Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-03 20:38:26

วันนั้นฤทัยรักษ์จำต้องตามแดนดินไปสำรวจ ‘บ้านของย่า’ เธอไม่อยากทำตัวเรื่องมาก มาอาศัยเขา เขาจะเปิดบ้านให้ดูก็ต้องตามไปดูละ

ไหนเลยจะรู้ว่า ‘บ้านของย่า’ นั้นกว้างใหญ่เพียงใด เดินอยู่นานค่อนวันก็ยังไม่ทั่ว

ดวงตาสีน้ำตาลสวยมองทุ่งนาโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตาที่ถูกแบ่งด้วยคันนาจนกลายเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กใหญ่ละลานตารอบตัวแล้วเงยหน้าถามคนพามาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“นี่ของคุณย่าหมดเลยเหรอคะ?”

แค่กะด้วยสายตา ที่นาแถวนี้ก็มีอยู่หลายร้อยไร่เลยนะ!

“ใช่”

คำตอบสั้นๆ ทำเอาคนฟังสูดหายใจลึก ฤทัยรักษ์นึกว่าที่นาของคุณย่าคำหอมจะมีแค่ตรงด้านหลังเรือน แต่แดนดินพาเธอเดินดูจนจะหมดแรงแล้วยังเห็นแค่ส่วนที่อยู่ริมทางเท่านั้น ที่อยู่ไกลสุดสายตานั่นยังไม่ได้เข้าไปใกล้มันเลย

“นาข้าวที่เธอเห็นอยู่นี่เราปลูกข้าวหอมมะลิแบบปลอดสารพิษทั้งหมดเลย ผลผลิตที่ได้จะถูกส่งเข้าไปยังโรงสีข้าวตรงนู้น” เขาอธิบายพลางชี้มือไปทางโรงเรือนสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกด้าน “ข้าวเปลือกจะถูกสีเป็นข้าวสารและบรรจุใส่ถุง ส่งออกไปให้ลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำที่จองกันเข้ามาทุกปี”

“นั่นก็โรงสีของคุณย่าอีกหรือคะ!” เธอทำตาโตถาม โรงสีข้าวบ้าอะไรใหญ่โตขนาดนั้น แถมมีตั้งสามหลังอีกต่างหาก

“ก็ประมาณนั้น ไว้วันหลังฉันจะพาเข้าไปดู”

ฤทัยรักษ์พยักหน้ารับ ในใจอึ้งแล้วอึ้งอีก ก่อนจะมาที่นี่แม่นมบอกว่าบ้านของพี่สาวทำนาปลูกข้าวขาย เธอก็ไม่คิดว่าจะขายกันเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ขนาดนี้

แดนดินเห็นสีหน้าอึ้งๆ ของอีกฝ่ายก็ยิ้มเยาะ พอรู้ว่าพวกเขาทำกิจการอะไร กี่รายๆ ก็อย่างนี้ แล้วเขาจะยอมให้ย่าผูกด้ายแดงยังไงไหว

“แล้วที่นี่ทำนากันแบบไหนเหรอคะ ปักดำหรือว่าหว่านเลย”

คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน ทำให้แดนดินนิ่วหน้าถามกลับ “เธออยากรู้ไปทำไม”

“ก็แค่อยากรู้”

“ที่นาทองคำของเราดินและน้ำเหมาะแก่การทำนาปี ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงใช้วิธีปักดำกัน เพราะมันให้ผลผลิตดีกว่าการหว่านเมล็ด”

ฤทัยรักษ์พยักหน้าเข้าใจ เหม่อมองทุ่งนากว้างตรงหน้าด้วยแววตาอ่านไม่ออก คนพามาเห็นอาการเหม่อมองของเธอก็สั่งเสียงเรียบ

“มองเสร็จแล้วก็ตามมา ฉันมีอะไรให้เธอดู”

“ดูอะไรอีกคะ”

“ตามมาเถอะ”

ฤทัยรักษ์กลอกตาเดินตามเจ้าถิ่นไปช้าๆ นึกเคืองคนที่ทำให้เลขาคุณชายสูงศักดิ์อย่างเธอต้องมาเดินท่อมๆ กลางทุ่งอย่างนี้นัก

ทั้งสองเดินมาได้สักพักก็ถึงหน้าโรงไม้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรือนคำหอมมากนัก ภายในโรงไม้มีควายตัวใหญ่สีดำทมิฬนอนเคี้ยวหญ้าอยู่อย่างสบายใจ

“ขอแนะนำให้รู้จักกับบุญหลาย ควายฉันเอง” แดนดินหันไปบอกคนข้างหลังสั้นๆ เจ้าบุญหลายเป็นหนึ่งในควายไทยที่เขาเลี้ยงไว้เพื่ออนุรักษ์เผ่าพันธุ์ของมัน เขาไปเจอมันในกองประกวดลูกควายงามที่ได้รับเชิญไปเป็นประธานเปิดงาน ทั้งที่ตอนนั้นเล็งตัวได้แชมป์เอาไว้แล้ว แต่เขาก็เปลี่ยนใจ เพราะเจอควายที่ได้ตำแหน่งรองแชมป์ส่งแววตาอ้อนวอนให้ตอนคล้องมาลัยรางวัลให้มัน เขาซื้อมันกลับบ้านในราคาเกือบล้าน มันเอาแต่ใจสุดๆ ย่าถึงกับออกปากว่ามันนิสัยเหมือนเขาเลย

“หวัดดี”

“เธอไม่กลัวควายเหรอไง”

คนเดินเข้าไปทักทายเจ้าทุยใกล้ๆ ไม่มีหวาดกลัวยิ้มบอกว่า

“ไม่กลัวค่ะ มันอยู่ในคอก มีไม้กั้นเอาไว้แล้วนี่คะ”

“ไม่กลัวก็ดี อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็มาเล่นกับมัน หรือจะปั้นมันมาให้ฉันเล่นก็ได้นะ”

ฤทัยรักษ์นึกตามไม่ทันขมวดคิ้วงามถาม “ให้ฉันทำอะไรนะ?”

“ก็เขาว่าอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นควายให้ลูกท่านเล่น เธอก็ปั้นไอ้บุญหลายมาให้ฉันเล่นสิ”

เธอยิ้มเย็นบอก “ได้สิคะ จะเอากี่ตัวดีล่ะ คุณหลานท่าน”

“เอาตัวเดียว เอาให้เหมือน ไม่เหมือนไม่เอา”

“งั้นอย่าเอาเลยค่ะ ฉันปั้นไม่เก่ง ปกติไม่เคยปั้นวัวปั้นควายให้ใครเล่นเหมือนกัน มีแต่คนปั้นมาให้เล่นที่วังของท่านลุง”

แดนดินถลึงตาใส่หลานสาวท่านชายใหญ่ “งั้นเธอก็กลับไปเล่นที่วังเลยไป จะแล่นมาเล่นที่นี่ทำไมกัน”

“ไปบอกคุณย่าสิคะ ว่าคุณไม่อยากให้ฉันมาเล่นที่นี่”

“เธอ!” แดนดินเรียกแล้วสะบัดหน้าเดินหนี ขืนไปบอกย่าแบบนั้น เขาก็ถูกย่าเฉดหัวออกไปเล่นที่อื่นแทนน่ะสิ!

“คุณย่าจะเริ่มทำนาเมื่อไหร่คะ หนูอุ่นขอช่วยทำได้ไหม”

คำขอในเช้าวันต่อมาของฤทัยรักษ์เล่นเอาหญิงชราทำช้อนข้าวหลุดมือ ถามกลับไปหน้าตาตื่นตะลึง

“เมื่อกี้หนูว่าอะไรนะ”

“หนูอุ่นอยากทำนา ขอทำนาด้วยคนได้ไหมคะ”

อดีตเลขาคุณชายนักธุรกิจทำเสียงหวานอ้อนขอคุณย่าคนใหม่ หญิงชรายังไม่ทันว่าอะไร แดนดินที่กลับมากินข้าวเช้าด้วยกันก็บอกปัดออกมาก่อน

“ไม่ได้!”

อยากทำนา?

คิดว่าง่ายเหมือนเล่นขายข้าวขายแกงหรือไงแม่คุณ!

“ย่าว่าหนูอยู่ช่วยพวกย่าทำอะไรๆ ที่เรือนดีกว่านะจ๊ะ” ย่าคำหอมบอกอย่างไม่เห็นดีด้วยเช่นกัน

“หนูอุ่นอยากลองทำนี่คะ มาถึงนาทองคำทั้งที ไม่ได้ทำนาก็เหมือนมาไม่ถึง”

แม่นมที่ถูกนับเป็นย่าแทนแล้วเห็นหน้าละห้อยๆ ของฤทัยรักษ์ก็ใจอ่อน อดช่วยพูดไม่ได้ “คนนี้เขาชอบทำอะไรที่นึกไม่ถึง ติดว่าชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในรั้วในวัง ก็เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสทำอะไรแบบนี้”

“จริงค่ะ ให้หนูอุ่นลองทำดูนะคะ”

“แต่ว่า...”

“นะคะคุณย่า” เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน มันได้ผลเสนอเมื่อทำกับพี่ๆ ที่วัง

ย่าคำหอมมองน้องสาวอย่างไม่รู้จะทำเช่นไรกับลูกอ้อนนี้ งานในทุ่งนามันไม่ใช่เรื่องที่สาวๆ จะทำได้ ถ้าไม่แกร่งพอ แล้วฤทัยรักษ์ก็แค่มาหลบซ่อนไม่นาน ท่านจะปล่อยให้ไปลุยงานหนักอย่างนั้นได้อย่างไรกัน “ย่าว่าทำงานอื่นไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ”

“โธ่! หนูอุ่นอยากทำนานี่คะ สมัยก่อนตอนที่ไปออกค่ายอาสาบนดอยแล้วต้องช่วยชาวเขาหว่านข้าว เพื่อนๆ ก็ไม่ยอมให้ทำ ตอนนี้คุณย่าก็จะไม่ให้หนูอุ่นทำอีกคนหรือคะ”

“แต่ย่าว่าไปทำงานช่วยพี่ดินในออฟฟิศน่าจะดีกว่านะ ไม่ต้องไปตากแดดตากลมในทุ่งด้วย”

“งานออฟฟิศ กลับไปหนูอุ่นก็ได้ทำอยู่แล้ว”

แดนดินเงยหน้าขึ้นจากชามข้าวมามองคนที่กำลังอ้อนวอนย่าของเขาด้วยสีหน้าละห้อยแวบหนึ่ง ก่อนจะบอกเสียงเรียบ “ถ้าอยากทำจริงๆ ฉันจะสอนเธอเอง”

“เจ้าดิน!”

“ก็น้องอยากทำ ย่าจะไปขัดทำไม ย่าแพงยังไม่ว่าอะไรสักคำ”

“คุณพี่ว่ายังไง น้องก็ว่าตามค่ะ” ย่าแพงของเขายิ้มเอ่ย

ย่าคำหอมถอนใจมองฤทัยรักษ์ที่ทำตาปริบๆ อ้อน สลับกับแดนดินที่นั่งทำหน้าเรียบอยู่

เอาเถอะ บางทีไปทำงานด้วยกันอาจจะทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น

“ถ้าอยากทำก็ให้พี่เขาช่วยสอนแล้วกันนะ”

“เย้ ขอบคุณนะคะคุณย่า”

ขณะที่ฤทัยรักษ์ฉีกยิ้มดีใจ ใครบางคนกลับแอบหัวเราะในใจ

คอยดูเถอะ เขาจะทำให้เธอแจ้นกลับไปเล่นที่วังเร็วๆ นี้เลย!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 67 ( ตอนจบ )

    เด็กๆ เพิ่งจะหลับกัน พอถูกแม่อุ้มขึ้นก็ยิ้มตาปรืออย่างน่าเอ็นดูแฝดพี่เทวินทร์นั้นเลี้ยงง่าย ยอมให้แม่อุ้มไปวางลงในคอกเด็กแต่โดยดี แม่ตบก้นกลมกล่อมไม่กี่ทีก็เคลิ้มหลับไปอีก แฝดน้องเทวากลับไม่ง่าย ระหว่างที่แม่เอาพี่ไปนอน เขาก็นอนอมนิ้วมือเล่นรออยู่เงียบๆ พอแม่กลับมาอุ้มก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของแม่ ไม่ยอมลงไปนอนในคอกเด็ก ตากลมแป๋วมองแม่พลางดูดปากดุนลิ้นบอกใบ้ฤทัยรักษ์ย่อมมองออกว่าลูกต้องการอะไร “ยังไม่อิ่มอีกหรือจ๊ะ ทำไมหนูกินเก่งจังเลยล่ะลูก” เธอเอ่ยเย้า แกล้งหย่อนร่างเล็กวางลงในคอกอีกครั้ง คราวนี้เจ้าอ้วนของเธอถึงกับดิ้นปัดๆ ร้องไห้จ้าออกมาลั่นห้อง ดึงกลับขึ้นมาแทบไม่ทัน “โอ๋ๆ แม่ไม่แกล้งน้องวาแล้ว เงียบๆ ก่อนเดี๋ยวพี่วินตื่นนะลูก”เทวินทร์ที่นอนฝันหวานไปแล้ว “...”เมื่อโอ๋ยังไงเทวาก็ไม่หยุดร้อง ฤทัยรักษ์จึงต้องนั่งลงริมเตียงแล้วเปิดเสื้อขึ้นให้พ่อหนูน้อยดื่มนมจากอก ไม่รู้เลยว่าสามีที่ตื่นมาเพราะเสียงร้องจ้าของลูกกำลังมองตาเป็นมัน“เด็กดี อิ่มแล้วก็นอนละลูกนะ” เธอโยกตัวกล่อมเจ้าตัวเล็ก“อึก!”ลูกชายตอบรับแม่ด้วยการเพิ่มแรงดูดนมลงคออึกใหญ่“ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักพอดี อุ๊ย!”“ลูกดูดแรง

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 66

    สี่ปีผ่านไป...เรือนคำหอมในเวลานี้เต็มไปด้วยทายาทตัวน้อยๆ ของแดนดินกับฤทัยรักษ์ หนึ่งปีหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เด็กหญิงนรีกานต์ ก็ถือกำเนิดขึ้น คลานตามมาติดๆ ในอีกหนึ่งปีให้หลังคือ เด็กชายคเชนทร์ ปิดอู่ด้วยคู่แฝดเด็กชายเทวินทร์และเทวา นับจำนวนแล้วก็เกือบตรงเป้าที่แดนดินเคยขอไว้อย่างน่าอัศจรรย์นรีกานต์หรือหนูนาวัยสองขวบกว่านั้นหน้าตาน่ารักและขี้อ้อนมาก ผู้ใหญ่จึงดุไม่ค่อยลงคเชนทร์หรือช้างวัยขวบครึ่งก็อ้วนตุบกำลังหัดเดินหัดพูด เวลาอ้อแอ้ๆ ออกมาผู้ใหญ่ก็หลงจนแทบจะทูนหัวให้ทุกอย่างคู่แฝดเทวดาวินนี่กับวาวาเพิ่งคลอดได้ห้าเดือน แค่นอนเฉยๆ ก็น่ารักแล้วระหว่างที่ฤทัยรักษ์ตั้งท้องและคลอดน้องออกมาคนแล้วคนเล่าอยู่นี้ เด็กชายก้องภพและเด็กหญิงกรองขวัญก็ถูกแดนดินเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ทางหนึ่งก็วางตัวเป็นพี่ใหญ่ช่วยมามี้เลี้ยงน้องๆ ไปด้วย ย่าทวดกับคนเป็นแม่เห็นแล้วเอ็นดูนักเดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนคนเรือนคำหอมจะหอบกันไปทั้งเด็กและคนชรา ดีที่เหล่าย่าทวดยายทวดยังแข็งแรงดีทุกคน เพราะแดนดินให้ไปพบหมอทุกครึ่งปี ขนาดคำแพงที่ย้ายไปดูแลลูกให้หอมจันทร์ที่เกาะเคียงจันทร์ตั้งแต่สองปีก่อนยังถูกเขาบังคับให้ไป

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 65

    “วันนี้หนูอุ่นดีขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ ไว้ไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ดินเลิกงานกลับมาแบบนี้ คงจะมืดมากแล้ว หนูอุ่นไม่อยากไปโรงพยาบาลตอนกลางคืน” คนพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเอ่ยห้ามเสียงอ่อน อาการนี้เธอเป็นมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งมาหนักเอาวันนี้แหละ“เอางั้นเหรอ”“ค่ะ นี่อาบน้ำแล้วเหรอคะ ตัวห้อมหอม” ฤทัยรักษ์ยื่นหน้าไปดมกลิ่นหอมบนตัวสามี มันหอมสดชื่นจนอาการเวียนหัวดีขึ้นเยอะเลยคนอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งอมยิ้มกริ่มทิ้งตัวลงนอนกอดร่างบางไว้หลวมๆ บอกเสียงเอาใจ “หอมให้เต็มที่เลยจ้ะ พี่ฟอกสบู่มาทุกซอก”“ใช่สบู่อะไรคะ ทำไมวันนี้มันหอมจัง”“ก็อันเดิมแหละ”“อือ...”แดนดินชะโงกหน้าขึ้นดูคนทำท่าจะหลับคาอกเขา “นี่จะหลับอีกแล้วเหรอ พี่ว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ พี่เรียกหมอมาที่เรือนเลยดีกว่า”“งือ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นอาการปกติของคนท้องน่ะ”“แบบนี้ไม่ปกติเลย คนท้องที่ไหน...” เขาเงียบไปทันทีที่เข้าใจว่าเมียพูดอะไร รีบยันตัวลุกขึ้นถามตาเป็นประกาย “หนูอุ่นจะบอกว่าเบบี๋ของเรากำลังมาแล้วเหรอ”ฤทัยรักษ์หัวเราะเสียงเบา ลุกขึ้นจับมือใหญ่มาลูบท้องที่ยังแบนราบ “เบบี๋ของเราอยู่ในนี้แล้วค่ะ”“ทูนหัว!” แดนดินจูบเมียแรงๆ ในที่สุดเราก็จ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 64

    “เด็กๆ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว” เธียรวิชญ์ตะโกนเรียกลูกทีม เห็นท่าทีกระวนกระวายของเพื่อนแล้วก็สมน้ำหน้าและสงสารไปพร้อมกัน“พี่ชายพร้อมจะเล่าแล้วเหรอคะ”หอมจันทร์กับฤทัยรักษ์เดินเข้ามานั่งลงประกบข้างพี่ชายทันที“...” เอกตะวันยิ่งมุดหน้าลงต่ำกว่าเดิม สองสาวสบตายิ้มๆ ตอนนี้คุณย่าคุณยายพาเด็กๆ ออกไปเดินย่อยอาหารเช้าอยู่ที่สวนข้างล่าง แดนดินก็ยังไม่ตื่น พวกเธอสามารถสอบสวนได้เต็มที่!“พี่ชายขา ทำไมอกหักซ้ำๆ จากผู้หญิงคนเดียวได้คะ ไหนบอกพวกเรามาซิ”“ไม่ได้อกหัก...”“แต่อกพัง” หอมจันทร์ต่อให้ ขณะที่ฤทัยรักษ์นั่งยิ้มแหยคนโดนเมียทิ้งถอนใจบอก “อย่ามาถามอะไรเลย ไม่พร้อมเล่า”“ขนาดนี้แล้วมึงก็พูดๆ มาเถอะ จะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวกลับบ้าน อย่าลืมว่าพวกกูต้องต่อเครื่องไปลงที่ใต้อีกนะ”“กูไม่ได้อกหัก! หน้ากูเขายังไม่อยากจะมองเลย ที่เสียใจอยู่นี่ไม่ได้อกหัก กูน้อยใจที่เขาทิ้งกูไปอยู่!” เอกตะวันเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกให้มันจบๆ ไป “ทีนี้อยากถามอะไรก็ถามมา จะกินข้าวแล้ว หิว!”“พี่ชายไปเจอพี่ปานได้ยังไงคะ เขาหายไปไหนตั้งหลายปี ทำไมเราตามหาไม่เจอเลย” น้องสาวถามด้วยแววตาตื่นเต้น“เจอโดยบังเอิญเมื่อหลายเดือนก่อ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 63

    “อ่า...หนูอุ่นว่าอะไรนะจ๊ะ!”“เร็วๆ ค่ะ” ฤทัยรักษ์ที่ทรมานกับจังหวะเนิบช้าผิดปกติของสามีปรือตาเว้าวอน “ช่วยขยับให้เร็วๆ ได้ไหมคะ หนูอุ่นง่วงนอนแล้ว”“แต่คืนนี้พี่อยากให้นุ่มนวล...”เมื่อเขายังรีรอ เธอเลยดึงร่างสูงลงมานอนแล้วปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเอวสอบเอาไว้แทน“ไม่เอานุ่มนวล อยากเอาเร็วๆ เหมือนเดิม” กระซิบเสียงหวานแล้วก็แนบตัวลงไปจูบปิดปากเขาทั้งที่ยังนั่งคร่อมนั่นละ จะมานุ่มนวลอะไรเอาตอนนี้ ทุกคืนเห็นกระแทกเอาๆ ลีลานักก็อยู่ข้างล่างไป เธอจะอยู่ข้างบนเอง!แดนดินที่หวังดีไม่ได้ดีทำได้เพียงครางเสียงต่ำ เมื่อเมียแนบตัวลงมาจูบพร้อมๆ กับโนมเนื้อเบียดแผ่นอกกว้าง ไหนจะสะโพกอวบที่กำลังระรานแท่งเนื้อร้อนๆอ่า...เมียเขากะเล่นให้ตายคาอกจริงๆ หรือนี่! ในหัวคิดอย่างนั้น แต่มือกลับเลื่อนไปจับสะโพกอวบกดลงหาแท่งเนื้อที่ตื่นตัวเต็มที่ กดช้าๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่ยอมเข้าไปเติมเต็มสักทีฤทัยรักษ์ทนไม่ไหว ถอนจูบออกมาครางเสียงดังกับการกระทำที่แสนทรมานของสามี ภาพที่เธอแอ่นโค้งอยู่บนตัว เล่นเอาแดนดินแทบดิ้นพล่านแม่คุณเอ๊ย!นอนข้างล่างว่าน่าฟัดแล้ว อยู่ข้างบนน่าฟัดกว่าเป็นไหนๆ“หนูอุ่นอยากทำอะไรพี่ก็ทำเลยจ้ะ เอาเล

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 62

    เสียงหวานครางในคอ เมื่อสามีบดจูบลงมาดื้อๆ แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง ยอมให้ริมฝีปากบางเฉียบนั่นบดเบียดกลีบปากอิ่มตามแต่ใจต้องการ เป็นนาทีกว่าเขาจะถอนปากออกไป ถึงตอนนี้เสื้อผ้าของเธอก็เหลือแค่ชิ้นเล็กๆ บนล่างแล้ว“คำถามต่อไปเลยจ้ะ”ฤทัยรักษ์ค้อนขวับใส่คนปากเจ่อไม่ต่างกัน แต่เสื้อผ้ายังอยู่ครบทั้งบนล่าง“เร็วจ้ะ พี่อยากจูบ เอ๊ย! อยากตอบแล้ว”“คนหื่น!” นิ้วเรียวสวยบีบจมูกโด่งของเขาอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมพี่ปานถึงทิ้งพี่ชายไปคะ พี่ดินรู้ไหม”“รู้!” ตอบแค่นั้นแล้วขาก็โมเมก้มลงไปจูบเธอยื้อหน้าหนีทันควัน “ยังไม่ได้สิคะ ตอบสั้นแบบนี้ไม่นับ!”แดนดินทำปากยื่นเถียงแบบข้างๆ คูๆ “ก็หนูอุ่นถามว่ารู้ไหม พี่ก็ตอบว่ารู้ไง”“อย่ามาเฉไฉ”“โอเคๆ ก็เรื่องเข้าใจผิดนั่นแหละ แต่ลึกไปกว่านั้นเราไม่รู้ ปานไม่ยอมบอกอะไรให้ใครรู้เลย พี่จำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่ปานกลับไทยน่ะมีสภาพเหมือนนกปีกหักดีๆ นี่เอง เอาแต่ร้องไห้ทุกวันๆ จนพวกเราต้องหางานให้ทำ สุดท้ายก็มานั่งบริหารโรงแรมให้ย่านี่แหละ พี่ถึงได้บอกว่าเรื่องมันละเอียดอ่อน พวกเขาเลิกกันไม่ดีแบบนี้ ปานเองก็เจ็บไม่น้อยกว่าคุณชายหรอก” ขณะที่เขาเล่า มือก็ไม่ได้อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status