แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: มัญนิตา
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-09 16:54:17

การตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตรหน้าเรือนกลายเป็นกิจวัตรที่ฤทัยรักษ์คุ้นเคยไปแล้ว แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้ลงมือนึ่งข้าวเหนียวด้วยตัวเอง

หญิงสาวตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเอาข้าวเหนียวที่แช่น้ำทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นนึ่งบนเตาไฟในห้องครัวที่อยู่ตรงกลางระหว่างเรือนทั้งสองหลัง ครัวที่เรือนนี้แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ครัวร้อนสำหรับหุง อุ่น ตุ๋น ต้ม นึ่ง จะอยู่ด้านใน ครัวเย็นจะอยู่ด้านนอก มีแค่ชั้นวางของและแคร่วางอยู่หนึ่งหลัง ตอนนี้คำแพงกำลังนั่งเสียบเนื้อหมูอยู่ตรงนั้น หน้าที่ทำอาหารใส่บาตรในเช้านี้เป็นของพวกเธอยายหลานล่ะ

พอเห็นฤทัยรักษ์ก้าวออกมาจากในครัว ย่าคำแพงก็กวักมือเรียกทันที

"หนูอุ่นมาทำหมูปิ้งกับย่ามา”

หญิงสาวยิ้มประจบ “วันนี้จะได้กินหมูปิ้งนมสดแสนนุ่มลิ้นของย่าแพงด้วย”

“จ้าๆ รีบมาช่วยย่าเสียบเนื้อหมูก่อนเร็ว นึ่งข้าวเสร็จจะได้เอาไปปิ้งบนเตาต่อเลย”

“รับทราบค่ะ”

เมื่อมีแรงงานมาช่วยทำ งานจึงเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานเนื้อหมูเสียบไม้ก็เต็มถาด พร้อมปิ้งบนเตาถ่านร้อนๆ แล้ว เช่นเดียวกับข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ก็ได้เวลาพลิกกลับพอดี คำแพงบอกว่าการนึ่งข้าวนั้นมีขั้นตอนสำคัญอยู่อย่าง คือต้องพลิกข้าวด้านบนลงไปด้านล่าง เพื่อให้ข้าวถูกนึ่งจนสุกร้อนเท่าๆ กัน ขั้นตอนนี้ฤทัยรักษ์ไม่ได้ลงมือทำ เพราะยังขาดความชำนาญ เกิดตวัดมือไม่ดีอาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้

“หลังจากนี้เราก็ต้องรอให้ข้าวมันสุกจนขึ้นเมล็ดทั้งหมด แล้วเอาไปส่ายข้าวในกระด้งก่อนใส่ลงกระติบข้าวนะ”

ประโยคหลังของย่าทำเอาฤทัยรักษ์งงหนัก

“ส่ายข้าวคืออะไรเหรอจ๊ะ”

“ก็คือการทำให้ข้าวเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ ระบายความร้อนและไอน้ำออกมาจ้ะ ข้าวจะได้เหนียวนุ่มไม่แฉะ”

“แบบนี้นี่เอง มิน่าหมูปิ้งหน้าปากซอยที่หนูอุ่นแวะซื้อกินก่อนไปเรียนถึงข้าวแฉะตลอด หนูอุ่นเห็นป้าแกนึ่งเสร็จก็ตวัดลงกล่องโฟมตักขายทันที บางวันข้าวเหนียวจนติดมือเลยค่ะ”

ย่าคำแพงมองรอยยิ้มของคนพูดถึงความหลังอย่างเอ็นดู “มาอยู่บ้านย่าหอมนี่ รับรองหนูอุ่นได้กินข้าวเหนียวนุ่มๆ ทุกวันเลยจ้ะ เพราะพี่ดินเขาชอบกินนักล่ะ”

ชื่อที่ได้ยินทำให้ฤทัยรักษ์หุบยิ้มทันที เมื่อคืนนี้กว่าแดนดินจะพาเธอกลับมาถึงเรือนก็ดึกมากแล้ว คุณย่าทั้งสองเพลียไม่ไหว เธอเลยปล่อยให้พวกท่านเข้าไปนอนโดยไม่ได้เอาคืนเขา จะฟ้องตอนนี้ดีไหนนะ

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะจ๊ะ ไม่ชอบพี่เขาเหรอ”

“เขาไม่ทำตัวให้น่าชอบเลยนี่คะ”

“ดูพูดเข้าสิ เราเพิ่งมาอยู่ที่นี่อาทิตย์เดียวเอง จะไปตัดสินใครแบบนั้นไม่ได้นะจ๊ะ”

“หนูอุ่นไม่คิดว่าตัวเองจะชอบเขาเลยค่ะ” แค่เรื่องเมื่อคืนก็น่าจะทำให้ตัดสินได้แล้วแหละ

“เอาเถอะๆ เรื่องหนุ่มสาวย่าไม่อยากจะยุ่งด้วย แต่เรามาอยู่บ้านเขาอย่างนี้ หนูอุ่นก็อย่าไปรวนพี่เขานักเลยนะลูก” หญิงสูงวัยตักเตือนอย่างรู้นิสัยกันดี เห็นหน้าใสๆ แบบนี้ นิสัยกลับแสนซนนักแหละ

ฤทัยรักษ์ยิ้มหวานบอกทันที “ย่าแพงไม่ต้องห่วง หนูอุ่นรู้ว่าควรวางตัวยังไง ไม่ทำให้ย่าแพงเสียชื่อแน่จ้ะ”

“ดีจ้ะ”

คนเป็นย่ายิ้มด้วยสีหน้าวางใจ ไม่รู้เลยว่าคนเป็นหลานขีดเส้นไว้แล้วว่าจะไม่ไปกวนแดนดิน แต่ถ้าเขาหาเรื่องแกล้งเธออีก เธอไม่อยู่เฉยแน่!

ไม่กี่นาทีถัดมาหญิงชราก็เดินเข้าไปเปิดฝาหวดนึกข้าวออก รอไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจางลงจึงก้มหน้าลงไปดูข้าว เมื่อเห็นข้าวสุกดีจึงหยิบกระด้งมาพรมน้ำให้เปียก

“ย่าแพงจะส่ายข้าวแล้วเหรอคะ” คนที่เดินตามมาดูห่างๆ ถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ใช่จ้ะ วันนี้ย่าจะทำให้ดูก่อน วันหลังหนูอุ่นทำเองนะ”

“จ้ะ” รับปากไปตาก็มองสิ่งที่ย่าทำตาไม่กะพริบ

มือเหี่ยวตามวัยคว้าหวดออกจากหม้อนึ่งมาตวัดข้าวเหนียวร้อนๆ ลงในกระด้งอย่างชำนาญ ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาในตอนนั้น คำแพงรอให้ไอร้อนระเหยเล็กน้อยก็จับไม้พายจุ่มน้ำในขันที่เตรียมไว้แล้วใช้มันเกลี่ยข้าวเหนียวในกระด้ง มืออีกข้างคอยป้องกันไม่ให้ข้าวกระดกออก สักพักจึงหันไปพูดกับฤทัยรักษ์ “หนูอุ่นรู้ไหม นี่แหละสปาบ้านนา”

“คะ?”

“ก็ไอร้อนที่พุ่งขึ้นมาใส่หน้าเรานี่ไง สปาชั้นดีของสาวๆ บ้านนาเลยนะ คนเฒ่าคนแก่แถวนี้ถึงได้หน้าตึงใสกันทุกคนไงจ๊ะ”

“โห ธรรมชาติสุดๆ เลยค่ะ”

“จ้ะ เอากระติบข้าวมาให้ย่าหน่อย ย่าจะเอาข้าวใส่แล้ว”

ฤทัยรักษ์หยิบกระติบข้าวมาเปิดแล้ววางไว้ข้างกระด้งอย่างรู้งาน ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆ ถูกแบ่งเป็นสองส่วนแล้วตะล่อมเป็นก้อนใส่ลงในกระติบข้าวสองใบ กระติบเล็กเอาไปใส่บาตร กระติบใหญ่เอาไว้กิน

พอจัดการข้าวเหนียวเสร็จผู้เป็นย่าก็บอกให้หลานสาวที่ยังอยู่ในชุดนอนแบบขายาวไปเตรียมตัวใส่บาตร ตนจะปิ้งหมูรอพลางๆ

“ได้จ้ะ ย่าแพงรอแป๊บนะ”

“จ้า”

แป๊บของฤทัยรักษ์นั้นกินเวลาไม่กี่นาที ร่างบางกลับมาใหม่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้น ชุดนอนตัวเก่งถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อแขนยาวกับกางเกงห้าส่วน ใบหน้าสวยทาแป้งเด็กบางๆ กับลิปมันที่ปากเท่านั้น

“ตอนนี้ถึงตาย่าแพงไปบ้างแล้ว เดี๋ยวหนูอุ่นปิ้งหมูรอ” เธอนั่งลงบอกคนที่นั่งปิ้งหมูจนส่งกลิ่นหอมไปทั้งเรือน

ย่าไม่ได้อิดออด เลื่อนถาดที่มีใบตองกล้วยรองอยู่ให้พลางสั่งงาน “ปิ้งสุกแล้ววางไว้บนถาดนี่นะลูก อย่าลืมเอาใบตองกล้วยที่ย่าเตรียมไว้มาห่อหมูปิ้งอีกที ห่อแบบในถาดนี่นะจ๊ะ” ในถาดมีหมูปิ้งที่ถูกห่อใบตองวางเรียงเป็นตัวอย่างอยู่ราวสิบกว่าไม้

“ห่อยังไงจ๊ะ” ถามพลางหยิบใบตองที่ถูกฉีกตามแนวยาวขนาดเท่าฝ่ามือมารอ

“หนูเอาใบตองด้านสีเขียวประกบเข้าหากันอย่างนี้ เสร็จแล้วก็เอาหมูปิ้งมาวางต่อกัน เอาด้านที่เป็นเนื้อวางชิดกัน หันด้านไม้จับออกแบบนี้ แล้วพับใบตองด้านข้างมาทบกันตรงกลาง เห็นไหมว่าไม้จับของหมูปิ้งจะเลยใบตองออกมาทั้งสองด้าน หนูอุ่นต้องค่อยๆ พับตรงกลางให้ประกบกันแล้วใช้ใบตองเส้นเล็กนี่พันหนึ่งรอบ กลัดด้วยไม้กลัดอีกที ระวังอย่าให้ใบตองแตกนะจ๊ะ”

“แบบนี้ได้ไหมจ๊ะ” คนทำตามแบบช้าๆ ถามเสียงอ่อย เพราะหมูปิ้งห่อใบตองของตัวเองนั้นไม่เท่ากันเลย ข้างหนึ่งก็สูง ข้างหนึ่งก็ต่ำ

“ฮ่าๆ อย่างนั้นก็ไม่เป็นไรจ้ะ ค่อยๆ ทำไป เดี๋ยวมันก็เท่ากันเอง”

“หนูอุ่นจะพยายามค่ะ”

รับปากเป็นมั่นเหมาะ ปรากฏว่าตอนผู้เป็นย่ากลับมาอีกที เธอก็ทำใบตองแตกไปเกือบหมดแล้ว!

สุดท้ายย่าก็ยิ้มอ่อนบอกให้เธอลงไปเก็บดาวเรืองที่สวนหลังเรือนมาใส่บาตรแทน

ฤทัยรักษ์รับงานใหม่มาด้วยความเต็มใจ

เก็บดอกไม้ย่อมง่ายกว่าห่อหมูด้วยใบตองเยอะ!

ร่างอวบอิ่มเดินเลาะไปตามทางที่มุ่งสู่แปลงดอกดาวเรืองอย่างสบายใจ อากาศสดชื่นแบบนี้หาได้ยากนักตอนอยู่เมืองกรุง เสียงนกเสียงไก่ที่ได้ยินระหว่างทางมันสบายหูกว่าเสียงรถรายิ่งนัก พอเห็นสวนดอกไม้ของคุณย่า ดวงตากลมโตยิ่งเป็นประกาย เธอเห็นสวนนี้ตั้งแต่วันที่แดนดินพาเดินเล่น วันนั้นมันยังไม่ออกดอกกัน แต่วันนี้มันพากันแข่งกันบานสะพรั่งอยู่ในสวน มีทั้งดาวเรืองดอกใหญ่ มะลิลาแซมมะลิซ้อนริมรั้ว กุหลาบหลากสีและบานไม่รู้โรยสองสามต้นแถวทางเข้า พุดตาน พุดจีบ พุดซ้อน ยืนต้นเรียงรายออกดอกแข่งกันเต็มที่ ไม่นับที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย

“ยืนทำบื้ออะไรอยู่ ยัยหนูตุ่นน้อย”

เสียงห้าวที่ดังมาจากด้านหลังอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอาคนที่อารมณ์ดีๆ ทำหน้าเซ็งขึ้นมาทันที

ตัวร้ายโผล่มาจนได้!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 42

    เธียรวิชญ์ไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นเลย เพราะกำลังนึกถึงพระจันทร์อีกดวงของเขา พอเห็นคนสนิททั้งสองมองมาเป็นเชิงถาม จึงอดปรึกษาไม่ได้ “กูต้องทำไงวะ จันทร์ถึงจะเข้าใจว่ากูรักเขามากแค่ไหน”“แล้วที่นายหัวทำอยู่ มันไม่ดีเหรอครับ” เป็นภัทรชนม์ที่ถามกลับเธียรวิชญ์ส่ายหน้า “ถ้าดี จันทร์จะมีเวลาไปหาคนอื่นเหรอ”“อ้อ คุณจันทร์ไปหาคนอื่นนี่เอง”“เออ ทำไมไม่เอะใจบ้าง ว่าทุกอย่างที่กูทำบนเกาะนี้ก็เพื่อใคร ชื่อเกาะ ชื่อรีสอร์ต มันบอกทุกอย่างแล้วนี่นา กูแค่อยากให้จันทร์อยู่ในที่ปลอดภัยสักระยะแค่นั้นเอง ทำไมต้องประชดด้วยการควงคนอื่นด้วย เจ็ดปีที่ผ่านมากูยังไม่เคยควงใครประชดเลยสักคน พวกมึงก็เห็นๆ อยู่”“อ่า...” สองหนุ่มครางแล้วหันมาสบตากันเงียบๆ ก่อนภัทรชมน์จะเอ่ยขึ้น“ถ้าแฟนผมควงคนอื่นประชด ผมจะไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ทำให้เธอรู้ว่าคนที่เธอจะควงได้ต้องเป็นผมคนเดียว”“แสนดีจริงๆ ถ้าเป็นผมนะ จะตามไปจับมาปล้ำ เอาให้จำจนขึ้นใจว่าอย่าไปยุ่งกับใครหน้าไหนอีก” ชาติชายบอกด้วยสีหน้าขึงขังจนน่าหมั่นไส้“กูก็คิดเหมือนพวกมึง อยากจะเล่นใหญ่ให้จันทร์ไม่มีวันลืม แต่คนที่จันทร์ควงประชดกูดันเป็นตุ๊ดนะคะ!” เธียรวิชญ์เอ่ยอย่างอัดอ

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 41

    สะเทือนวงการไฮโซ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ควงไฮโซสาวโปรไฟล์เลิศดินเนอร์หรูวงในบอกว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีเร็วๆ นี้“ข่าวดีพ่องมึงสิ!” คนถูกเพื่อนที่กรุงเทพฯ กระหน่ำส่งข้อความหากลางดึกสบถออกมาหน้าตาบูดบึ้ง เมื่อเห็นภาพหนุ่มหล่อสาวสวยนั่งยิ้มหวานให้กันอยู่กลางร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หอมจันทร์ของเขาไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น!ไม่รอช้า เธียรวิชญ์รีบกดหาเบอร์หญิงสาวในมือถือทันที แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาอีกครั้ง เมื่อเสียงเรียกเข้ามันดังออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเขานี่เองลืมไปว่าเขายังไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เธอ...ตืดๆตอนนั้นเอง มือถือพลันสั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้าพอดี ชายหนุ่มรีบก้มดูและชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็ทำให้เขายิ้มออกทันที เพราะนอกจากหอมจันทร์ก็คงจะมีแต่คนนี้ ที่จะอธิบายเรื่องข่าวนี้แก่เขาได้“มึงโทรมาพอดีเลยตะวัน มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ ทำไมมีข่าวจันทร์หลุดออกมา น้องสาวมึงกำลังจะมีข่าวดีกับไอ้ตุ๊ดหน้าอ่อนนั่นเรอะ!” เขาเปิดฉากตวาดถามเสียงเขียวแบบอารมณ์มาเต็ม แต่เอกตะวันกลับถามกลับมางงๆ(“ตุ๊ดไหนวะ”)เธียรวิชญ์ไม่สนใจจะอธิบาย บอกเสียงเย็นเยียบ “มึงไม่ต้องถาม ตอบมาก็พอ ข

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 40

    นายหัวหนุ่มทำใจอยู่นานกว่าจะยอมกดรับสายคุณชายเอกตะวัน “มึงยังอยู่ดีใช่มั้ยตะวัน?”(“อ้อ ยังอยู่ดีค่ะ”)"อุ้ย!" เธียรวิชญ์สะดุ้งยกโทรศัพท์ออกห่าง “จันทร์เองเหรอคะ”(“คนใจร้าย”)สามคำสั้นๆ เท่านั้นที่เธอต่อว่าด้วยน้ำเสียงแง่งอน ทำเอาเธียรวิชญ์นึกว่าตัวเองหูฝาด เพราะแม่คุณของเขาไม่น่าจะมาโหมดนี้ “จันทร์...สบายดีนะคะ”(“อย่ามาทำเป็นถามหน่อยเลย ทำไมทำกับจันทร์แบบนี้คะ บอกกันดีๆ ก็ได้”)“บอกแล้วจันทร์ก็ดื้อไง”(“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย!”)คนที่อยู่ปลายสายกรีดเสียงแหวกลับมาจนหูเขาแทบแตก“จ้ะๆ ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”(“พี่เธียร...”)“หืม” เขาขานตอบเสียงเบาพลางเดินไปยืนมองวิวนอกหน้าต่างที่เป็นท้องทะเลกว้างใหญ่ ขวางกั้นเขากับเธอไว้นับพันกิโลเมตร(“ตอนนี้ไม่มีจันทร์ให้พะวงอยู่ข้างหลังแล้ว ก็ช่วยรักษาตัวเองให้ดีด้วยนะคะ”)เธียรวิชญ์อุ่นไปทั้งใจกับคำสั่งอันอ่อนหวานนี้ “จันทร์ไม่ต้องห่วง พี่สัญญาเลย...”หม่อมราชวงศ์เอกตะวันรับโทรศัพท์มือถือของตนคืนด้วยสีหน้าอึ้งๆ เพราะจากประสบการณ์แล้ว น้องสาวไม่น่ายอมให้อภัยง่ายๆ แบบนี้ เขาหรี่ตาถามทันที “ไหนบอกจะไม่ปล่อยให้ลอยนวลไง”“จันทร์ก็ไม่ได้ปล่อยไปสักหน่อย แต่จะให้ชำ

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 39

    ชั่วโมงต่อมาหม่อมราชวงศ์หอมจันทร์ก็ฝ่าวิกฤตรถติดและเลขาหน้าห้องเข้ามายืนสง่าอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันอย่างสวยงาม“อธิบายมาค่ะ” เสียงหวานบอกสั้นๆ ตอนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่ชายเจ้าของห้องในสูทสีเทาเข้มพยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วโยนเผือกร้อนไปให้เธียรวิชญ์รับจบ “สั้นๆ นะจ๊ะ ไอ้เธียรบอกให้พี่ทำ”“หึ! เขาบอก พี่ก็ทำตาม ไม่คิดจะห้ามกันเลยเหรอคะ”“พี่ห้ามมันได้ที่ไหนเล่า”ปังหอมจันทร์ตบโต๊ะเสียงดังอย่างโมโห “พี่ชายห้ามพี่เธียรไม่ได้หรืออยากให้จันทร์กลับมาอยู่แล้วกันแน่ จันทร์ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพี่ชายกับพี่เธียรคิดอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่สมัยกุรงศรีอยุธยานะคะ ที่ผู้หญิงต้องหลบอยู่ในบ้านตอนผู้ชายออกไปสู้รบจบศึก นี่มันยุคโลกาพัฒนาไปหาดาวอังคารแล้วค่ะ ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้ดีพอๆ กับผู้ชาย ยืนข้างเขาได้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร จันทร์ไม่ได้คิดจะไปจับปืนผาหน้าไม้กับเขาหรอกนะ แค่อยากช่วยคิด ช่วยแก้ไข ช่วยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ พี่กับเขากลับให้จันทร์มาอยู่ห่างเป็นพันกิโลแบบนี้”คุณชายตะวันแทบเก็กหน้านิ่งไม่อยู่ มือที่เงื้อขึ้นตบโต๊ะเมื่อกี้ เขานึกว่ามันจะฟาดเข้

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 38

    หอมจันทร์เห็นท่าทางเคร่งเครียดของหนุ่มๆ แล้วถอนใจเอ่ย “ก่อนจะกังวลเรื่องวันข้างหน้า ช่วยดูแลวันนี้ให้ดีก่อนเถอะค่ะ สภาพของทุกคนตอนนี้ บอกเลยว่าดีกว่าขอทานหน่อยเดียวเอง รีบๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวยังส่ายหน้ากับสภาพมอมๆ ของพวกเธียรวิชญ์“นั่นสิครับ ผมไม่โอเคกับเขม่าควันดำๆ นี่เลย” ชาติชายพยักหน้าเออออ แต่ดันถูกครรชิตแฉต่อหน้า“เมื่อก่อนมึงแทบไม่อาบน้ำเลยนะชาติ”“ตอนนี้ก็ไม่ค่อยอาบนะ” สุเมธร่วมวงซ้ำเติมชาติชายอีกคน ทำเอาหนุ่มหน้าใสถลึงตาใส่เพื่อน แต่เถียงไม่ออกสักคำเธียรวิชญ์ส่ายหน้าให้ลูกน้อง ขณะกำลังจะบอกให้พวกเขาไปอาบน้ำนอนกันได้แล้วนั่นเอง มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาก็เผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวหอมจันทร์ที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าเขาก็ถามเสียงเบา “ใครโทรมาเหรอคะ”“ผู้กองมานพ”ชื่อนี้ทำให้ทุกคนหันมองเธียรวิชญ์เป็นตาเดียว นายหัวหนุ่มจึงกดรับสายและเปิดลำโพงให้ได้ยินพร้อมกัน “ว่าไงครับผู้กอง”(“ข่าวร้ายครับนายหัว”)“งานไม่สำเร็จเหรอผู้กอง” เธียรวิชญ์หรี่ตาถามกลับไปเสียงเข้ม(“เราพลาดครับ เรือที่นายหัวยงยุทธขับหนีไปพร้

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 37

    ปัง!ตอนนั้นเองที่พวกมันยิงเฉียดมาที่ต้นไม้ที่เขาใช้กำบังอยู่ ก่อนจะตะโกนบอกพรรคพวก“รีบฝ่าออกไปจากทีนี่ให้เร็วที่สุด!”จากนั้นพวกมันก็ระดมยิงเพื่อฝ่าออกไป มีการแบ่งคนส่วนหนึ่งยิงคุ้มกันให้พวกที่แบกลังไม้ลงเรือ น่าเสียดายที่ฝ่ายยิงคุ้มกันไม่แข็งแกร่งพอ ถูกแมทธิวกับสุเมธจัดการไปมากกว่าครึ่งในเวลาสั้นๆเธียรวิชญ์ที่จับตามองอยู่ในเงามืดเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากเสียเวลาเอาล่อเอาเถิดกับพวกมันอีก ยกปืนในมือเล็งไปยังที่ตัวหัวหน้าของพวกมันปัง!กระสุนพุ่งเข้าเจาะบริเวณไหล่ซ้ายของหมอนั่นอย่างจัง แรงจนตัวมันสะบัดเซไปทางหนึ่ง หมวกแก๊ปยังหล่นหาย เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นตาในแสงจันทร์สลัวเธียรวิชญ์แสยะยิ้มมองมือขวายงยุทธที่ยืนกุมไหล่อยู่หน้าหาด “นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คนกันเองนี่หว่า แผลนั่นถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับที่มึงกล้าบุกมาถิ่นกูแล้วกันนะ""มึง!""ไม่โกรธสิ รีบไสหัวกลับไปหานายหัวของมึงเถอะ ฝากบอกมันด้วยว่ากูขอให้โชคดีนะ”ขณะที่คนสนิทของยงยุทธยังระวังตัว ไม่คิดว่าเธียรวิชญ์จะปล่อยพวกตนไปง่ายๆ อย่างนี้ ทางด้านเธียรวิชญ์ก็สั่งให้คนถอนกำลังถอยร่นกลับเข้ามาบนเกาะแล้วที่เขาปล่อยพวกมันไปง่ายๆ ก็เพราะที่นี

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 60

    เสียงอ้อแอ้ของคนเมาพลันดังขึ้น“...ทัย...”ฤทัยรักษ์ถามเสียงอ่อน “ทัยไหนคะ”“ปานฤทัย” เสียงอ้อแอ้บอกออกมาชัดเจนราวกับชื่อนี้ไม่เคยเลือนหายไปจากใจ“ปานฤทัย?”ในชีวิตของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันมีคนชื่อนี้คนเดียวเท่านั้นขณะที่พวกฤทัยรักษ์มองหน้ากันด้วยแววตาตะลึงแดนดินที่ยังไม่ไปไหนก็ได้ยินชื่อนั้นเต็มๆ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 59

    เสร็จจากลงแขกเกี่ยวข้าวก็เหมือนเดิมย่าคำหอมเปิดเรือนเลี้ยงอาหารชาวบ้านอย่างชื่นมื่น นอกจากอาหารและน้ำหวานต่างๆ แล้ว สาโทหรือน้ำข้าวหมักฝีมือแดนดินกับก้องหล้าก็ถูกยกออกมาให้ได้จิบกันถ้วนหน้าจากหัวค่ำสู่มืดค่ำ วงเหล้าของหนุ่มๆ ก็ยังอยู่ที่เดิมแดนดินกับก้องหล้าเอาเหล้าข้าวออกมาต้อนรับคุณชายกับนายหั

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 58

    หลังใส่บาตรเสร็จแดนดินจูงมือฤทัยรักษ์ที่นุ่งผ้าซิ่นสีสวยเดินลัดเลาะออกมาชมข้าวที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองพร้อมให้เก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วัน“ทำไมถึงชอบที่นี่ล่ะ” เขาถามขณะยืนกอดร่างเล็กอยู่บนคันนา“ไม่รู้สิคะ อาจเป็นเพราะความเรียบง่ายของที่นี่ก็ได้ เราไม่ต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้า ผู้คนก็น่ารัก ท

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 57

    “เอิ้ก อี เอิ้ก เอิ้กกกกกกกกก”เสียงไก่ขันยามเช้าและสัมผัสร้อนๆ จากมือที่เคลื่อนไหวไปมาบนร่างกาย ปลุกฤทัยรักษ์ให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลหญิงสาวบิดตัวหนีอย่างเมื่อยล้า แต่คนลูบไล้หาได้สนใจ ยังคงตามมาออเซาะ ลูบตรงนั้น จูบตรงนี้ เหมือนจะเอาให้ได้สามวันสามคืนแล้วที่เป็นแบบนี้!ไม่รู้ว่าแดนดิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status