่เข้ามาพยุงตัวฉันเอ่ยบอก "เดินช้า ๆ นะ""พี่คีเอาของลงมาหมดแล้วเหรอคะ" ฉันถามคนที่พยุงตัวฉันอยู่"หมดแล้วครับ พี่ขึ้นไปดูหลายรอบแล้วไม่น่าจะลืมอะไร" คนข้าง ๆ ตอบพลางเปิดประตูรถให้ฉันเข้าไปนั่ง
น้ำแข็ง...วันนี้ฉันกับพี่คีเราจะไปทำบุญที่วัดใกล้ ๆ บ้านสวนด้วยกัน ฉันจึงต้องรีบตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเข้าครัวด้วยตัวเอง แต่ก็ยังมีคนหน้ามุ้ยตื่นมาช่วยทำกับข้าวอีก ไม่เข้าใจว่าทำไมหลายคนชอบคิดว่าคนท้องอ่อนแอ ต้องอยู่เฉย ๆ ไม่ให้ทำอะไรด้วยนะ"น้ำแข็ง มาครับเดี๋ยวพี่ยกให้" เสียงทุ้มของคนที่เดินมาหยุดอยู่ข้างฉันเอ่ยบอกก่อนจะยกหม้อแกงลงจากเตาไปวางบนเคาน์เตอร์ให้ฉัน "ทำไมไม่รู้จักอยู่เฉย ๆ บ้างนะ ดื้อจริง ๆ" คนที่มาช่วยทำกับข้าวบ่นอุบ"น้ำแข็งไม่ได้ป่วยนะ น้ำแข็งแค่ท้อง" ฉันเถียงกลับก่อนจะสนใจอาหารที่ตัวเองทำอยู่ต่อ"ก็พี่ไม่อยากให้น้ำแข็งทำไงครับ ช่วยอยู่เฉย ๆ ได้ไหมเดี๋ยวพี่ทำเอง อยากได้อะไรเดี๋ยวพี่จัดการให้"
น้ำแข็ง...ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็นอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ นี่แล้ว สงสัยพี่คีจะอุ้มขึ้นมาแน่ ๆ เลย จะว่าไปฉันก็คิดถึงที่นี่เหมือนกันนะ บ้านสวนที่พี่คีตั้งใจสร้างให้ฉัน เตียงนอนที่ฉันเคยนอนเป็นคนแรกถึงจะไม่ใช่คนเดียวก็เถอะ ฉันเองไม่ได้โกรธอะไรหรอกนะเพราะเข้าใจดีว่าที่พี่คีทำก็เพราะอยากดูแลแม่ของลูกในตอนนั้น ถึงฉันจะรู้สึกนอยนิด ๆ ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรมากแล้วแหละ เพราะตอนนี้สิ่งที่ฉันคิดก็คือ...เวลาเธอไปอยู่ที่ไหนนะ"ตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้าง จะลำบากมั้ย ลูกในท้องเธอปลอดภัยดีหรือเปล่า" ฉันคิดแค่นั้นในฐานะที่ตัวเองก็เป็นคนท้องคนนึงเหมือนกันแกร๊ก...เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเดินออกมา ท่อนล่างถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าเช้ดตัวสีขาว ตามท่อนแขนและหน้าท้องมีหยาดน้ำเปียกชุ่มไปหมด"พี่คี... / เฮ้ย







