Share

บทที่ 8

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-09 17:46:08

“เธอนี่ถามก็ไม่ตอบ ถอยดิ๊” แดนดินว่าแล้วก็เข้าไปหยิบตะกร้าพร้อมกรรไกรซึ่งวางแอบไว้ข้างประตูตรงไปหาแปลงดอกดาวเรืองสีเหลือง เขากวาดสายตามองหาดอกสวยๆ แล้วก้มลงตัดมัน

ฤทัยรักษ์เห็นแบบนั้นก็รีบเคลื่อนตัวตามมาไปติด

“อะไรอีกล่ะ” เขาหันมาถาม

“ขอตัดด้วยได้ไหมคะ” เธอว่า “พอดีย่าแพงให้ฉันมาตัดเอาดาวเรืองไปใส่บาตร แต่ว่าฉันลืมหยิบกรรไกรมาน่ะ”

คนถูกวานมาเก็บดอกไม้เช่นกันรู้ทันทีว่าโดนคนแก่เล่นเข้าให้แล้ว เหนื่อยใจจริงๆ ย่าไม่รู้หรือว่าถ้าเขาได้เมียหน้าตาน่าแกล้งแบบยัยนี่ วันๆ คงไม่ทำอะไรนอกจากแกล้งเมีย!

แต่สุดท้ายแดนดินก็ยื่นกรรไกรให้ฤทัยรักษ์ไป ทั้งยังยื่นตะกร้าในมือไปรับดาวเรืองที่หญิงสาวตัดด้วย

ถือว่าชดเชยที่แกล้งไปเมื่อคืนแล้วกัน...

“เอาเยอะแค่ไหนคะ”

“ไอ้ก้องบอกว่าวันนี้พระท่านจะออกมาเดินรับบิณฑบาตแค่สามรูป เธอตัดมาสักหกดอกก็พอนะ เวลาใส่ก็ใส่เป็นคู่ๆ เผื่อว่าบุญจะหนุนนำให้เธอมีคู่ชีวิตกับชาวบ้านเขา”

ฤทัยรักษ์ข่มใจให้เย็นไว้ ก่อนจะทำหน้านิ่งพูดกับเขา “ใครบอกคุณว่าฉันยังไม่มีคู่”

แดนดินไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบมาแบบนี้

จะว่าไปแล้วก็จริง เขานึกแค่ว่าจะให้ตัวเองรอดจากการจับคู่ของย่าที่รัก ไม่ทันนึกว่าเธอจะมีแฟนแล้วหรือเปล่า

"แล้วมีหรือยังล่ะ” ถามอย่างลุ้นๆ

“ไม่บอกหรอก”

เขากลอกตา “ยังไม่มีสินะ ไม่มีใครเอาล่ะสิ ฮ่าๆ”

สิ้นเสียงหัวเราะร่าของพ่อตัวร้าย ดอกไม้ในมือของฤทัยรักษ์ก็ลอยไปกระทบหน้าหล่อๆ แม่นราวจับวาง

“โอ๊ย! มันเจ็บนะ!”

เธอถลึงตาใส่ “เจ็บสิดี! ไม่มีใครเอางั้นเหรอ พี่น่ะสิไม่มีคนเอา ไอ้คนปากเสีย!”

“ไม่มีคนเอา เพราะฉันไม่เอาต่างหาก” เขาเถียงกลับ

“ไม่อยากพูดกับพี่แล้ว เก็บไปคนเดียวเลย” สะบัดเสียงใส่แล้วเธอก็หันหลังเดินหนีขึ้นเรือนทันที

แดนดินตะโกนตามหลังร่างอิ่มยิ้มๆ “โธ่เอ๊ย! พูดแค่นี้รับไม่ได้”

ผลของการทะเลาะกันเช้านี้คือฤทัยรักษ์เคืองจนไม่ยอมเข้าใกล้แดนดินอีกเลย พอย่าๆ ให้ตักบาตรทำบุญกับเขาเหมือนเคย เธอก็ขอเป็นลูกมือช่วยเตรียมของแทน

ไม่อยากตักบาตรร่วมขันกับคนแบบนั้นอีกแล้ว!

บ่ายคล้อยวันต่อมา

ขณะที่สาวๆ เรือนคำหอมกำลังนั่งกินมะม่วงน้ำปลาหวานอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะม่วง รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาช้าๆ ผู้มาเป็นชายวัยกลางคนหน้าตาใจดีคุ้นหน้าเจ้าของเรือน หญิงชราจึงกวักมือเรียกไหวๆ

“มาๆ ผู้ใหญ่หมู มากินมะม่วงด้วยกัน”

“เอาเลยจ้ะ ฉันมาแจ้งข่าวเฉยๆ น่ะคุณย่า” ผู้ใหญ่หมูเป็นผู้ใหญ่บ้าน ไม่เคยเห็นพวกคำแพงย่าหลานมาก่อน จึงมองด้วยแววตาสงสัย

ย่าคำหอมยิ้มบอกให้รู้ว่านี่คือน้องสาวกับหลานสาวที่จะมาอยู่ด้วยสักพัก ก่อนจะถามธุระของผู้ใหญ่ “วันนี้มีข่าวอะไรมาแจ้งล่ะผู้ใหญ่”

“คืออย่างนี้จ้ะ ฉันมาบอกเรื่องงานบุญบั้งไฟปีนี้ จะจัดวันที่เก้าเดือนหน้า ฉันอยากขอให้คุณย่ากับพ่อดินเป็นเจ้าภาพใหญ่เหมือนเดิม คุณย่าจะว่ายังไงจ๊ะ”

งานบุญบั้งไฟนี้เป็นหนึ่งในประเพณีประจำท้องถิ่น เป็นงานบุญที่ทำขึ้นเพื่อขอฝนจากเทวดาตามความเชื่อโบราณ ว่ากันว่าพระยาแถนที่เป็นเทวดาผู้บันดาลฝนนั้นชื่นชอบไฟมาก เพื่อขอให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล ไม่แห้งแล้ง ชาวบ้านจึงบูชาพระยาแถนด้วยบั้งไฟในช่วงเดือนหกของทุกปี หากไม่บูชาขอฝนเช่นนี้ ฝนจะแล้ง ไม่มีน้ำพอให้ทำไร่ทำนา ซึ่งการจัดงานบุญบั้งไฟแต่ละครั้งของหมู่บ้านนี้ไม่ได้จัดเล่นๆ แค่ละครั้งต้องใช้เงินทุนไม่น้อย จึงต้องหาผู้สนับสนุนหลักมาเป็นเจ้าภาพใหญ่

“เรื่องนี้เองเหรอ ผู้ใหญ่ไม่ต้องกังวลนะ ฉันสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว”

“ฉันรู้อยู่แล้วจ้ะ” ผู้ใหญ่หมูนั่งลงบนแคร่ข้างๆ หญิงชราเจ้าของเรือนแล้วยกมือขึ้นไหว้อย่างดีใจ “ฉันกราบขอบคุณคุณย่าแทนชาวบ้านด้วยนะจ๊ะ ปีไหนๆ ก็ช่วยสนับสนุนตลอดเลย”

“ไม่เป็นไรๆ แล้วปีนี้เขาแข่งประกวดกันยังไงล่ะ ไม่เห็นมีใครมาเรียกเจ้าดินเลยนะ นี่ก็ไปคุมคนงานไถนาอยู่นู่น”

“ก็แข่งขันกันตามคุ้มเหมือนเดิมจ้ะ มีประกวดขบวนแห่บั้งไฟแล้วก็แข่งจุดบั้งไฟให้ขึ้นสูงที่สุด บั้งไฟของคุ้มคำหอมก็คงจะมาทำกันที่เรือนคุณย่านี่แหละ เห็นว่าจะเริ่มทำกันแล้วนะ พ่อดินน่าจะลืมบอกคุณย่ามั้งจ๊ะ”

“คงจะอย่างนั้นแหละ”

“จ้ะ ถ้ายังไงฉันไม่กวนแล้ว จะไปบอกข่าวที่คุ้มอื่นๆ อีกน่ะจ้ะ”

ย่าคำหอมพยักพเยิดบอก “ไปเถอะ ขาดเหลืออะไรก็มาบอกได้ที่เรือนนี้”

“ขอบพระคุณจ้ะ” ผู้ใหญ่หมูไหว้ลาเจ้าของเรือน ก่อนหันไปยิ้มรับไหว้ลาจากแม่หนูหน้าสวย ในใจอดสงสัยไม่ได้ ว่าย่าคำหอมมีหลานสาวกับเขาที่ไหนกัน

คงไม่ใช่ว่าแม่หนูคนนี้จะเป็นหลานสะใภ้ของท่านหรอกนะ!

ตอนได้ยินว่าจะมีการทำบั้งไฟที่เรือนคำหอม ฤทัยรักษ์ยังคิดว่าอาจมีส่วนช่วยทำนิดๆ หน่อยๆ แต่จนบั้งไฟทั้งหมดประกอบเป็นรูปเป็นร่าง เหลือเพียงตกแต่งให้สวยงาม เธอก็ยังไม่ได้เข้าใกล้แม้แต่หางบั้งไฟ!

ไม่ใช่อะไร เป็นเพราะแดนดินหวงพื้นที่นัก ถึงขนาดสั่งลูกน้องมาขวางไว้ตั้งแต่เห็นเธอจากไกลๆ

แล้วพอย่าคำหอมรู้ว่าเธอถูกกีดกัน ก็เสนอให้เธอเข้าไปอยู่ในขบวนแห่บั้งไฟคู่กับแดนดินเสียเลย

ใครจะไปอยากคู่กับเขา!

เธอรีบหาข้ออ้างบอกปัดทันที “หนูอุ่นไม่รู้เรื่องอะไรเลย คงไม่เหมาะมั้งคะ”

“ไม่ยากหรอกจ้ะ หนูไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ใส่ชุดสวยๆ ไปนั่งยิ้มหวานคู่กับพี่เขาเท่านั้นเอง”

“ให้คู่กับใครก็คู่ไปเลยย่า แต่ต้องไม่ใช่ดิน” แดนดินที่เดินขึ้นเรือนมาได้ยินแค่ประโยคหลังของย่าบอกเสียงเข้ม เพราะมั่นใจว่า 'พี่เขา’ ที่ย่าเอยถึงคือตัวเขาแน่ๆ

“ไม่ให้น้องคู่กับดิน แล้วจะให้คู่กับใคร”

“ไอ้ก้องไงจ๊ะ”

“เจ้าก้องเป็นผาแดงไม่ได้หรอก นางไอ่ออกจะสวยขนาดนี้”

นางไอ่ที่ว่ายิ้มบาง ปล่อยให้ย่าหลานคุยกันเอง แต่แดนดินคงไม่คิดจะให้เธออยู่นอกวง ถึงได้หันมามองกันแวบหนึ่งแล้วพูดออกมาว่า

“สวยตรงไหน”

“ทุกตรงนั่นแหละ” เธอหุบยิ้มขึงตาตอบเขาทันที

“งั้นสงสัยฉันคงสายตาพัง มองไม่เห็นเลยสักตรงที่ว่าสวยน่ะ”

“!”

สองคุณย่าเห็นอาการเถียงกันของคู่นี้แล้วหัวจะปวด หากให้ไปนั่งคู่กันบนขบวนแห่จริงๆ มีหวังได้ตีกันจนขายหน้าชาวบ้านเขาแน่

“ตกลงไม่มีใครอยากเป็นผาแดงนางไอ่ใช่ไหม” ย่าคำหอมเปรยถามให้แน่ใจ

“จ้ะ จริงๆ แล้วดินจะมาบอกว่าผาแดงนางไอ่ของคุ้มเราในปีนี้จะเป็นรุ่นจิ๋ว”

“รุ่นจิ๋ว?”

“ก็คู่แฝดเป็ดกับไก่ หลานตาทองไงจ๊ะ”

“เจ้าแฝดคู่นั้นเพิ่งจะสี่ห้าขวบเองไม่ใช่เรอะ”

แดนดินพยักหน้าบอกยิ้มๆ “ใช่จ้ะ เอามาจับแต่งเนื้อแต่งตัวคงจะเป็นตาฮัก”

“ถ้าดินไม่คิดจะเป็นผาแดงเองก็เอาอย่างที่ว่า ไปบอกตาทองกับเจ้าแฝดนะ ถ้าประกวดได้รางวัลกลับมา ย่าจะเพิ่มทุนการศึกษาให้อีกก้อนเลย”

“แบบนี้หนูอุ่นก็ไม่ต้องเป็นนางไอ่แล้วใช่ไหมคะ”

“อืม ให้หนูอุ่นมาเป็นพี่เลี้ยงเจ้าแฝดแทนก็แล้วกัน”

"..." ฤทัยรักษ์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 67 ( ตอนจบ )

    เด็กๆ เพิ่งจะหลับกัน พอถูกแม่อุ้มขึ้นก็ยิ้มตาปรืออย่างน่าเอ็นดูแฝดพี่เทวินทร์นั้นเลี้ยงง่าย ยอมให้แม่อุ้มไปวางลงในคอกเด็กแต่โดยดี แม่ตบก้นกลมกล่อมไม่กี่ทีก็เคลิ้มหลับไปอีก แฝดน้องเทวากลับไม่ง่าย ระหว่างที่แม่เอาพี่ไปนอน เขาก็นอนอมนิ้วมือเล่นรออยู่เงียบๆ พอแม่กลับมาอุ้มก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของแม่ ไม่ยอมลงไปนอนในคอกเด็ก ตากลมแป๋วมองแม่พลางดูดปากดุนลิ้นบอกใบ้ฤทัยรักษ์ย่อมมองออกว่าลูกต้องการอะไร “ยังไม่อิ่มอีกหรือจ๊ะ ทำไมหนูกินเก่งจังเลยล่ะลูก” เธอเอ่ยเย้า แกล้งหย่อนร่างเล็กวางลงในคอกอีกครั้ง คราวนี้เจ้าอ้วนของเธอถึงกับดิ้นปัดๆ ร้องไห้จ้าออกมาลั่นห้อง ดึงกลับขึ้นมาแทบไม่ทัน “โอ๋ๆ แม่ไม่แกล้งน้องวาแล้ว เงียบๆ ก่อนเดี๋ยวพี่วินตื่นนะลูก”เทวินทร์ที่นอนฝันหวานไปแล้ว “...”เมื่อโอ๋ยังไงเทวาก็ไม่หยุดร้อง ฤทัยรักษ์จึงต้องนั่งลงริมเตียงแล้วเปิดเสื้อขึ้นให้พ่อหนูน้อยดื่มนมจากอก ไม่รู้เลยว่าสามีที่ตื่นมาเพราะเสียงร้องจ้าของลูกกำลังมองตาเป็นมัน“เด็กดี อิ่มแล้วก็นอนละลูกนะ” เธอโยกตัวกล่อมเจ้าตัวเล็ก“อึก!”ลูกชายตอบรับแม่ด้วยการเพิ่มแรงดูดนมลงคออึกใหญ่“ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักพอดี อุ๊ย!”“ลูกดูดแรง

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 66

    สี่ปีผ่านไป...เรือนคำหอมในเวลานี้เต็มไปด้วยทายาทตัวน้อยๆ ของแดนดินกับฤทัยรักษ์ หนึ่งปีหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เด็กหญิงนรีกานต์ ก็ถือกำเนิดขึ้น คลานตามมาติดๆ ในอีกหนึ่งปีให้หลังคือ เด็กชายคเชนทร์ ปิดอู่ด้วยคู่แฝดเด็กชายเทวินทร์และเทวา นับจำนวนแล้วก็เกือบตรงเป้าที่แดนดินเคยขอไว้อย่างน่าอัศจรรย์นรีกานต์หรือหนูนาวัยสองขวบกว่านั้นหน้าตาน่ารักและขี้อ้อนมาก ผู้ใหญ่จึงดุไม่ค่อยลงคเชนทร์หรือช้างวัยขวบครึ่งก็อ้วนตุบกำลังหัดเดินหัดพูด เวลาอ้อแอ้ๆ ออกมาผู้ใหญ่ก็หลงจนแทบจะทูนหัวให้ทุกอย่างคู่แฝดเทวดาวินนี่กับวาวาเพิ่งคลอดได้ห้าเดือน แค่นอนเฉยๆ ก็น่ารักแล้วระหว่างที่ฤทัยรักษ์ตั้งท้องและคลอดน้องออกมาคนแล้วคนเล่าอยู่นี้ เด็กชายก้องภพและเด็กหญิงกรองขวัญก็ถูกแดนดินเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ทางหนึ่งก็วางตัวเป็นพี่ใหญ่ช่วยมามี้เลี้ยงน้องๆ ไปด้วย ย่าทวดกับคนเป็นแม่เห็นแล้วเอ็นดูนักเดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนคนเรือนคำหอมจะหอบกันไปทั้งเด็กและคนชรา ดีที่เหล่าย่าทวดยายทวดยังแข็งแรงดีทุกคน เพราะแดนดินให้ไปพบหมอทุกครึ่งปี ขนาดคำแพงที่ย้ายไปดูแลลูกให้หอมจันทร์ที่เกาะเคียงจันทร์ตั้งแต่สองปีก่อนยังถูกเขาบังคับให้ไป

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 65

    “วันนี้หนูอุ่นดีขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ ไว้ไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ดินเลิกงานกลับมาแบบนี้ คงจะมืดมากแล้ว หนูอุ่นไม่อยากไปโรงพยาบาลตอนกลางคืน” คนพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเอ่ยห้ามเสียงอ่อน อาการนี้เธอเป็นมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งมาหนักเอาวันนี้แหละ“เอางั้นเหรอ”“ค่ะ นี่อาบน้ำแล้วเหรอคะ ตัวห้อมหอม” ฤทัยรักษ์ยื่นหน้าไปดมกลิ่นหอมบนตัวสามี มันหอมสดชื่นจนอาการเวียนหัวดีขึ้นเยอะเลยคนอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งอมยิ้มกริ่มทิ้งตัวลงนอนกอดร่างบางไว้หลวมๆ บอกเสียงเอาใจ “หอมให้เต็มที่เลยจ้ะ พี่ฟอกสบู่มาทุกซอก”“ใช่สบู่อะไรคะ ทำไมวันนี้มันหอมจัง”“ก็อันเดิมแหละ”“อือ...”แดนดินชะโงกหน้าขึ้นดูคนทำท่าจะหลับคาอกเขา “นี่จะหลับอีกแล้วเหรอ พี่ว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ พี่เรียกหมอมาที่เรือนเลยดีกว่า”“งือ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นอาการปกติของคนท้องน่ะ”“แบบนี้ไม่ปกติเลย คนท้องที่ไหน...” เขาเงียบไปทันทีที่เข้าใจว่าเมียพูดอะไร รีบยันตัวลุกขึ้นถามตาเป็นประกาย “หนูอุ่นจะบอกว่าเบบี๋ของเรากำลังมาแล้วเหรอ”ฤทัยรักษ์หัวเราะเสียงเบา ลุกขึ้นจับมือใหญ่มาลูบท้องที่ยังแบนราบ “เบบี๋ของเราอยู่ในนี้แล้วค่ะ”“ทูนหัว!” แดนดินจูบเมียแรงๆ ในที่สุดเราก็จ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 64

    “เด็กๆ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว” เธียรวิชญ์ตะโกนเรียกลูกทีม เห็นท่าทีกระวนกระวายของเพื่อนแล้วก็สมน้ำหน้าและสงสารไปพร้อมกัน“พี่ชายพร้อมจะเล่าแล้วเหรอคะ”หอมจันทร์กับฤทัยรักษ์เดินเข้ามานั่งลงประกบข้างพี่ชายทันที“...” เอกตะวันยิ่งมุดหน้าลงต่ำกว่าเดิม สองสาวสบตายิ้มๆ ตอนนี้คุณย่าคุณยายพาเด็กๆ ออกไปเดินย่อยอาหารเช้าอยู่ที่สวนข้างล่าง แดนดินก็ยังไม่ตื่น พวกเธอสามารถสอบสวนได้เต็มที่!“พี่ชายขา ทำไมอกหักซ้ำๆ จากผู้หญิงคนเดียวได้คะ ไหนบอกพวกเรามาซิ”“ไม่ได้อกหัก...”“แต่อกพัง” หอมจันทร์ต่อให้ ขณะที่ฤทัยรักษ์นั่งยิ้มแหยคนโดนเมียทิ้งถอนใจบอก “อย่ามาถามอะไรเลย ไม่พร้อมเล่า”“ขนาดนี้แล้วมึงก็พูดๆ มาเถอะ จะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวกลับบ้าน อย่าลืมว่าพวกกูต้องต่อเครื่องไปลงที่ใต้อีกนะ”“กูไม่ได้อกหัก! หน้ากูเขายังไม่อยากจะมองเลย ที่เสียใจอยู่นี่ไม่ได้อกหัก กูน้อยใจที่เขาทิ้งกูไปอยู่!” เอกตะวันเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกให้มันจบๆ ไป “ทีนี้อยากถามอะไรก็ถามมา จะกินข้าวแล้ว หิว!”“พี่ชายไปเจอพี่ปานได้ยังไงคะ เขาหายไปไหนตั้งหลายปี ทำไมเราตามหาไม่เจอเลย” น้องสาวถามด้วยแววตาตื่นเต้น“เจอโดยบังเอิญเมื่อหลายเดือนก่อ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 63

    “อ่า...หนูอุ่นว่าอะไรนะจ๊ะ!”“เร็วๆ ค่ะ” ฤทัยรักษ์ที่ทรมานกับจังหวะเนิบช้าผิดปกติของสามีปรือตาเว้าวอน “ช่วยขยับให้เร็วๆ ได้ไหมคะ หนูอุ่นง่วงนอนแล้ว”“แต่คืนนี้พี่อยากให้นุ่มนวล...”เมื่อเขายังรีรอ เธอเลยดึงร่างสูงลงมานอนแล้วปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเอวสอบเอาไว้แทน“ไม่เอานุ่มนวล อยากเอาเร็วๆ เหมือนเดิม” กระซิบเสียงหวานแล้วก็แนบตัวลงไปจูบปิดปากเขาทั้งที่ยังนั่งคร่อมนั่นละ จะมานุ่มนวลอะไรเอาตอนนี้ ทุกคืนเห็นกระแทกเอาๆ ลีลานักก็อยู่ข้างล่างไป เธอจะอยู่ข้างบนเอง!แดนดินที่หวังดีไม่ได้ดีทำได้เพียงครางเสียงต่ำ เมื่อเมียแนบตัวลงมาจูบพร้อมๆ กับโนมเนื้อเบียดแผ่นอกกว้าง ไหนจะสะโพกอวบที่กำลังระรานแท่งเนื้อร้อนๆอ่า...เมียเขากะเล่นให้ตายคาอกจริงๆ หรือนี่! ในหัวคิดอย่างนั้น แต่มือกลับเลื่อนไปจับสะโพกอวบกดลงหาแท่งเนื้อที่ตื่นตัวเต็มที่ กดช้าๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่ยอมเข้าไปเติมเต็มสักทีฤทัยรักษ์ทนไม่ไหว ถอนจูบออกมาครางเสียงดังกับการกระทำที่แสนทรมานของสามี ภาพที่เธอแอ่นโค้งอยู่บนตัว เล่นเอาแดนดินแทบดิ้นพล่านแม่คุณเอ๊ย!นอนข้างล่างว่าน่าฟัดแล้ว อยู่ข้างบนน่าฟัดกว่าเป็นไหนๆ“หนูอุ่นอยากทำอะไรพี่ก็ทำเลยจ้ะ เอาเล

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 62

    เสียงหวานครางในคอ เมื่อสามีบดจูบลงมาดื้อๆ แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง ยอมให้ริมฝีปากบางเฉียบนั่นบดเบียดกลีบปากอิ่มตามแต่ใจต้องการ เป็นนาทีกว่าเขาจะถอนปากออกไป ถึงตอนนี้เสื้อผ้าของเธอก็เหลือแค่ชิ้นเล็กๆ บนล่างแล้ว“คำถามต่อไปเลยจ้ะ”ฤทัยรักษ์ค้อนขวับใส่คนปากเจ่อไม่ต่างกัน แต่เสื้อผ้ายังอยู่ครบทั้งบนล่าง“เร็วจ้ะ พี่อยากจูบ เอ๊ย! อยากตอบแล้ว”“คนหื่น!” นิ้วเรียวสวยบีบจมูกโด่งของเขาอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมพี่ปานถึงทิ้งพี่ชายไปคะ พี่ดินรู้ไหม”“รู้!” ตอบแค่นั้นแล้วขาก็โมเมก้มลงไปจูบเธอยื้อหน้าหนีทันควัน “ยังไม่ได้สิคะ ตอบสั้นแบบนี้ไม่นับ!”แดนดินทำปากยื่นเถียงแบบข้างๆ คูๆ “ก็หนูอุ่นถามว่ารู้ไหม พี่ก็ตอบว่ารู้ไง”“อย่ามาเฉไฉ”“โอเคๆ ก็เรื่องเข้าใจผิดนั่นแหละ แต่ลึกไปกว่านั้นเราไม่รู้ ปานไม่ยอมบอกอะไรให้ใครรู้เลย พี่จำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่ปานกลับไทยน่ะมีสภาพเหมือนนกปีกหักดีๆ นี่เอง เอาแต่ร้องไห้ทุกวันๆ จนพวกเราต้องหางานให้ทำ สุดท้ายก็มานั่งบริหารโรงแรมให้ย่านี่แหละ พี่ถึงได้บอกว่าเรื่องมันละเอียดอ่อน พวกเขาเลิกกันไม่ดีแบบนี้ ปานเองก็เจ็บไม่น้อยกว่าคุณชายหรอก” ขณะที่เขาเล่า มือก็ไม่ได้อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status