Share

บทที่ 4

กลางดึกคืนนั้น...ภายในห้องพักหรูหราแต่เย็นเยียบของปีกตะวันออกในคฤหาสน์กิตติไพศาลสกุล ร่างบางของอัยยานั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมผืนหนาข้างเตียงนอนขนาดใหญ่

เปลือกตาของเธอปิดสนิทสองมือวางประสานกันบนหน้าตัก ท่วงท่าสงบนิ่งเหมือนเช่นทุกค่ำคืนที่เธอปฏิบัติกิจวัตรเพื่อฝึกฝนสมาธิและควบคุมจิตใจ ภายนอกหน้าต่างความมืดสนิทของรัตติกาลแผ่ปกคลุมไปทั่ว

มีเพียงแสงจันทร์ซีดเซียวที่ลอดผ่านม่านหนาทึบเข้ามาได้เพียงรำไร ความเงียบสงัดเข้าครอบงำทุกอณู เงียบ... จนน่าหวาดหวั่น ผิดกับความเงียบสงบที่เธอคุ้นเคยจากการปฏิบัติธรรมที่วัดของหลวงตา

อัยยาพยายามอย่างยิ่งที่จะจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้าออก ปัดเป่าความกังวลและความรู้สึกไม่สบายใจที่รบกวนจิตใจมาตลอดทั้งวันตั้งแต่ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้

เธอพยายามสร้างเกราะป้องกันทางใจ ไม่ต้องการให้ ความสามารถพิเศษที่เธอหวาดกลัวและไม่เคยต้องการมันตื่นขึ้นมาในสถานที่แห่งนี้... สถานที่ ที่อวลไปด้วยพลังงานบางอย่างที่หนักอึ้งและไม่เป็นมิตร

แต่แล้ว... ราวกับความพยายามทั้งหมดจะไร้ผลเมื่ออุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนผิดสังเกต ความเย็นยะเยียบที่ไม่ใช่ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาเกาะกินผิวเนื้อจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

มันเป็นความเย็นที่มาจากแก่นลึกแล่นผ่านกระดูกสันหลัง ทำให้ฟันของเธอเริ่มกระทบกันเบา ๆ ทั้งที่พยายามบังคับตัวเองให้นิ่งที่สุดเปลือกตาที่ปิดสนิทเริ่มสั่นระริก

ภาพเงาดำวูบวาบเริ่มก่อตัวขึ้นที่หางตา แม้จะพยายามปัดเป่ามันออกไปแต่เงามืดเหล่านั้นกลับยิ่งเด่นชัดขึ้นหมุนวนราวกับกลุ่มควันดำทมิฬ เสียงลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด หัวใจเต้นรัวแรงอยู่ในอกเหมือนจะทะลุออกมา

"ช่วย... ด้วย..."

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงจากโลกภายนอกแต่ดังก้องมาจากภายใน เป็นเสียงแหบโหยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวสุดชีวิต

"หนาว... ทรมาน..."

อัยยาเม้มปากแน่น พยายามตั้งสติกำหนดลมหายใจ ท่องบทสวดที่หลวงตาสอนซ้ำไปซ้ำมาในใจ เธอไม่อยากรับรู้ ไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน ความสามารถที่เธอไม่อยากให้ตื่น... มันกำลังอาละวาดอย่างเกรี้ยวกราดตอบสนองต่อพลังงานมืดรอบตัวอย่างรุนแรง

ความรู้สึกกดทับถาโถมเข้ามาหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดรอบลำคอ อากาศรอบตัวหนักอึ้งจนหายใจแทบไม่ออก ความเย็นยะเยียบเสียดแทงเข้าสู่กลางใจ

"พี่อัยย์! มันมาจากทางนั้น! ทางห้องนั้น!" เสียงร้อนรนของขนุนดังขึ้นในห้วงจิตบ่งบอกถึงความตื่นตระหนกของเจ้าตัวน้อย และทันใดนั้นเอง!!!

เพล้ง!!! โครม!!!

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีของหนักตกแตกกระจาย หรือตู้ขนาดใหญ่ล้มกระแทกพื้นดังลั่นมาจากทิศทางของปีกตะวันตก... จากบริเวณชั้นสาม... จากทิศที่ตั้งของห้องนอนใหญ่ ห้องที่ท่านประธานอาวุโสอัครเดช กิตติไพศาลสกุล สิ้นใจ!

เสียงนั้นดังชัดเจนจนทะลุทะลวงความเงียบงันของค่ำคืนกระแทกโสตประสาทของอัยยาเข้าอย่างจัง หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ลืมตาโพลงทันที สมาธิแตกกระเจิง

ความสงบนิ่งมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตกใจและความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาจับขั้วหัวใจ ขนทั่วกายลุกชัน ความเย็นยะเยียบเมื่อครู่ดูเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรง

เกิดอะไรขึ้น? เสียงนั่นมันอะไรกัน? เธอเฝ้าถามตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจลุกขึ้นและเปิดประตูเดินออกไปเผชิญหน้ากับเสียงที่ได้ยิน

โดยที่อัยยาไม่ลืมหยิบกระเป๋าผ้าใบใหญ่ติดกายไปด้วย ซึ่งเธอหวังว่าของขลังที่ตัวเองมีหากว่าต้องเจอเข้ากับสิ่งที่ไม่น่าพึงประสงค์จะสามารถเอาชนะได้

ถึงแม้ภายในใจจะยังคงเต้นระรัวด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น แต่อัยยาก็ค่อย ๆ บังคับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ ประสบการณ์ที่เคยเผชิญหน้ากับเรื่องราวลี้ลับมานับครั้งไม่ถ้วน สอนให้เธอรู้ว่าสติคือสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้

หญิงสาวกระชับกระเป๋าผ้าใบใหญ่ที่บรรจุเครื่องรางของขลังสารพัดชนิดไว้ในมือมั่น ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องพักในปีกตะวันออกของตนสู่ทางเดินอันเงียบสงัดและมืดสลัวของคฤหาสน์ยามวิกาลที่จะพาเธอไปสู่ต้นเสียงที่ได้ยิน

"พี่อัยย์จะไปจริง ๆ เหรอจ๊ะ ตรงนั้นมันน่ากลัวมากเลยนะ" เสียงเล็กใสแจ๋วของขนุนดังขึ้นข้างกายลอยตามติดเธอมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ น้ำเสียงเจือความกังวล

"ไม่เป็นไรน่าขนุน พี่แค่อยากไปดูให้แน่ใจว่าเสียงเมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่" อัยยากระซิบตอบเสียงเบา สายตายังกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง

"ถ้ามีอะไรไม่ดี เราก็แค่ถอยเท่านั้นเอง" เธอพูดติดตลก

เท้าของอัยยาก้าวย่างไปบนพื้นพรมหนานุ่มอย่างมั่นคง เธอพยายามควบคุมจังหวะการเดินให้สม่ำเสมอไม่แสดงอาการลุกลี้ลุกลนออกมา

ทางเดินของปีกตะวันออกซึ่งเป็นส่วนพักผ่อนค่อนข้างสว่างกว่าด้วยโคมไฟติดผนังที่เปิดทิ้งไว้ แต่ถึงกระนั้นบรรยากาศโดยรวมก็ยังคงวังเวงและหนักอึ้งอย่างน่าประหลาด

แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานสูงทอดเงาประหลาดลงบนพื้นและผนัง ภาพวาดทิวทัศน์และบุคคลในกรอบหรูที่เรียงรายอยู่ตามทางเดินดูราวกับมีดวงตาจับจ้องตามทุกฝีก้าวของเธอ

ท่ามกลางความเงียบสงัดมีเพียงเสียงลมหายใจของอัยยาและเสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในโถงทางเดินตีบอกเวลาเป็นระยะ ๆ ซึ่งในยามนี้กลับฟังดูดังก้องและน่าขนลุก

เมื่อเดินมาถึงโถงกลางที่เชื่อมระหว่างปีกอาคาร ความรู้สึกเย็นเยียบที่เคยสัมผัสได้เจือจางก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นอีกระดับ

อัยยาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แตกต่างออกไป ลอยมาจากทางปีกตะวันตก... ทิศทางที่ตั้งของห้องนอนเจ้าปัญหา

"ทางนั้นเลยพี่อัยย์ ขนุนรู้สึกไม่ค่อยดีเลย" ขนุนกระซิบเตือนอีกครั้ง ร่างโปร่งแสงขยับเข้ามาใกล้ร่างของหญิงสาวมากขึ้น

อัยยาพยักหน้ารับ มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมสร้อยพระที่คอโดยไม่รู้ตัว เธอมองไปยังบันไดวนหินอ่อนขนาดใหญ่ที่ทอดตัวขึ้นสู่ชั้นบน ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าขึ้นไปอย่างช้า ๆ แต่ละย่างก้าวดูหนักอึ้งราวกับมีแรงต้านที่มองไม่เห็น

อากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนาแน่นและเย็นลง ยิ่งเธอเข้าใกล้ชั้นสามของปีกตะวันตกมากเท่าไหร่ สัมผัสพิเศษก็ยิ่งกรีดร้องเตือนภัยดังขึ้นมากเท่านั้น

ในที่สุดเธอก็มาหยุดยืนอยู่ที่ทางเดินชั้นสามของปีกตะวันตกนี้ได้สำเร็จ โถงทางเดินทอดยาวสู่ความมืดสลัวมีเพียงแสงไฟจากโคมผนังดวงเล็กส่องสว่างเพียงรำไร

ประตูห้องพักบานอื่นปิดสนิท แต่มีเพียงบานเดียวที่อยู่เกือบสุดทางเดินซึ่งเป็นห้องนอนใหญ่ของท่านประธานอาวุโส... ที่บัดนี้กลับดูมืดมนและแผ่รังสีแสนน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างชัดเจน แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ตาม

อัยยาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกพยายามรวบรวมความกล้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงไปยังห้องนั้น ชะตากรรมใดรอเธออยู่หลังบานประตูนั้น... เธอยังไม่อาจรู้ได้ ถึงเธอจะไม่ได้ห้าวหาญมากนัก ทว่าด้วยความที่เธอเคยผ่านเรื่องแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนก็ทำให้พอจะมีภูมิต้านทานอยู่บ้าง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 90

    เรื่องราวเริ่มต้นจากความไว้ใจและสุดท้ายก็จบที่คำว่าไว้ใจ...หากจะเล่าเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของเขายังเด็ก...ซึ่งพ่อของเขาก็เป็นเด็กถูกทอดทิ้งและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในอดีต สถานที่ซึ่งชายคนนี้ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย ความสนิทและความผูกพันนี้ขอ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 89

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 88

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 87

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภาร

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 86

    อัยยาลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เธอหันไปมองทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "พวกเขา...พวกเขาถูกขังไว้ที่นี่ค่ะ...ในภาพวาดพวกนี้" เธอพูดเสียงสั่น "เมฆา...เขาน่าจะให้อาจารย์คนนั้นใช้มนต์ดำผนึกวิญญาณของเด็ก ๆ ทุกคนไว้กับภาพวาดแห่งความทรงจำเหล่านี้...พวกเขาต้องการให้เราช่วยปล

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 85

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 83

    ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 78

    คำพูดของอริสาทำให้หัวใจของอัยยาเย็นเยียบ...เธอถูกลักพาตัวมาไกลถึงชลบุรี! และโอกาสที่ตำรวจจะตามหาเธอเจอในเร็ววันนี้แทบจะเป็นศูนย์! แอด... เสียงบานพับประตูห้องดังขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนตามมาด้วยร่างสูงสง่าของเมฆาก้าวเข้ามาในห้องเก็บของใต้ท้องเรือที่เธอถูกขังอยู่ รอยยิ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 73

    หลายวันผ่านไปหลังจากที่ทีมเฉพาะกิจได้ข้อสรุปที่น่าตกตะลึงเกี่ยวกับเมฆา เมฆินทร์...สำหรับอัยยาแล้วทุกอย่างดูเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด รามิลไม่ได้ติดต่อมาเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม และเธอก็พยายามจะกลับไปใช้ชีวิตอาจารย์มหาวิทยาลัยตามปกติ แต่ลึก ๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 69

    เมื่ออัยยากลับออกมาสมทบกับวาโยและเมฆาที่ยืนรออยู่ในห้องจัดแสดงภาพอีกห้อง เมฆาก็ส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้เธอทันที แต่ในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยการสังเกตและจับผิด "เจอไหมครับคุณอัยยา สร้อยข้อมือของคุณ" เขาเอ่ยถาม อัยยาแสร้งทำเป็นถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางยกสร้อยข้อมือขึ้นมาให้ดู "ขอบค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status