Masuk“เอาละๆ เจ้าก้องไม่ต้องไปแล้ว เจ้าดินกับหนูอุ่นน่ะ ไปส่งเด็กๆ ด้วยกันไป” หลังยิ้มมองอยู่สักพัก ย่าคำหอมก็พยักพเยิดสั่งอย่างวางอำนาจ โอกาสทองอยู่ตรงหน้าแบบนี้ จะให้นั่งมองเฉยๆ ได้ไง "ในเมื่อเด็กมันไม่อยากไปกับเจ้าก้อง แต่อยากให้หนูอุ่นไปส่ง จะทำไงได้ หนูอุ่นเพิ่งมาอยู่ที่นี่ รู้จักที่ทางของหมู่บ้านเราแค่ผิวเผิน ให้เจ้าดินไปด้วยกันนั่นแหละ”
“จะไปก็ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะดึกไปมากกว่านี้ พ่อแม่เด็กๆ จะเป็นห่วงเอา” ย่าคำแพงเอ่ยขึ้นยิ้มๆ เมื่อพี่สาวลอบหันมาส่งสายตาให้
“ไปก็ไป” คนเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตาบอกเสียงเนือยๆ ก่อนจะทำหน้าเซ็งเดินไปจูงจักรยานของตนออกมา จวบจนเขาก้าวขาขึ้นไปนั่งคร่อมอานเตรียมออกเดินทางแล้ว คนร่วมทางกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เสียงเข้มเลยร้องบอก “มาขึ้นรถสิ!”
ฤทัยรักษ์มองจักรยานคันเก่าอย่างไม่วางใจ แต่ก็ยอมเดินไปนั่งซ้อนท้ายเขา ส่วนเด็กๆ พากันวิ่งเข้าไปกอดลาเจ้าภาพที่นั่งอยู่บนแคร่ทุกคน
“ขอบคุณที่เลี้ยงหมูกระทะนะค้า”
ย่าคำหอมลูกหัวเล็กๆ ทั้งสามอย่างเอ็นดู “วันหลังแวะมาเล่นกับย่าทวดอีกนะ”
“มาได้เลยๆ อ้ายสิถ่าฮ้องเพลงให้ฟัง” (มาได้เลยๆ พี่จะรอร้องเพลงให้ฟัง)
พอก้องหล้าพูดออกมาแบบนั้น สามแสบก็รีบวิ่งกระเจิงกลับไปหาจักรยานที่จอดไว้หน้าเรือน พากันปั่นหนีโดยไม่รอแดนดินกับฤทัยรักษ์ด้วยซ้ำ
“...” ก้องหล้า
ย่าคำหอมพยายามกลั้นยิ้มเพื่อบอกแดนดินกับฤทัยรักษ์ “รีบตามไปเร็ว เดี๋ยวเด็กๆ ตกใจจนปั่นไปชนอะไรเข้า”
“ฮ่าๆ” แดนดินไม่รีรอเลยที่จะเล่นงานลูกน้อง ผู้ไม่เคยรู้ตัวว่าตนมีเสียงเป็นเอกลักษณ์ในด้านลบ “ถ้าไปชนอะไรเข้าจริงๆ ได้ฮากันทั้งหมู่บ้านแน่ แฮ่มๆ เกิดเหตุระทึกขวัญ เมื่อคืนที่ผ่านมา มีเด็กสามคนปั่นจักรยานหนีเสียงร้องสุดหลอนจนตกคูนา!” รายงานข่าวที่น่าจะเกิดขึ้นจบแล้ว แดนดินก็รีบปั่นจักรยานพาฤทัยรักษ์ตามเด็กๆ ออกไปทันที
ส่วนก้องหล้าที่ชินชากับการกลั่นแกล้งของเจ้านายได้แต่มองตามท้ายรถสองล้อคันนั้นไปด้วยสายตาหมายมั่น
อย่าให้ถึงทีก้องบ้างก็แล้วกัน!
การเดินทางขาไปนั้นไม่มีปัญหา
แต่หลังจากส่งเด็กๆ ถึงบ้านครบทุกคนแล้ว เหตุการณ์ขากลับดันมีปัญหาเฉย
อยู่ๆ เสาไฟฟ้าที่เคยส่องแสงสว่างไสวก็มีอาการติดๆ ดับๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ มือเรียวที่ดึงชายเสื้อแดนดินเอาไว้ตั้งแต่เขาเริ่มแกล้งปั่นเร็วๆ พลันเปลี่ยนเป็นจับเอวสอบไว้หมับ เจ้าตัวถึงกับร้องลั่น
“เฮ้ย! จับอะไรของเธอน่ะ มันจั๊กจี้!”
ฤทัยรักษ์ไม่ตอบอะไรสักคำเดียว แต่แดนดินรู้สึกได้ถึงอาการเกร็งตัวของเธอ เลยถามไปว่า
“มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า”
“มีสินะ”
“...ไม่มี”
แดนดินหันไปดูคนตอบมาเสียงแผ่ว เห็นเธอกำลังมองรอบตัวด้วยสีหน้าตื่นกลัวก็เลิกคิ้ว ขามาแม่ตัวตุ่นนี่ยังดีๆ อยู่เลย มีแกล้งทำตัวถ่วงน้ำหนักให้เขาปั่นลำบากด้วย ตอนนี้คิดจะแกล้งอะไรเขาอีกล่ะ นั่งดีๆ ไม่เป็นเลยหรือไง คิดแล้วชายหนุ่มก็ยิ้มหยัน หันกลับมามองทางข้างหน้าเหมือนไม่มีอะไร แต่มือกลับค่อยๆ กำเบรกให้จักรยานจอดนิ่งก่อนจะเอี้ยวตัวไปถาม “ตกลงว่ามีอะไร”
ฤทัยรักษ์เม้มปากแน่นไม่ตอบ ในใจอยากจะร้องไห้ออกมา เขาจะจอดที่ไหนไม่จอด ดันมาจอดใต้เสาไฟที่กะพริบๆ อยู่เสียนี่ เธอมองใบหน้าดุๆ ที่มืดบ้างสว่างบ้างเพราะไฟเสียแล้วใจไม่ดียิ่งกว่าเก่า
พรึบ!
แขนเรียวกอดเอวสอบไว้แน่นทันทีที่ไฟดับลง หญิงสาวหวาดกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นจะออกมาจนหัวใจเต้นแรงไม่หยุด แต่คนตัวใหญ่กลับดูไม่สะทกสะท้านอะไรเลย
“อ้าว! ไฟเป็นอะไรน่ะ อยู่ดีๆ ก็ดับเฉย”
เธอรีบบอกเขาเสียงสั่น “เรารีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ ไฟแถวนี้มันติดๆ ดับๆ ไม่น่าไว้ใจเลย ไม่รู้ว่าจะมี...”
“อ้อ...” แดนดินเข้าใจในบัดนั้นว่าอาการแปลกๆ ของอีกฝ่ายเกิดจากอะไร “กลัวผีออกมาเหรอ”
“ห้ามพูดออกมานะ!”
“พูดอะไร ผี....”
“คุณ!” น้ำตาเม็ดใสที่คลอเบ้าอยู่นานแล้วไหลออกมาทันที แต่เพราะอยู่ในความมืด คนปากเสียมองไม่เห็น เขาถึงพูดย้ำออกมาอีก
“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า แถวนี้ไม่มีผีหรอก”
“คนใจร้าย!” ฤทัยรักษ์ปล่อยออกจากตัวเขา เพื่อโอบกอดตัวเองเอาไว้แทน เธอหลับตาแน่นปี๋ทั้งน้ำตาอาบแก้ม ไม่เอ่ยอะไรกับแดนดินอีก ด้วยกลัวเขาจะเอ่ยคำต้องห้ามออกมาไม่หยุด
พอหญิงสาวเงียบไป คนที่ต้องการแกล้งเลยก้มลงไปดู ตอนนั้นไฟสว่างขึ้นมาพอดี เลยได้เห็นธารน้ำตาบนใบหน้าสวยเข้าพอดี
ให้ตายเถอะ!
ที่เธอไม่ตอบเพราะแอบร้องไห้อยู่เงียบๆ นี่เอง
“ร้องไห้ทำไม” คนไม่ชอบน้ำตาถามอย่างรับมือไม่ถูก ท่าทางกอดตัวเองไว้นั่น เล่นเอาเขาแอบรู้สึกผิดที่แกล้งแรงไปเลย “เอ้าๆ ไฟก็มาแล้ว เธอจะกลัวอะไรกัน ฉันก็อยู่ด้วยทั้งคน”
“ฮือ”
“ไม่ต้องมาร้องเลย ฉันไม่ชอบน้ำตา”
“ฮึก! ฮือออออ”
“อย่ามาฮึกมาฮือ ถ้ายังไม่เงียบอีก พ่อจะปล่อยทิ้งเอาไว้ตรงนี้คนเดียวเลยนะ”
“ใจร้าย!”
“เออ ฉันสายโหดเว้ย!”
“ใจร้ายใจดำจริงๆ ฮืออออ”
“เดี๋ยวเถอะ!”
“ฉันจะฟ้องคุณย่า” ฤทัยรักษ์เอ่ยเสียงสั่นเครือ
“เออ ถ้ายังไม่หยุดร้องไห้ คืนนี้เธอได้เดินกลับไปฟ้องแน่”
“ก็มันหยุดร้องไม่ได้นี่”
ขณะที่ฤทัยรักษ์กำลังปาดๆ เช็ดๆ น้ำตาทิ้งอย่างโมโหตัวเองที่มาน้ำตาแตกต่อหน้าคนบ้านี่ จู่ๆ ก็มีสัมผัสบางเบาแตะลงบนไหล่เล็ก ความตื่นกลัวที่ยังไม่หายไปทำให้หญิงสาวร้องกรี๊ดผวาเข้าไปกอดคนตัวใหญ่ไว้แน่น ใบหน้างามซุกเข้ากับแผ่นหลังกว้างเหมือนต้องการจะหลบซ่อนจากสิ่งนั้น
“อะไรๆ เป็นอะไรของเธออีกเนี่ย!”
คนถูกกอดเองก็ตกใจเช่นกัน แต่ฤทัยรักษ์ก็เอาแต่กรีดร้องพร้อมกับสะบัดตัวไล่ตัวอะไรไม่รู้ที่ไต่จากหัวไหล่ไปที่หลังแล้ว
“เอามันออกไป! เอามันออกไป!”
แดนดินเห็นท่าไม่ดีรีบดึงหญิงสาวลงจากรถ กะจับคนไปส่องไฟดูว่าโดนอะไรถึงดิ้นปัดๆ ขนาดนี้ แต่ฤทัยรักษ์กลับผวากอดเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิม สุดท้ายเลยต้องก้าวไปยืนใต้เสาไฟทั้งที่ยังกอดกันนั่นแหละ ดวงตาคมปราดมองหาตัวปัญหาไม่นานก็เจอ
"โธ่! ฉันก็นึกว่าตัวอะไร มันก็แค่ตั๊กแตนเอง ยัยหนูตุ่นเอ๊ย!” เขาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะเมื่อตั๊กแตนกลางคืนสีเขียวตัวใหญ่เกาะอยู่กลางหลังเล็ก มันทักทายเขาด้วยการบินมาเกาะที่หัวเขาแทนด้วย
ฤทัยรักษ์ได้ยินแบบนั้นก็ช้อนหน้ามองเขานิ่งงัน “ตั๊กแตน?”
“นี่ไง” มือใหญ่ชี้ต้นเหตุ ซึ่งยังเกาะอยู่บนหัวตัวเอง
“...เอ่อ”
“ไม่ต้องมาเอ่อ ปล่อยฉันได้แล้ว”
ไม่รอให้เขาบอกซ้ำ ร่างเล็กรีบถอยห่างออกมาทันที เสียงหวานอุบอิบแก้ตัว “คุณนั่นแหละ แกล้งจนฉันกลัวไปหมด”
“อ้าว นี่ช่วยไว้นะ”
“ก็แกล้งก่อนนี่ กลับไปฉันจะฟ้องคุณย่า!”
“...” แดนดิน
เด็กๆ เพิ่งจะหลับกัน พอถูกแม่อุ้มขึ้นก็ยิ้มตาปรืออย่างน่าเอ็นดูแฝดพี่เทวินทร์นั้นเลี้ยงง่าย ยอมให้แม่อุ้มไปวางลงในคอกเด็กแต่โดยดี แม่ตบก้นกลมกล่อมไม่กี่ทีก็เคลิ้มหลับไปอีก แฝดน้องเทวากลับไม่ง่าย ระหว่างที่แม่เอาพี่ไปนอน เขาก็นอนอมนิ้วมือเล่นรออยู่เงียบๆ พอแม่กลับมาอุ้มก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของแม่ ไม่ยอมลงไปนอนในคอกเด็ก ตากลมแป๋วมองแม่พลางดูดปากดุนลิ้นบอกใบ้ฤทัยรักษ์ย่อมมองออกว่าลูกต้องการอะไร “ยังไม่อิ่มอีกหรือจ๊ะ ทำไมหนูกินเก่งจังเลยล่ะลูก” เธอเอ่ยเย้า แกล้งหย่อนร่างเล็กวางลงในคอกอีกครั้ง คราวนี้เจ้าอ้วนของเธอถึงกับดิ้นปัดๆ ร้องไห้จ้าออกมาลั่นห้อง ดึงกลับขึ้นมาแทบไม่ทัน “โอ๋ๆ แม่ไม่แกล้งน้องวาแล้ว เงียบๆ ก่อนเดี๋ยวพี่วินตื่นนะลูก”เทวินทร์ที่นอนฝันหวานไปแล้ว “...”เมื่อโอ๋ยังไงเทวาก็ไม่หยุดร้อง ฤทัยรักษ์จึงต้องนั่งลงริมเตียงแล้วเปิดเสื้อขึ้นให้พ่อหนูน้อยดื่มนมจากอก ไม่รู้เลยว่าสามีที่ตื่นมาเพราะเสียงร้องจ้าของลูกกำลังมองตาเป็นมัน“เด็กดี อิ่มแล้วก็นอนละลูกนะ” เธอโยกตัวกล่อมเจ้าตัวเล็ก“อึก!”ลูกชายตอบรับแม่ด้วยการเพิ่มแรงดูดนมลงคออึกใหญ่“ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักพอดี อุ๊ย!”“ลูกดูดแรง
สี่ปีผ่านไป...เรือนคำหอมในเวลานี้เต็มไปด้วยทายาทตัวน้อยๆ ของแดนดินกับฤทัยรักษ์ หนึ่งปีหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เด็กหญิงนรีกานต์ ก็ถือกำเนิดขึ้น คลานตามมาติดๆ ในอีกหนึ่งปีให้หลังคือ เด็กชายคเชนทร์ ปิดอู่ด้วยคู่แฝดเด็กชายเทวินทร์และเทวา นับจำนวนแล้วก็เกือบตรงเป้าที่แดนดินเคยขอไว้อย่างน่าอัศจรรย์นรีกานต์หรือหนูนาวัยสองขวบกว่านั้นหน้าตาน่ารักและขี้อ้อนมาก ผู้ใหญ่จึงดุไม่ค่อยลงคเชนทร์หรือช้างวัยขวบครึ่งก็อ้วนตุบกำลังหัดเดินหัดพูด เวลาอ้อแอ้ๆ ออกมาผู้ใหญ่ก็หลงจนแทบจะทูนหัวให้ทุกอย่างคู่แฝดเทวดาวินนี่กับวาวาเพิ่งคลอดได้ห้าเดือน แค่นอนเฉยๆ ก็น่ารักแล้วระหว่างที่ฤทัยรักษ์ตั้งท้องและคลอดน้องออกมาคนแล้วคนเล่าอยู่นี้ เด็กชายก้องภพและเด็กหญิงกรองขวัญก็ถูกแดนดินเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ทางหนึ่งก็วางตัวเป็นพี่ใหญ่ช่วยมามี้เลี้ยงน้องๆ ไปด้วย ย่าทวดกับคนเป็นแม่เห็นแล้วเอ็นดูนักเดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนคนเรือนคำหอมจะหอบกันไปทั้งเด็กและคนชรา ดีที่เหล่าย่าทวดยายทวดยังแข็งแรงดีทุกคน เพราะแดนดินให้ไปพบหมอทุกครึ่งปี ขนาดคำแพงที่ย้ายไปดูแลลูกให้หอมจันทร์ที่เกาะเคียงจันทร์ตั้งแต่สองปีก่อนยังถูกเขาบังคับให้ไป
“วันนี้หนูอุ่นดีขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ ไว้ไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ดินเลิกงานกลับมาแบบนี้ คงจะมืดมากแล้ว หนูอุ่นไม่อยากไปโรงพยาบาลตอนกลางคืน” คนพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเอ่ยห้ามเสียงอ่อน อาการนี้เธอเป็นมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งมาหนักเอาวันนี้แหละ“เอางั้นเหรอ”“ค่ะ นี่อาบน้ำแล้วเหรอคะ ตัวห้อมหอม” ฤทัยรักษ์ยื่นหน้าไปดมกลิ่นหอมบนตัวสามี มันหอมสดชื่นจนอาการเวียนหัวดีขึ้นเยอะเลยคนอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งอมยิ้มกริ่มทิ้งตัวลงนอนกอดร่างบางไว้หลวมๆ บอกเสียงเอาใจ “หอมให้เต็มที่เลยจ้ะ พี่ฟอกสบู่มาทุกซอก”“ใช่สบู่อะไรคะ ทำไมวันนี้มันหอมจัง”“ก็อันเดิมแหละ”“อือ...”แดนดินชะโงกหน้าขึ้นดูคนทำท่าจะหลับคาอกเขา “นี่จะหลับอีกแล้วเหรอ พี่ว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ พี่เรียกหมอมาที่เรือนเลยดีกว่า”“งือ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นอาการปกติของคนท้องน่ะ”“แบบนี้ไม่ปกติเลย คนท้องที่ไหน...” เขาเงียบไปทันทีที่เข้าใจว่าเมียพูดอะไร รีบยันตัวลุกขึ้นถามตาเป็นประกาย “หนูอุ่นจะบอกว่าเบบี๋ของเรากำลังมาแล้วเหรอ”ฤทัยรักษ์หัวเราะเสียงเบา ลุกขึ้นจับมือใหญ่มาลูบท้องที่ยังแบนราบ “เบบี๋ของเราอยู่ในนี้แล้วค่ะ”“ทูนหัว!” แดนดินจูบเมียแรงๆ ในที่สุดเราก็จ
“เด็กๆ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว” เธียรวิชญ์ตะโกนเรียกลูกทีม เห็นท่าทีกระวนกระวายของเพื่อนแล้วก็สมน้ำหน้าและสงสารไปพร้อมกัน“พี่ชายพร้อมจะเล่าแล้วเหรอคะ”หอมจันทร์กับฤทัยรักษ์เดินเข้ามานั่งลงประกบข้างพี่ชายทันที“...” เอกตะวันยิ่งมุดหน้าลงต่ำกว่าเดิม สองสาวสบตายิ้มๆ ตอนนี้คุณย่าคุณยายพาเด็กๆ ออกไปเดินย่อยอาหารเช้าอยู่ที่สวนข้างล่าง แดนดินก็ยังไม่ตื่น พวกเธอสามารถสอบสวนได้เต็มที่!“พี่ชายขา ทำไมอกหักซ้ำๆ จากผู้หญิงคนเดียวได้คะ ไหนบอกพวกเรามาซิ”“ไม่ได้อกหัก...”“แต่อกพัง” หอมจันทร์ต่อให้ ขณะที่ฤทัยรักษ์นั่งยิ้มแหยคนโดนเมียทิ้งถอนใจบอก “อย่ามาถามอะไรเลย ไม่พร้อมเล่า”“ขนาดนี้แล้วมึงก็พูดๆ มาเถอะ จะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวกลับบ้าน อย่าลืมว่าพวกกูต้องต่อเครื่องไปลงที่ใต้อีกนะ”“กูไม่ได้อกหัก! หน้ากูเขายังไม่อยากจะมองเลย ที่เสียใจอยู่นี่ไม่ได้อกหัก กูน้อยใจที่เขาทิ้งกูไปอยู่!” เอกตะวันเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกให้มันจบๆ ไป “ทีนี้อยากถามอะไรก็ถามมา จะกินข้าวแล้ว หิว!”“พี่ชายไปเจอพี่ปานได้ยังไงคะ เขาหายไปไหนตั้งหลายปี ทำไมเราตามหาไม่เจอเลย” น้องสาวถามด้วยแววตาตื่นเต้น“เจอโดยบังเอิญเมื่อหลายเดือนก่อ
“อ่า...หนูอุ่นว่าอะไรนะจ๊ะ!”“เร็วๆ ค่ะ” ฤทัยรักษ์ที่ทรมานกับจังหวะเนิบช้าผิดปกติของสามีปรือตาเว้าวอน “ช่วยขยับให้เร็วๆ ได้ไหมคะ หนูอุ่นง่วงนอนแล้ว”“แต่คืนนี้พี่อยากให้นุ่มนวล...”เมื่อเขายังรีรอ เธอเลยดึงร่างสูงลงมานอนแล้วปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเอวสอบเอาไว้แทน“ไม่เอานุ่มนวล อยากเอาเร็วๆ เหมือนเดิม” กระซิบเสียงหวานแล้วก็แนบตัวลงไปจูบปิดปากเขาทั้งที่ยังนั่งคร่อมนั่นละ จะมานุ่มนวลอะไรเอาตอนนี้ ทุกคืนเห็นกระแทกเอาๆ ลีลานักก็อยู่ข้างล่างไป เธอจะอยู่ข้างบนเอง!แดนดินที่หวังดีไม่ได้ดีทำได้เพียงครางเสียงต่ำ เมื่อเมียแนบตัวลงมาจูบพร้อมๆ กับโนมเนื้อเบียดแผ่นอกกว้าง ไหนจะสะโพกอวบที่กำลังระรานแท่งเนื้อร้อนๆอ่า...เมียเขากะเล่นให้ตายคาอกจริงๆ หรือนี่! ในหัวคิดอย่างนั้น แต่มือกลับเลื่อนไปจับสะโพกอวบกดลงหาแท่งเนื้อที่ตื่นตัวเต็มที่ กดช้าๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่ยอมเข้าไปเติมเต็มสักทีฤทัยรักษ์ทนไม่ไหว ถอนจูบออกมาครางเสียงดังกับการกระทำที่แสนทรมานของสามี ภาพที่เธอแอ่นโค้งอยู่บนตัว เล่นเอาแดนดินแทบดิ้นพล่านแม่คุณเอ๊ย!นอนข้างล่างว่าน่าฟัดแล้ว อยู่ข้างบนน่าฟัดกว่าเป็นไหนๆ“หนูอุ่นอยากทำอะไรพี่ก็ทำเลยจ้ะ เอาเล
เสียงหวานครางในคอ เมื่อสามีบดจูบลงมาดื้อๆ แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง ยอมให้ริมฝีปากบางเฉียบนั่นบดเบียดกลีบปากอิ่มตามแต่ใจต้องการ เป็นนาทีกว่าเขาจะถอนปากออกไป ถึงตอนนี้เสื้อผ้าของเธอก็เหลือแค่ชิ้นเล็กๆ บนล่างแล้ว“คำถามต่อไปเลยจ้ะ”ฤทัยรักษ์ค้อนขวับใส่คนปากเจ่อไม่ต่างกัน แต่เสื้อผ้ายังอยู่ครบทั้งบนล่าง“เร็วจ้ะ พี่อยากจูบ เอ๊ย! อยากตอบแล้ว”“คนหื่น!” นิ้วเรียวสวยบีบจมูกโด่งของเขาอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมพี่ปานถึงทิ้งพี่ชายไปคะ พี่ดินรู้ไหม”“รู้!” ตอบแค่นั้นแล้วขาก็โมเมก้มลงไปจูบเธอยื้อหน้าหนีทันควัน “ยังไม่ได้สิคะ ตอบสั้นแบบนี้ไม่นับ!”แดนดินทำปากยื่นเถียงแบบข้างๆ คูๆ “ก็หนูอุ่นถามว่ารู้ไหม พี่ก็ตอบว่ารู้ไง”“อย่ามาเฉไฉ”“โอเคๆ ก็เรื่องเข้าใจผิดนั่นแหละ แต่ลึกไปกว่านั้นเราไม่รู้ ปานไม่ยอมบอกอะไรให้ใครรู้เลย พี่จำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่ปานกลับไทยน่ะมีสภาพเหมือนนกปีกหักดีๆ นี่เอง เอาแต่ร้องไห้ทุกวันๆ จนพวกเราต้องหางานให้ทำ สุดท้ายก็มานั่งบริหารโรงแรมให้ย่านี่แหละ พี่ถึงได้บอกว่าเรื่องมันละเอียดอ่อน พวกเขาเลิกกันไม่ดีแบบนี้ ปานเองก็เจ็บไม่น้อยกว่าคุณชายหรอก” ขณะที่เขาเล่า มือก็ไม่ได้อย




![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


