Masukการตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตรหน้าเรือนกลายเป็นกิจวัตรที่ฤทัยรักษ์คุ้นเคยไปแล้ว แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้ลงมือนึ่งข้าวเหนียวด้วยตัวเอง
หญิงสาวตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเอาข้าวเหนียวที่แช่น้ำทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นนึ่งบนเตาไฟในห้องครัวที่อยู่ตรงกลางระหว่างเรือนทั้งสองหลัง ครัวที่เรือนนี้แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ครัวร้อนสำหรับหุง อุ่น ตุ๋น ต้ม นึ่ง จะอยู่ด้านใน ครัวเย็นจะอยู่ด้านนอก มีแค่ชั้นวางของและแคร่วางอยู่หนึ่งหลัง ตอนนี้คำแพงกำลังนั่งเสียบเนื้อหมูอยู่ตรงนั้น หน้าที่ทำอาหารใส่บาตรในเช้านี้เป็นของพวกเธอยายหลานล่ะ
พอเห็นฤทัยรักษ์ก้าวออกมาจากในครัว ย่าคำแพงก็กวักมือเรียกทันที
"หนูอุ่นมาทำหมูปิ้งกับย่ามา”
หญิงสาวยิ้มประจบ “วันนี้จะได้กินหมูปิ้งนมสดแสนนุ่มลิ้นของย่าแพงด้วย”
“จ้าๆ รีบมาช่วยย่าเสียบเนื้อหมูก่อนเร็ว นึ่งข้าวเสร็จจะได้เอาไปปิ้งบนเตาต่อเลย”
“รับทราบค่ะ”
เมื่อมีแรงงานมาช่วยทำ งานจึงเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานเนื้อหมูเสียบไม้ก็เต็มถาด พร้อมปิ้งบนเตาถ่านร้อนๆ แล้ว เช่นเดียวกับข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ก็ได้เวลาพลิกกลับพอดี คำแพงบอกว่าการนึ่งข้าวนั้นมีขั้นตอนสำคัญอยู่อย่าง คือต้องพลิกข้าวด้านบนลงไปด้านล่าง เพื่อให้ข้าวถูกนึ่งจนสุกร้อนเท่าๆ กัน ขั้นตอนนี้ฤทัยรักษ์ไม่ได้ลงมือทำ เพราะยังขาดความชำนาญ เกิดตวัดมือไม่ดีอาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้
“หลังจากนี้เราก็ต้องรอให้ข้าวมันสุกจนขึ้นเมล็ดทั้งหมด แล้วเอาไปส่ายข้าวในกระด้งก่อนใส่ลงกระติบข้าวนะ”
ประโยคหลังของย่าทำเอาฤทัยรักษ์งงหนัก
“ส่ายข้าวคืออะไรเหรอจ๊ะ”
“ก็คือการทำให้ข้าวเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ ระบายความร้อนและไอน้ำออกมาจ้ะ ข้าวจะได้เหนียวนุ่มไม่แฉะ”
“แบบนี้นี่เอง มิน่าหมูปิ้งหน้าปากซอยที่หนูอุ่นแวะซื้อกินก่อนไปเรียนถึงข้าวแฉะตลอด หนูอุ่นเห็นป้าแกนึ่งเสร็จก็ตวัดลงกล่องโฟมตักขายทันที บางวันข้าวเหนียวจนติดมือเลยค่ะ”
ย่าคำแพงมองรอยยิ้มของคนพูดถึงความหลังอย่างเอ็นดู “มาอยู่บ้านย่าหอมนี่ รับรองหนูอุ่นได้กินข้าวเหนียวนุ่มๆ ทุกวันเลยจ้ะ เพราะพี่ดินเขาชอบกินนักล่ะ”
ชื่อที่ได้ยินทำให้ฤทัยรักษ์หุบยิ้มทันที เมื่อคืนนี้กว่าแดนดินจะพาเธอกลับมาถึงเรือนก็ดึกมากแล้ว คุณย่าทั้งสองเพลียไม่ไหว เธอเลยปล่อยให้พวกท่านเข้าไปนอนโดยไม่ได้เอาคืนเขา จะฟ้องตอนนี้ดีไหนนะ
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะจ๊ะ ไม่ชอบพี่เขาเหรอ”
“เขาไม่ทำตัวให้น่าชอบเลยนี่คะ”
“ดูพูดเข้าสิ เราเพิ่งมาอยู่ที่นี่อาทิตย์เดียวเอง จะไปตัดสินใครแบบนั้นไม่ได้นะจ๊ะ”
“หนูอุ่นไม่คิดว่าตัวเองจะชอบเขาเลยค่ะ” แค่เรื่องเมื่อคืนก็น่าจะทำให้ตัดสินได้แล้วแหละ
“เอาเถอะๆ เรื่องหนุ่มสาวย่าไม่อยากจะยุ่งด้วย แต่เรามาอยู่บ้านเขาอย่างนี้ หนูอุ่นก็อย่าไปรวนพี่เขานักเลยนะลูก” หญิงสูงวัยตักเตือนอย่างรู้นิสัยกันดี เห็นหน้าใสๆ แบบนี้ นิสัยกลับแสนซนนักแหละ
ฤทัยรักษ์ยิ้มหวานบอกทันที “ย่าแพงไม่ต้องห่วง หนูอุ่นรู้ว่าควรวางตัวยังไง ไม่ทำให้ย่าแพงเสียชื่อแน่จ้ะ”
“ดีจ้ะ”
คนเป็นย่ายิ้มด้วยสีหน้าวางใจ ไม่รู้เลยว่าคนเป็นหลานขีดเส้นไว้แล้วว่าจะไม่ไปกวนแดนดิน แต่ถ้าเขาหาเรื่องแกล้งเธออีก เธอไม่อยู่เฉยแน่!
ไม่กี่นาทีถัดมาหญิงชราก็เดินเข้าไปเปิดฝาหวดนึกข้าวออก รอไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจางลงจึงก้มหน้าลงไปดูข้าว เมื่อเห็นข้าวสุกดีจึงหยิบกระด้งมาพรมน้ำให้เปียก
“ย่าแพงจะส่ายข้าวแล้วเหรอคะ” คนที่เดินตามมาดูห่างๆ ถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ใช่จ้ะ วันนี้ย่าจะทำให้ดูก่อน วันหลังหนูอุ่นทำเองนะ”
“จ้ะ” รับปากไปตาก็มองสิ่งที่ย่าทำตาไม่กะพริบ
มือเหี่ยวตามวัยคว้าหวดออกจากหม้อนึ่งมาตวัดข้าวเหนียวร้อนๆ ลงในกระด้งอย่างชำนาญ ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาในตอนนั้น คำแพงรอให้ไอร้อนระเหยเล็กน้อยก็จับไม้พายจุ่มน้ำในขันที่เตรียมไว้แล้วใช้มันเกลี่ยข้าวเหนียวในกระด้ง มืออีกข้างคอยป้องกันไม่ให้ข้าวกระดกออก สักพักจึงหันไปพูดกับฤทัยรักษ์ “หนูอุ่นรู้ไหม นี่แหละสปาบ้านนา”
“คะ?”
“ก็ไอร้อนที่พุ่งขึ้นมาใส่หน้าเรานี่ไง สปาชั้นดีของสาวๆ บ้านนาเลยนะ คนเฒ่าคนแก่แถวนี้ถึงได้หน้าตึงใสกันทุกคนไงจ๊ะ”
“โห ธรรมชาติสุดๆ เลยค่ะ”
“จ้ะ เอากระติบข้าวมาให้ย่าหน่อย ย่าจะเอาข้าวใส่แล้ว”
ฤทัยรักษ์หยิบกระติบข้าวมาเปิดแล้ววางไว้ข้างกระด้งอย่างรู้งาน ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆ ถูกแบ่งเป็นสองส่วนแล้วตะล่อมเป็นก้อนใส่ลงในกระติบข้าวสองใบ กระติบเล็กเอาไปใส่บาตร กระติบใหญ่เอาไว้กิน
พอจัดการข้าวเหนียวเสร็จผู้เป็นย่าก็บอกให้หลานสาวที่ยังอยู่ในชุดนอนแบบขายาวไปเตรียมตัวใส่บาตร ตนจะปิ้งหมูรอพลางๆ
“ได้จ้ะ ย่าแพงรอแป๊บนะ”
“จ้า”
แป๊บของฤทัยรักษ์นั้นกินเวลาไม่กี่นาที ร่างบางกลับมาใหม่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้น ชุดนอนตัวเก่งถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อแขนยาวกับกางเกงห้าส่วน ใบหน้าสวยทาแป้งเด็กบางๆ กับลิปมันที่ปากเท่านั้น
“ตอนนี้ถึงตาย่าแพงไปบ้างแล้ว เดี๋ยวหนูอุ่นปิ้งหมูรอ” เธอนั่งลงบอกคนที่นั่งปิ้งหมูจนส่งกลิ่นหอมไปทั้งเรือน
ย่าไม่ได้อิดออด เลื่อนถาดที่มีใบตองกล้วยรองอยู่ให้พลางสั่งงาน “ปิ้งสุกแล้ววางไว้บนถาดนี่นะลูก อย่าลืมเอาใบตองกล้วยที่ย่าเตรียมไว้มาห่อหมูปิ้งอีกที ห่อแบบในถาดนี่นะจ๊ะ” ในถาดมีหมูปิ้งที่ถูกห่อใบตองวางเรียงเป็นตัวอย่างอยู่ราวสิบกว่าไม้
“ห่อยังไงจ๊ะ” ถามพลางหยิบใบตองที่ถูกฉีกตามแนวยาวขนาดเท่าฝ่ามือมารอ
“หนูเอาใบตองด้านสีเขียวประกบเข้าหากันอย่างนี้ เสร็จแล้วก็เอาหมูปิ้งมาวางต่อกัน เอาด้านที่เป็นเนื้อวางชิดกัน หันด้านไม้จับออกแบบนี้ แล้วพับใบตองด้านข้างมาทบกันตรงกลาง เห็นไหมว่าไม้จับของหมูปิ้งจะเลยใบตองออกมาทั้งสองด้าน หนูอุ่นต้องค่อยๆ พับตรงกลางให้ประกบกันแล้วใช้ใบตองเส้นเล็กนี่พันหนึ่งรอบ กลัดด้วยไม้กลัดอีกที ระวังอย่าให้ใบตองแตกนะจ๊ะ”
“แบบนี้ได้ไหมจ๊ะ” คนทำตามแบบช้าๆ ถามเสียงอ่อย เพราะหมูปิ้งห่อใบตองของตัวเองนั้นไม่เท่ากันเลย ข้างหนึ่งก็สูง ข้างหนึ่งก็ต่ำ
“ฮ่าๆ อย่างนั้นก็ไม่เป็นไรจ้ะ ค่อยๆ ทำไป เดี๋ยวมันก็เท่ากันเอง”
“หนูอุ่นจะพยายามค่ะ”
รับปากเป็นมั่นเหมาะ ปรากฏว่าตอนผู้เป็นย่ากลับมาอีกที เธอก็ทำใบตองแตกไปเกือบหมดแล้ว!
สุดท้ายย่าก็ยิ้มอ่อนบอกให้เธอลงไปเก็บดาวเรืองที่สวนหลังเรือนมาใส่บาตรแทน
ฤทัยรักษ์รับงานใหม่มาด้วยความเต็มใจ
เก็บดอกไม้ย่อมง่ายกว่าห่อหมูด้วยใบตองเยอะ!
ร่างอวบอิ่มเดินเลาะไปตามทางที่มุ่งสู่แปลงดอกดาวเรืองอย่างสบายใจ อากาศสดชื่นแบบนี้หาได้ยากนักตอนอยู่เมืองกรุง เสียงนกเสียงไก่ที่ได้ยินระหว่างทางมันสบายหูกว่าเสียงรถรายิ่งนัก พอเห็นสวนดอกไม้ของคุณย่า ดวงตากลมโตยิ่งเป็นประกาย เธอเห็นสวนนี้ตั้งแต่วันที่แดนดินพาเดินเล่น วันนั้นมันยังไม่ออกดอกกัน แต่วันนี้มันพากันแข่งกันบานสะพรั่งอยู่ในสวน มีทั้งดาวเรืองดอกใหญ่ มะลิลาแซมมะลิซ้อนริมรั้ว กุหลาบหลากสีและบานไม่รู้โรยสองสามต้นแถวทางเข้า พุดตาน พุดจีบ พุดซ้อน ยืนต้นเรียงรายออกดอกแข่งกันเต็มที่ ไม่นับที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
“ยืนทำบื้ออะไรอยู่ ยัยหนูตุ่นน้อย”
เสียงห้าวที่ดังมาจากด้านหลังอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอาคนที่อารมณ์ดีๆ ทำหน้าเซ็งขึ้นมาทันที
ตัวร้ายโผล่มาจนได้!
เด็กๆ เพิ่งจะหลับกัน พอถูกแม่อุ้มขึ้นก็ยิ้มตาปรืออย่างน่าเอ็นดูแฝดพี่เทวินทร์นั้นเลี้ยงง่าย ยอมให้แม่อุ้มไปวางลงในคอกเด็กแต่โดยดี แม่ตบก้นกลมกล่อมไม่กี่ทีก็เคลิ้มหลับไปอีก แฝดน้องเทวากลับไม่ง่าย ระหว่างที่แม่เอาพี่ไปนอน เขาก็นอนอมนิ้วมือเล่นรออยู่เงียบๆ พอแม่กลับมาอุ้มก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของแม่ ไม่ยอมลงไปนอนในคอกเด็ก ตากลมแป๋วมองแม่พลางดูดปากดุนลิ้นบอกใบ้ฤทัยรักษ์ย่อมมองออกว่าลูกต้องการอะไร “ยังไม่อิ่มอีกหรือจ๊ะ ทำไมหนูกินเก่งจังเลยล่ะลูก” เธอเอ่ยเย้า แกล้งหย่อนร่างเล็กวางลงในคอกอีกครั้ง คราวนี้เจ้าอ้วนของเธอถึงกับดิ้นปัดๆ ร้องไห้จ้าออกมาลั่นห้อง ดึงกลับขึ้นมาแทบไม่ทัน “โอ๋ๆ แม่ไม่แกล้งน้องวาแล้ว เงียบๆ ก่อนเดี๋ยวพี่วินตื่นนะลูก”เทวินทร์ที่นอนฝันหวานไปแล้ว “...”เมื่อโอ๋ยังไงเทวาก็ไม่หยุดร้อง ฤทัยรักษ์จึงต้องนั่งลงริมเตียงแล้วเปิดเสื้อขึ้นให้พ่อหนูน้อยดื่มนมจากอก ไม่รู้เลยว่าสามีที่ตื่นมาเพราะเสียงร้องจ้าของลูกกำลังมองตาเป็นมัน“เด็กดี อิ่มแล้วก็นอนละลูกนะ” เธอโยกตัวกล่อมเจ้าตัวเล็ก“อึก!”ลูกชายตอบรับแม่ด้วยการเพิ่มแรงดูดนมลงคออึกใหญ่“ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักพอดี อุ๊ย!”“ลูกดูดแรง
สี่ปีผ่านไป...เรือนคำหอมในเวลานี้เต็มไปด้วยทายาทตัวน้อยๆ ของแดนดินกับฤทัยรักษ์ หนึ่งปีหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เด็กหญิงนรีกานต์ ก็ถือกำเนิดขึ้น คลานตามมาติดๆ ในอีกหนึ่งปีให้หลังคือ เด็กชายคเชนทร์ ปิดอู่ด้วยคู่แฝดเด็กชายเทวินทร์และเทวา นับจำนวนแล้วก็เกือบตรงเป้าที่แดนดินเคยขอไว้อย่างน่าอัศจรรย์นรีกานต์หรือหนูนาวัยสองขวบกว่านั้นหน้าตาน่ารักและขี้อ้อนมาก ผู้ใหญ่จึงดุไม่ค่อยลงคเชนทร์หรือช้างวัยขวบครึ่งก็อ้วนตุบกำลังหัดเดินหัดพูด เวลาอ้อแอ้ๆ ออกมาผู้ใหญ่ก็หลงจนแทบจะทูนหัวให้ทุกอย่างคู่แฝดเทวดาวินนี่กับวาวาเพิ่งคลอดได้ห้าเดือน แค่นอนเฉยๆ ก็น่ารักแล้วระหว่างที่ฤทัยรักษ์ตั้งท้องและคลอดน้องออกมาคนแล้วคนเล่าอยู่นี้ เด็กชายก้องภพและเด็กหญิงกรองขวัญก็ถูกแดนดินเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ทางหนึ่งก็วางตัวเป็นพี่ใหญ่ช่วยมามี้เลี้ยงน้องๆ ไปด้วย ย่าทวดกับคนเป็นแม่เห็นแล้วเอ็นดูนักเดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนคนเรือนคำหอมจะหอบกันไปทั้งเด็กและคนชรา ดีที่เหล่าย่าทวดยายทวดยังแข็งแรงดีทุกคน เพราะแดนดินให้ไปพบหมอทุกครึ่งปี ขนาดคำแพงที่ย้ายไปดูแลลูกให้หอมจันทร์ที่เกาะเคียงจันทร์ตั้งแต่สองปีก่อนยังถูกเขาบังคับให้ไป
“วันนี้หนูอุ่นดีขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ ไว้ไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ดินเลิกงานกลับมาแบบนี้ คงจะมืดมากแล้ว หนูอุ่นไม่อยากไปโรงพยาบาลตอนกลางคืน” คนพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเอ่ยห้ามเสียงอ่อน อาการนี้เธอเป็นมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งมาหนักเอาวันนี้แหละ“เอางั้นเหรอ”“ค่ะ นี่อาบน้ำแล้วเหรอคะ ตัวห้อมหอม” ฤทัยรักษ์ยื่นหน้าไปดมกลิ่นหอมบนตัวสามี มันหอมสดชื่นจนอาการเวียนหัวดีขึ้นเยอะเลยคนอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งอมยิ้มกริ่มทิ้งตัวลงนอนกอดร่างบางไว้หลวมๆ บอกเสียงเอาใจ “หอมให้เต็มที่เลยจ้ะ พี่ฟอกสบู่มาทุกซอก”“ใช่สบู่อะไรคะ ทำไมวันนี้มันหอมจัง”“ก็อันเดิมแหละ”“อือ...”แดนดินชะโงกหน้าขึ้นดูคนทำท่าจะหลับคาอกเขา “นี่จะหลับอีกแล้วเหรอ พี่ว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ พี่เรียกหมอมาที่เรือนเลยดีกว่า”“งือ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นอาการปกติของคนท้องน่ะ”“แบบนี้ไม่ปกติเลย คนท้องที่ไหน...” เขาเงียบไปทันทีที่เข้าใจว่าเมียพูดอะไร รีบยันตัวลุกขึ้นถามตาเป็นประกาย “หนูอุ่นจะบอกว่าเบบี๋ของเรากำลังมาแล้วเหรอ”ฤทัยรักษ์หัวเราะเสียงเบา ลุกขึ้นจับมือใหญ่มาลูบท้องที่ยังแบนราบ “เบบี๋ของเราอยู่ในนี้แล้วค่ะ”“ทูนหัว!” แดนดินจูบเมียแรงๆ ในที่สุดเราก็จ
“เด็กๆ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว” เธียรวิชญ์ตะโกนเรียกลูกทีม เห็นท่าทีกระวนกระวายของเพื่อนแล้วก็สมน้ำหน้าและสงสารไปพร้อมกัน“พี่ชายพร้อมจะเล่าแล้วเหรอคะ”หอมจันทร์กับฤทัยรักษ์เดินเข้ามานั่งลงประกบข้างพี่ชายทันที“...” เอกตะวันยิ่งมุดหน้าลงต่ำกว่าเดิม สองสาวสบตายิ้มๆ ตอนนี้คุณย่าคุณยายพาเด็กๆ ออกไปเดินย่อยอาหารเช้าอยู่ที่สวนข้างล่าง แดนดินก็ยังไม่ตื่น พวกเธอสามารถสอบสวนได้เต็มที่!“พี่ชายขา ทำไมอกหักซ้ำๆ จากผู้หญิงคนเดียวได้คะ ไหนบอกพวกเรามาซิ”“ไม่ได้อกหัก...”“แต่อกพัง” หอมจันทร์ต่อให้ ขณะที่ฤทัยรักษ์นั่งยิ้มแหยคนโดนเมียทิ้งถอนใจบอก “อย่ามาถามอะไรเลย ไม่พร้อมเล่า”“ขนาดนี้แล้วมึงก็พูดๆ มาเถอะ จะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวกลับบ้าน อย่าลืมว่าพวกกูต้องต่อเครื่องไปลงที่ใต้อีกนะ”“กูไม่ได้อกหัก! หน้ากูเขายังไม่อยากจะมองเลย ที่เสียใจอยู่นี่ไม่ได้อกหัก กูน้อยใจที่เขาทิ้งกูไปอยู่!” เอกตะวันเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกให้มันจบๆ ไป “ทีนี้อยากถามอะไรก็ถามมา จะกินข้าวแล้ว หิว!”“พี่ชายไปเจอพี่ปานได้ยังไงคะ เขาหายไปไหนตั้งหลายปี ทำไมเราตามหาไม่เจอเลย” น้องสาวถามด้วยแววตาตื่นเต้น“เจอโดยบังเอิญเมื่อหลายเดือนก่อ
“อ่า...หนูอุ่นว่าอะไรนะจ๊ะ!”“เร็วๆ ค่ะ” ฤทัยรักษ์ที่ทรมานกับจังหวะเนิบช้าผิดปกติของสามีปรือตาเว้าวอน “ช่วยขยับให้เร็วๆ ได้ไหมคะ หนูอุ่นง่วงนอนแล้ว”“แต่คืนนี้พี่อยากให้นุ่มนวล...”เมื่อเขายังรีรอ เธอเลยดึงร่างสูงลงมานอนแล้วปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเอวสอบเอาไว้แทน“ไม่เอานุ่มนวล อยากเอาเร็วๆ เหมือนเดิม” กระซิบเสียงหวานแล้วก็แนบตัวลงไปจูบปิดปากเขาทั้งที่ยังนั่งคร่อมนั่นละ จะมานุ่มนวลอะไรเอาตอนนี้ ทุกคืนเห็นกระแทกเอาๆ ลีลานักก็อยู่ข้างล่างไป เธอจะอยู่ข้างบนเอง!แดนดินที่หวังดีไม่ได้ดีทำได้เพียงครางเสียงต่ำ เมื่อเมียแนบตัวลงมาจูบพร้อมๆ กับโนมเนื้อเบียดแผ่นอกกว้าง ไหนจะสะโพกอวบที่กำลังระรานแท่งเนื้อร้อนๆอ่า...เมียเขากะเล่นให้ตายคาอกจริงๆ หรือนี่! ในหัวคิดอย่างนั้น แต่มือกลับเลื่อนไปจับสะโพกอวบกดลงหาแท่งเนื้อที่ตื่นตัวเต็มที่ กดช้าๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่ยอมเข้าไปเติมเต็มสักทีฤทัยรักษ์ทนไม่ไหว ถอนจูบออกมาครางเสียงดังกับการกระทำที่แสนทรมานของสามี ภาพที่เธอแอ่นโค้งอยู่บนตัว เล่นเอาแดนดินแทบดิ้นพล่านแม่คุณเอ๊ย!นอนข้างล่างว่าน่าฟัดแล้ว อยู่ข้างบนน่าฟัดกว่าเป็นไหนๆ“หนูอุ่นอยากทำอะไรพี่ก็ทำเลยจ้ะ เอาเล
เสียงหวานครางในคอ เมื่อสามีบดจูบลงมาดื้อๆ แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง ยอมให้ริมฝีปากบางเฉียบนั่นบดเบียดกลีบปากอิ่มตามแต่ใจต้องการ เป็นนาทีกว่าเขาจะถอนปากออกไป ถึงตอนนี้เสื้อผ้าของเธอก็เหลือแค่ชิ้นเล็กๆ บนล่างแล้ว“คำถามต่อไปเลยจ้ะ”ฤทัยรักษ์ค้อนขวับใส่คนปากเจ่อไม่ต่างกัน แต่เสื้อผ้ายังอยู่ครบทั้งบนล่าง“เร็วจ้ะ พี่อยากจูบ เอ๊ย! อยากตอบแล้ว”“คนหื่น!” นิ้วเรียวสวยบีบจมูกโด่งของเขาอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมพี่ปานถึงทิ้งพี่ชายไปคะ พี่ดินรู้ไหม”“รู้!” ตอบแค่นั้นแล้วขาก็โมเมก้มลงไปจูบเธอยื้อหน้าหนีทันควัน “ยังไม่ได้สิคะ ตอบสั้นแบบนี้ไม่นับ!”แดนดินทำปากยื่นเถียงแบบข้างๆ คูๆ “ก็หนูอุ่นถามว่ารู้ไหม พี่ก็ตอบว่ารู้ไง”“อย่ามาเฉไฉ”“โอเคๆ ก็เรื่องเข้าใจผิดนั่นแหละ แต่ลึกไปกว่านั้นเราไม่รู้ ปานไม่ยอมบอกอะไรให้ใครรู้เลย พี่จำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่ปานกลับไทยน่ะมีสภาพเหมือนนกปีกหักดีๆ นี่เอง เอาแต่ร้องไห้ทุกวันๆ จนพวกเราต้องหางานให้ทำ สุดท้ายก็มานั่งบริหารโรงแรมให้ย่านี่แหละ พี่ถึงได้บอกว่าเรื่องมันละเอียดอ่อน พวกเขาเลิกกันไม่ดีแบบนี้ ปานเองก็เจ็บไม่น้อยกว่าคุณชายหรอก” ขณะที่เขาเล่า มือก็ไม่ได้อย







