เข้าสู่ระบบเซ็น...
ผมเดินเกาะแขนยัยตัวเล็กมาตามซอยมืดๆแคบๆเรื่อยๆ จากที่คิดว่าซอยแค่นี้ไม่น่าจะมีอะไรน่ากลัวผมกับคิดผิดแค่หมาวัดสิบกว่าตัวเห่าหอนตามรายทางไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกลัวขึ้นมาเลยสักนิดนอกเสียจากว่าพื้นดินที่ผมเหยียบอยู่ตอนนี้ผู้คนเรียกมันว่าป่าช้าซึ่งเป็นพื้นที่แห่งหนึ่งในประเทศไทยที่มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับภูติผีและวิญญาณ ผมเคยดูภาพยนต์สยองขวัญมาก็มากเรียกได้ว่าผมแทบจะรู้จักผีทุกชาติของทุกแผ่นดินในโลกใบนี้โดยเฉพาะผีในประเทศไทยที่เขาว่ากันว่าน่ากลัวสุดๆ
เนื่องจากเจ้านายของผมนั้นเป็นคนไทยและแน่นอนว่าทั้งเรื่องเล่า ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับผีและวิญญาญที่ถูกส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่นทำให้ผมได้ยินและได้ฟังเรื่องพวกนี้มาจากเจ้านายของผมอยู่มาก โดยเฉพาะคุณหนูพบรักคุณหนูใหญ่ของตระกูลที่ผมทำงานให้ เธอนั้นชอบมีเรื่องเล่าน่ากลัวๆและความเชื่อแปลกๆมาเล่าให้ผมฟังอยู่บ่อยๆจนความกลัวผีของผมนั้นมันฝังลึกลงไปอย่างไม่มีวันรักษาได้แม้ว่าผมจะไปพบจิตแพทย์มาแล้วก็ตาม ที่สำคัญเพราะผีไม่สามารถตายได้อีกครั้งและมันก็ไม่ได้กลัวลูกปืน ' ผี ' จึงเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ผมกลัว และวัดไทยจึงกลายเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับผมโดยเฉพาะในยามค่ำคืน
" ฮะ ฮัดชิ้ว!! "
" เชี้ย!! อะไรของเธอห๊ะใครบอกให้จามเวลานี้ "
ผมหันไปตวาดยัยเด็กตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างๆผม จามไม่ให้ซุ่มให้เสียงบรรยากาศยิ่งเงียบๆวังเวงๆอยู่ด้วยถ้าผีตื่นขึ้นมาจะทำยังไง
" อ้าวก็ถินคันจมูกก็ต้องจามสิลุง ว่าแต่ลุงเหอะกลัวผีใช่ม้า "
ยัยเด็กปากดีชี้นิ้วใส่ผมเป็นเชิงล้อเลียน ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมคุณหนูทั้งสองถึงได้ให้ผมดูแลยัยเด็กนี่ทั้งๆที่ยัยเด็กนี่ก็ไม่ได้มีความสำคัญหรือเป็นอะไรกับคนในบ้านคุณหนูเลยสักนิดแต่ถึงผมจะคิดแบบนั้นก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีในเมื่อคุณหนูสั่งให้ดูแลยัยเด็กนี่ผมก็ต้องทำตาม
" ยุ่ง "
ผมตอบพลางรีบเดินตามยัยตัวเล็กนี่ไปแต่มือของผมก็ยังคงกอดแขนยัยตัวเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อย แบบว่าทางที่เราเดินอยู่มันมืดน่ะครับผมกลัวหลงเพราะไม่เคยมาที่นี่ก็เลยต้องเกาะกันเอาไว้ อีกอย่างค่ำมืดแบบนี้อากาศเริ่มเย็นผมว่าถ้าเราอยู่ใกล้ๆกันไว้จะช่วยให้ร่างกายเราอบอุ่น
" โธ่ลุง กลัวก็บอกกลัวดิไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย อีกอย่างนะลุงไม่ต้องกลัวหรอกเดี๋ยวถินจะปกป้องลุงเอง "
คนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างๆหันมาเลิกคิ้วให้ผมก่อนจะฉีกยิ้มโชว์ฟันขาวๆมาให้ ' เดี๋ยวถินจะปกป้องลุงเอง ' ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครพูดอะไรแบบนี้กับผมเลยนะ พอได้ฟังแล้วก็รู้สึก...ดีเป็นบ้าเลย ทั้งๆที่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเกิดมาเพื่อปกป้องและดูแลคนอื่นแท้ๆ แต่พอมีใครบางคนพูดว่าจะปกป้องผมขึ้นมาผมกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
" ลุง!! มองถินแบบนี้คิดไรกับถินป่ะเนี่ย "
คนข้างๆหันมาพูดกับผมเรียกสติผมกลับมาอีกครั้ง มอง ผมนี่นะมองยัยเด็กนี่
" ใครมองใครพูดมากจังนะรีบๆเดินได้แล้วเมื่อไหร่จะถึง "
" ถึงแล้วลุงเนี่ยบ้านถินเอง เดี๋ยวลุงนั่งรอตรงนี้นะถินจะไปเอาน้ำมาให้ จะได้รีบไปเก็บของต่อ "
ผมมองตามยัยตัวเล็กที่ไซส์เท่าหมากระเป๋ากำลังเดินเข้าไปในเพลิงไม้เก่าๆที่เอาป้ายโฆษณามากั้นไว้บังแดดบังลมส่วนหลังคาถึงตอนนี้จะมืดแล้วผมก็พอจะมองออกว่าทำจากสังกะสีเก่าๆ ยัยเด็กนี่เป็นสาวเป็นแส้แท้ๆมาอยู่ในที่ที่แบบนี้กับยายแค่สองคนได้ยังไง มิน่าล่ะคุณหนูเล็กถึงได้ย้ำกับผมนักหนาว่าให้ใช้ช่วงเวลานี้พายัยเด็กนี่ออกไปอยู่ที่อื่นให้ได้
" อะลุงน้ำ กินได้นะอันนี้ถินเอามาจากวัด "
แก้วน้ำพลาสติกเล็กๆเหมือนถ้วยเจเล่ไลท์ถูกวางไว้บนแคร่ที่ผมนั่งอยู่พร้อมกับหลอดพลาสติกสีขาวก่อนที่คนเอามาให้จะเดินกลับเข้าไปด้านใน
ผมใช้ช่วงเวลาที่นั่งรอยัยตัวเล็กเก็บเสื้อผ้าอยู่ในบ้านสำรวจบริเวณรอบๆที่เป็นป่ารกทึบ จะมีบ้านคนก็ไกลออกไปดีหน่อยที่บ้านยัยตัวเล็กมีไฟฟ้าให้ใช้ก็เลยดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่พอเห็นแบบนี้แล้วก็คิดถึงตัวเองกับแม่สมัยที่ผมยังเด็กๆถ้าไม่มีพวกคุณคุณมาช่วยเอาไว้ผมคงไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายและดีกว่าเมื่อก่อนแบบนี้
" ลุง ถินเก็บของเสร็จแล้วนะเราไปกันเลยมั้ย "
เสียงใสๆดังขึ้นด้านหลังก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินออกมาพร้อมกับเป้ใบเล็กๆในมือยังมีกล่องกระดาษเก่าๆที่ไม่มีฝาปิดเผยให้เห็นด้านในที่เป็นพวกหนังสือเรียนและอุปกรณ์การเรียนของเจ้าตัว
" ของมีแค่นี้หรอ พวกเอกสารสำคัญของมีค่าแล้วก็เสื้อผ้าเอามาให้หมดเลย "
ผมบอก
" นี่ลุงพาถินมาเก็บของหรือจะมาปล้นถินกันแน่เนี่ยพูดยังกะเป็นโจรงั้นแหละ เอาของมีค่าออกมาให้หมด!! "
เกลียดเสียงสองของประโยคหลังจริงๆยัยเด็กบ้าเอ๊ย!!
" ยายเธอไม่ได้อยู่โรงพยาบาลแค่วันสองวันนะ ยายเธอต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนสองเดือนส่วนเธอก็ต้องไปอยู่ที่ผับเธอจะเอาเวลาไหนกลับมาที่นี่งานก็ต้องทำ มหาลัยก็ต้องไปแถมยังต้องไปเยี่ยมยายที่โรงพยาบาลอีก ไปเอามาให้หมดเลยอย่าเรื่องมาก "
ผมบอก
" แล้วของอันอื่นล่ะลุง โอ่ง กะละมัง สังกะสี หม้อกะทะ จานข้าวไรงี้ "
ฮึ่ม!!
" อันนั้นไม่ต้อง!! "
" อ้าวก็เมื่อกี้ลุงบอกถินว่าให้เอาไปให้หมด "
เย็นไว้เย็นไว้ยัยนี่ยังเด็กอยู่...
" เร็วๆ "
" ได้จ้ารอแป๊บนะจ๊ะ เล่นด้วยก็ไม่เล่นด้วยชิ "
เซ็น...ชีวิตคู่แบบจริงๆจังๆของผมเริ่มขึ้นหลังจากที่ใครบางคนเรียนจบ แน่นอนว่าเราสองคนมีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้เพิ่มจากกันและกัน และมีหลายอย่างที่ต้องปรับและเปลี่ยนเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สำหรับใครบางคนนั้นผมให้เธอไปเรียนรู้จากบรรดานายหญิงของผมว่าหน้าที่ของภรรยาที่ดีมีอะไรบ้าง แน่นอนว่ากระถินเป็นคนเรียนรู้เร็วเธอสามารถเป็นภรรยาในแบบที่นายหญิงทุกคนของผมเป็นส่วนผมเองก็ต้องเรียนรู้การเป็นสามีที่ดีจากเจ้านายของผมเช่นกัน" ไอ้เซ็นเมื่อไหร่มึงจะเสร็จกูรอนานแล้วนะ "เสียงไอ้แชมป์เพื่อนซี้ของผมเร่งเร้า วันนี้มันมาหาผมตั้งแต่เช้าเพราะจะให้ผมไปทำธุระเป็นเพื่อนแต่ว่าผมติดภารกิจสำคัญเลยต้องให้มันนั่งรอไปก่อน" แป๊บดิถ้ามึงรีบมึงก็ไปก่อนเลย "ผมตอบมันด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด" แล้วทำไมมึงไม่ซักเครื่องวะมานั่งซักมือให้เมื่อยทำไม "มันถามผมพลางมองมาที่กะละมังซักผ้าตรงหน้าผม" ก็ชุดชั้นในใครเขาให้ซักเครื่อง เจ้านายกูบอกว่าจะทำให้เสื้อในเสียทรงแล้วก็ยืดเร็วส่วนกางเกงในถ้าซักเครื่องมันจะไม่สะอาด "ผมหันไปตอบคนที่ยืนพิงหน้าประตูห้องน้ำมองผมซักผ้าอยู่ด้านใน เพิ่งจะรู้ว่าของใช้ของผู้หญิงมันจุกจิกเ
กระถิน...ฉันกับลุงเรากลับจากญี่ปุ่นได้ประมาณสัปดาห์กว่าๆแล้วล่ะ เราไปเที่ยวและช่วยกันดูแลยายด้วยกันรวมถึงบอกเรื่องของเราให้ยายรู้ด้วย ตอนนี้ยายออกจากโรงพยาบาลได้สองสามวันแล้วล่ะ ฉันกับลุงตกลงกันว่าจะย้ายออกไปอยู่คอนโดด้วยกันเพราะยายจะได้ไปอยู่กับฉันด้วย แน่นอนว่าต้องมีเรื่องอื่นระหว่างฉันกับลุงที่ยายต้องรับรู้ด้วย รวมถึงป้าหนาวและใครอีกหลายคนวันนี้ที่คอนโดของเรามีแขกมาเยอะแยะเต็มไปหมดส่วนมากก็บรรดาเจ้านายของลุงนั่นแหละ เพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันกับลุงจะเข้าพิธีหมั้นด้วยกัน งานหมั้นของเราสองคนจัดขึ้นแบบเรียบง่ายเราเชิญเพียงแค่เพื่อนสนิทและคนรู้จักมาเท่านั้นหลังจากนี้ก็คงเป็นงานแต่งฉันที่จะจัดขึ้นหลังเรียนจบ ฉันรู้ว่ามันเร็วเกินไปที่จะทำอะไรแบบนี้แต่ฉันเลือกแล้วและมั่นใจในตัวลุงด้วย" เอาล่ะทีนี้เราก็ปาร์ตี้กันต่อเลยคร้าบ "เสียงเฮียเซียนเรียกพวกเราที่นั่งกันอยู่พลางยกขวดเบียร์ในมือขึ้น" วันนี้เธอห้ามดื่มนะรู้มั้ย "คนข้างๆฉันกระซิบบอกก่อนจะลุกออกไปเข้ากลุ่มกับบรรดาหนุ่มๆด้วยกัน ส่วนบรรดาสาวๆทั้งหลายก็กำลังจับกลุ่มกันเม้าส์มอยตามประสาผู้หญิงที่นานๆจะได้มาเจอกันสักครั้งเพราะส่วนมากใช้เว
อบเชย...นับเป็นเวลาเกือบเดือนเลยก็ได้ที่ฉันต้องลางานมาดูแลใครบางคนที่มือเจ็บทั้งสองข้างตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้น ถ้าแม่ไม่บังคับนะฉันไม่ทำถึงขนาดนี้หรอกแค่มือเจ็บก็ต้องให้คนมาดูแลแถมแผลของนายนั่นก็หายช้าเป็นบ้าจนบางครั้งฉันก็แอบคิดไปว่านายนั่นจะติดเชื้อจนเรื้อรังแล้วถูกตัดมือทิ้งหรือเปล่า แต่พอมารู้ความจริงว่านายนั่นเป็นโรคเบาหวานขั้นรุนแรงจนต้องพกอินซูลินติดตัวไว้ตลอดเวลาฉันก็แอบรู้สึกผิดที่แทงเขาวันนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้นะถ้าเกิดเป็นโจรขึ้นมาจริงๆฉันก็แย่น่ะสิ" นี่แล้วนายไม่กลับไปใต้หวันเหรอทำไมอยู่ๆก็มาพักที่นี่ล่ะ "ฉันถามคนที่นั่งดูทีวีอยู่หน้าโซฟา ก็ตั้งแต่นายนี่ออกจากโรงพยาบาลมาแม่ฉันก็บอกว่าเขาจะพักที่บ้านฉันแล้วก็ให้ฉันดูแลเขาด้วย ส่วนพ่อกับแม่ฉันน่ะเหรอ โน่นนอนที่เพลิงเหมือนเดิมทิ้งให้ฉันกับไอ้บ้านี่อยู่ด้วยกันแค่สองคน" อยากกลับก็จะกลับเองแหละ "คนที่นั่งอยู่ตอบด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางเคี้ยวขนมแล้วหันไปดูทีวีต่อ" แล้วนายไม่ทำงานทำการหรือไง "ฉันถามต่อ" ไม่อะ รวยแล้ว "ฮึ่ม!!" ฉันชื่ออบเชยนายชื่ออะไร "ก็ตั้งแต่ที่ดูแลกันมาฉันกับนายนี่ยังไม่เคยเรียกชื่อกันเลยสักครั้ง
กระถิน...ในที่สุดวันปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษาที่สี่ก็มาถึง วันนี้ที่มหาลัยของฉันมีงานเลี้ยงอำอาที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น แน่นอนว่างานเลี้ยงควรจัดขึ้นตอนกลางคืนถึงจะสนุกแต่ทางมหาลัยได้เล็งเห็นความปลอดภัยของนักศึกษาหากกลับบ้านยามดึกก็เลยมีการเปลี่ยนแผนให้จัดงานในช่วงกลางวัน" ไม่เห็นต้องแต่งตัวขนาดนี้เลย "คนข้างๆชักสีหน้าไม่พอใจใส่ฉันขณะที่เลี้ยวเข้าไปจอดหน้ามหาลัย จะอะไรอีกล่ะสงสัยชุดที่ฉันใส่จะไม่เข้าตาล่ะมั้ง" มันไม่โป๊สักหน่อยลุง แค่ชุดกระโปรงสายเดี่ยวเองปะ "ฉันหันไปเถียง" รู้งี้ประทับตราให้ทั่วซะก็ดีจะได้ใส่เปิดๆไม่ได้ "คนข้างๆพรึมพรำต่อ" ถ้าลุงทำแบบนั้นถินจะโกรธลุงมากๆ เพราะนานๆครั้งถินถึงจะได้แต่งตัวสวยๆแบบนี้นะ "ฉันว่า" แล้วนี่กลับตอนไหนให้ฉันมารับมั้ยหรือจะกลับกับเพื่อน "คนข้างๆถามต่อ" ถินว่าจะกลับกับเพื่อนน่ะ วันสุดท้ายแล้วก็อยากอยู่ด้วยกันนานๆ "" จะไปต่อไหนกันอีกล่ะ "รู้ทันอีก!!" โธ่ลุงอะแค่วันนี้วันเดียวเองนะนะ "" ออกไปต่อข้างนอกก็อย่าดื่มเยอะนะรู้มั้ยเวลาเธอเมาไม่มีใครดูแลนะ อย่าลืมว่าคนที่นี่ไม่ใช่เพื่อนที่มหาลัยเก่าของเธอ
กระถิน..." อึก อื้ม "ฉันกอดรัดรอบคอของคนตรงหน้าไว้แน่นเมื่อริมฝีปากร้อนๆเอาแต่ป้อนรสจูบดูดดื่มมาให้ฉันเริ่มทำให้ฉันเคลิ้ม ปลายลิ้นชื้นแฉะของใครบางคนยังคงซุกซนในโพลงปากเกี่ยวดึงลิ้นเรียวของฉันไปมาซ้ำๆจนรู้สึกวาบหวิวไปหมด" อื้ม "เสียงคลอเบาๆใบลำคอของคนตรงหน้าดังขึ้นเป็นระยะขณะที่ริมฝีปากยังคงวุ่นวายอยู่กับการจูบ ฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนเริ่มซุกไซร้ไปมาตามแผ่นหลังของฉันก่อนจะเริ่มสอดแทรกเข้ามาใต้ร่มผ้าแล้วลูบไล้ไปมา ความรู้สึกเสียวซ่านจากฝ่ามือใหญ่ทำให้ฉันขนลุกซู่เมื่อลูบไล้ไปมาเรื่อยๆ" อื้อเจ็บนะ "ฉันดุคนที่เริ่มเคลื่อนริมฝีปากลงมาตามซอกคอเมื่อรู้สึกเจ็บจี๊ดๆเหมือนมีอะไรกำลังทิ่มหรือถูไถไปตามซอกคอ ขนหนวดเคราที่เริ่มขึ้นของใครบางคนทำให้ฉันต้องเบือนหน้าหนีแต่ใบหน้าหล่อๆก็ยังคงตามมาซุกไซร้ไม่เลิกฝ่ามือใหญ่เริ่มเคลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกทั้งสองข้างของฉันแรงๆจนฉันต้องฟาดแขนคนตัวใหญ่หลายครั้งแต่ก็เหมือนกับว่าใครบางคนจะได้ใจเพราะยังคงแกล้งฉันไม่เลิก" หยุดไม่ได้แล้วทำไงดีนะ "เสียงทุ้มกระซิบบอกก่อนจะขบริมฝีปากร้อนๆเข้ากับใบหูของฉันแรงๆจนสะดุ้งโหยง ใครบางคนเคลื่อนตัวไปยิืนด้านหลังก่อนจะกอด
เซ็น...ผ่านมาหลายเดือนแล้วที่ใครบางคนมาเรียนที่นี่ในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนและนี่ก็ใกล้วันปิดภาคเรียนเข้ามาทุกที แหงล่ะว่าใครบางคนก็ต้องกลับไปเรียนต่ออีกเทอมให้จบ ซึ่งผมดีใจกว่าใครบางคนเป็นร้อยเท่าที่จะได้กลับไป ไม่ใช่ว่าดีใจเพราะจะได้กลับไปทำงานหรอกนะแต่ดีใจที่จะได้กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมแล้วต่างหากล่ะ" อุบ อ้วก!! "เสียงใครบางคนที่อยู่ในห้องน้ำดังขึ้นฟังดูก็รู้ว่ากำลังอาเจียนอยู่" กระถินเป็นยังไงบ้างไปหาหมอมั้ย "ผมถามคนที่นั่งเกาะขอบชักโครกอยู่ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก สองสามวันมาแล้วมั้งที่กระถินเอาแต่อาเจียนแล้วก็บ่นว่าเวียนหัวอยู่บ่อยๆ" ถินไม่เป็นอะไรมากหรอกลุงเดี๋ยวก็หาย "คนดื้อยังคงรั้นที่จะไม่ไปหาหมอ แต่อาการแบบนี้น่ะผมว่าผมคุ้นๆนะเหมือนเคยเห็นเจ้านายหลายๆคนเป็นมาก่อน แพ้ท้อง!! หรือว่ากระถินกำลังจะมีลูกให้ผม!!" ว่าแต่ทำไมเราไม่แพ้ท้องแทนกระถินล่ะ "ผมนั่งถามตัวเองเป็นร้อยรอบที่โซฟาหน้าทีวีในห้องนั่งเล่น ส่วนใครบางคนตอนนี้หลับไปแล้วล่ะ เอ้อผมลืมบอกว่ากระถินมาอยู่ที่นี่ได้สองวันแล้วตั้งแต่ที่มีอาการแปลกๆ โดยผมอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ปกครองกับทางมหาลัยในการพาเธออกมาพักข้างนอก







