FAZER LOGINหอมจันทร์เอนตัวหนีจากอ้อมแขนอบอุ่น ปากขมุบขมิบต่อว่าความเฉลียวใจเก่งของพวกเขา แต่เธียรวิชญ์หาได้ปล่อยเธอให้หลุดมือ เขายังกระชับแขนแน่น สุดท้ายเธอเลยปล่อยให้เขากอดไว้อย่างนั้นด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ และบอกเรื่องที่ตนกำลังทำอยู่เสียงเนือยๆ “ก็นอกจากจะแกล้งพี่ชายตะวันแล้ว ดินเนอร์นี้ก็มีขึ้นมาเพื่อแก้ข่าวเรื่องจันทร์กับทินนี่ไงคะ”เธียรวิชญ์หนังตากระตุกทันที “ข่าวเรื่องอะไรนะ?”“อ้อ" เอกตะวันพยักหน้าช้าๆ "ข่าวเรื่องที่จันทร์แกล้งดินเนอร์กับทินกรประชดแกเมื่อคราวก่อนใช่มั้ย”“ค่ะ นักข่าวเขาเขียนมั่วๆ ไปเองทั้งนั้น วันนั้นแก๊งจันทร์มากันตั้งสามคน พวกเขาดันถ่ายแค่จันทร์กับทินนี่”เธียรวิชญ์ฟังเธอแก้ตัวพลางทำทีพยักหน้าเข้าใจแล้วถามต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แล้วจันทร์คิดจะแก้ข่าวยังไง”“ง่ายๆ เลยค่ะ ลองคิดดูสิ ถ้ามีคนเอาภาพจันทร์กำลังดินเนอร์สวีทกับพี่เธียรโดยมีพี่ชายนั่งเป็นพยานด้วยความอิจฉาไปทำข่าว คนก็ต้องคิดว่าจันทร์กับพี่เธียรกำลังคบกันอยู่และเป็นการคบแบบได้รับความเห็นชอบจากพี่ชายด้วย นี่เป็นการแก้ข่าวมั่วๆ เรื่องจันทร์กับทินนี่ได้ดีเลยไม่ใช่เหรอคะ"มือข้างที่ว่างอยู่ของเธียรวิชญ์คลึงแก้วไวน์
ด้านเธียรวิชญ์พยายามทำหน้านิ่งที่สุด วางมาดนายหัวมาดเข้มขณะนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ หอมจันทร์ หนวดเคราที่ลืมกำจัดเพราะความรีบร้อนเสริมให้เขาดูเข้มดั่งใจต้องการ ทำเอาแก็งลูกหมูสามตัวตรงหน้าแทบไม่กล้าสบตากับเขาเลย“คนนี้เองเหรอ ที่เป็นข่าวกับจันทร์เมื่อวันก่อน”เสียงเย็นชาเอ่ยถามหลังแนะนำตัวกันเสร็จแล้ว ทำเอาทินกรสะดุงเล็กน้อย เขยิบเข้าไปใกล้ร่างเล็กของมิลันดาอย่างระแวงมือเท้าของนายหัวหนุ่มสุดหล่อ เขาไม่กล้าตอบรับและไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่มองหอมจันทร์ด้วยแววตาอ้อนวอนตาปริบๆพูดอะไรสักอย่างสิ อย่าให้งานมาเข้าทินนี่คนเดียวแบบนี้ฮืออออ“พี่เธียรมาที่คาเฟ่นี้ได้ไงคะ” แทนที่จะตอบ หอมจันทร์กลับถามเธียรวิชญ์ด้วยน้ำเสียงแบบมะนาวแล้งน้ำแทน“ถามว่าทำไมพี่ไม่อยู่ที่เกาะสิ”“อ้อ แล้วทำไมพี่ไม่อยู่ที่เกาะล่ะคะ”“พอดีมีคนบางคนทำให้พี่โมโหหึงมากไปหน่อย” เธียรวิชญ์ใช้สายตาคมกริบจับจ้องเป็นการบอกใบ้ว่าใครคือคนนั้น ซึ่งไม่ใช่หอมจันทร์อย่างที่ควรจะเป็นทำไมถึงเป็นเขาอีกแล้วล่ะ!ทินกรอยากจะร้องไห้ เมื่อถูกคนหล่อมองด้วยสายตาอาฆาต เขาไม่ได้เป็นคนริเริ่มแผนยั่วให้หึงนี่สักหน่อย จัดการคนของตัวเองโน่นสิราวกับว่าคนต้น
“มันจะได้ผลจริงๆ เหรอเนี่ย ทำไมนายหัวเธียรของหล่อนเงียบหายไปแบบนี้ล่ะ” ทินกรที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีพาทเทลกับกางเกงสีขาวเอ่ยถามขณะกำลังนั่งประชุมกันอยู่ที่คาเฟ่ของมิลันดาผ่านมาเป็นอาทิตย์ๆ แล้ว แต่พายุหึงที่ควรโหมกระหน่ำกลับไม่มีแม้แต่ลมเย็น!“หรือว่าพี่เธียรจะปล่อยจันทร์แล้ว หมายถึงปล่อยมือไปเลยน่ะ” มิลันดาออกความเห็นด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ จนโดนเพื่อนหนุ่มหันมาขึงตาใส่“แม่โคนมตัวน้อย หล่อนอย่าพูดจาให้เพื่อนใจเสียสิยะ”"..." คนถูกว่าก้มมองหน้าอกตัวเองเงียบๆ ชุดเอี้ยมแบบกระโปรงที่ใส่วันนี้ทำให้เธอดูเด็กลงไม่น้อย แต่หน้าอกที่ใหญ่เกินหน้าตาไม่ได้น้อยตาม ก็เรียกว่า ‘โคนมตัวน้อย’ ได้อยู่“ไม่หรอก อย่าลืมว่าเราแค่ต้องการเอาคืน" หอมจันทร์บอกด้วยสีหน้าไม่ร้อนอกร้อนใจ "อีกอย่างจันทร์ก็ให้พี่ชายโทรหาพี่เธียรแล้ว พี่ชายบอกว่าโมโหใหญ่เลย แต่เขาไม่มีเบอร์จันทร์ เลยโทรหาไม่ได้ แล้วนี่คงจะยุ่งเรื่องเปิดเกาะเคียงจันทร์อยู่นั่นละ”ทินกรค้อนขวับใส่คนยกแก้วคาปูชิโน่ปั่นของตนขึ้นดูดสบายใจ “หล่อนจะบอกว่ามั่นใจมากว่ามันได้ผลงั้นสิ”“แน่นอน”มิลันดาที่กำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ในใจ มองท่าทางมั่นใจของหอมจันทร์แล้วขย
เธียรวิชญ์ไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นเลย เพราะกำลังนึกถึงพระจันทร์อีกดวงของเขา พอเห็นคนสนิททั้งสองมองมาเป็นเชิงถาม จึงอดปรึกษาไม่ได้ “กูต้องทำไงวะ จันทร์ถึงจะเข้าใจว่ากูรักเขามากแค่ไหน”“แล้วที่นายหัวทำอยู่ มันไม่ดีเหรอครับ” เป็นภัทรชนม์ที่ถามกลับเธียรวิชญ์ส่ายหน้า “ถ้าดี จันทร์จะมีเวลาไปหาคนอื่นเหรอ”“อ้อ คุณจันทร์ไปหาคนอื่นนี่เอง”“เออ ทำไมไม่เอะใจบ้าง ว่าทุกอย่างที่กูทำบนเกาะนี้ก็เพื่อใคร ชื่อเกาะ ชื่อรีสอร์ต มันบอกทุกอย่างแล้วนี่นา กูแค่อยากให้จันทร์อยู่ในที่ปลอดภัยสักระยะแค่นั้นเอง ทำไมต้องประชดด้วยการควงคนอื่นด้วย เจ็ดปีที่ผ่านมากูยังไม่เคยควงใครประชดเลยสักคน พวกมึงก็เห็นๆ อยู่”“อ่า...” สองหนุ่มครางแล้วหันมาสบตากันเงียบๆ ก่อนภัทรชมน์จะเอ่ยขึ้น“ถ้าแฟนผมควงคนอื่นประชด ผมจะไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ทำให้เธอรู้ว่าคนที่เธอจะควงได้ต้องเป็นผมคนเดียว”“แสนดีจริงๆ ถ้าเป็นผมนะ จะตามไปจับมาปล้ำ เอาให้จำจนขึ้นใจว่าอย่าไปยุ่งกับใครหน้าไหนอีก” ชาติชายบอกด้วยสีหน้าขึงขังจนน่าหมั่นไส้“กูก็คิดเหมือนพวกมึง อยากจะเล่นใหญ่ให้จันทร์ไม่มีวันลืม แต่คนที่จันทร์ควงประชดกูดันเป็นตุ๊ดนะคะ!” เธียรวิชญ์เอ่ยอย่างอัดอ
สะเทือนวงการไฮโซ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ควงไฮโซสาวโปรไฟล์เลิศดินเนอร์หรูวงในบอกว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีเร็วๆ นี้“ข่าวดีพ่องมึงสิ!” คนถูกเพื่อนที่กรุงเทพฯ กระหน่ำส่งข้อความหากลางดึกสบถออกมาหน้าตาบูดบึ้ง เมื่อเห็นภาพหนุ่มหล่อสาวสวยนั่งยิ้มหวานให้กันอยู่กลางร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หอมจันทร์ของเขาไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น!ไม่รอช้า เธียรวิชญ์รีบกดหาเบอร์หญิงสาวในมือถือทันที แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาอีกครั้ง เมื่อเสียงเรียกเข้ามันดังออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเขานี่เองลืมไปว่าเขายังไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เธอ...ตืดๆตอนนั้นเอง มือถือพลันสั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้าพอดี ชายหนุ่มรีบก้มดูและชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็ทำให้เขายิ้มออกทันที เพราะนอกจากหอมจันทร์ก็คงจะมีแต่คนนี้ ที่จะอธิบายเรื่องข่าวนี้แก่เขาได้“มึงโทรมาพอดีเลยตะวัน มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ ทำไมมีข่าวจันทร์หลุดออกมา น้องสาวมึงกำลังจะมีข่าวดีกับไอ้ตุ๊ดหน้าอ่อนนั่นเรอะ!” เขาเปิดฉากตวาดถามเสียงเขียวแบบอารมณ์มาเต็ม แต่เอกตะวันกลับถามกลับมางงๆ(“ตุ๊ดไหนวะ”)เธียรวิชญ์ไม่สนใจจะอธิบาย บอกเสียงเย็นเยียบ “มึงไม่ต้องถาม ตอบมาก็พอ ข
นายหัวหนุ่มทำใจอยู่นานกว่าจะยอมกดรับสายคุณชายเอกตะวัน “มึงยังอยู่ดีใช่มั้ยตะวัน?”(“อ้อ ยังอยู่ดีค่ะ”)"อุ้ย!" เธียรวิชญ์สะดุ้งยกโทรศัพท์ออกห่าง “จันทร์เองเหรอคะ”(“คนใจร้าย”)สามคำสั้นๆ เท่านั้นที่เธอต่อว่าด้วยน้ำเสียงแง่งอน ทำเอาเธียรวิชญ์นึกว่าตัวเองหูฝาด เพราะแม่คุณของเขาไม่น่าจะมาโหมดนี้ “จันทร์...สบายดีนะคะ”(“อย่ามาทำเป็นถามหน่อยเลย ทำไมทำกับจันทร์แบบนี้คะ บอกกันดีๆ ก็ได้”)“บอกแล้วจันทร์ก็ดื้อไง”(“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย!”)คนที่อยู่ปลายสายกรีดเสียงแหวกลับมาจนหูเขาแทบแตก“จ้ะๆ ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”(“พี่เธียร...”)“หืม” เขาขานตอบเสียงเบาพลางเดินไปยืนมองวิวนอกหน้าต่างที่เป็นท้องทะเลกว้างใหญ่ ขวางกั้นเขากับเธอไว้นับพันกิโลเมตร(“ตอนนี้ไม่มีจันทร์ให้พะวงอยู่ข้างหลังแล้ว ก็ช่วยรักษาตัวเองให้ดีด้วยนะคะ”)เธียรวิชญ์อุ่นไปทั้งใจกับคำสั่งอันอ่อนหวานนี้ “จันทร์ไม่ต้องห่วง พี่สัญญาเลย...”หม่อมราชวงศ์เอกตะวันรับโทรศัพท์มือถือของตนคืนด้วยสีหน้าอึ้งๆ เพราะจากประสบการณ์แล้ว น้องสาวไม่น่ายอมให้อภัยง่ายๆ แบบนี้ เขาหรี่ตาถามทันที “ไหนบอกจะไม่ปล่อยให้ลอยนวลไง”“จันทร์ก็ไม่ได้ปล่อยไปสักหน่อย แต่จะให้ชำ
แดนดินมองดวงตาเบิกกว้างของแม่ตุ่นน้อยแล้วส่ายหน้า หันไปบอกเพื่อนเสียงเรียบ “อย่าสตอ”“ล้อเล่นแค่นี้ก็ต้องดุด้วย” สาวสวยบอกเสียงกลั้วหัวเราะ “แล้วมาที่ร้านทำไมคะ เพิ่งส่งเสื้อไปให้ที่เรือนเองนี่นา”“พาคนนี้มาซื้อเสื้อ” เขาดึงคนตัวเล็กออกมาแนะนำ “นี่หนูตุ่น หลานสาวของย่า”“คุณย่ามีนายเป็นหลานชายคนเดี
“หึหึ เลิกสงสัยได้แล้ว เธอรอเก็บอยู่ข้างล่างนี่นะ เดี๋ยวฉันปีนขึ้นไปหักกิ่งมันลงมาให้” อธิบายจบแดนดินก็เอาบันไดไม้ไผ่ที่วางอยู่ในพงหญ้ามาพาดต้นสะเดาแล้วไต่ขึ้นไปอย่างเร็ว กิ่งแรกที่อยู่ใกล้ๆ มือถูกเขาหักอย่างง่ายดาย แล้วโยนลงไปให้คนด้านล่างเก็บฤทัยรักษ์รีบวิ่งไปรับ แต่พลาดโดนกิ่งสะเดาร่วงใส่เต็มๆ
ดวงตาคมกริบหันไปมองคนมาช่วยเก็บมะพร้าวอย่างนึกฉุนหน่อยๆบอกจะมาช่วยเก็บ เธอก็มาช่วยเก็บอย่างเดียวจริงๆคนต้องออกแรงใช้ไม้ไผ่ที่ทั้งหนักทั้งยาวสอยมะพร้าวลงมาก็คือเขานี่!ตอนนี้ฤทัยรักษ์กำลังนั่งแทะเนื้อมะพร้าวที่เขาลองผ่าดูเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่เขายังเงยหน้าเขย่าไม้ไผ่สอยมะพร้าวพวกนั้นลงมาอย่าง
“เป็นไงบ้างหนูอุ่น ไปทำงานในทุ่งนากับพี่เขาวันแรก”คนอาบน้ำล้างคราบสาวนามอมแมมออกแล้ว ยิ้มเนือยตอบคำแพงไปตามตรง “เหนื่อยเหมือนกันค่ะ แต่ก็สนุกไปอีกแบบ รู้เลยว่าหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินของจริงนี่เป็นยังไง”“คิดแบบนั้นก็ดีจ้ะ ถือว่าย่าพามาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วกันนะ”“ค่า แล้วนี่ย่าแพงกำลังจะไปไหนคะ มา







