LOGIN“เธอนี่ถามก็ไม่ตอบ ถอยดิ๊” แดนดินว่าแล้วก็เข้าไปหยิบตะกร้าพร้อมกรรไกรซึ่งวางแอบไว้ข้างประตูตรงไปหาแปลงดอกดาวเรืองสีเหลือง เขากวาดสายตามองหาดอกสวยๆ แล้วก้มลงตัดมัน
ฤทัยรักษ์เห็นแบบนั้นก็รีบเคลื่อนตัวตามมาไปติด
“อะไรอีกล่ะ” เขาหันมาถาม
“ขอตัดด้วยได้ไหมคะ” เธอว่า “พอดีย่าแพงให้ฉันมาตัดเอาดาวเรืองไปใส่บาตร แต่ว่าฉันลืมหยิบกรรไกรมาน่ะ”
คนถูกวานมาเก็บดอกไม้เช่นกันรู้ทันทีว่าโดนคนแก่เล่นเข้าให้แล้ว เหนื่อยใจจริงๆ ย่าไม่รู้หรือว่าถ้าเขาได้เมียหน้าตาน่าแกล้งแบบยัยนี่ วันๆ คงไม่ทำอะไรนอกจากแกล้งเมีย!
แต่สุดท้ายแดนดินก็ยื่นกรรไกรให้ฤทัยรักษ์ไป ทั้งยังยื่นตะกร้าในมือไปรับดาวเรืองที่หญิงสาวตัดด้วย
ถือว่าชดเชยที่แกล้งไปเมื่อคืนแล้วกัน...
“เอาเยอะแค่ไหนคะ”
“ไอ้ก้องบอกว่าวันนี้พระท่านจะออกมาเดินรับบิณฑบาตแค่สามรูป เธอตัดมาสักหกดอกก็พอนะ เวลาใส่ก็ใส่เป็นคู่ๆ เผื่อว่าบุญจะหนุนนำให้เธอมีคู่ชีวิตกับชาวบ้านเขา”
ฤทัยรักษ์ข่มใจให้เย็นไว้ ก่อนจะทำหน้านิ่งพูดกับเขา “ใครบอกคุณว่าฉันยังไม่มีคู่”
แดนดินไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบมาแบบนี้
จะว่าไปแล้วก็จริง เขานึกแค่ว่าจะให้ตัวเองรอดจากการจับคู่ของย่าที่รัก ไม่ทันนึกว่าเธอจะมีแฟนแล้วหรือเปล่า
"แล้วมีหรือยังล่ะ” ถามอย่างลุ้นๆ
“ไม่บอกหรอก”
เขากลอกตา “ยังไม่มีสินะ ไม่มีใครเอาล่ะสิ ฮ่าๆ”
สิ้นเสียงหัวเราะร่าของพ่อตัวร้าย ดอกไม้ในมือของฤทัยรักษ์ก็ลอยไปกระทบหน้าหล่อๆ แม่นราวจับวาง
“โอ๊ย! มันเจ็บนะ!”
เธอถลึงตาใส่ “เจ็บสิดี! ไม่มีใครเอางั้นเหรอ พี่น่ะสิไม่มีคนเอา ไอ้คนปากเสีย!”
“ไม่มีคนเอา เพราะฉันไม่เอาต่างหาก” เขาเถียงกลับ
“ไม่อยากพูดกับพี่แล้ว เก็บไปคนเดียวเลย” สะบัดเสียงใส่แล้วเธอก็หันหลังเดินหนีขึ้นเรือนทันที
แดนดินตะโกนตามหลังร่างอิ่มยิ้มๆ “โธ่เอ๊ย! พูดแค่นี้รับไม่ได้”
ผลของการทะเลาะกันเช้านี้คือฤทัยรักษ์เคืองจนไม่ยอมเข้าใกล้แดนดินอีกเลย พอย่าๆ ให้ตักบาตรทำบุญกับเขาเหมือนเคย เธอก็ขอเป็นลูกมือช่วยเตรียมของแทน
ไม่อยากตักบาตรร่วมขันกับคนแบบนั้นอีกแล้ว!
บ่ายคล้อยวันต่อมา
ขณะที่สาวๆ เรือนคำหอมกำลังนั่งกินมะม่วงน้ำปลาหวานอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะม่วง รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาช้าๆ ผู้มาเป็นชายวัยกลางคนหน้าตาใจดีคุ้นหน้าเจ้าของเรือน หญิงชราจึงกวักมือเรียกไหวๆ
“มาๆ ผู้ใหญ่หมู มากินมะม่วงด้วยกัน”
“เอาเลยจ้ะ ฉันมาแจ้งข่าวเฉยๆ น่ะคุณย่า” ผู้ใหญ่หมูเป็นผู้ใหญ่บ้าน ไม่เคยเห็นพวกคำแพงย่าหลานมาก่อน จึงมองด้วยแววตาสงสัย
ย่าคำหอมยิ้มบอกให้รู้ว่านี่คือน้องสาวกับหลานสาวที่จะมาอยู่ด้วยสักพัก ก่อนจะถามธุระของผู้ใหญ่ “วันนี้มีข่าวอะไรมาแจ้งล่ะผู้ใหญ่”
“คืออย่างนี้จ้ะ ฉันมาบอกเรื่องงานบุญบั้งไฟปีนี้ จะจัดวันที่เก้าเดือนหน้า ฉันอยากขอให้คุณย่ากับพ่อดินเป็นเจ้าภาพใหญ่เหมือนเดิม คุณย่าจะว่ายังไงจ๊ะ”
งานบุญบั้งไฟนี้เป็นหนึ่งในประเพณีประจำท้องถิ่น เป็นงานบุญที่ทำขึ้นเพื่อขอฝนจากเทวดาตามความเชื่อโบราณ ว่ากันว่าพระยาแถนที่เป็นเทวดาผู้บันดาลฝนนั้นชื่นชอบไฟมาก เพื่อขอให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล ไม่แห้งแล้ง ชาวบ้านจึงบูชาพระยาแถนด้วยบั้งไฟในช่วงเดือนหกของทุกปี หากไม่บูชาขอฝนเช่นนี้ ฝนจะแล้ง ไม่มีน้ำพอให้ทำไร่ทำนา ซึ่งการจัดงานบุญบั้งไฟแต่ละครั้งของหมู่บ้านนี้ไม่ได้จัดเล่นๆ แค่ละครั้งต้องใช้เงินทุนไม่น้อย จึงต้องหาผู้สนับสนุนหลักมาเป็นเจ้าภาพใหญ่
“เรื่องนี้เองเหรอ ผู้ใหญ่ไม่ต้องกังวลนะ ฉันสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว”
“ฉันรู้อยู่แล้วจ้ะ” ผู้ใหญ่หมูนั่งลงบนแคร่ข้างๆ หญิงชราเจ้าของเรือนแล้วยกมือขึ้นไหว้อย่างดีใจ “ฉันกราบขอบคุณคุณย่าแทนชาวบ้านด้วยนะจ๊ะ ปีไหนๆ ก็ช่วยสนับสนุนตลอดเลย”
“ไม่เป็นไรๆ แล้วปีนี้เขาแข่งประกวดกันยังไงล่ะ ไม่เห็นมีใครมาเรียกเจ้าดินเลยนะ นี่ก็ไปคุมคนงานไถนาอยู่นู่น”
“ก็แข่งขันกันตามคุ้มเหมือนเดิมจ้ะ มีประกวดขบวนแห่บั้งไฟแล้วก็แข่งจุดบั้งไฟให้ขึ้นสูงที่สุด บั้งไฟของคุ้มคำหอมก็คงจะมาทำกันที่เรือนคุณย่านี่แหละ เห็นว่าจะเริ่มทำกันแล้วนะ พ่อดินน่าจะลืมบอกคุณย่ามั้งจ๊ะ”
“คงจะอย่างนั้นแหละ”
“จ้ะ ถ้ายังไงฉันไม่กวนแล้ว จะไปบอกข่าวที่คุ้มอื่นๆ อีกน่ะจ้ะ”
ย่าคำหอมพยักพเยิดบอก “ไปเถอะ ขาดเหลืออะไรก็มาบอกได้ที่เรือนนี้”
“ขอบพระคุณจ้ะ” ผู้ใหญ่หมูไหว้ลาเจ้าของเรือน ก่อนหันไปยิ้มรับไหว้ลาจากแม่หนูหน้าสวย ในใจอดสงสัยไม่ได้ ว่าย่าคำหอมมีหลานสาวกับเขาที่ไหนกัน
คงไม่ใช่ว่าแม่หนูคนนี้จะเป็นหลานสะใภ้ของท่านหรอกนะ!
ตอนได้ยินว่าจะมีการทำบั้งไฟที่เรือนคำหอม ฤทัยรักษ์ยังคิดว่าอาจมีส่วนช่วยทำนิดๆ หน่อยๆ แต่จนบั้งไฟทั้งหมดประกอบเป็นรูปเป็นร่าง เหลือเพียงตกแต่งให้สวยงาม เธอก็ยังไม่ได้เข้าใกล้แม้แต่หางบั้งไฟ!
ไม่ใช่อะไร เป็นเพราะแดนดินหวงพื้นที่นัก ถึงขนาดสั่งลูกน้องมาขวางไว้ตั้งแต่เห็นเธอจากไกลๆ
แล้วพอย่าคำหอมรู้ว่าเธอถูกกีดกัน ก็เสนอให้เธอเข้าไปอยู่ในขบวนแห่บั้งไฟคู่กับแดนดินเสียเลย
ใครจะไปอยากคู่กับเขา!
เธอรีบหาข้ออ้างบอกปัดทันที “หนูอุ่นไม่รู้เรื่องอะไรเลย คงไม่เหมาะมั้งคะ”
“ไม่ยากหรอกจ้ะ หนูไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ใส่ชุดสวยๆ ไปนั่งยิ้มหวานคู่กับพี่เขาเท่านั้นเอง”
“ให้คู่กับใครก็คู่ไปเลยย่า แต่ต้องไม่ใช่ดิน” แดนดินที่เดินขึ้นเรือนมาได้ยินแค่ประโยคหลังของย่าบอกเสียงเข้ม เพราะมั่นใจว่า 'พี่เขา’ ที่ย่าเอยถึงคือตัวเขาแน่ๆ
“ไม่ให้น้องคู่กับดิน แล้วจะให้คู่กับใคร”
“ไอ้ก้องไงจ๊ะ”
“เจ้าก้องเป็นผาแดงไม่ได้หรอก นางไอ่ออกจะสวยขนาดนี้”
นางไอ่ที่ว่ายิ้มบาง ปล่อยให้ย่าหลานคุยกันเอง แต่แดนดินคงไม่คิดจะให้เธออยู่นอกวง ถึงได้หันมามองกันแวบหนึ่งแล้วพูดออกมาว่า
“สวยตรงไหน”
“ทุกตรงนั่นแหละ” เธอหุบยิ้มขึงตาตอบเขาทันที
“งั้นสงสัยฉันคงสายตาพัง มองไม่เห็นเลยสักตรงที่ว่าสวยน่ะ”
“!”
สองคุณย่าเห็นอาการเถียงกันของคู่นี้แล้วหัวจะปวด หากให้ไปนั่งคู่กันบนขบวนแห่จริงๆ มีหวังได้ตีกันจนขายหน้าชาวบ้านเขาแน่
“ตกลงไม่มีใครอยากเป็นผาแดงนางไอ่ใช่ไหม” ย่าคำหอมเปรยถามให้แน่ใจ
“จ้ะ จริงๆ แล้วดินจะมาบอกว่าผาแดงนางไอ่ของคุ้มเราในปีนี้จะเป็นรุ่นจิ๋ว”
“รุ่นจิ๋ว?”
“ก็คู่แฝดเป็ดกับไก่ หลานตาทองไงจ๊ะ”
“เจ้าแฝดคู่นั้นเพิ่งจะสี่ห้าขวบเองไม่ใช่เรอะ”
แดนดินพยักหน้าบอกยิ้มๆ “ใช่จ้ะ เอามาจับแต่งเนื้อแต่งตัวคงจะเป็นตาฮัก”
“ถ้าดินไม่คิดจะเป็นผาแดงเองก็เอาอย่างที่ว่า ไปบอกตาทองกับเจ้าแฝดนะ ถ้าประกวดได้รางวัลกลับมา ย่าจะเพิ่มทุนการศึกษาให้อีกก้อนเลย”
“แบบนี้หนูอุ่นก็ไม่ต้องเป็นนางไอ่แล้วใช่ไหมคะ”
“อืม ให้หนูอุ่นมาเป็นพี่เลี้ยงเจ้าแฝดแทนก็แล้วกัน”
"..." ฤทัยรักษ์
ชั่วโมงต่อมาหม่อมราชวงศ์หอมจันทร์ก็ฝ่าวิกฤตรถติดและเลขาหน้าห้องเข้ามายืนสง่าอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันอย่างสวยงาม“อธิบายมาค่ะ” เสียงหวานบอกสั้นๆ ตอนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่ชายเจ้าของห้องในสูทสีเทาเข้มพยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วโยนเผือกร้อนไปให้เธียรวิชญ์รับจบ “สั้นๆ นะจ๊ะ ไอ้เธียรบอกให้พี่ทำ”“หึ! เขาบอก พี่ก็ทำตาม ไม่คิดจะห้ามกันเลยเหรอคะ”“พี่ห้ามมันได้ที่ไหนเล่า”ปังหอมจันทร์ตบโต๊ะเสียงดังอย่างโมโห “พี่ชายห้ามพี่เธียรไม่ได้หรืออยากให้จันทร์กลับมาอยู่แล้วกันแน่ จันทร์ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพี่ชายกับพี่เธียรคิดอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่สมัยกุรงศรีอยุธยานะคะ ที่ผู้หญิงต้องหลบอยู่ในบ้านตอนผู้ชายออกไปสู้รบจบศึก นี่มันยุคโลกาพัฒนาไปหาดาวอังคารแล้วค่ะ ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้ดีพอๆ กับผู้ชาย ยืนข้างเขาได้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร จันทร์ไม่ได้คิดจะไปจับปืนผาหน้าไม้กับเขาหรอกนะ แค่อยากช่วยคิด ช่วยแก้ไข ช่วยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ พี่กับเขากลับให้จันทร์มาอยู่ห่างเป็นพันกิโลแบบนี้”คุณชายตะวันแทบเก็กหน้านิ่งไม่อยู่ มือที่เงื้อขึ้นตบโต๊ะเมื่อกี้ เขานึกว่ามันจะฟาดเข้
หอมจันทร์เห็นท่าทางเคร่งเครียดของหนุ่มๆ แล้วถอนใจเอ่ย “ก่อนจะกังวลเรื่องวันข้างหน้า ช่วยดูแลวันนี้ให้ดีก่อนเถอะค่ะ สภาพของทุกคนตอนนี้ บอกเลยว่าดีกว่าขอทานหน่อยเดียวเอง รีบๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวยังส่ายหน้ากับสภาพมอมๆ ของพวกเธียรวิชญ์“นั่นสิครับ ผมไม่โอเคกับเขม่าควันดำๆ นี่เลย” ชาติชายพยักหน้าเออออ แต่ดันถูกครรชิตแฉต่อหน้า“เมื่อก่อนมึงแทบไม่อาบน้ำเลยนะชาติ”“ตอนนี้ก็ไม่ค่อยอาบนะ” สุเมธร่วมวงซ้ำเติมชาติชายอีกคน ทำเอาหนุ่มหน้าใสถลึงตาใส่เพื่อน แต่เถียงไม่ออกสักคำเธียรวิชญ์ส่ายหน้าให้ลูกน้อง ขณะกำลังจะบอกให้พวกเขาไปอาบน้ำนอนกันได้แล้วนั่นเอง มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาก็เผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวหอมจันทร์ที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าเขาก็ถามเสียงเบา “ใครโทรมาเหรอคะ”“ผู้กองมานพ”ชื่อนี้ทำให้ทุกคนหันมองเธียรวิชญ์เป็นตาเดียว นายหัวหนุ่มจึงกดรับสายและเปิดลำโพงให้ได้ยินพร้อมกัน “ว่าไงครับผู้กอง”(“ข่าวร้ายครับนายหัว”)“งานไม่สำเร็จเหรอผู้กอง” เธียรวิชญ์หรี่ตาถามกลับไปเสียงเข้ม(“เราพลาดครับ เรือที่นายหัวยงยุทธขับหนีไปพร้
ปัง!ตอนนั้นเองที่พวกมันยิงเฉียดมาที่ต้นไม้ที่เขาใช้กำบังอยู่ ก่อนจะตะโกนบอกพรรคพวก“รีบฝ่าออกไปจากทีนี่ให้เร็วที่สุด!”จากนั้นพวกมันก็ระดมยิงเพื่อฝ่าออกไป มีการแบ่งคนส่วนหนึ่งยิงคุ้มกันให้พวกที่แบกลังไม้ลงเรือ น่าเสียดายที่ฝ่ายยิงคุ้มกันไม่แข็งแกร่งพอ ถูกแมทธิวกับสุเมธจัดการไปมากกว่าครึ่งในเวลาสั้นๆเธียรวิชญ์ที่จับตามองอยู่ในเงามืดเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากเสียเวลาเอาล่อเอาเถิดกับพวกมันอีก ยกปืนในมือเล็งไปยังที่ตัวหัวหน้าของพวกมันปัง!กระสุนพุ่งเข้าเจาะบริเวณไหล่ซ้ายของหมอนั่นอย่างจัง แรงจนตัวมันสะบัดเซไปทางหนึ่ง หมวกแก๊ปยังหล่นหาย เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นตาในแสงจันทร์สลัวเธียรวิชญ์แสยะยิ้มมองมือขวายงยุทธที่ยืนกุมไหล่อยู่หน้าหาด “นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คนกันเองนี่หว่า แผลนั่นถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับที่มึงกล้าบุกมาถิ่นกูแล้วกันนะ""มึง!""ไม่โกรธสิ รีบไสหัวกลับไปหานายหัวของมึงเถอะ ฝากบอกมันด้วยว่ากูขอให้โชคดีนะ”ขณะที่คนสนิทของยงยุทธยังระวังตัว ไม่คิดว่าเธียรวิชญ์จะปล่อยพวกตนไปง่ายๆ อย่างนี้ ทางด้านเธียรวิชญ์ก็สั่งให้คนถอนกำลังถอยร่นกลับเข้ามาบนเกาะแล้วที่เขาปล่อยพวกมันไปง่ายๆ ก็เพราะที่นี
ณ ออฟฟิศหลักของเกาะเคียงจันทร์เธียรวิชญ์และคนสนิทอีกสี่คนที่รีบแจ้นออกมาหลังได้ยินสัญญานเตือนกำลังนั่งจ้องจอขนาดใหญ่ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดเกือบร้อยตัวที่ติดตั้งอยู่ทั่วเกาะ เห็นทั้งคนของอีกฝ่ายและคนของฝ่ายตนที่ซุ่มอยู่ในความมืดตามจุดต่างๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายแยกเป็นสองทีม พวกเขายิ่งจ้องกันแบบไม่กะพริบตา เพราะทั้งๆ ที่พวกมันก็คงรู้สืบมาแล้วว่าโกดังเก็บของอยู่ตรงไหน แต่ยังกลับไม่พุ่งไปทางนั้นทันที มันยิ่งน่าสงสัยแล้วพอเห็นว่าพวกมันกำลังทำอะไรที่บ้านริมหาดหลังสุดท้ายทุกคนก็แทบจะลืมหายใจ!“ไอ้เชี่ยเอ๊ย!” เจ้าของรีสอร์ตสบถลั่นก่อนจะคว้าวิทยุสื่อสารมากดสั่งการเสียงเข้ม “อีกเดี๋ยวถ้าเห็นไฟไหม้ขึ้นมาก็แกล้งทำเป็นโวยวายวิ่งมาดับไฟก่อน แต่ไม่ต้องมาจริงๆ เดี๋ยวพวกฉันจะจัดการเรื่องไฟเอง พวกนายแค่ทำตามแผนเดิม อย่าแสดงตัวออกมาให้มันเห็นเด็ดขาด”บรรดาคนสนิทที่อยู่ด้วยกันได้ยินคำสั่งการของเจ้านายแล้วอดเบ้หน้าไม่ได้ 'พวกฉัน' ที่ว่าก็คงจะเป็น 'พวกเขา' นี่ละ!อุตส่าห์คิดว่าวันนี้โชคดีได้รับบทเป็นผู้ชมอย่างเดียวแท้ๆ อยู่ดีๆ ก็มีบทมาให้เล่นซะงั้น“นั่งบื้อกันอยู่ทำไม รีบๆ ออกไปดับไฟเร็ว ไอ้ชาติจัดการเชื
“คุณภัทรโกรธอะไรกุ้งหรือเปล่าคะ” กรรณิกาถามด้วยความไม่แน่ใจ ขณะนั่งเลือกกล่องใส่แผ่นดีวีดีซีรีส์เรื่องโปรดอยู่ในห้องพักของตน เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ ใบหน้าหวานจึงหันมองคนที่ไม่ยอมเข้ามาในห้องด้วยกันแล้วถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วหันกลับมาหาของต่อ หมดอารมณ์จะอธิบายอะไรให้เขาเข้าใจแล้ว เธอยังบ่นพึมพำกับตัวเอง “คนอะไรเมื่อวานยังยิ้มกว้างไปถึงไหนๆ แต่วันนี้กลับมาหน้าบูดอีกแล้ว”ภัทรชนม์ได้แต่ยืนน้อยใจเงียบๆ อยู่หน้าประตู เขาจะมีสิทธิ์อะไรไปโกรธเธอ ที่เจ็บอยู่นี่ก็เพราะคิดไปเองคนเดียวทั้งนั้น“ได้แล้วค่ะ!” หญิงสาวบอกพลางหอบของเดินออกไปหาคนรอ เธอยื่นกล่องในมือให้เขาถือไว้ก่อน เพื่อจะหันไปล็อกห้องภัทรชนม์รับกล่องใสอย่างดีมางงๆ พอหญิงสาวหันไปวุ่นวายกับการล็อกประตูห้องเขาก็ยกขึ้นมาดูของข้างในกล่อง เป็นตลับใส่แผ่นดีวีดีที่มีภาพปกเป็นชายหนุ่มหน้าตี๋กำลังส่งยิ้มอบอุ่นให้สาวหมวยคนหนึ่งโชว์เด่นหราซีรีส์จีน?เขาส่ายหน้าให้เมื่อมือเล็กยื่นมาขอกล่องคืน หลังจัดการล็อกห้องเรียบร้อย “ผมถือให้เอง กลางคืนแบบนี้คุณเดินระวังๆ ก็พอ”กรรณิกาค้อนให้เขาแล้วเดินนำไปทางลิฟต์ แต่พอนึกดีๆ ก็อดยิ้มกับคำเหน็บแนมของภัทรชนม
แม้เกาะจะถูกปิดตายการเข้าออกจนไม่มีแขกให้คอยบริการ แต่งานบริหารยังคงมีให้ทำเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือช่วงเย็นจะมีวงเหล้าขึ้นมา ด้วยนายหัวหนุ่มหล่อนั้นใจดี อนุมัติให้ชาติชายไปเบิกเหล้านอกในคลังเครื่องดื่มของรีสอร์ตมาเปิดได้เติมที่ตามที่ได้เคยพูดเอาไว้และเพื่อเป็นการฉลองที่งานใหญ่สำเร็จไปได้ด้วยดีชาติชายไม่ทำให้เจ้านายผิดหวัง เขาจัดหาเหล้ายาปลาปิ้งที่ลงทุนนั่งเรือออกไปซื้อมาเองแบบเต็มที่เต็มที่ติดต่อกันถึงสองคืน!“เอ้าชนนนนน”“ชนนนนนนน”หม่อมราชวงศ์สาวส่ายหน้ามองพวกคนที่ไม่เกรงกลัวเลยว่าเจ้าของของที่ไปขโมยมานั้น อาจจะใช้โอกาสนี้ลอบเข้ามาเอาของกลับคืนไป“ตกลงว่าน้องจันทร์กับนายหัวเป็นแฟนกันแล้วเหรอคะ”หญิงสาวหันกลับไปมองภารดีคนถาม ก่อนจะแอบเหล่มองกรรณิกาที่ขยับเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้เช่นกัน พอเห็นกรรณิกาก็ไม่มีท่าทีว่าจะเสียอกเสียใจอะไรเลยยิ้มตอบสั้นๆ“ก็...ค่ะ”“ดีจัง ในที่สุดพวกเราก็จะมีนายหญิงกับเขาสักที”“ไม่เคยมีเหรอคะ จันทร์ได้ข่าวว่าพี่เธียรเนื้อหอมยังกับอะไรดี” ว่าที่นายหญิงถามพลางจัดจานใส่ยำสามกรอบไปด้วย ทำเหมือนคำถามของตนนั้นไม่ได้สำคัญไปกว่ากับแกล้มที่ออกมาทำเพิ่มให้หนุ่มๆ
เสียงอ้อแอ้ของคนเมาพลันดังขึ้น“...ทัย...”ฤทัยรักษ์ถามเสียงอ่อน “ทัยไหนคะ”“ปานฤทัย” เสียงอ้อแอ้บอกออกมาชัดเจนราวกับชื่อนี้ไม่เคยเลือนหายไปจากใจ“ปานฤทัย?”ในชีวิตของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันมีคนชื่อนี้คนเดียวเท่านั้นขณะที่พวกฤทัยรักษ์มองหน้ากันด้วยแววตาตะลึงแดนดินที่ยังไม่ไปไหนก็ได้ยินชื่อนั้นเต็มๆ
เสร็จจากลงแขกเกี่ยวข้าวก็เหมือนเดิมย่าคำหอมเปิดเรือนเลี้ยงอาหารชาวบ้านอย่างชื่นมื่น นอกจากอาหารและน้ำหวานต่างๆ แล้ว สาโทหรือน้ำข้าวหมักฝีมือแดนดินกับก้องหล้าก็ถูกยกออกมาให้ได้จิบกันถ้วนหน้าจากหัวค่ำสู่มืดค่ำ วงเหล้าของหนุ่มๆ ก็ยังอยู่ที่เดิมแดนดินกับก้องหล้าเอาเหล้าข้าวออกมาต้อนรับคุณชายกับนายหั
หลังใส่บาตรเสร็จแดนดินจูงมือฤทัยรักษ์ที่นุ่งผ้าซิ่นสีสวยเดินลัดเลาะออกมาชมข้าวที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองพร้อมให้เก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วัน“ทำไมถึงชอบที่นี่ล่ะ” เขาถามขณะยืนกอดร่างเล็กอยู่บนคันนา“ไม่รู้สิคะ อาจเป็นเพราะความเรียบง่ายของที่นี่ก็ได้ เราไม่ต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้า ผู้คนก็น่ารัก ท
“เอิ้ก อี เอิ้ก เอิ้กกกกกกกกก”เสียงไก่ขันยามเช้าและสัมผัสร้อนๆ จากมือที่เคลื่อนไหวไปมาบนร่างกาย ปลุกฤทัยรักษ์ให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลหญิงสาวบิดตัวหนีอย่างเมื่อยล้า แต่คนลูบไล้หาได้สนใจ ยังคงตามมาออเซาะ ลูบตรงนั้น จูบตรงนี้ เหมือนจะเอาให้ได้สามวันสามคืนแล้วที่เป็นแบบนี้!ไม่รู้ว่าแดนดิ





![Farm ร้อนซ่อนสวาท [ อีโรติก 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

