LOGINวันนั้นฤทัยรักษ์จำต้องตามแดนดินไปสำรวจ ‘บ้านของย่า’ เธอไม่อยากทำตัวเรื่องมาก มาอาศัยเขา เขาจะเปิดบ้านให้ดูก็ต้องตามไปดูละ
ไหนเลยจะรู้ว่า ‘บ้านของย่า’ นั้นกว้างใหญ่เพียงใด เดินอยู่นานค่อนวันก็ยังไม่ทั่ว
ดวงตาสีน้ำตาลสวยมองทุ่งนาโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตาที่ถูกแบ่งด้วยคันนาจนกลายเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กใหญ่ละลานตารอบตัวแล้วเงยหน้าถามคนพามาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“นี่ของคุณย่าหมดเลยเหรอคะ?”
แค่กะด้วยสายตา ที่นาแถวนี้ก็มีอยู่หลายร้อยไร่เลยนะ!
“ใช่”
คำตอบสั้นๆ ทำเอาคนฟังสูดหายใจลึก ฤทัยรักษ์นึกว่าที่นาของคุณย่าคำหอมจะมีแค่ตรงด้านหลังเรือน แต่แดนดินพาเธอเดินดูจนจะหมดแรงแล้วยังเห็นแค่ส่วนที่อยู่ริมทางเท่านั้น ที่อยู่ไกลสุดสายตานั่นยังไม่ได้เข้าไปใกล้มันเลย
“นาข้าวที่เธอเห็นอยู่นี่เราปลูกข้าวหอมมะลิแบบปลอดสารพิษทั้งหมดเลย ผลผลิตที่ได้จะถูกส่งเข้าไปยังโรงสีข้าวตรงนู้น” เขาอธิบายพลางชี้มือไปทางโรงเรือนสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกด้าน “ข้าวเปลือกจะถูกสีเป็นข้าวสารและบรรจุใส่ถุง ส่งออกไปให้ลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำที่จองกันเข้ามาทุกปี”
“นั่นก็โรงสีของคุณย่าอีกหรือคะ!” เธอทำตาโตถาม โรงสีข้าวบ้าอะไรใหญ่โตขนาดนั้น แถมมีตั้งสามหลังอีกต่างหาก
“ก็ประมาณนั้น ไว้วันหลังฉันจะพาเข้าไปดู”
ฤทัยรักษ์พยักหน้ารับ ในใจอึ้งแล้วอึ้งอีก ก่อนจะมาที่นี่แม่นมบอกว่าบ้านของพี่สาวทำนาปลูกข้าวขาย เธอก็ไม่คิดว่าจะขายกันเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ขนาดนี้
แดนดินเห็นสีหน้าอึ้งๆ ของอีกฝ่ายก็ยิ้มเยาะ พอรู้ว่าพวกเขาทำกิจการอะไร กี่รายๆ ก็อย่างนี้ แล้วเขาจะยอมให้ย่าผูกด้ายแดงยังไงไหว
“แล้วที่นี่ทำนากันแบบไหนเหรอคะ ปักดำหรือว่าหว่านเลย”
คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน ทำให้แดนดินนิ่วหน้าถามกลับ “เธออยากรู้ไปทำไม”
“ก็แค่อยากรู้”
“ที่นาทองคำของเราดินและน้ำเหมาะแก่การทำนาปี ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงใช้วิธีปักดำกัน เพราะมันให้ผลผลิตดีกว่าการหว่านเมล็ด”
ฤทัยรักษ์พยักหน้าเข้าใจ เหม่อมองทุ่งนากว้างตรงหน้าด้วยแววตาอ่านไม่ออก คนพามาเห็นอาการเหม่อมองของเธอก็สั่งเสียงเรียบ
“มองเสร็จแล้วก็ตามมา ฉันมีอะไรให้เธอดู”
“ดูอะไรอีกคะ”
“ตามมาเถอะ”
ฤทัยรักษ์กลอกตาเดินตามเจ้าถิ่นไปช้าๆ นึกเคืองคนที่ทำให้เลขาคุณชายสูงศักดิ์อย่างเธอต้องมาเดินท่อมๆ กลางทุ่งอย่างนี้นัก
ทั้งสองเดินมาได้สักพักก็ถึงหน้าโรงไม้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรือนคำหอมมากนัก ภายในโรงไม้มีควายตัวใหญ่สีดำทมิฬนอนเคี้ยวหญ้าอยู่อย่างสบายใจ
“ขอแนะนำให้รู้จักกับบุญหลาย ควายฉันเอง” แดนดินหันไปบอกคนข้างหลังสั้นๆ เจ้าบุญหลายเป็นหนึ่งในควายไทยที่เขาเลี้ยงไว้เพื่ออนุรักษ์เผ่าพันธุ์ของมัน เขาไปเจอมันในกองประกวดลูกควายงามที่ได้รับเชิญไปเป็นประธานเปิดงาน ทั้งที่ตอนนั้นเล็งตัวได้แชมป์เอาไว้แล้ว แต่เขาก็เปลี่ยนใจ เพราะเจอควายที่ได้ตำแหน่งรองแชมป์ส่งแววตาอ้อนวอนให้ตอนคล้องมาลัยรางวัลให้มัน เขาซื้อมันกลับบ้านในราคาเกือบล้าน มันเอาแต่ใจสุดๆ ย่าถึงกับออกปากว่ามันนิสัยเหมือนเขาเลย
“หวัดดี”
“เธอไม่กลัวควายเหรอไง”
คนเดินเข้าไปทักทายเจ้าทุยใกล้ๆ ไม่มีหวาดกลัวยิ้มบอกว่า
“ไม่กลัวค่ะ มันอยู่ในคอก มีไม้กั้นเอาไว้แล้วนี่คะ”
“ไม่กลัวก็ดี อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็มาเล่นกับมัน หรือจะปั้นมันมาให้ฉันเล่นก็ได้นะ”
ฤทัยรักษ์นึกตามไม่ทันขมวดคิ้วงามถาม “ให้ฉันทำอะไรนะ?”
“ก็เขาว่าอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นควายให้ลูกท่านเล่น เธอก็ปั้นไอ้บุญหลายมาให้ฉันเล่นสิ”
เธอยิ้มเย็นบอก “ได้สิคะ จะเอากี่ตัวดีล่ะ คุณหลานท่าน”
“เอาตัวเดียว เอาให้เหมือน ไม่เหมือนไม่เอา”
“งั้นอย่าเอาเลยค่ะ ฉันปั้นไม่เก่ง ปกติไม่เคยปั้นวัวปั้นควายให้ใครเล่นเหมือนกัน มีแต่คนปั้นมาให้เล่นที่วังของท่านลุง”
แดนดินถลึงตาใส่หลานสาวท่านชายใหญ่ “งั้นเธอก็กลับไปเล่นที่วังเลยไป จะแล่นมาเล่นที่นี่ทำไมกัน”
“ไปบอกคุณย่าสิคะ ว่าคุณไม่อยากให้ฉันมาเล่นที่นี่”
“เธอ!” แดนดินเรียกแล้วสะบัดหน้าเดินหนี ขืนไปบอกย่าแบบนั้น เขาก็ถูกย่าเฉดหัวออกไปเล่นที่อื่นแทนน่ะสิ!
“คุณย่าจะเริ่มทำนาเมื่อไหร่คะ หนูอุ่นขอช่วยทำได้ไหม”
คำขอในเช้าวันต่อมาของฤทัยรักษ์เล่นเอาหญิงชราทำช้อนข้าวหลุดมือ ถามกลับไปหน้าตาตื่นตะลึง
“เมื่อกี้หนูว่าอะไรนะ”
“หนูอุ่นอยากทำนา ขอทำนาด้วยคนได้ไหมคะ”
อดีตเลขาคุณชายนักธุรกิจทำเสียงหวานอ้อนขอคุณย่าคนใหม่ หญิงชรายังไม่ทันว่าอะไร แดนดินที่กลับมากินข้าวเช้าด้วยกันก็บอกปัดออกมาก่อน
“ไม่ได้!”
อยากทำนา?
คิดว่าง่ายเหมือนเล่นขายข้าวขายแกงหรือไงแม่คุณ!
“ย่าว่าหนูอยู่ช่วยพวกย่าทำอะไรๆ ที่เรือนดีกว่านะจ๊ะ” ย่าคำหอมบอกอย่างไม่เห็นดีด้วยเช่นกัน
“หนูอุ่นอยากลองทำนี่คะ มาถึงนาทองคำทั้งที ไม่ได้ทำนาก็เหมือนมาไม่ถึง”
แม่นมที่ถูกนับเป็นย่าแทนแล้วเห็นหน้าละห้อยๆ ของฤทัยรักษ์ก็ใจอ่อน อดช่วยพูดไม่ได้ “คนนี้เขาชอบทำอะไรที่นึกไม่ถึง ติดว่าชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในรั้วในวัง ก็เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสทำอะไรแบบนี้”
“จริงค่ะ ให้หนูอุ่นลองทำดูนะคะ”
“แต่ว่า...”
“นะคะคุณย่า” เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน มันได้ผลเสนอเมื่อทำกับพี่ๆ ที่วัง
ย่าคำหอมมองน้องสาวอย่างไม่รู้จะทำเช่นไรกับลูกอ้อนนี้ งานในทุ่งนามันไม่ใช่เรื่องที่สาวๆ จะทำได้ ถ้าไม่แกร่งพอ แล้วฤทัยรักษ์ก็แค่มาหลบซ่อนไม่นาน ท่านจะปล่อยให้ไปลุยงานหนักอย่างนั้นได้อย่างไรกัน “ย่าว่าทำงานอื่นไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ”
“โธ่! หนูอุ่นอยากทำนานี่คะ สมัยก่อนตอนที่ไปออกค่ายอาสาบนดอยแล้วต้องช่วยชาวเขาหว่านข้าว เพื่อนๆ ก็ไม่ยอมให้ทำ ตอนนี้คุณย่าก็จะไม่ให้หนูอุ่นทำอีกคนหรือคะ”
“แต่ย่าว่าไปทำงานช่วยพี่ดินในออฟฟิศน่าจะดีกว่านะ ไม่ต้องไปตากแดดตากลมในทุ่งด้วย”
“งานออฟฟิศ กลับไปหนูอุ่นก็ได้ทำอยู่แล้ว”
แดนดินเงยหน้าขึ้นจากชามข้าวมามองคนที่กำลังอ้อนวอนย่าของเขาด้วยสีหน้าละห้อยแวบหนึ่ง ก่อนจะบอกเสียงเรียบ “ถ้าอยากทำจริงๆ ฉันจะสอนเธอเอง”
“เจ้าดิน!”
“ก็น้องอยากทำ ย่าจะไปขัดทำไม ย่าแพงยังไม่ว่าอะไรสักคำ”
“คุณพี่ว่ายังไง น้องก็ว่าตามค่ะ” ย่าแพงของเขายิ้มเอ่ย
ย่าคำหอมถอนใจมองฤทัยรักษ์ที่ทำตาปริบๆ อ้อน สลับกับแดนดินที่นั่งทำหน้าเรียบอยู่
เอาเถอะ บางทีไปทำงานด้วยกันอาจจะทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น
“ถ้าอยากทำก็ให้พี่เขาช่วยสอนแล้วกันนะ”
“เย้ ขอบคุณนะคะคุณย่า”
ขณะที่ฤทัยรักษ์ฉีกยิ้มดีใจ ใครบางคนกลับแอบหัวเราะในใจ
คอยดูเถอะ เขาจะทำให้เธอแจ้นกลับไปเล่นที่วังเร็วๆ นี้เลย!
เธียรวิชญ์ไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นเลย เพราะกำลังนึกถึงพระจันทร์อีกดวงของเขา พอเห็นคนสนิททั้งสองมองมาเป็นเชิงถาม จึงอดปรึกษาไม่ได้ “กูต้องทำไงวะ จันทร์ถึงจะเข้าใจว่ากูรักเขามากแค่ไหน”“แล้วที่นายหัวทำอยู่ มันไม่ดีเหรอครับ” เป็นภัทรชนม์ที่ถามกลับเธียรวิชญ์ส่ายหน้า “ถ้าดี จันทร์จะมีเวลาไปหาคนอื่นเหรอ”“อ้อ คุณจันทร์ไปหาคนอื่นนี่เอง”“เออ ทำไมไม่เอะใจบ้าง ว่าทุกอย่างที่กูทำบนเกาะนี้ก็เพื่อใคร ชื่อเกาะ ชื่อรีสอร์ต มันบอกทุกอย่างแล้วนี่นา กูแค่อยากให้จันทร์อยู่ในที่ปลอดภัยสักระยะแค่นั้นเอง ทำไมต้องประชดด้วยการควงคนอื่นด้วย เจ็ดปีที่ผ่านมากูยังไม่เคยควงใครประชดเลยสักคน พวกมึงก็เห็นๆ อยู่”“อ่า...” สองหนุ่มครางแล้วหันมาสบตากันเงียบๆ ก่อนภัทรชมน์จะเอ่ยขึ้น“ถ้าแฟนผมควงคนอื่นประชด ผมจะไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ทำให้เธอรู้ว่าคนที่เธอจะควงได้ต้องเป็นผมคนเดียว”“แสนดีจริงๆ ถ้าเป็นผมนะ จะตามไปจับมาปล้ำ เอาให้จำจนขึ้นใจว่าอย่าไปยุ่งกับใครหน้าไหนอีก” ชาติชายบอกด้วยสีหน้าขึงขังจนน่าหมั่นไส้“กูก็คิดเหมือนพวกมึง อยากจะเล่นใหญ่ให้จันทร์ไม่มีวันลืม แต่คนที่จันทร์ควงประชดกูดันเป็นตุ๊ดนะคะ!” เธียรวิชญ์เอ่ยอย่างอัดอ
สะเทือนวงการไฮโซ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ควงไฮโซสาวโปรไฟล์เลิศดินเนอร์หรูวงในบอกว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีเร็วๆ นี้“ข่าวดีพ่องมึงสิ!” คนถูกเพื่อนที่กรุงเทพฯ กระหน่ำส่งข้อความหากลางดึกสบถออกมาหน้าตาบูดบึ้ง เมื่อเห็นภาพหนุ่มหล่อสาวสวยนั่งยิ้มหวานให้กันอยู่กลางร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หอมจันทร์ของเขาไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น!ไม่รอช้า เธียรวิชญ์รีบกดหาเบอร์หญิงสาวในมือถือทันที แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาอีกครั้ง เมื่อเสียงเรียกเข้ามันดังออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเขานี่เองลืมไปว่าเขายังไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เธอ...ตืดๆตอนนั้นเอง มือถือพลันสั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้าพอดี ชายหนุ่มรีบก้มดูและชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็ทำให้เขายิ้มออกทันที เพราะนอกจากหอมจันทร์ก็คงจะมีแต่คนนี้ ที่จะอธิบายเรื่องข่าวนี้แก่เขาได้“มึงโทรมาพอดีเลยตะวัน มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ ทำไมมีข่าวจันทร์หลุดออกมา น้องสาวมึงกำลังจะมีข่าวดีกับไอ้ตุ๊ดหน้าอ่อนนั่นเรอะ!” เขาเปิดฉากตวาดถามเสียงเขียวแบบอารมณ์มาเต็ม แต่เอกตะวันกลับถามกลับมางงๆ(“ตุ๊ดไหนวะ”)เธียรวิชญ์ไม่สนใจจะอธิบาย บอกเสียงเย็นเยียบ “มึงไม่ต้องถาม ตอบมาก็พอ ข
นายหัวหนุ่มทำใจอยู่นานกว่าจะยอมกดรับสายคุณชายเอกตะวัน “มึงยังอยู่ดีใช่มั้ยตะวัน?”(“อ้อ ยังอยู่ดีค่ะ”)"อุ้ย!" เธียรวิชญ์สะดุ้งยกโทรศัพท์ออกห่าง “จันทร์เองเหรอคะ”(“คนใจร้าย”)สามคำสั้นๆ เท่านั้นที่เธอต่อว่าด้วยน้ำเสียงแง่งอน ทำเอาเธียรวิชญ์นึกว่าตัวเองหูฝาด เพราะแม่คุณของเขาไม่น่าจะมาโหมดนี้ “จันทร์...สบายดีนะคะ”(“อย่ามาทำเป็นถามหน่อยเลย ทำไมทำกับจันทร์แบบนี้คะ บอกกันดีๆ ก็ได้”)“บอกแล้วจันทร์ก็ดื้อไง”(“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย!”)คนที่อยู่ปลายสายกรีดเสียงแหวกลับมาจนหูเขาแทบแตก“จ้ะๆ ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”(“พี่เธียร...”)“หืม” เขาขานตอบเสียงเบาพลางเดินไปยืนมองวิวนอกหน้าต่างที่เป็นท้องทะเลกว้างใหญ่ ขวางกั้นเขากับเธอไว้นับพันกิโลเมตร(“ตอนนี้ไม่มีจันทร์ให้พะวงอยู่ข้างหลังแล้ว ก็ช่วยรักษาตัวเองให้ดีด้วยนะคะ”)เธียรวิชญ์อุ่นไปทั้งใจกับคำสั่งอันอ่อนหวานนี้ “จันทร์ไม่ต้องห่วง พี่สัญญาเลย...”หม่อมราชวงศ์เอกตะวันรับโทรศัพท์มือถือของตนคืนด้วยสีหน้าอึ้งๆ เพราะจากประสบการณ์แล้ว น้องสาวไม่น่ายอมให้อภัยง่ายๆ แบบนี้ เขาหรี่ตาถามทันที “ไหนบอกจะไม่ปล่อยให้ลอยนวลไง”“จันทร์ก็ไม่ได้ปล่อยไปสักหน่อย แต่จะให้ชำ
ชั่วโมงต่อมาหม่อมราชวงศ์หอมจันทร์ก็ฝ่าวิกฤตรถติดและเลขาหน้าห้องเข้ามายืนสง่าอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันอย่างสวยงาม“อธิบายมาค่ะ” เสียงหวานบอกสั้นๆ ตอนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่ชายเจ้าของห้องในสูทสีเทาเข้มพยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วโยนเผือกร้อนไปให้เธียรวิชญ์รับจบ “สั้นๆ นะจ๊ะ ไอ้เธียรบอกให้พี่ทำ”“หึ! เขาบอก พี่ก็ทำตาม ไม่คิดจะห้ามกันเลยเหรอคะ”“พี่ห้ามมันได้ที่ไหนเล่า”ปังหอมจันทร์ตบโต๊ะเสียงดังอย่างโมโห “พี่ชายห้ามพี่เธียรไม่ได้หรืออยากให้จันทร์กลับมาอยู่แล้วกันแน่ จันทร์ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพี่ชายกับพี่เธียรคิดอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่สมัยกุรงศรีอยุธยานะคะ ที่ผู้หญิงต้องหลบอยู่ในบ้านตอนผู้ชายออกไปสู้รบจบศึก นี่มันยุคโลกาพัฒนาไปหาดาวอังคารแล้วค่ะ ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้ดีพอๆ กับผู้ชาย ยืนข้างเขาได้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร จันทร์ไม่ได้คิดจะไปจับปืนผาหน้าไม้กับเขาหรอกนะ แค่อยากช่วยคิด ช่วยแก้ไข ช่วยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ พี่กับเขากลับให้จันทร์มาอยู่ห่างเป็นพันกิโลแบบนี้”คุณชายตะวันแทบเก็กหน้านิ่งไม่อยู่ มือที่เงื้อขึ้นตบโต๊ะเมื่อกี้ เขานึกว่ามันจะฟาดเข้
หอมจันทร์เห็นท่าทางเคร่งเครียดของหนุ่มๆ แล้วถอนใจเอ่ย “ก่อนจะกังวลเรื่องวันข้างหน้า ช่วยดูแลวันนี้ให้ดีก่อนเถอะค่ะ สภาพของทุกคนตอนนี้ บอกเลยว่าดีกว่าขอทานหน่อยเดียวเอง รีบๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวยังส่ายหน้ากับสภาพมอมๆ ของพวกเธียรวิชญ์“นั่นสิครับ ผมไม่โอเคกับเขม่าควันดำๆ นี่เลย” ชาติชายพยักหน้าเออออ แต่ดันถูกครรชิตแฉต่อหน้า“เมื่อก่อนมึงแทบไม่อาบน้ำเลยนะชาติ”“ตอนนี้ก็ไม่ค่อยอาบนะ” สุเมธร่วมวงซ้ำเติมชาติชายอีกคน ทำเอาหนุ่มหน้าใสถลึงตาใส่เพื่อน แต่เถียงไม่ออกสักคำเธียรวิชญ์ส่ายหน้าให้ลูกน้อง ขณะกำลังจะบอกให้พวกเขาไปอาบน้ำนอนกันได้แล้วนั่นเอง มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาก็เผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวหอมจันทร์ที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าเขาก็ถามเสียงเบา “ใครโทรมาเหรอคะ”“ผู้กองมานพ”ชื่อนี้ทำให้ทุกคนหันมองเธียรวิชญ์เป็นตาเดียว นายหัวหนุ่มจึงกดรับสายและเปิดลำโพงให้ได้ยินพร้อมกัน “ว่าไงครับผู้กอง”(“ข่าวร้ายครับนายหัว”)“งานไม่สำเร็จเหรอผู้กอง” เธียรวิชญ์หรี่ตาถามกลับไปเสียงเข้ม(“เราพลาดครับ เรือที่นายหัวยงยุทธขับหนีไปพร้
ปัง!ตอนนั้นเองที่พวกมันยิงเฉียดมาที่ต้นไม้ที่เขาใช้กำบังอยู่ ก่อนจะตะโกนบอกพรรคพวก“รีบฝ่าออกไปจากทีนี่ให้เร็วที่สุด!”จากนั้นพวกมันก็ระดมยิงเพื่อฝ่าออกไป มีการแบ่งคนส่วนหนึ่งยิงคุ้มกันให้พวกที่แบกลังไม้ลงเรือ น่าเสียดายที่ฝ่ายยิงคุ้มกันไม่แข็งแกร่งพอ ถูกแมทธิวกับสุเมธจัดการไปมากกว่าครึ่งในเวลาสั้นๆเธียรวิชญ์ที่จับตามองอยู่ในเงามืดเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากเสียเวลาเอาล่อเอาเถิดกับพวกมันอีก ยกปืนในมือเล็งไปยังที่ตัวหัวหน้าของพวกมันปัง!กระสุนพุ่งเข้าเจาะบริเวณไหล่ซ้ายของหมอนั่นอย่างจัง แรงจนตัวมันสะบัดเซไปทางหนึ่ง หมวกแก๊ปยังหล่นหาย เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นตาในแสงจันทร์สลัวเธียรวิชญ์แสยะยิ้มมองมือขวายงยุทธที่ยืนกุมไหล่อยู่หน้าหาด “นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คนกันเองนี่หว่า แผลนั่นถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับที่มึงกล้าบุกมาถิ่นกูแล้วกันนะ""มึง!""ไม่โกรธสิ รีบไสหัวกลับไปหานายหัวของมึงเถอะ ฝากบอกมันด้วยว่ากูขอให้โชคดีนะ”ขณะที่คนสนิทของยงยุทธยังระวังตัว ไม่คิดว่าเธียรวิชญ์จะปล่อยพวกตนไปง่ายๆ อย่างนี้ ทางด้านเธียรวิชญ์ก็สั่งให้คนถอนกำลังถอยร่นกลับเข้ามาบนเกาะแล้วที่เขาปล่อยพวกมันไปง่ายๆ ก็เพราะที่นี
ภาสกรรีบให้รปภ. ดึงดนัยภพออกจากห้องทันที แต่ ‘ไอ้ห่านี่’ ของท่านรองดันสะบัดตัวหนีไม่ยอมให้จับ“อย่าเอามือของพวกแกมาจับตัวฉัน! ฉันเป็นใคร พวกแกเป็นใคร กล้าทำแบบนี้กับฉันก็คอยดูผลของมันได้เลย ฉันจะฟ้องให้ฉิบหายทั้งคนทั้งโรงแรมนี้ให้ดู อ้อ พวกแกคงไม่รู้สินะ ว่าพ่อฉันเป็นใคร ไปค้นดูนามสกุลของฉันไป๊!” ด
โรงแรมเมืองวิมาน...แดนดินเงยหน้ามองป้ายชื่อโรงแรมที่มันพารถเลี้ยวเข้าไปแล้วยิ้มเหี้ยม จัดการเลี้ยวรถตามทันที เขาจอดรถทิ้งไว้หน้าโรงแรมอย่างรีบร้อน ก่อนก้าวดุ่มๆ ตรงไปหาลิฟต์ด้วยอารมณ์เดือดเต็มที่ แต่เขากลับไม่สามารถผ่านเข้าข้างในได้ ทั้งที่เห็นหลังไอ้เลวนั่นอยู่ไหวๆ“โว้ย!”พนักงานที่ดูแลส่วนนี้รี
พอถูกพ่อวางลงพื้น เด็กๆ ก็ร้องไห้จ้ากอดขาใหญ่ไว้คนละข้างเหมือนกลัวพ่อจะหนีไปไหนอีกคน แดนดินเห็นแล้วนิ่วหน้าถามตัวต้นเหตุ“ทำไมเธอใจร้ายแบบนี้ ดูลูกๆ สิ พวกแกเสียใจขนาดนี้ เธอยังจะทิ้งลูกกลับกรุงเทพฯ ลงคอเหรอ”“พวกเขาเป็นลูกคุณค่ะ”“..." แดนดิน "งั้นย่าแพงล่ะ”“ย่าแพงจะกลับไปกับฉัน”“ข้าวที่เธอลงแรง
แม่นมคำแพงไม่คิดว่านอกจากจะได้รับข่าวเรื่องที่คุณหญิงของตนจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ยังได้รู้ว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นแผนการของคุณชายกับนายหัวเธียรวิชญ์ด้วย“หนูอุ่นขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้บอกความจริงตั้งแต่แรก”“โธ่ คุณหญิงของนม คุณชายก็เหลือเกิน เล่นอะไรไม่รู้” น่าสงสารคุณหญิงที่ถูกพี่ชายวางแ







