تسجيل الدخولกระถิน...
วันนี้เป็นวันที่ฉันตื่นเต้นที่สุดเพราะจะได้เริ่มงานวันแรกถึงจะทำแค่เก็บแก้วล้างจานแต่ฉันก็ตื่นเต้นอยู่ดี นี่มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาอยู่ท่ามกลางแสงสีในผับเลยนะเคยเห็นแต่ในทีวีในละครตอนนี้ฉันได้มาอยู่ตรงนี้จริงๆแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าฉันจะพักที่นี่แต่ตอนกลางคืนลุงหมีก็ไม่ได้อนุญาตให้ฉันออกจากห้องมาเดินเล่นข้างนอกหรือเดินเพ่นพ่านในผับเพราะลุงหมีขู่จะกินหัวฉัน อีกอย่างแค่ก้าวขาออกจากห้องลุงหมีก็รู้แล้วเพราะว่าห้องนอนของฉันมันอยู่ในห้องนอนของลุงหมีอีกทีไงล่ะ
" นี่โบ๊ทน่าจะรุ่นเดียวกันกับเธอนั่นแหละทำงานแผนกเดียวกันกับเธอเก็บแก้วล้างจาน "
เสียงลุงหมีที่เดินพาฉันไปแนะนำตัวกับคนในร้านพูดเมื่อพาเดินมาหาผู้ชายตัวสูงน่าตาน่ารักซึ่งน่าจะเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับฉันและฉันก็เดาถูก
" หวัดดีโบ๊ทเราชื่อกระถินนะ "
ฉันทักทายพร้อมกับส่งยิ้มให้คนตรงหน้าที่ยืนฉีกยิ้มให้ฉันอยู่ ดูๆแล้วโบ๊ทน่าจะเป็นผู้ชายอารมณ์ดีนะถ้าให้ฉันเดาต่างจากลุงหมีที่หน้านิ่งตลอดเวลานอกเสียจากว่าจะทำหน้าอารมณ์เสียใส่ฉันเวลาคุยกัน
" อื้ม เราชื่อโบ๊ททำงานที่นี่ได้ปีกว่าแล้ว "
คนตรงหน้าบอกยิ้มๆ
" งั้นพวกเธอสองคนก็ช่วยกันตรงนี้ไปก่อนล่ะกัน เดี๋ยวมีอะไรผู้จัดการร้านจะมาสอนเธออีกทีโอเคนะ ฝากด้วยนะโบ๊ท "
ลุงหมีบอกกับฉันแค่นั้นก่อนจะหันไปพูดกับโบ๊ทแล้วเดินออกไปทิ้งให้ฉันกับโบ๊ทนั้นยืนอยู่ด้วยกันสองคน จะว่าไปแผนกของฉันกับโบ๊ทก็มีพี่อีกคนหนึ่งแต่วันนี้ลุงหมีบอกว่าพี่เขาลาหยุดเลยมีแค่ฉันกับโบ๊ทเท่านั้นที่จะทำช่วยกัน
" งั้นกระถินมาช่วยเราเรียงแก้วตรงนี้ก่อนก็ได้ ผับเพิ่งจะเปิดงานเราก็เลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ "
โบ๊ทกวักมือให้ฉันเดินไปตรงชั้นวางแก้วที่มีแก้วหลายทรงหลายขนาดวางเรียงกันอยู่ ดูๆไปแล้วงานที่นี่ก็ไม่น่ามีอะไรเป็นห่วงนะก็คงจะเหมือนกับผับทั่วๆไป ที่สำคัญงานฉันมันไม่ได้มีอะไรมากหรอกแค่เก็บแก้วล้างจานมันชิวมากเลยแหละคิดว่านะ
" กระถินเรียนอยู่มั้ยอะหรือว่าทำงานอย่างเดียว "
โบ๊ทถามขณะที่เรากำลังเรียงแก้วเข้าชั้นช่วยกัน
" เรียนอยู่ปีสามแล้วล่ะ โบ๊ทล่ะเรียนอยู่ป่าว "
ฉันตอบพลางถามกลับบ้าง ชวนกันคุยแบบนี้จะได้สนิทกันเร็วๆเวลาทำงานจะได้เข้ากันได้
" อ๋อเราไม่ได้เรียนอะจบมอปลายก็มาทำงานเลย "
คนข้างๆหันมาตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้ฉัน แหงล่ะก่อนหน้านี้ฉันเองก็เกือบไม่ได้เรียนแล้วเหมือนกันแต่ยายน่ะสิเที่ยวยืมเงินคนอื่นจนมาจ่ายค่าเทอมให้ฉันได้และพอเทอมต่อๆมาฉันก็ได้รู้จักกับป้าหนาวซึ่งเป็นป้ารหัสของฉันป้าเป็นคนช่วยเหลือเรื่องค่าเทอมฉันมาตลอดจนฉันได้เรียนมาถึงทุกวันนี้แถมตอนนี้ยังหางานให้ฉันทำแล้วก็ดูแลยายให้ฉันอีก
" อื้มว่าแต่กระถินพักที่ไหนหรอเลิกงานแล้วให้เราไปส่งมั้ย "
คนข้างๆถามต่อ โบ๊ทนี่ก็คุยเก่งเหมือนกันนะครั้งแรกฉันคิดว่าต้องทำงานด้วยกันแบบเกร็งๆซะอีก
" ถินพักที่นี่แหละ "
" หืม แต่ที่นี่เขาให้แค่พวกการ์ดกับพนักงานประจำร้านที่เป็นผู้ชายพักนี่เราเองก็ยังไม่ได้พักที่นี่เลย "
คนข้างๆขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย ก็ใช่แหละฉันเองก็เคยได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกันแต่ฉันได้สิทธิพิเศษจากเจ้าของร้านไง ญาติป้าอะ
" เรื่องมันยาวน่ะเอาไว้จังหวะดีๆเดี๋ยวถินจะเล่าให้โบ๊ทฟังนะ "
ฉันตอบคนข้างๆพลางส่งยิ้มไปให้เพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี เอาเป็นว่าถ้าฉันกับโบ๊ทเราสนิทกันมากกว่านี้อีกนิดฉันจะเล่าให้โบ๊ทฟังก็แล้วกันว่าเรื่องมันเป็นมายังไง
" แล้วห้องพักข้างบนมันเป็นยังไงบ้างอะเราได้ยินมาว่าไม่มีใครเคยขึ้นไปเลยนะนอกจากพวกพี่ๆการ์ดที่มาจากฮ่องกงแล้วก็คุณเซ็น แถมเรายังเคยได้ยินมาว่าผับที่ฮ่องกงเขาเลี้ยงผู้หญิงไว้ทำเรื่องอย่างว่าเยอะมากด้วยนะแล้วที่นี่อะเขามีแบบนั้นมั้ย "
คนข้างๆยังไม่วายถามต่อแถมยังกระซิบกระซาบกับฉันในเรื่องถัดมาจะว่าไปโบ๊ทเองก็ขี้สงสัยเหมือนกันนะนิสัยเหมือนฉันเลย แต่เรื่องหลังที่โบ๊ทถามมาฉันไม่รู้หรอกนะเอาเป็นว่าคืนนี้ฉันจะไปถามลุงหมีก็แล้วกัน
" อันนั้นถินไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเรื่องผับที่ฮ่องกงน่ะ แต่ว่าถ้าเป็นห้องพักชั้นบนก็มีแต่พวกพี่การ์ดที่เป็นผู้ชายนะไปพักกันเท่าที่ถินเห็นอะ "
" แล้วกระถินต้องดูแลคนทั้งชั้นนั้นเลยหรอ "
" ถินไม่ได้ดูแลใครนะส่วนมากถินจะเป็นคนถูกดูแลมากกว่า "
ฉันตอบคำถามพลางยกยิ้มอย่างภูมิใจก็พี่การ์ดคนไหนๆก็เอ็นดูฉันทั้งนั้นเลยนี่นาเพราะว่าฉันเป็นน้องเล็กยังไงล่ะ
" หูยดีอะ แล้วแบบนี้กระถินก็มีแฟนไม่ได้น่ะสิเพราะว่าต้องอยู่กับพวกพี่เขาถูกมั้ย "
หืม? งงอะทำไมอยู่กับพวกพี่การ์ดแล้วฉันจะมีแฟนไม่ได้ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย
" มีได้สิไม่มีใครห้ามสักหน่อย "
ฉันตอบ
" จริงดิ แล้วกระถินมีแฟนยังอะ "
คนข้างๆถามต่อ จากที่ก่อนหน้านี้คุยเรื่องผับตอนนี้เปลี่ยนเรื่องคุยปุบปับเอาซะฉันตามไม่ทันเลยแฮะ
" ไม่มีหรอก "
" อ้าวทำไมล่ะ "
" ก็ไม่มีคนมาจีบไงจะมีได้ยังไงล่ะ "
" งั้นเราจีบกระถินได้มั้ย "
หืม? อะไรเนี่ย
" เอาจริงนะกระถินคือตอนเราเห็นกระถินเดินเข้ามาพร้อมกับคุณเซ็นครั้งแรกอะเราก็รู้เลยว่าใช่ กระถินลองคบกับเราดูมั้ย "
เอาจริงดินี่ฉันเพิ่งรู้นะว่าเวลาคนเขาจีบกันเขาทำกันง่ายๆแบบนี้เลย เกิดมาก็ไม่เคยมีแฟนซะด้วยทำไมมันปุบปับแบบนี้ล่ะเขาไม่ได้แบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนในซีรีย์หรอกหรอ
" เอ่อ โบ๊ทคือถินไม่ได้คิดเรื่องพวกนี้น่ะขอโทษนะ "
ฉันตอบพลางส่งยิ้มแห้งๆไปให้ จะให้ฉันตอบอะไรล่ะถ้าไม่ตอบแบบนี้แถมฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับโบ๊ทด้วยแล้วก็อีกอย่างฉันกับโบ๊ทเพิ่งรู้จักกันวันนี้วันแรกเองจะบ้าหรอมาขอคบกันตั้งแต่วันแรกเลย
" งั้นเราดูกันไปเรื่อยๆก็ได้โอเคมั้ย แบบวันไหนว่างๆก็ไปกินข้าวดูหนังกันไรงี้จะได้รู้จักกันมากขึ้นกว่านี้ด้วยโอเคมั้ย "
คนข้างๆยังไม่วายชวนเรื่องอื่นอีกถ้าปฎิเสธแล้วจะทำงานด้วยกันยากขึ้นมั้ยนะเราต้องเจอกันทุกวันซะด้วยสิเอาไงดี
" หรือว่ากระถินไม่โอเคเพราะว่าเราเรียนไม่สูงไม่งานดีๆทำไม่มีเงินเดือนเยอะๆหรอ "
เฮ้ย!! ไม่ใช่นะฉันแค่คิดว่าเรายังไม่รู้จักกันดีพอจนต้องออกไปไหนมาไหนด้วยกันได้อะแล้วถ้าลุงหมีกับป้าหนาวรู้เขาจะโอเคมั้ย ป้าหนาวจะเสียหน้าหรือเปล่า
" ถ้ากระถินไม่โอเคก็ไม่เป็นไรนะเราขอโทษก็แล้วกันไม่น่าหวังอะไรเกินตัวเลย "
อ้าวไปกันใหญ่แล้วโบ๊ทไม่ใช่แบบนั้นนะฉันไม่ได้คิดแบบนั้น
" อะโอเค ถินโอเคก็ได้โบ๊ท "
" จริงนะ "
คนข้างๆถามด้วยความดีใจ จริงไม่จริงก็ตอบตกลงไปแล้วอะทำไงได้
" อื้มจริงสิ "
" งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นกระถินเลิกเรียนแล้วเราไปรับนะไปดูหนังกัน พรุ่งนี้เราหยุดพอดีเลยเราว่างว่าแต่กระถินเรียนที่ไหนอะ "
อ่าแบบนี้ต้องบอกลุงหมีว่าไม่ต้องไปรับฉันแล้วงี้หรอ จะดีใช่มั้ยถ้าบอกลุงไป
" เรียนมหาลัยAAA แต่ว่าเราแค่ไปดูหนังด้วยกันเฉยๆใช่มั้ยไม่ได้เป็นแฟนกันหรือคบกันใช่ป่ะแค่ดูๆกันก่อนถูกมั้ย "
ฉันถามเพื่อให้แน่ใจอีกครั้งเพราะโบ๊ทเป็นคนพูดเองว่าดูกันก่อนก็ได้ เอาเป็นว่าฉันจะแกล้งดูไปสักพักแล้วจะบอกว่าไม่โอเคก็แล้วกันจะได้จบๆไป
" ใช่ก็ดูๆกันก่อนไง งั้นตกลงตามนี้นะพรุ่งนี้ "
" อื้ม "
เซ็น...ชีวิตคู่แบบจริงๆจังๆของผมเริ่มขึ้นหลังจากที่ใครบางคนเรียนจบ แน่นอนว่าเราสองคนมีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้เพิ่มจากกันและกัน และมีหลายอย่างที่ต้องปรับและเปลี่ยนเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สำหรับใครบางคนนั้นผมให้เธอไปเรียนรู้จากบรรดานายหญิงของผมว่าหน้าที่ของภรรยาที่ดีมีอะไรบ้าง แน่นอนว่ากระถินเป็นคนเรียนรู้เร็วเธอสามารถเป็นภรรยาในแบบที่นายหญิงทุกคนของผมเป็นส่วนผมเองก็ต้องเรียนรู้การเป็นสามีที่ดีจากเจ้านายของผมเช่นกัน" ไอ้เซ็นเมื่อไหร่มึงจะเสร็จกูรอนานแล้วนะ "เสียงไอ้แชมป์เพื่อนซี้ของผมเร่งเร้า วันนี้มันมาหาผมตั้งแต่เช้าเพราะจะให้ผมไปทำธุระเป็นเพื่อนแต่ว่าผมติดภารกิจสำคัญเลยต้องให้มันนั่งรอไปก่อน" แป๊บดิถ้ามึงรีบมึงก็ไปก่อนเลย "ผมตอบมันด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด" แล้วทำไมมึงไม่ซักเครื่องวะมานั่งซักมือให้เมื่อยทำไม "มันถามผมพลางมองมาที่กะละมังซักผ้าตรงหน้าผม" ก็ชุดชั้นในใครเขาให้ซักเครื่อง เจ้านายกูบอกว่าจะทำให้เสื้อในเสียทรงแล้วก็ยืดเร็วส่วนกางเกงในถ้าซักเครื่องมันจะไม่สะอาด "ผมหันไปตอบคนที่ยืนพิงหน้าประตูห้องน้ำมองผมซักผ้าอยู่ด้านใน เพิ่งจะรู้ว่าของใช้ของผู้หญิงมันจุกจิกเ
กระถิน...ฉันกับลุงเรากลับจากญี่ปุ่นได้ประมาณสัปดาห์กว่าๆแล้วล่ะ เราไปเที่ยวและช่วยกันดูแลยายด้วยกันรวมถึงบอกเรื่องของเราให้ยายรู้ด้วย ตอนนี้ยายออกจากโรงพยาบาลได้สองสามวันแล้วล่ะ ฉันกับลุงตกลงกันว่าจะย้ายออกไปอยู่คอนโดด้วยกันเพราะยายจะได้ไปอยู่กับฉันด้วย แน่นอนว่าต้องมีเรื่องอื่นระหว่างฉันกับลุงที่ยายต้องรับรู้ด้วย รวมถึงป้าหนาวและใครอีกหลายคนวันนี้ที่คอนโดของเรามีแขกมาเยอะแยะเต็มไปหมดส่วนมากก็บรรดาเจ้านายของลุงนั่นแหละ เพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันกับลุงจะเข้าพิธีหมั้นด้วยกัน งานหมั้นของเราสองคนจัดขึ้นแบบเรียบง่ายเราเชิญเพียงแค่เพื่อนสนิทและคนรู้จักมาเท่านั้นหลังจากนี้ก็คงเป็นงานแต่งฉันที่จะจัดขึ้นหลังเรียนจบ ฉันรู้ว่ามันเร็วเกินไปที่จะทำอะไรแบบนี้แต่ฉันเลือกแล้วและมั่นใจในตัวลุงด้วย" เอาล่ะทีนี้เราก็ปาร์ตี้กันต่อเลยคร้าบ "เสียงเฮียเซียนเรียกพวกเราที่นั่งกันอยู่พลางยกขวดเบียร์ในมือขึ้น" วันนี้เธอห้ามดื่มนะรู้มั้ย "คนข้างๆฉันกระซิบบอกก่อนจะลุกออกไปเข้ากลุ่มกับบรรดาหนุ่มๆด้วยกัน ส่วนบรรดาสาวๆทั้งหลายก็กำลังจับกลุ่มกันเม้าส์มอยตามประสาผู้หญิงที่นานๆจะได้มาเจอกันสักครั้งเพราะส่วนมากใช้เว
อบเชย...นับเป็นเวลาเกือบเดือนเลยก็ได้ที่ฉันต้องลางานมาดูแลใครบางคนที่มือเจ็บทั้งสองข้างตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้น ถ้าแม่ไม่บังคับนะฉันไม่ทำถึงขนาดนี้หรอกแค่มือเจ็บก็ต้องให้คนมาดูแลแถมแผลของนายนั่นก็หายช้าเป็นบ้าจนบางครั้งฉันก็แอบคิดไปว่านายนั่นจะติดเชื้อจนเรื้อรังแล้วถูกตัดมือทิ้งหรือเปล่า แต่พอมารู้ความจริงว่านายนั่นเป็นโรคเบาหวานขั้นรุนแรงจนต้องพกอินซูลินติดตัวไว้ตลอดเวลาฉันก็แอบรู้สึกผิดที่แทงเขาวันนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้นะถ้าเกิดเป็นโจรขึ้นมาจริงๆฉันก็แย่น่ะสิ" นี่แล้วนายไม่กลับไปใต้หวันเหรอทำไมอยู่ๆก็มาพักที่นี่ล่ะ "ฉันถามคนที่นั่งดูทีวีอยู่หน้าโซฟา ก็ตั้งแต่นายนี่ออกจากโรงพยาบาลมาแม่ฉันก็บอกว่าเขาจะพักที่บ้านฉันแล้วก็ให้ฉันดูแลเขาด้วย ส่วนพ่อกับแม่ฉันน่ะเหรอ โน่นนอนที่เพลิงเหมือนเดิมทิ้งให้ฉันกับไอ้บ้านี่อยู่ด้วยกันแค่สองคน" อยากกลับก็จะกลับเองแหละ "คนที่นั่งอยู่ตอบด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางเคี้ยวขนมแล้วหันไปดูทีวีต่อ" แล้วนายไม่ทำงานทำการหรือไง "ฉันถามต่อ" ไม่อะ รวยแล้ว "ฮึ่ม!!" ฉันชื่ออบเชยนายชื่ออะไร "ก็ตั้งแต่ที่ดูแลกันมาฉันกับนายนี่ยังไม่เคยเรียกชื่อกันเลยสักครั้ง
กระถิน...ในที่สุดวันปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษาที่สี่ก็มาถึง วันนี้ที่มหาลัยของฉันมีงานเลี้ยงอำอาที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น แน่นอนว่างานเลี้ยงควรจัดขึ้นตอนกลางคืนถึงจะสนุกแต่ทางมหาลัยได้เล็งเห็นความปลอดภัยของนักศึกษาหากกลับบ้านยามดึกก็เลยมีการเปลี่ยนแผนให้จัดงานในช่วงกลางวัน" ไม่เห็นต้องแต่งตัวขนาดนี้เลย "คนข้างๆชักสีหน้าไม่พอใจใส่ฉันขณะที่เลี้ยวเข้าไปจอดหน้ามหาลัย จะอะไรอีกล่ะสงสัยชุดที่ฉันใส่จะไม่เข้าตาล่ะมั้ง" มันไม่โป๊สักหน่อยลุง แค่ชุดกระโปรงสายเดี่ยวเองปะ "ฉันหันไปเถียง" รู้งี้ประทับตราให้ทั่วซะก็ดีจะได้ใส่เปิดๆไม่ได้ "คนข้างๆพรึมพรำต่อ" ถ้าลุงทำแบบนั้นถินจะโกรธลุงมากๆ เพราะนานๆครั้งถินถึงจะได้แต่งตัวสวยๆแบบนี้นะ "ฉันว่า" แล้วนี่กลับตอนไหนให้ฉันมารับมั้ยหรือจะกลับกับเพื่อน "คนข้างๆถามต่อ" ถินว่าจะกลับกับเพื่อนน่ะ วันสุดท้ายแล้วก็อยากอยู่ด้วยกันนานๆ "" จะไปต่อไหนกันอีกล่ะ "รู้ทันอีก!!" โธ่ลุงอะแค่วันนี้วันเดียวเองนะนะ "" ออกไปต่อข้างนอกก็อย่าดื่มเยอะนะรู้มั้ยเวลาเธอเมาไม่มีใครดูแลนะ อย่าลืมว่าคนที่นี่ไม่ใช่เพื่อนที่มหาลัยเก่าของเธอ
กระถิน..." อึก อื้ม "ฉันกอดรัดรอบคอของคนตรงหน้าไว้แน่นเมื่อริมฝีปากร้อนๆเอาแต่ป้อนรสจูบดูดดื่มมาให้ฉันเริ่มทำให้ฉันเคลิ้ม ปลายลิ้นชื้นแฉะของใครบางคนยังคงซุกซนในโพลงปากเกี่ยวดึงลิ้นเรียวของฉันไปมาซ้ำๆจนรู้สึกวาบหวิวไปหมด" อื้ม "เสียงคลอเบาๆใบลำคอของคนตรงหน้าดังขึ้นเป็นระยะขณะที่ริมฝีปากยังคงวุ่นวายอยู่กับการจูบ ฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนเริ่มซุกไซร้ไปมาตามแผ่นหลังของฉันก่อนจะเริ่มสอดแทรกเข้ามาใต้ร่มผ้าแล้วลูบไล้ไปมา ความรู้สึกเสียวซ่านจากฝ่ามือใหญ่ทำให้ฉันขนลุกซู่เมื่อลูบไล้ไปมาเรื่อยๆ" อื้อเจ็บนะ "ฉันดุคนที่เริ่มเคลื่อนริมฝีปากลงมาตามซอกคอเมื่อรู้สึกเจ็บจี๊ดๆเหมือนมีอะไรกำลังทิ่มหรือถูไถไปตามซอกคอ ขนหนวดเคราที่เริ่มขึ้นของใครบางคนทำให้ฉันต้องเบือนหน้าหนีแต่ใบหน้าหล่อๆก็ยังคงตามมาซุกไซร้ไม่เลิกฝ่ามือใหญ่เริ่มเคลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกทั้งสองข้างของฉันแรงๆจนฉันต้องฟาดแขนคนตัวใหญ่หลายครั้งแต่ก็เหมือนกับว่าใครบางคนจะได้ใจเพราะยังคงแกล้งฉันไม่เลิก" หยุดไม่ได้แล้วทำไงดีนะ "เสียงทุ้มกระซิบบอกก่อนจะขบริมฝีปากร้อนๆเข้ากับใบหูของฉันแรงๆจนสะดุ้งโหยง ใครบางคนเคลื่อนตัวไปยิืนด้านหลังก่อนจะกอด
เซ็น...ผ่านมาหลายเดือนแล้วที่ใครบางคนมาเรียนที่นี่ในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนและนี่ก็ใกล้วันปิดภาคเรียนเข้ามาทุกที แหงล่ะว่าใครบางคนก็ต้องกลับไปเรียนต่ออีกเทอมให้จบ ซึ่งผมดีใจกว่าใครบางคนเป็นร้อยเท่าที่จะได้กลับไป ไม่ใช่ว่าดีใจเพราะจะได้กลับไปทำงานหรอกนะแต่ดีใจที่จะได้กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมแล้วต่างหากล่ะ" อุบ อ้วก!! "เสียงใครบางคนที่อยู่ในห้องน้ำดังขึ้นฟังดูก็รู้ว่ากำลังอาเจียนอยู่" กระถินเป็นยังไงบ้างไปหาหมอมั้ย "ผมถามคนที่นั่งเกาะขอบชักโครกอยู่ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก สองสามวันมาแล้วมั้งที่กระถินเอาแต่อาเจียนแล้วก็บ่นว่าเวียนหัวอยู่บ่อยๆ" ถินไม่เป็นอะไรมากหรอกลุงเดี๋ยวก็หาย "คนดื้อยังคงรั้นที่จะไม่ไปหาหมอ แต่อาการแบบนี้น่ะผมว่าผมคุ้นๆนะเหมือนเคยเห็นเจ้านายหลายๆคนเป็นมาก่อน แพ้ท้อง!! หรือว่ากระถินกำลังจะมีลูกให้ผม!!" ว่าแต่ทำไมเราไม่แพ้ท้องแทนกระถินล่ะ "ผมนั่งถามตัวเองเป็นร้อยรอบที่โซฟาหน้าทีวีในห้องนั่งเล่น ส่วนใครบางคนตอนนี้หลับไปแล้วล่ะ เอ้อผมลืมบอกว่ากระถินมาอยู่ที่นี่ได้สองวันแล้วตั้งแต่ที่มีอาการแปลกๆ โดยผมอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ปกครองกับทางมหาลัยในการพาเธออกมาพักข้างนอก







