Masuk“ถึงแล้ว ลานพระจันทร์ สถานที่นั่งเฝ้าพระจันทร์แสนรักของพี่” เธียรวิชญ์กระซิบบอกคนที่ตนเองประคองเดินมาพลางเอื้อมมือไปเปิดตะเกียงไฟฟ้าให้ส่องแสงสว่างทั่วเพลิงหมาแหงนริมน้ำตก ลานพระจันทร์แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านเขามาก ทางเข้าออกใช้วิธีเดินเท้าเท่านั้น รถเข้ามาไม่ได้ เขาจึงต้องพาหอมจันทร์เดินมาทั้งที่เธอเมาอยู่แบบนี้“พระจันทร์แสนรัก...” คนเริ่มสร่างเมาเพราะต้องเดินนานส่งเสียงงึมงำ ขณะเดินโซเซไปนั่งบนเบาะนวมที่คนตัวใหญ่เพิ่งเอาออกมาปูให้ เธอสะบัดหัวเบาๆ เพื่อมองดูว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสถานที่เช่นไร“หึหึ มานั่งข้างพี่นี่มา” ว่าแล้วเธียรวิชญ์ก็ทิ้งตัวลงนั่งแล้วดึงร่างบางมานั่งบนตักโดยหันหน้าออกไปมองจันทร์ครึ่งดวงด้านนอก เขาถามเสียงนุ่มอยู่ข้างใบหูเธอ “จันทร์คงรู้มาบ้างแล้ว่มั้ย ว่าพี่สร้างเกาะนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร อยากจะฟังจากปากพี่อีกรึเปล่า”“อื้อ” หอมจันทร์เลิกมองรอบหัว หันมาซุกตัวพิงอกกว้างอย่างว่าง่าย ตอนนี้สติเธอกลับคืนมาเกือบสมบูรณ์แล้ว“เดิมทีพี่ควรเอาสมองไปทุ่มให้กับธุรกิจรังนกที่พ่อกับแม่ท
หม่อมราชวงศ์เอกตะวันที่เพิ่งรู้ว่าน้องสาวหายไปรีบร้อนกดหมายเลขโทรศัพท์ของแม่ตัวดี ที่ผ่านมาเขาแน่ใจว่าความผิดเรื่องเจ็ดปีก่อนจะทำให้หอมจันทร์เป็นฝ่ายอยู่เหนือกว่า เธียรวิชญ์ไม่กล้าลงมือบุ่มบ่ามแน่ๆ แม้ทั้งสองคนจะอยู่ในบ้านหลังเดียวกันก็ตามแต่ปัจจุบันมันไม่ใช่แล้ว!เจ้าตัวเล่นประกาศออกมาอย่างนั้น เขาต้องรีบบอกให้หอมจันทร์ได้รู้ตัว ไม่อย่างนั้นน้องสาวเขาได้ถูกเธียรวิชญ์กลืนลงท้องไม่ทันตั้งตัวแน่“รับสิ” คุณชายหนุ่มภาวนาอยู่คนเดียว น้องคงกลัวเขาจะต่อว่าเรื่องที่แอบหนีไปหาเธียรวิชญ์ เลยไม่ยอมรับสายสักที คิดไปคิดมาเขาก็ทักไลน์ไปแทนพระอาทิตย์: หญิงจันทร์ รับโทรศัพท์พี่เร็วๆ เลย เรื่องด่วน!ผ่านไปเกือบนาที ทุกอย่างก็ยังสงบนิ่งพระอาทิตย์: ไม่รับก็อย่ารับ ถูกไอ้เธียรง้าบหัวก็อย่ามาหาว่าพี่ชายคนนี้ไม่เตือนแล้วกัน!แค่เรื่องของตัวเองเขาก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้วยังต้องค่อยจัดการเรื่องยุ่งๆ ให้คู่นี้อีกต่อไปเกิดอะไรขึ้นก็เชิญจัดการกันเองแล้วกัน!คนถูกพี่ชายตัดหางปล่อยเกาะแล้วนั้น ไม
เมื่อจัดการเรื่องส่งตัวคนชั่วออกไปจากเกาะแล้ว นายหัวหนุ่มคนจริงก็เดินนำภัทรชนม์มาหากลุ่มคนที่กระทำการลอบเข้าเกาะ สองแขนล่ำสันยกขึ้นกอดอกทันทีที่หยุดยืนตรงหน้าพวกเธอ“มีอะไรจะแก้ตัวกันหรือเปล่า” ขณะที่คนอื่นนั่งก้มหน้ากุมมือตัวเงียบๆ คนสวมสีเหลืองสดกลับเงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมาส่ายไปมา แต่เธียรวิชญ์ไม่ใจอ่อนเลย ยังขึงตาดุใส่ ถามถึงคนที่ไม่เห็นหน้า “ตะวันรู้เรื่องด้วย?”“พี่ชายไม่รู้ค่ะ”“ถามจริงๆ คิดอะไรกันอยู่ จะมาทำไมไม่บอกพี่ ดูสิว่ามาแล้วเจออะไร” นายหัวหนุ่มทั้งโมโหทั้งแอบขำ นี่ขนาดยังไม่ได้มาอยู่จริงจัง แม่คุณหอมจันทร์ของเขายังมีพรรคพวกบนเกาะแล้วถึงสี่คน"พวกเราอยากมาดูพระจันทร์แสนรักบนเกาะนี้นี่คะ ว่าจะสวยจริงอะไรจริงอย่างที่ลงในเว็บมั้ย อยากมาเซอร์ไพรส์ด้วย เลยไม่ได้บอกพี่เธียร แค่โทรบอกคุณชาติกับพี่ๆ ให้คอยอำนวยความสะดวกตอนพวกเรามาถึง” หอมจันทร์หัวหน้าแก๊งอธิบายเสียงอ่อยๆ เพราะสมาชิกของเธอนั่งอมปากเงียบอย่างกับปลาตายกันหมด“เซอร์ไพรส์จนเกือบจะโดนดีน่ะสิ”“โธ่! พี่เธียรก็มาช่วยไว้ได้ทันแล้วนี่ อีกอย่างตอนนี้นายยุงลายชั่วช้านั่นก็ถูกพี่จัดการแล้วด้วย”“แล้วถ้าไอ้ยุงลายชั่วช้าทำอะไ
ตราบจนเดินตามพวกเธียรวิชญ์เข้าไปในห้องนอนแล้ว ยงยุทธถึงรู้ตัวว่าถูกหลงกลเข้าให้ รีบหมุนหัวจะหนี แต่ยังช้าไปอยู่ดี เพราะวินาทีนั้นมีปิดประตูห้องเสียงดังพร้อมๆ กับปิดไฟในห้องและม่านหน้าต่าง ทำให้ห้องตกอยู่ในความมืดทั้งเพิ่งจะเที่ยงวัน“จะรีลหนีไปไหนเล่า” เสียงหยันถามดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง“ไอ้หมาลอบกัด! มึงหลอกกู!” ยงยุทธตะโกนด่าพร้อมส่ายปืนในมือไปทั่วอย่างหวาดระแวง“อ๋อเหรอ ได้ข่าวว่ามึงลอบกัดพวกกูก่อนนะ”“กูไม่สน!”“อ้าวไอ้นี่! เรื่องที่ผ่านมากูปล่อยๆ มึงไปแล้วนะ มึงจะทำชั่วห่าเหวอะไรกูไม่ยุ่ง นี่มึงเสือกไปยุ่งกับพวกค้าอาวุธสงครามแล้วมาทำระยำใส่เกาะกูอีก! แล้วเสือกจะมาวุ่นวายเอาตอนที่กูกำลังทำภารกิจสำคัญ ต่อให้ตำรวจไม่ขอ กูก็ไม่เอามึงไว้!”ฟังเธียรวิชญ์พ่นความในใจออกมาเสียงขุ่นแล้ว แมทธิวก็อดหัวเราะเบาๆ จากมุมตรงข้ามไม่ได้ ดูเหมือนเจ้านายจะเจ็บใจที่ถูกรบกวนการง้องอนสาวมากกว่าเรื่องที่โดนระเบิดเกือบตายอีกกลับกันกับยงยุทธ เขาไม่รู้สึกขำเลย มีแต่จะแค้นเธียรวิชญ์กว่าเดิม “มึงไม่ต้องทำเป็นพูดดี ชีวิตกูพังป่นปี้จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ก็เพราะมึง คิดว่ากูจะปล่อยมึงไว้งั้นเรอะ!”เธียรว
“นั่งเงียบๆ สิวะ! จะร้องหาสวรรค์วิมานอะไร!”มิลันดากับภารดีพยายามกลั้นเสียงสะอื้นตามที่มันสั่ง แต่ยังปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่เงียบๆ ด้วยหวาดกลัวจับใจ อีกห้าชีวิตที่ถูกจับมัดมือนั่งรวมกันอยู่มุมหนึ่งของโถงก็มีสภาพไม่ต่างกัน เพียงแต่เงียบเสียงไว้ได้ดีกว่ากะเซอร์ไพรส์เขา แต่ดันมาเจอเซอร์ไพรส์ใหญ่ซะเอง!แผนการแอบมาซ่อนตัวรอในบ้านลานพระจันทร์เงียบๆ หายวับไปทันทีที่พบว่ามีคนมาซ่อนตัวอยู่ก่อนหน้า อีกฝ่ายซ่อนได้ดีจนกรรณิกากับป้าเอิบที่มาถึงก่อนไม่รู้ตัวสักนิด ตอนนี้เลยได้แต่นั่งรอให้เจ้าของบ้านมาช่วย...“หล่อนรู้หรือเปล่า ว่ามันเป็นใคร” ทินกรกระซิบกับหอมจันทร์ที่นั่งข้างกัน เมื่อมันเดินไปส่องดูที่หน้าต่างบานสูงหอมจันทร์มองชายร่างท้วมแต่งตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดาๆ แต่หน้าตาเลวชัดด้วยสายตาเคียดแค้น “ศัตรูพี่เธียร คนที่ยิงระเบิดมาไง”“...” ทินกร “เราเลือกเวลามาเที่ยวเกาะนี้ได้ถูกช่วงจริงๆ”“ไม่ต้องห่วง ป่านนี้พวกพี่เธียรคงรู้ตัวแล้วว่ามันอยู่ที่นี่ พวกเราแค่พยายามตั้งสติ หาทางช่วยตัวเองไม่ให้เป็นภาระของพวกเขาก็พอ”กรรณิกาที่ฟังอยู่เงียบๆ พยักหน้าบอก “ใช่ค่ะ ตอนชุลมุนกันเมื่อกี้ กุ้งแอบกดสัญญานขอความช
เรือเร็วสีขาวแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าเรือใหม่เอี่ยมบนเกาะเคียงจันทร์ในช่วงสายของสุดสัปดาห์ คนรออยู่รีบเข้าไปช่วยประคองสาวสวยสามคนขึ้นจากเรือ“น้อง...”“อย่าเสียงดังไปค่ะ” คนเมาเรือจนอ่อนแรงรีบกระซิบบอกภารดีก่อนอีกฝ่ายจะหลุดชื่อตนออกมา“อ้อๆ งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะคุณลูกค้า บ้านพักที่ท่านจองไว้ตอนนี้พร้อมให้บริการแล้วค่ะ” ภารดีขยิบตาให้อย่างรู้กันแล้วต้อนลูกค้าทั้งสามท่านไปที่รถกอล์ฟ ซึ่งจอดรออยู่ใกล้ๆ ทำเหมือนพวกเขาเป็นแขกทั่วไปของรีสอร์ตสองสาวร่างบางเดินกันอย่างหวาดระแวงเล็กน้อย ผิดกับสาวร่างใหญ่ที่เดินกางแขนหมุนตัวไปพลางอุทานอย่างตื่นเต้น ตลอดทาง“โอ้โห สวยกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย”หอมจันทร์ที่กำลังผะอืดผะอมเพราะเมาเรือมองอาการตื่นเต้นของเพื่อนแล้วอดยิ้มไม่ได้ ถ้าถามว่าการปลอมตัวครั้งนี้ใครทำได้ดีที่สุด คำตอบคือทินกรแน่ๆ พ่อหนุ่มร่างชายใจหญิงจับชุดเดรสผ้าบาติกสีฟ้าสดมาใส่อย่างมั่นใจ มันแหวกสูงจนเห็นขนหน้าแข้งบนเรียวขายาวนั่นร่ำไร ใบหน้าครึ่งบนถูกหมวกสานปีกกว้างกับแว่นกันแดดอันใหญ่ปิดไว้ สวมบทกระเทย
เสียงอ้อแอ้ของคนเมาพลันดังขึ้น“...ทัย...”ฤทัยรักษ์ถามเสียงอ่อน “ทัยไหนคะ”“ปานฤทัย” เสียงอ้อแอ้บอกออกมาชัดเจนราวกับชื่อนี้ไม่เคยเลือนหายไปจากใจ“ปานฤทัย?”ในชีวิตของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันมีคนชื่อนี้คนเดียวเท่านั้นขณะที่พวกฤทัยรักษ์มองหน้ากันด้วยแววตาตะลึงแดนดินที่ยังไม่ไปไหนก็ได้ยินชื่อนั้นเต็มๆ
เสร็จจากลงแขกเกี่ยวข้าวก็เหมือนเดิมย่าคำหอมเปิดเรือนเลี้ยงอาหารชาวบ้านอย่างชื่นมื่น นอกจากอาหารและน้ำหวานต่างๆ แล้ว สาโทหรือน้ำข้าวหมักฝีมือแดนดินกับก้องหล้าก็ถูกยกออกมาให้ได้จิบกันถ้วนหน้าจากหัวค่ำสู่มืดค่ำ วงเหล้าของหนุ่มๆ ก็ยังอยู่ที่เดิมแดนดินกับก้องหล้าเอาเหล้าข้าวออกมาต้อนรับคุณชายกับนายหั
หลังใส่บาตรเสร็จแดนดินจูงมือฤทัยรักษ์ที่นุ่งผ้าซิ่นสีสวยเดินลัดเลาะออกมาชมข้าวที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองพร้อมให้เก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วัน“ทำไมถึงชอบที่นี่ล่ะ” เขาถามขณะยืนกอดร่างเล็กอยู่บนคันนา“ไม่รู้สิคะ อาจเป็นเพราะความเรียบง่ายของที่นี่ก็ได้ เราไม่ต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้า ผู้คนก็น่ารัก ท
“เอิ้ก อี เอิ้ก เอิ้กกกกกกกกก”เสียงไก่ขันยามเช้าและสัมผัสร้อนๆ จากมือที่เคลื่อนไหวไปมาบนร่างกาย ปลุกฤทัยรักษ์ให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลหญิงสาวบิดตัวหนีอย่างเมื่อยล้า แต่คนลูบไล้หาได้สนใจ ยังคงตามมาออเซาะ ลูบตรงนั้น จูบตรงนี้ เหมือนจะเอาให้ได้สามวันสามคืนแล้วที่เป็นแบบนี้!ไม่รู้ว่าแดนดิ







