LOGINการตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตรหน้าเรือนกลายเป็นกิจวัตรที่ฤทัยรักษ์คุ้นเคยไปแล้ว แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้ลงมือนึ่งข้าวเหนียวด้วยตัวเอง
หญิงสาวตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเอาข้าวเหนียวที่แช่น้ำทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นนึ่งบนเตาไฟในห้องครัวที่อยู่ตรงกลางระหว่างเรือนทั้งสองหลัง ครัวที่เรือนนี้แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ครัวร้อนสำหรับหุง อุ่น ตุ๋น ต้ม นึ่ง จะอยู่ด้านใน ครัวเย็นจะอยู่ด้านนอก มีแค่ชั้นวางของและแคร่วางอยู่หนึ่งหลัง ตอนนี้คำแพงกำลังนั่งเสียบเนื้อหมูอยู่ตรงนั้น หน้าที่ทำอาหารใส่บาตรในเช้านี้เป็นของพวกเธอยายหลานล่ะ
พอเห็นฤทัยรักษ์ก้าวออกมาจากในครัว ย่าคำแพงก็กวักมือเรียกทันที
"หนูอุ่นมาทำหมูปิ้งกับย่ามา”
หญิงสาวยิ้มประจบ “วันนี้จะได้กินหมูปิ้งนมสดแสนนุ่มลิ้นของย่าแพงด้วย”
“จ้าๆ รีบมาช่วยย่าเสียบเนื้อหมูก่อนเร็ว นึ่งข้าวเสร็จจะได้เอาไปปิ้งบนเตาต่อเลย”
“รับทราบค่ะ”
เมื่อมีแรงงานมาช่วยทำ งานจึงเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานเนื้อหมูเสียบไม้ก็เต็มถาด พร้อมปิ้งบนเตาถ่านร้อนๆ แล้ว เช่นเดียวกับข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ก็ได้เวลาพลิกกลับพอดี คำแพงบอกว่าการนึ่งข้าวนั้นมีขั้นตอนสำคัญอยู่อย่าง คือต้องพลิกข้าวด้านบนลงไปด้านล่าง เพื่อให้ข้าวถูกนึ่งจนสุกร้อนเท่าๆ กัน ขั้นตอนนี้ฤทัยรักษ์ไม่ได้ลงมือทำ เพราะยังขาดความชำนาญ เกิดตวัดมือไม่ดีอาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้
“หลังจากนี้เราก็ต้องรอให้ข้าวมันสุกจนขึ้นเมล็ดทั้งหมด แล้วเอาไปส่ายข้าวในกระด้งก่อนใส่ลงกระติบข้าวนะ”
ประโยคหลังของย่าทำเอาฤทัยรักษ์งงหนัก
“ส่ายข้าวคืออะไรเหรอจ๊ะ”
“ก็คือการทำให้ข้าวเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ ระบายความร้อนและไอน้ำออกมาจ้ะ ข้าวจะได้เหนียวนุ่มไม่แฉะ”
“แบบนี้นี่เอง มิน่าหมูปิ้งหน้าปากซอยที่หนูอุ่นแวะซื้อกินก่อนไปเรียนถึงข้าวแฉะตลอด หนูอุ่นเห็นป้าแกนึ่งเสร็จก็ตวัดลงกล่องโฟมตักขายทันที บางวันข้าวเหนียวจนติดมือเลยค่ะ”
ย่าคำแพงมองรอยยิ้มของคนพูดถึงความหลังอย่างเอ็นดู “มาอยู่บ้านย่าหอมนี่ รับรองหนูอุ่นได้กินข้าวเหนียวนุ่มๆ ทุกวันเลยจ้ะ เพราะพี่ดินเขาชอบกินนักล่ะ”
ชื่อที่ได้ยินทำให้ฤทัยรักษ์หุบยิ้มทันที เมื่อคืนนี้กว่าแดนดินจะพาเธอกลับมาถึงเรือนก็ดึกมากแล้ว คุณย่าทั้งสองเพลียไม่ไหว เธอเลยปล่อยให้พวกท่านเข้าไปนอนโดยไม่ได้เอาคืนเขา จะฟ้องตอนนี้ดีไหนนะ
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะจ๊ะ ไม่ชอบพี่เขาเหรอ”
“เขาไม่ทำตัวให้น่าชอบเลยนี่คะ”
“ดูพูดเข้าสิ เราเพิ่งมาอยู่ที่นี่อาทิตย์เดียวเอง จะไปตัดสินใครแบบนั้นไม่ได้นะจ๊ะ”
“หนูอุ่นไม่คิดว่าตัวเองจะชอบเขาเลยค่ะ” แค่เรื่องเมื่อคืนก็น่าจะทำให้ตัดสินได้แล้วแหละ
“เอาเถอะๆ เรื่องหนุ่มสาวย่าไม่อยากจะยุ่งด้วย แต่เรามาอยู่บ้านเขาอย่างนี้ หนูอุ่นก็อย่าไปรวนพี่เขานักเลยนะลูก” หญิงสูงวัยตักเตือนอย่างรู้นิสัยกันดี เห็นหน้าใสๆ แบบนี้ นิสัยกลับแสนซนนักแหละ
ฤทัยรักษ์ยิ้มหวานบอกทันที “ย่าแพงไม่ต้องห่วง หนูอุ่นรู้ว่าควรวางตัวยังไง ไม่ทำให้ย่าแพงเสียชื่อแน่จ้ะ”
“ดีจ้ะ”
คนเป็นย่ายิ้มด้วยสีหน้าวางใจ ไม่รู้เลยว่าคนเป็นหลานขีดเส้นไว้แล้วว่าจะไม่ไปกวนแดนดิน แต่ถ้าเขาหาเรื่องแกล้งเธออีก เธอไม่อยู่เฉยแน่!
ไม่กี่นาทีถัดมาหญิงชราก็เดินเข้าไปเปิดฝาหวดนึกข้าวออก รอไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจางลงจึงก้มหน้าลงไปดูข้าว เมื่อเห็นข้าวสุกดีจึงหยิบกระด้งมาพรมน้ำให้เปียก
“ย่าแพงจะส่ายข้าวแล้วเหรอคะ” คนที่เดินตามมาดูห่างๆ ถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ใช่จ้ะ วันนี้ย่าจะทำให้ดูก่อน วันหลังหนูอุ่นทำเองนะ”
“จ้ะ” รับปากไปตาก็มองสิ่งที่ย่าทำตาไม่กะพริบ
มือเหี่ยวตามวัยคว้าหวดออกจากหม้อนึ่งมาตวัดข้าวเหนียวร้อนๆ ลงในกระด้งอย่างชำนาญ ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาในตอนนั้น คำแพงรอให้ไอร้อนระเหยเล็กน้อยก็จับไม้พายจุ่มน้ำในขันที่เตรียมไว้แล้วใช้มันเกลี่ยข้าวเหนียวในกระด้ง มืออีกข้างคอยป้องกันไม่ให้ข้าวกระดกออก สักพักจึงหันไปพูดกับฤทัยรักษ์ “หนูอุ่นรู้ไหม นี่แหละสปาบ้านนา”
“คะ?”
“ก็ไอร้อนที่พุ่งขึ้นมาใส่หน้าเรานี่ไง สปาชั้นดีของสาวๆ บ้านนาเลยนะ คนเฒ่าคนแก่แถวนี้ถึงได้หน้าตึงใสกันทุกคนไงจ๊ะ”
“โห ธรรมชาติสุดๆ เลยค่ะ”
“จ้ะ เอากระติบข้าวมาให้ย่าหน่อย ย่าจะเอาข้าวใส่แล้ว”
ฤทัยรักษ์หยิบกระติบข้าวมาเปิดแล้ววางไว้ข้างกระด้งอย่างรู้งาน ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆ ถูกแบ่งเป็นสองส่วนแล้วตะล่อมเป็นก้อนใส่ลงในกระติบข้าวสองใบ กระติบเล็กเอาไปใส่บาตร กระติบใหญ่เอาไว้กิน
พอจัดการข้าวเหนียวเสร็จผู้เป็นย่าก็บอกให้หลานสาวที่ยังอยู่ในชุดนอนแบบขายาวไปเตรียมตัวใส่บาตร ตนจะปิ้งหมูรอพลางๆ
“ได้จ้ะ ย่าแพงรอแป๊บนะ”
“จ้า”
แป๊บของฤทัยรักษ์นั้นกินเวลาไม่กี่นาที ร่างบางกลับมาใหม่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้น ชุดนอนตัวเก่งถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อแขนยาวกับกางเกงห้าส่วน ใบหน้าสวยทาแป้งเด็กบางๆ กับลิปมันที่ปากเท่านั้น
“ตอนนี้ถึงตาย่าแพงไปบ้างแล้ว เดี๋ยวหนูอุ่นปิ้งหมูรอ” เธอนั่งลงบอกคนที่นั่งปิ้งหมูจนส่งกลิ่นหอมไปทั้งเรือน
ย่าไม่ได้อิดออด เลื่อนถาดที่มีใบตองกล้วยรองอยู่ให้พลางสั่งงาน “ปิ้งสุกแล้ววางไว้บนถาดนี่นะลูก อย่าลืมเอาใบตองกล้วยที่ย่าเตรียมไว้มาห่อหมูปิ้งอีกที ห่อแบบในถาดนี่นะจ๊ะ” ในถาดมีหมูปิ้งที่ถูกห่อใบตองวางเรียงเป็นตัวอย่างอยู่ราวสิบกว่าไม้
“ห่อยังไงจ๊ะ” ถามพลางหยิบใบตองที่ถูกฉีกตามแนวยาวขนาดเท่าฝ่ามือมารอ
“หนูเอาใบตองด้านสีเขียวประกบเข้าหากันอย่างนี้ เสร็จแล้วก็เอาหมูปิ้งมาวางต่อกัน เอาด้านที่เป็นเนื้อวางชิดกัน หันด้านไม้จับออกแบบนี้ แล้วพับใบตองด้านข้างมาทบกันตรงกลาง เห็นไหมว่าไม้จับของหมูปิ้งจะเลยใบตองออกมาทั้งสองด้าน หนูอุ่นต้องค่อยๆ พับตรงกลางให้ประกบกันแล้วใช้ใบตองเส้นเล็กนี่พันหนึ่งรอบ กลัดด้วยไม้กลัดอีกที ระวังอย่าให้ใบตองแตกนะจ๊ะ”
“แบบนี้ได้ไหมจ๊ะ” คนทำตามแบบช้าๆ ถามเสียงอ่อย เพราะหมูปิ้งห่อใบตองของตัวเองนั้นไม่เท่ากันเลย ข้างหนึ่งก็สูง ข้างหนึ่งก็ต่ำ
“ฮ่าๆ อย่างนั้นก็ไม่เป็นไรจ้ะ ค่อยๆ ทำไป เดี๋ยวมันก็เท่ากันเอง”
“หนูอุ่นจะพยายามค่ะ”
รับปากเป็นมั่นเหมาะ ปรากฏว่าตอนผู้เป็นย่ากลับมาอีกที เธอก็ทำใบตองแตกไปเกือบหมดแล้ว!
สุดท้ายย่าก็ยิ้มอ่อนบอกให้เธอลงไปเก็บดาวเรืองที่สวนหลังเรือนมาใส่บาตรแทน
ฤทัยรักษ์รับงานใหม่มาด้วยความเต็มใจ
เก็บดอกไม้ย่อมง่ายกว่าห่อหมูด้วยใบตองเยอะ!
ร่างอวบอิ่มเดินเลาะไปตามทางที่มุ่งสู่แปลงดอกดาวเรืองอย่างสบายใจ อากาศสดชื่นแบบนี้หาได้ยากนักตอนอยู่เมืองกรุง เสียงนกเสียงไก่ที่ได้ยินระหว่างทางมันสบายหูกว่าเสียงรถรายิ่งนัก พอเห็นสวนดอกไม้ของคุณย่า ดวงตากลมโตยิ่งเป็นประกาย เธอเห็นสวนนี้ตั้งแต่วันที่แดนดินพาเดินเล่น วันนั้นมันยังไม่ออกดอกกัน แต่วันนี้มันพากันแข่งกันบานสะพรั่งอยู่ในสวน มีทั้งดาวเรืองดอกใหญ่ มะลิลาแซมมะลิซ้อนริมรั้ว กุหลาบหลากสีและบานไม่รู้โรยสองสามต้นแถวทางเข้า พุดตาน พุดจีบ พุดซ้อน ยืนต้นเรียงรายออกดอกแข่งกันเต็มที่ ไม่นับที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
“ยืนทำบื้ออะไรอยู่ ยัยหนูตุ่นน้อย”
เสียงห้าวที่ดังมาจากด้านหลังอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอาคนที่อารมณ์ดีๆ ทำหน้าเซ็งขึ้นมาทันที
ตัวร้ายโผล่มาจนได้!
“แกล่ะกุ้ง ยอมให้คุณภัทรกินมั้ยจ๊ะ”กรรณิกาช้อนสายตามองคนชอบกินกุ้งข้างๆ ถามเสียงเบา “คุณอยากกิน...”"ตั้งแต่หัวยันหางเลย" ภัทรชนม์ตอบก่อนเธอจะพูดจบซะอีกทนไม่ไหวแล้ว!“ขอตัวกลับก่อนนะคะ จะรีบไปดูซีรีส์น่ะ” กรรณิกาทนเขินไม่ไหว รีบลุกขึ้นเอ่ยลาด้วยเหตุผลที่เด้งขึ้นมาในหัวแล้วเดินหนีออกมาทันที แผนการของนายหญิงมันเล่นกับหัวจเกินไป เธอต้านไม่ไหวจริงๆ“รีบตามไปสิวะ""ใช่ค่ะ รีบตามไปเร็ว นี่โอกาสทองเลยนะคุณภัทร""ใช้โอกาสนี้ปรับความเข้าใจได้เต็มที่เลยนะคะ อีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงโน่นละภาถึงจะกลับ”ได้ยินพวกหอมจันทร์ร้องบอกเช่นนั้น ภัทรชนม์ก็เลิกมองตามกรรณิกาเหมือนหมาหงอย ลุกขึ้นวิ่งไล่ตามเธอไปทันทีภัทรชนม์ไม่ต้องตามหานาน แค่วิ่งออกมาก็เจอร่างบางของคนที่วิ่งออกมาก่อนหน้านี้กำลังนั่งกุมข้อเท้าตัวเองอยู่ไม่ไกล เขารีบวิ่งไปหาเธอ “กุ้ง!”“คุณภัทร” กรรณิกาเรียกคนวิ่งมาหาเสียงอ่อย เมื่อกี้เธอวิ่งพลางหันมองข้างหลังว่าจะมีคนตามมาหรือเปล่า ไม่ทันดูทางให้ดี เลยสะดุดเท้าตัวเองล้มจนเจ็บตัวแบบนี้“ขาเป็นอะไร”“กุ้งเดินสะดุด...เจ็บค่ะ!” เธอร้องบอกเมื่อภัทรชนม์นั่งลงจับข้อเท้าข้างที่เจ็บอยู่เบาๆชายหนุ่มตร
รอไม่นานเธียรวิชญ์ก็รับสาย (“ว่าไงคะ โทรหาพี่ทำไมเอ่ย เดี๋ยวสามีก็กลับบ้านแล้วค่ะ”)ลูกน้องสาวทั้งสองขนลุกเบาๆ กับความปากหวานของเจ้านาย ผิดกับนายหญิงที่หัวเราะเบาๆ อ้อนสามีเสียงหวาน“พี่เธียรขา วันนี้เรามาทำอะไรสนุกๆ กันเถอะค่ะ”(“หืม? จันทร์อยากทำอะไรคะ แล้วนี่อยู่ไหน เก็บดอกไม้กันเสร็จรึยัง”)“เรื่องดอกไม้เอาไว้ก่อนค่ะ พี่เธียรรู้มั้ยว่าวันนี้คุณภัทรเกือบจะยกทัพบุกแล้วนะคะ”(“ไอ้ภัทรจะยกทัพบุก? คืออะไร พี่งงนะ”)เธียรวิชญ์ถามกลับมางงๆ แต่หอมจันทร์ไม่มีเวลาอธิบาย เธอมองกรรณิกาเล็กน้อยก่อนจะบอกแผนการของตัวเองให้สามีรู้“จันทร์กับพี่ๆ กำลังวางแผนบุกคืนอยู่ที่บ้านของเราค่ะ เย็นนี้พี่เธียรช่วยเรียกหนุ่มๆ มาที่บ้านได้มั้ยคะ คนอื่นไม่เน้น เน้นคุณภัทร”(“อ้อ เรียกมาทำอะไรล่ะ พี่ไม่มีงานให้ภัทรทำนะ”)“งานอะไรก็ได้ค่ะ แต่เย็นนี้เขาต้องมา เข้าใจมั้ยคะ” นายหญิงของเกาะสั่งงานนายหัวเสียงเข้ม(“แล้วพี่จะลองดูค่ะ”)
ตอนพิเศษภัทรชนม์ กรรณิกามันจะใกล้เกินไปแล้วนะ!ภัทรชนม์คิดในใจขณะมองกรรณิกายืนคุยกับชายหนุ่มชาวต่างชาติด้วยสายตาเครียดขรึม แค่คุยกันนี่มันจำเป็นต้องยืนใกล้ชิดขนาดนั้นเลย ทีกับเขานี่ยืนใกล้ไม่ได้เลย ยิ่งเห็นเธอยิ้มแย้มพูดคุยกับหมอนั่น หัวใจเขายิ่งปวดหนึบหรือว่ามันถึงเวลาที่เขาควรจะยอมแพ้สักที...“ถ้ามึงไม่กล้าบอกเขาว่าคิดยังไง มึงก็ตัดใจเถอะภัทร แก่ๆ กันแล้ว จะเล่นกับความรู้สึกตัวเองทำไมวะ” แมทธิวผู้เป็นตัวตั้งตัวตีดึงแกมลากเพื่อนมาสารภาพรักกับสาวกระซิบบอก โดยมีชาติชายพยักหน้าว่าตาม“เออ กูเห็นด้วยกับไอ้แมท ตี๋หล่ออินเตอร์อย่างมึง สาวๆ แถวนี้เหลียวหลังมองตามคอแทบหัก จะมาสนใจอะไรกับคนที่ไม่ได้สนใจมึงสักนิดวะ”“มึงน่ะหุบปากไปเลย”ชาติชายหุบปากทันที แต่ยังแอบค้อนตี๋หล่อ ก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าแก๊ง อุตส่าห์ฮึดใจสู้ดั้นด้นมาภาพรักกับแก้วตาดวงใจทั้งที แม่งเสือกใจเสาะมายืนหลบมุมเสาเพราะเจอสาวคุยกับหนุ่มตาน้ำข้า
หอมจันทร์ปลีกตัวออกมาจากห้องแต่งตัวทันทีที่ได้ยินช่างทำผมคนหนึ่งบอกว่ามีแขกมาถึงแล้วกลุ่มหนึ่งดูจากเวลาคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากญาติผู้น้องที่ร่วมมือกันกับสองหนุ่มส่งเธอไปอยู่ที่เกาะเคียงจันทร์ เธอรีบสาวเท้าเดินฉับๆ ไปเคาะห้องนอนของฤทัยรักษ์ บริรักษ์ภักดี“ยัยหนูเน่า!” เรียกเสียงดังลั่นเมื่อประตูห้องเปิดออก“พี่หญิงเบาเสียงลงหน่อยค่ะ เดี๋ยวเด็กๆ จะตื่นเอา หนูอุ่นว่าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่านะคะ” ฤทัยรักษ์รีบบอกแล้วจูงมือพี่สาวที่มีสีหน้างงๆ เมื่อได้ยินคำว่า 'เด็กๆ' เดินไปนั่งเก้าอี้ตรงโถงนั่งเล่นริมระเบียงที่อยู่ตรงข้ามห้องตนหอมจันทร์เลิกสนใจเรื่องเด็กที่ว่า พอนั่งลงก็แกล้งทำหน้าตาขึงโกรธ “ยัยตัวดี! กล้าร่วมมือกับคนอื่นวางแผนทำกับพี่ได้ลงคอ”“โธ่! พี่หญิงอย่าโกรธหนูอุ่นเลยนะ เรื่องจริงเป็นยังไงพี่หญิงก็ทราบแล้วนี่นา” คนน้องอ้อนวอนเสียงอ่อนเสียงหวาน“เรานี่มันจริงๆ เลย ไปรู้เห็นเป็นใจกับสองคนนั้นได้ยังไง ต้องอยู่ฝ่ายพี่สิถึงจะถูก”“หนูอุ่นไม่ได้ตั้งใจ รู้ตัวอี
พิธีหมั้นหมายตามประเพณีของเธียรวิชญ์กับหอมจันทร์จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เป็นงานเช้าในบรรยากาศแสนเงียบสงบของวังเทพรัตน์ธรรม มีเพียงญาติผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมงานสัปดาห์ต่อมา งานฉลองมงคลสมรสถึงจัดขึ้น สถานที่จัดงานยังคงเป็นวังเก่าบ้านเจ้าสาว งานจะเริ่มในตอนค่ำ แต่ทีมช่างแต่งหน้าทำผมมาถึงแต่เที่ยง เพื่อเนรมิตเจ้าสาวให้ออกมาสวยที่สุดตามคำสั่งของเจ้าบ่าวคนอีกกลุ่มที่มาถึงคือแขกคนแรกที่เจ้าสาวเชิญ ทว่าฤทัยรักษ์ไม่ได้มาคนเดียว ยังมีเด็กและคนชรามากับเธอด้วย นับรวมได้อีกสี่คน“คุณนม! คุณหนู!”เด็กสาวคนหนึ่งปรี่ออกมาหา เมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่หน้าตึกเก่าของวังฯ ทำให้ถูกหญิงสูงวัยที่เจ้าหล่อนเรียกว่าคุณนมเอ่ยปรามเสียงดุทันที“เบาๆ หน่อยสิแม่กระจิบ”“ก็กระจิบดีใจที่คุณๆ กลับมาแล้วนี่เจ้าคะ!”คุณนมคำแพงส่ายหน้ายิ้มๆ ให้แม่คนอยู่เป็น ขณะที่ฤทัยรักษ์หัวเราะเบาๆ ตอบกลับสาวใช้ตัวน้อยเสียงหวาน“พวกเราก็คิดถึงกระจิบและทุกคนที่นี่เหมือนกันจ้ะ""คิดถึงแต่ไม่ติดต
ท่านหญิงวรรณฤดีพยักพเยิดถามเอกตะวัน “ชายใหญ่ฟังแล้วคิดว่าอย่างไร จะยกน้องสาวให้เพื่อนหรือเปล่า”“หึหึ ชายพอใจกับคำสัญญานี้ครับ แต่ชายจะยกน้องให้ก็ต่อเมื่อเธียรยกเกาะเคียงจันทร์กับจันทรารีสอร์ตเป็นของขวัญวันแต่งงานให้หญิงจันทร์ครับ” เอกตะวันตีหน้าขรึมยื่นข้อเสนอ“เกาะส่วนตัวที่บอกว่าเธียรเนรมิตขึ้นมาเพื่อหญิงจันทร์น่ะรึ”“ครับ”“จันทร์ไม่อยากได้สักหน่อย” หอมจันทร์แย้งขึ้นมาในตอนนั้น แต่เจอว่าที่คุณลุงสวนคืนมาทันควัน“ก็เก็บไว้ให้หลานของพี่สิ”หอมจันทร์กับเธียรวิชญ์ทำตาโตมองเขาอย่างตกใจก็ไหนตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้!เป็นเธียรวิชญ์รีบอ้าปากบอกก่อนเงาหัวจะไม่มี “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเลย เดิมทีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดบนเกาะเคียงจันทร์ก็เป็นของจันทร์อยู่แล้ว เป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะยกให้น้องหลังจากที่เราใช้ชีวิตคู่ด้วยกันน่ะ”“ฮะ! จะบอกว่ามึงตั้งใจยกเกาะให้จันทร์ตั้งแต่ที่มึงขอซื้อต่อจากลุงแล้ว?”“
ฝ่ายคุณชายหนุ่มไม่ได้สบถออกมา เพียงกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจ เขามอบมิตรภาพให้ มันกลับตอบแทนเขาด้วยการทำมิดีมิร้ายน้องสาวเขา เดิมทีเขาก็ไม่ชอบหน้าคนขี้เบ่งอย่างดนัยภพ แต่จำใจคบไว้เพื่อใช้งานในบางครั้ง“พี่ขอโทษนะหนูอุ่น” เขาบอกอย่างเสียใจจริงๆ “ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นคนแบบนี้ไปได้”ฤทัยรักษ์รีบส่ายหน้าบ
“ฉันขอโทษ” ฤทัยรักษ์ก้มหน้าสะอื้นไห้อย่างสุดจะกลั้น“เฮ้อ ไม่ต้องร้องๆ มันผ่านไปแล้ว และฉันก็จัดการมันแทนเธอไปแล้วด้วย” คนทนเห็นน้ำตาเธอไม่ได้ ก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียง โอบกอดร่างบางไว้ด้วยท่าทางปลอบประโลม“จัดการ?” เสียงแหบเครือถามออกมางงๆ “จัดการยังไงคะ”“ฉันเอามันเข้าคุกไปแล้ว”ฤทัยรักษ์ได้ยินแล้วเง
ภาสกรรีบให้รปภ. ดึงดนัยภพออกจากห้องทันที แต่ ‘ไอ้ห่านี่’ ของท่านรองดันสะบัดตัวหนีไม่ยอมให้จับ“อย่าเอามือของพวกแกมาจับตัวฉัน! ฉันเป็นใคร พวกแกเป็นใคร กล้าทำแบบนี้กับฉันก็คอยดูผลของมันได้เลย ฉันจะฟ้องให้ฉิบหายทั้งคนทั้งโรงแรมนี้ให้ดู อ้อ พวกแกคงไม่รู้สินะ ว่าพ่อฉันเป็นใคร ไปค้นดูนามสกุลของฉันไป๊!” ด
โรงแรมเมืองวิมาน...แดนดินเงยหน้ามองป้ายชื่อโรงแรมที่มันพารถเลี้ยวเข้าไปแล้วยิ้มเหี้ยม จัดการเลี้ยวรถตามทันที เขาจอดรถทิ้งไว้หน้าโรงแรมอย่างรีบร้อน ก่อนก้าวดุ่มๆ ตรงไปหาลิฟต์ด้วยอารมณ์เดือดเต็มที่ แต่เขากลับไม่สามารถผ่านเข้าข้างในได้ ทั้งที่เห็นหลังไอ้เลวนั่นอยู่ไหวๆ“โว้ย!”พนักงานที่ดูแลส่วนนี้รี







