LOGINกระถิน...
" ถ้าเป็นแบบนี้งั้นถินก็ไม่ต้องไปประกวดร้องเพลงแล้วใช่ป่ะ "
เสียงของอบเชยที่นั่งเคี้ยวขนมอยู่ตรงหน้าฉันถามขึ้น ตอนนี้เราสองคนนั่งอยู่ในสวนหย่อมของมหาลัยเพราะก่อนหน้านี้ฉันเล่าเรื่องที่ฉันต้องเริ่มทำงานวันนี้ให้อบเชยฟังแล้ว และดูเหมือนว่าอบเชยจะดีใจกว่าฉันซะอีกที่เห็นว่าฉันได้งานที่มีค่าจ้างเยอะๆ
" ใช่ ถินเสียดายมากเลยอะเชย อุตส่าห์ตั้งใจซ้อมว่าจะไปคว้าเหรียญทองซะหน่อยคืนนี้ "
ฉันตอบพลางถอนหายใจออกมายาวๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยากไปร้องเพลงที่งานวัดจนไม่อยากไปทำงานที่ป้าหนาวหามาให้หรอกนะ ฉันดีใจด้วยซ้ำที่ป้าหนาวไม่ได้ทิ้งฉันแถมยังใจดีหางานให้อีก แต่ที่ยังอาลัยอาวรณ์กับงานวัดคืนนี้อยู่ก็เพราะว่าอยากได้เงินหลายๆทางต่างหากแต่ก็ช่างเถอะฉันตัดใจแล้วล่ะ
' ขออนุญาตอาจารย์ที่กำลังทำการสอนอยู่ในขณะนี้ทุกท่าน นี่คือเสียงจากห้องประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย..... ขอเชิญนางสาวมินตรา เริงร่า ที่ห้องประชาสัมพันธ์เดี๋ยวนี้ด้วยค่ะ '
" อ้าวนั่นชื่อถินนี่นามีอะไรอะ "
หลังจากเสียงประชาสัมพันธ์ของทางมหาวิทยาลัยจบลง อบเชยที่นั่งกินขนมอยู่ก็เงยหน้ามาสบตากับฉันพลางถามขึ้น นั่นน่ะสิมีอะไรนะทำไมถึงเรียกฉันไป
" หรือว่ายายจะโทรมาหาถิน "
ฉันหันไปพูดกับอบเชยพลางเก็บหนังสือเรียนใส่กระเป๋าไปด้วย ฉันกับยายเราใช้โทรศัพท์เครื่องเดียวกันและฉันให้ยายพกโทรศัพท์ติดตัวเอาไว้ เวลายายมีอะไรก็ให้โทรหาอบเชยเพราะส่วนมากฉันกับอบเชยเราจะตัวติดกันตลอดหรือถ้าติดต่ออบเชยไม่ได้ก็ให้ยายโทรเข้าเบอร์มหาลัยได้เลย คิดแล้วก็ร้อนใจยายเป็นอะไรหรือเปล่านะถึงได้โทรมา
" งั้นถินไปแล้วนะเชย "
ฉันหันไปบอกอบเชยก่อนจะรีบวิ่งไปที่อาคารประชาสัมพันธ์พลางมองหาเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปหา
" สวัสดีค่ะหนูชื่อมินตรานะคะ มาตามประชาสัมพันธ์เมื่อกี้นี้ค่ะ "
ฉันเดินไปบอกอาจารย์ที่ทำหน้าหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์พลางแจ้งวัตถุประสงค์ของตัวเองออกไป
" อ๋อ เดี๋ยวเชิญนักศึกษาไปที่ลานจอดรถได้เลยค่ะผู้ปกครองมารอแล้ว เห็นบอกว่าคุณยายเข้าโรงพยาบาลด่วน ส่วนเรื่องเรียนวันนี้อาจารย์แจ้งอาจารย์ประจำวิชาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ "
" อ่อค่ะ ขอบคุณมากนะคะ "
ฉันส่งยิ้มให้อาจารย์ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังลานจอดรถตามที่อาจารย์บอก ในใจก็รู้สึกใจหายและรู้สึกหน่วงๆอย่างบอกไม่ถูก ยายไม่สบายอีกแล้วหรอแต่คราวนี้ถึงกลับเข้าโรงพยาบาลเลยนะ ถ้ายายเป็นอะไรไปแล้วฉันจะอยู่กับใคร...ว่าแต่ใครล่ะที่มารับฉันหรือว่าจะเป็นญาติป้าหนาว
ปริ๊น ปริ๊น!
เสียงแตรรถยนต์สีดำคันหรูที่จอดติดเครื่องยนต์อยู่ดังขึ้น พอฉันหันไปมองก็เห็นว่ากระจกฝั่งคนขับนั้นลดระดับลงแล้วผู้ชายชุดดำที่นั่งอยู่ในนั้นก็พยักหน้าเรียกฉัน น่ากลัวชะมัดเลยคนนี้หรือเปล่านะที่ป้าหนาวบอกว่าเป็นญาติอะ จากที่กังวลเรื่องยายอยู่ดีๆฉันกลับมากังวลเรื่องของอิตาคนนี้แทนซะงั้น
" สวัสดีค่ะ ใช่ญาติป้าหนาวมั้ยคะ "
ฉันเดินเข้าไปยกมือไหว้ก่อนจะถามเพื่อให้แน่ใจ จะได้ไม่ต้องขึ้นรถผิดคันแต่พอมองไปรอบๆแล้วนอกจากผู้ชายตรงหน้านี้ฉันก็ไม่เห็นใครที่ไหนอีกเลยนะ
" ไม่ใช่ "
อ้าว
" รีบๆขึ้นมาได้แล้วครับ คุณหนูรอคุณอยู่ที่โรงพยาบาล "
คนในรถพูดพลางทำสีหน้าหงุดหงิดใส่ฉัน อะไรวะเราก็แค่ถามดีๆป่ะถ้าไม่ใช่ญาติก็ตอบมาดีๆสิว่าเป็นคนขับรถ ไอ้ลุงหน้าจืดเอ๊ย!!
" ลุงไม่ต้องเรียกถินว่าคุณหรือพูดคงพูดครับกับถินหรอก ชื่อกระถินเรียกถินเฉยๆก็ได้ "
ฉันหันไปบอกคนข้างๆที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ หร่ตามองดีๆก็หล่ออยู่หรอกนะแต่รู้สึกไม่ค่อยชอบขี้หน้าอิตาลุงคนนี้เลย เหมือนจะเป็นคนขี้หงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้หรือว่านี่จะเป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังเข้าสู่วัยทองนะ
" งั้นเธอก็เลิกเรียกฉันว่าลุงได้แล้วฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้นแล้วก็ยังไม่ถึงสามสิบด้วย "
คนข้างๆพูดแบบไม่หันมามองหน้าฉัน
" ไม่ได้หรอกลุงคนอื่นๆถินก็เรียกลุงเหมือนกันเดี๋ยวจะไม่ยุติธรรมกับคนอื่นนะ "
ฉันตอบพลางเลิกคิ้วให้ ก็ญาติๆป้าหนาวที่ป้าหนาวเรียกเจ๊เรียกเฮียฉันก็เรียกพวกพี่เขาว่าลุงกับป้าทั้งนั้น ถ้าอยู่ดีๆมาเรียกอิตาลุงคนนี้ว่าพี่มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับคนอื่นน่ะสิ
" ลุงเป็นคนขับรถบ้านป้าหนาวหรอทำไมถินไม่เคยเห็นอะ ถินไปบ้านป้าหนาวบ่อยนะ "
ฉันหันไปถาม
" เป็นบอดี้การ์ดของคุณนักรบแต่ก็ดูแลคุณหนูเดือนหนาวด้วย "
คนข้างๆตอบนิ่งๆ
" อ๋อคนของลุงรบนี่เอง ว่าแต่ลุงทำงานกับลุงรบนานยังอะแล้วที่เขาเล่ากันต่อๆมาว่าลุงรบเป็นมาเฟียอะจริงป่ะลุง "
" เฮ้อ!! ช่วยนั่งเงียบๆได้มั้ยฉันต้องใช้สมาธิในการขับรถ "
เป็นครั้งแรกที่คนข้างๆหันมามองหน้าแล้วพูดกับฉันก่อนจะหันกลับไป อะไรของเขาถามแค่นี้ก็ไม่ได้ไอ้เราก็หวังดีกลัวจะเหงานั่งขับรถเงียบๆก็เลยชวนคุย ชิไม่คุยก็ไม่ต้องคุย!!
" คุณยายของเธอต้องค้างที่โรงพยาบาลหลายคืนนะ หมอบอกว่าตรวจเจอโรคอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเลย "
อยู่ๆคนข้างๆก็พูดขึ้น ฉันรู้แล้วว่ายายอะป่วยแต่ฉันไม่มีเงินพายายไปหาหมอนี่ อีกอย่างยายก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากไม่ต้องไปก็ได้ฉันก็เลยไม่ได้พายายไปหาหมอสักทีแต่ถึงไปแล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่ารักษาล่ะ
" เฮ้!! ฉันคุยกับเธออยู่นะ "
" ก็ลุงบอกให้ถินนั่งเงียบๆไง จะเอาอะไรอีก "
ฉันหันไปทำหน้าหงุดหงิดใส่อิตาลุงคนนี้บ้างคิดว่าตัวเองหงุดหงิดเป็นคนเดียวหรือไง ฉันรู้เรื่องของยายมาตลอดแหละแต่จะให้ทำยังไงล่ะ
" ในระหว่างที่ยายเธอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลคุณหนูให้เธอไปพักที่ผับเพราะยังไงก็ต้องทำงานที่นั่นอยู่แล้ว เข้าใจหรือเปล่า "
คนข้างๆหันมาพูดกับฉันอีกครั้ง แน่นอนสิฉันไม่กล้านอนที่บ้านคนเดียวหรอกครั้งแรกก็คิดว่าจะไปขอนอนกับอบเชยแต่ถ้าป้าหนาวบอกมาแบบนั้นฉันก็คงขัดไม่ได้
" ค่ะ "
ระหว่างทางที่ฉันกับลุงที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อนั่งรถมาด้วยกันบรรยากาศในรถก็เงียบลงเรื่อยๆแม้แต่เสียงเพลงก็ยังไม่มี คนบ้าอะไรขับรถไม่เปิดเพลง
การจราจรที่ติดขัดในช่วงบ่ายเลยไปจนถึงช่วงเย็นจนเป็นเวลามืดค่ำฉันกับตาลุงไร้ชื่อก็เดินทางมาถึงวัดซึ่งอยู่ในซอยบ้านฉัน ฉันบอกตาลุงไร้ชื่อคนนี้ว่าต้องจอดรถเอาไว้ในวัดแล้วก็เดินเข้าไปเพราะทางมันแคบรถยนต์เข้าไม่ได้และให้ตาลุงไร้ชื่อรออยู่ที่นี่พอฉันเก็บของเสร็จแล้วจะรีบกลับมา แต่ว่าตาลุงไร้ชื่อคนนี้สิก็ยังอยากจะเดินตามมาอีกอะไรจะฟังคำสั่งป้าหนาวขนาดนั้น ' คุณหนูบอกให้ฉันดูแลเธอ ' เฮอะ!!
ระหว่างทางที่ฉันกับตาลุงไร้ชื่อนั้นเดินมาด้วยกันมีเพียงแสงไฟไกลๆจากวัดเท่านั้นที่ส่องสว่างแล้วก็ได้แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือของตาลุงไร้ชื่อด้วยที่ส่องทางพอให้เห็น ถ้ามาคนเดียวป่านนี้ฉันวิ่งร้อยคูณร้อยไปแล้วไม่มัวมาเดินจงกลมอยู่แบบนี้หรอกบรรยากาศวังเวงจะตาย
" ลุงกลัวหมาป่าว "
ฉันหันไปถามคนที่เดินส่องไฟตามหลังฉันมาเพราะข้างหน้าที่เราต้องเดินผ่านจะเป็นป่าช้าหลังวัดแถมตรงนั้นยังมีหมาวัดอยู่เต็มไปหมด
" ไม่ "
คนข้างหลังตอบ โอเคได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย
" ทำไมกำแพงวัดเป็นรูปแปลกๆ "
อยู่ๆคนข้างหลังก็ถามขึ้นพลางบุ้ยปากไปยังอัฐิสภาพโทรมๆบางอันก็หักพังลงวางเรียงรายอยู่ตามรายทาง สงสัยเป็นต่างชาติล่ะสิท่าเพราะเป็นคนของลุงรบก็เลยไม่รู้จัก
" กำแพงวัดที่ไหนกันล่ะลุงเขาเรียกอัฐิเอาไว้ใส่เถ้ากระดูกของคนที่ตายไปแล้ว "
" .......... "
" แล้วก็ตอนนี้น่ะนะเราเดินมาถึงป้าช้าหลังวัดแล้วนะ ป้าช้าที่เขาเอาศพคนตายมาฝังอะลุง ไม่ก็เอาอัฐิมาวางไว้แบบที่ลุงเห็นอะ "
โบร๊วววว!!
" เชี้ย!! "
" กรี๊ด!! ลุง!! ปล่อยถินนะ จะกอดทำไมเนี่ยปล่อยก่อน!! "
เซ็น...ชีวิตคู่แบบจริงๆจังๆของผมเริ่มขึ้นหลังจากที่ใครบางคนเรียนจบ แน่นอนว่าเราสองคนมีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้เพิ่มจากกันและกัน และมีหลายอย่างที่ต้องปรับและเปลี่ยนเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สำหรับใครบางคนนั้นผมให้เธอไปเรียนรู้จากบรรดานายหญิงของผมว่าหน้าที่ของภรรยาที่ดีมีอะไรบ้าง แน่นอนว่ากระถินเป็นคนเรียนรู้เร็วเธอสามารถเป็นภรรยาในแบบที่นายหญิงทุกคนของผมเป็นส่วนผมเองก็ต้องเรียนรู้การเป็นสามีที่ดีจากเจ้านายของผมเช่นกัน" ไอ้เซ็นเมื่อไหร่มึงจะเสร็จกูรอนานแล้วนะ "เสียงไอ้แชมป์เพื่อนซี้ของผมเร่งเร้า วันนี้มันมาหาผมตั้งแต่เช้าเพราะจะให้ผมไปทำธุระเป็นเพื่อนแต่ว่าผมติดภารกิจสำคัญเลยต้องให้มันนั่งรอไปก่อน" แป๊บดิถ้ามึงรีบมึงก็ไปก่อนเลย "ผมตอบมันด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด" แล้วทำไมมึงไม่ซักเครื่องวะมานั่งซักมือให้เมื่อยทำไม "มันถามผมพลางมองมาที่กะละมังซักผ้าตรงหน้าผม" ก็ชุดชั้นในใครเขาให้ซักเครื่อง เจ้านายกูบอกว่าจะทำให้เสื้อในเสียทรงแล้วก็ยืดเร็วส่วนกางเกงในถ้าซักเครื่องมันจะไม่สะอาด "ผมหันไปตอบคนที่ยืนพิงหน้าประตูห้องน้ำมองผมซักผ้าอยู่ด้านใน เพิ่งจะรู้ว่าของใช้ของผู้หญิงมันจุกจิกเ
กระถิน...ฉันกับลุงเรากลับจากญี่ปุ่นได้ประมาณสัปดาห์กว่าๆแล้วล่ะ เราไปเที่ยวและช่วยกันดูแลยายด้วยกันรวมถึงบอกเรื่องของเราให้ยายรู้ด้วย ตอนนี้ยายออกจากโรงพยาบาลได้สองสามวันแล้วล่ะ ฉันกับลุงตกลงกันว่าจะย้ายออกไปอยู่คอนโดด้วยกันเพราะยายจะได้ไปอยู่กับฉันด้วย แน่นอนว่าต้องมีเรื่องอื่นระหว่างฉันกับลุงที่ยายต้องรับรู้ด้วย รวมถึงป้าหนาวและใครอีกหลายคนวันนี้ที่คอนโดของเรามีแขกมาเยอะแยะเต็มไปหมดส่วนมากก็บรรดาเจ้านายของลุงนั่นแหละ เพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันกับลุงจะเข้าพิธีหมั้นด้วยกัน งานหมั้นของเราสองคนจัดขึ้นแบบเรียบง่ายเราเชิญเพียงแค่เพื่อนสนิทและคนรู้จักมาเท่านั้นหลังจากนี้ก็คงเป็นงานแต่งฉันที่จะจัดขึ้นหลังเรียนจบ ฉันรู้ว่ามันเร็วเกินไปที่จะทำอะไรแบบนี้แต่ฉันเลือกแล้วและมั่นใจในตัวลุงด้วย" เอาล่ะทีนี้เราก็ปาร์ตี้กันต่อเลยคร้าบ "เสียงเฮียเซียนเรียกพวกเราที่นั่งกันอยู่พลางยกขวดเบียร์ในมือขึ้น" วันนี้เธอห้ามดื่มนะรู้มั้ย "คนข้างๆฉันกระซิบบอกก่อนจะลุกออกไปเข้ากลุ่มกับบรรดาหนุ่มๆด้วยกัน ส่วนบรรดาสาวๆทั้งหลายก็กำลังจับกลุ่มกันเม้าส์มอยตามประสาผู้หญิงที่นานๆจะได้มาเจอกันสักครั้งเพราะส่วนมากใช้เว
อบเชย...นับเป็นเวลาเกือบเดือนเลยก็ได้ที่ฉันต้องลางานมาดูแลใครบางคนที่มือเจ็บทั้งสองข้างตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้น ถ้าแม่ไม่บังคับนะฉันไม่ทำถึงขนาดนี้หรอกแค่มือเจ็บก็ต้องให้คนมาดูแลแถมแผลของนายนั่นก็หายช้าเป็นบ้าจนบางครั้งฉันก็แอบคิดไปว่านายนั่นจะติดเชื้อจนเรื้อรังแล้วถูกตัดมือทิ้งหรือเปล่า แต่พอมารู้ความจริงว่านายนั่นเป็นโรคเบาหวานขั้นรุนแรงจนต้องพกอินซูลินติดตัวไว้ตลอดเวลาฉันก็แอบรู้สึกผิดที่แทงเขาวันนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้นะถ้าเกิดเป็นโจรขึ้นมาจริงๆฉันก็แย่น่ะสิ" นี่แล้วนายไม่กลับไปใต้หวันเหรอทำไมอยู่ๆก็มาพักที่นี่ล่ะ "ฉันถามคนที่นั่งดูทีวีอยู่หน้าโซฟา ก็ตั้งแต่นายนี่ออกจากโรงพยาบาลมาแม่ฉันก็บอกว่าเขาจะพักที่บ้านฉันแล้วก็ให้ฉันดูแลเขาด้วย ส่วนพ่อกับแม่ฉันน่ะเหรอ โน่นนอนที่เพลิงเหมือนเดิมทิ้งให้ฉันกับไอ้บ้านี่อยู่ด้วยกันแค่สองคน" อยากกลับก็จะกลับเองแหละ "คนที่นั่งอยู่ตอบด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางเคี้ยวขนมแล้วหันไปดูทีวีต่อ" แล้วนายไม่ทำงานทำการหรือไง "ฉันถามต่อ" ไม่อะ รวยแล้ว "ฮึ่ม!!" ฉันชื่ออบเชยนายชื่ออะไร "ก็ตั้งแต่ที่ดูแลกันมาฉันกับนายนี่ยังไม่เคยเรียกชื่อกันเลยสักครั้ง
กระถิน...ในที่สุดวันปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษาที่สี่ก็มาถึง วันนี้ที่มหาลัยของฉันมีงานเลี้ยงอำอาที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น แน่นอนว่างานเลี้ยงควรจัดขึ้นตอนกลางคืนถึงจะสนุกแต่ทางมหาลัยได้เล็งเห็นความปลอดภัยของนักศึกษาหากกลับบ้านยามดึกก็เลยมีการเปลี่ยนแผนให้จัดงานในช่วงกลางวัน" ไม่เห็นต้องแต่งตัวขนาดนี้เลย "คนข้างๆชักสีหน้าไม่พอใจใส่ฉันขณะที่เลี้ยวเข้าไปจอดหน้ามหาลัย จะอะไรอีกล่ะสงสัยชุดที่ฉันใส่จะไม่เข้าตาล่ะมั้ง" มันไม่โป๊สักหน่อยลุง แค่ชุดกระโปรงสายเดี่ยวเองปะ "ฉันหันไปเถียง" รู้งี้ประทับตราให้ทั่วซะก็ดีจะได้ใส่เปิดๆไม่ได้ "คนข้างๆพรึมพรำต่อ" ถ้าลุงทำแบบนั้นถินจะโกรธลุงมากๆ เพราะนานๆครั้งถินถึงจะได้แต่งตัวสวยๆแบบนี้นะ "ฉันว่า" แล้วนี่กลับตอนไหนให้ฉันมารับมั้ยหรือจะกลับกับเพื่อน "คนข้างๆถามต่อ" ถินว่าจะกลับกับเพื่อนน่ะ วันสุดท้ายแล้วก็อยากอยู่ด้วยกันนานๆ "" จะไปต่อไหนกันอีกล่ะ "รู้ทันอีก!!" โธ่ลุงอะแค่วันนี้วันเดียวเองนะนะ "" ออกไปต่อข้างนอกก็อย่าดื่มเยอะนะรู้มั้ยเวลาเธอเมาไม่มีใครดูแลนะ อย่าลืมว่าคนที่นี่ไม่ใช่เพื่อนที่มหาลัยเก่าของเธอ
กระถิน..." อึก อื้ม "ฉันกอดรัดรอบคอของคนตรงหน้าไว้แน่นเมื่อริมฝีปากร้อนๆเอาแต่ป้อนรสจูบดูดดื่มมาให้ฉันเริ่มทำให้ฉันเคลิ้ม ปลายลิ้นชื้นแฉะของใครบางคนยังคงซุกซนในโพลงปากเกี่ยวดึงลิ้นเรียวของฉันไปมาซ้ำๆจนรู้สึกวาบหวิวไปหมด" อื้ม "เสียงคลอเบาๆใบลำคอของคนตรงหน้าดังขึ้นเป็นระยะขณะที่ริมฝีปากยังคงวุ่นวายอยู่กับการจูบ ฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนเริ่มซุกไซร้ไปมาตามแผ่นหลังของฉันก่อนจะเริ่มสอดแทรกเข้ามาใต้ร่มผ้าแล้วลูบไล้ไปมา ความรู้สึกเสียวซ่านจากฝ่ามือใหญ่ทำให้ฉันขนลุกซู่เมื่อลูบไล้ไปมาเรื่อยๆ" อื้อเจ็บนะ "ฉันดุคนที่เริ่มเคลื่อนริมฝีปากลงมาตามซอกคอเมื่อรู้สึกเจ็บจี๊ดๆเหมือนมีอะไรกำลังทิ่มหรือถูไถไปตามซอกคอ ขนหนวดเคราที่เริ่มขึ้นของใครบางคนทำให้ฉันต้องเบือนหน้าหนีแต่ใบหน้าหล่อๆก็ยังคงตามมาซุกไซร้ไม่เลิกฝ่ามือใหญ่เริ่มเคลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกทั้งสองข้างของฉันแรงๆจนฉันต้องฟาดแขนคนตัวใหญ่หลายครั้งแต่ก็เหมือนกับว่าใครบางคนจะได้ใจเพราะยังคงแกล้งฉันไม่เลิก" หยุดไม่ได้แล้วทำไงดีนะ "เสียงทุ้มกระซิบบอกก่อนจะขบริมฝีปากร้อนๆเข้ากับใบหูของฉันแรงๆจนสะดุ้งโหยง ใครบางคนเคลื่อนตัวไปยิืนด้านหลังก่อนจะกอด
เซ็น...ผ่านมาหลายเดือนแล้วที่ใครบางคนมาเรียนที่นี่ในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนและนี่ก็ใกล้วันปิดภาคเรียนเข้ามาทุกที แหงล่ะว่าใครบางคนก็ต้องกลับไปเรียนต่ออีกเทอมให้จบ ซึ่งผมดีใจกว่าใครบางคนเป็นร้อยเท่าที่จะได้กลับไป ไม่ใช่ว่าดีใจเพราะจะได้กลับไปทำงานหรอกนะแต่ดีใจที่จะได้กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมแล้วต่างหากล่ะ" อุบ อ้วก!! "เสียงใครบางคนที่อยู่ในห้องน้ำดังขึ้นฟังดูก็รู้ว่ากำลังอาเจียนอยู่" กระถินเป็นยังไงบ้างไปหาหมอมั้ย "ผมถามคนที่นั่งเกาะขอบชักโครกอยู่ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก สองสามวันมาแล้วมั้งที่กระถินเอาแต่อาเจียนแล้วก็บ่นว่าเวียนหัวอยู่บ่อยๆ" ถินไม่เป็นอะไรมากหรอกลุงเดี๋ยวก็หาย "คนดื้อยังคงรั้นที่จะไม่ไปหาหมอ แต่อาการแบบนี้น่ะผมว่าผมคุ้นๆนะเหมือนเคยเห็นเจ้านายหลายๆคนเป็นมาก่อน แพ้ท้อง!! หรือว่ากระถินกำลังจะมีลูกให้ผม!!" ว่าแต่ทำไมเราไม่แพ้ท้องแทนกระถินล่ะ "ผมนั่งถามตัวเองเป็นร้อยรอบที่โซฟาหน้าทีวีในห้องนั่งเล่น ส่วนใครบางคนตอนนี้หลับไปแล้วล่ะ เอ้อผมลืมบอกว่ากระถินมาอยู่ที่นี่ได้สองวันแล้วตั้งแต่ที่มีอาการแปลกๆ โดยผมอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ปกครองกับทางมหาลัยในการพาเธออกมาพักข้างนอก







