Masuk“แล้วใครที่สำคัญกับเธอมากจนต้องพยายามจะติดต่อเขา หรือว่าเธอคิดไม่ซื่อจะโทร. หาตำรวจ” เขาพาลหาเรื่องด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันไม่มีแฟนค่ะ” เธอตอบเสียงหนักแน่น ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตไร้กรอบแว่นหนาวาววับ
“นึกว่าดาราดังอย่างเธอจะมีแฟนเยอะ หรือเปลี่ยนบ่อยๆ จนจำไม่ได้ว่าใครเป็นแฟนเสียอีก”
“นั่นมันคนอื่นค่ะไม่ใช่ฉัน..” หญิงสาวพยายามปกป้องชื่อเสียงของน้องสาวเมื่อชายหนุ่มทำเสียงเหยียดหยัน
“เอาเป็นว่าเธออยากติดต่อใครเรื่องอะไรก็บอกฉันเดี๋ยวฉันจัดการเอง เอาล่ะในเมื่อเธอตกลงจะอยู่ที่นี่ก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหาน้องแองจี้ที่ห้อง เดี๋ยวฉันจะให้คนพาไปส่วนของใช้ทุกอย่างของเธอฉันเตรียมไว้ให้แล้วแบบที่เธอใช้ประจำไม่ต้องห่วงว่าทำงานกับฉันแล้วจะซอมซ่อหรอก”
เขาพูดเองเออเองเสร็จสรรพโดยที่ชนกวนันท์ไม่มีโอกาสแย้ง หรือถ้าแย้งเธอคิดว่ามันก็เหมือนพูดกับลม ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดกับเขาสิ่งที่เธอควรทำตอนนี้คือ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและหาอะไรรับประทานดีกว่าเป็นไหนๆ เพราะตอนนี้เธอหิวเหลือเกิน กองทัพต้องเดินด้วยท้องชนกวนันท์คิดอย่างมีสติ...
ชนกวนันท์เดินตามคนของเขาซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนผิวดำคล้ำเข้ามาในห้องรับประทานอาหารของบ้านหลังงามที่ปลูกสร้างอยู่บนเนินเขามองเห็นท้องทะเลงาม โดยพื้นที่ใช้สอยในบ้านถูกจัดเป็นสัดส่วนมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน รอบบริเวณบ้านนอกจากจะมีหาดทรายขาวสะอาดแล้ว รอบๆ บ้านก็เป็นสวนครัวและสวนดอกไม้อยู่ในพื้นที่ราวสามไร่
ชนกวนันท์เห็นว่ามีดอกไม้กำลังออกดอกงดงาม ในส่วนของสวนครัวมีทั้ง แตงกวา ถั่วฝักยาว คะน้า กะเพรา และผักอื่นๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งมีคนกำลังเก็บมันมาปรุงอาหารในมื้อกลางวันเลี้ยงคนงานซึ่งอยู่อีกฟากของเกาะ ที่นั่นจะมีหมู่บ้านของชาวบ้านซึ่งทำงานอยู่บนเกาะนี้มาช้านาน และเกาะนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเพราะเป็นเกาะซึ่งผลิตรังนกคุณภาพดีออกสู่ท้องตลาดทั่วโลกนั่นเอง
เดบร้า แม่บ้านผิวดำเล่าให้เธอฟังคราวๆ เกี่ยวกับเกาะดาหวัน เกาะของฝรั่งแต่ชื่อดาหวัน มันทำให้เธอสงสัยที่มาที่ไปของชื่อเกาะเหลือเกิน หากแต่ชนกวนันท์ก็ปัดความคิดนี้ทิ้งไปเมื่อเข้ามาในห้องพักแสนงามที่กว้างขวางเกือบจะเท่าบ้านหลังเล็กของเธอเลยทีเดียว แล้วยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหาดทรายขาวได้ด้วย หญิงสาวเลื่อนเปิดประตูกระจกออกไปยังระเบียงกว้างที่ปลูกประดับด้วยดอกแพนซีหลากสีแล้วสูดหายใจลึกๆ มองท้องทะเลเบื้องหน้าอย่างจำนนในเหตุผลของเบนจามิน และความสงสารเด็กหญิง
“เสื้อผ้าแบบที่พราวชอบใส่ทั้งนั้นเลย แล้วเราจะใส่ได้อย่างไรล่ะเนี่ยเขินแย่เลย ดูสิเปิดโชว์ไหล่ขนาดนี้” หญิงสาวเอาชุดที่แขวนอยู่ในตู้ออกมาดูทีละตัวๆ แล้วก็นึกขยาด
จริงอยู่เสื้อผ้ามีแต่ชุดสวยๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงหูดับ แต่แม้ว่ามันจะแพงแค่ไหนพวกเธอก็ไม่นิยมซื้อของแบบนี้เลยจริงๆ เพราะเธอทั้งสองพี่น้องค่อนข้างจะเป็นคนมัธยัสถ์ แต่ที่ศรัญภัทรามีเสื้อผ้าหรูแบรนด์ดังใส่เพราะพี่หนูนานั้นจัดการหาให้และบางครั้งที่ศรัญภัทราไปเดินแบบการกุศลก็มักจะได้เสื้อผ้าที่เจ้าของงานเต็มใจมอบให้มาเสมอๆ หรือบางทีเพื่อนดารานางแบบด้วยกันก็มักจะเอาเสื้อผ้าของตนมาขายต่อให้กัน แต่ศรัญภัทราเป็นคนช่างเลือกแม้สินค้าบางอย่างที่เธอซื้อมาจะเป็นของมือสองแต่หากไม่สังเกตจะไม่รู้เลยว่ามันผ่านการใช้งานมาแล้วแต่สิ่งที่ทำให้เธอหน้าแดงด้วยความขัดเขินก็คือ ชุดชั้นใน... จริงอยู่แม้รูปร่างของเธอกับศรัญภัทราดูจะเท่าๆ กัน ศรัญภัทรานั้นเป็นสาวคัพซีแต่เธอเป็นสาวคัพดี...
“เอาเป็นว่า เราต้องอยู่ที่นี่เป็นพราวเพื่อน้องแองจี้... พราว... ป่านนี้ตัวจะเป็นอย่างไรบ้างนะ” หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว แล้วออกมาเลือกชุดสวยซึ่งเป็นชุดที่ดูเรียบร้อยที่สุดในตู้สวมใส่ด้วยความขัดเขินเล็กน้อย...
ในขณะเดียวกันเบนจามินก็นั่งมองหลานสาวผู้อาภัพนั่งวาดรูปท้องทะเลงามกับมวลเมฆอย่างรักใคร่ แม้น้องแองจี้จะมีร่างกายไม่แข็งแรง แต่เด็กหญิงก็มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่พระเจ้าก็ให้เวลาเธอสร้างสรรค์ผลงานน้อยเหลือเกิน ชายหนุ่มมองจ้ำเขียวๆ ที่เผยบนผิวบอบบางของเด็กน้อยมากขึ้นทุกๆ วัน ด้วยความสงสารและเจ็บปวด...
“คุณลุงเบนขา คุณลุงว่าพี่พราวจะชอบรูปที่น้องแองจี้วาดไหมคะ” เด็กหญิงชูภาพวาดให้คุณลุงดูด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ชอบสิจ๊ะ พี่พราวต้องชอบมากแน่ๆ เพราะน้องแองจี้ของคุณลุงเบนวาดรูปได้สวยที่สุด”
“น้องแองจี้ก็คิดว่าพี่พราวจะชอบ” หนูน้อยยิ้มแฉ่งแล้วก้มมองภาพท้องทะเลสีครามกับท้องฟ้าซึ่งแต้มแต่งด้วยสีส้มทอง ดวงตะวันดวงโตกำลังจะจมหายไปในมหาสมุทร...
“นั่น พี่พราวมาแล้ว...” เมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าพี่พราวคนสวยเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นซึ่งมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเกาะดาหวัน
หญิงสาวผิวขาวนวลสวมกางเกงขาสั้นกุดสีขาวกับเสื้อผ้าชีฟองสีหวานพลิ้วไหวไหล่ปาดโชว์ผิดลาดไหล่นวลตา ใบหน้าที่ปราศจากแว่นหนานั้นเป็นสีชมพูระเรื่อเพราะไม่ชินกับอากาศบนเกาะ เบนจามินทำทีเป็นหลุบตาไม่มองเธอ เมื่อรู้สึกถึงแรงกระหน่ำเต้นที่หน้าอกข้างซ้ายดังตึกๆ
ให้ตายสิ เขารู้สึกตื่นเต้นร้อนผ่าวไปทั้งกายได้อย่างไรเพียงแค่มองเธอ ผู้หญิงมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตนั้นใช่จะสวยน้อยกว่าหญิงสาวตรงหน้าแต่ไม่ได้ทำให้เขาใจเต้นแบบนี้ เบนจิมินคิดอย่างขุ่นเคืองตัวเองและพาลโทษหญิงสาวผู้เป็นต้นเหตุเสียเลย...“พี่พราวขา นี่ค่ะน้องแองจี้ตั้งใจวาดให้พี่พราวเลยนะคะ” เด็กหญิงวิ่งไปหาหญิงสาวแล้วยื่นภาพวาดให้พี่เลี้ยงสาวคนสวยด้วยความตื่นเต้น “สวัสดีตอนเย็นจ้ะ น้องแองจี้ให้พี่แพร เอ้ยพี่พราวหรือคะ สวยมากเลยค่ะ เก่งที่สุดเลย” ชนกวนันท์เอ่ยชมจากใจจริงเมื่อมองภาพในมือ “ขอบคุณค่ะ น้องแองจี้ดีใจที่พี่พราวชอบ” “เอาเป็นว่าน้องแองจี้อยู่กับพี่พราวก่อนนะคะ คุณลุงเบนจะต้องไปดูคนงานที่ผาดาหวัน... ฝากด้วยนะคุณพราว ขอบคุณมากที่มาเป็นพี่เลี้ยงให้แองจี้” ชายหนุ่มกล่าว มองใบหน้าหวานละมุนในกรอบเรือนผมบ๊อบหน้าม้านิ่งจนหญิงสาวรู้สึกหวิวๆ ชอบกลในใจ “เอ่อ ค่ะ คุณเบนจามินไม่ต้องห่วงนะคะ” ชนกวนันท์ตอบรับด้วยรอยยิ้มจริงใจ ซึ่งรอยยิ้มของเธอทำให้ใจแกร่งกระด้างไหววูบโดยไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มเดินตึงๆ จากไปเหมือนโกรธเธอ ซึ่งมันทำให้ชนกวนันท์ขมวดคิ้วอย่
“แล้วใครที่สำคัญกับเธอมากจนต้องพยายามจะติดต่อเขา หรือว่าเธอคิดไม่ซื่อจะโทร. หาตำรวจ” เขาพาลหาเรื่องด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองอย่างบอกไม่ถูก“ฉันไม่มีแฟนค่ะ” เธอตอบเสียงหนักแน่น ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตไร้กรอบแว่นหนาวาววับ“นึกว่าดาราดังอย่างเธอจะมีแฟนเยอะ หรือเปลี่ยนบ่อยๆ จนจำไม่ได้ว่าใครเป็นแฟนเสียอีก”“นั่นมันคนอื่นค่ะไม่ใช่ฉัน..” หญิงสาวพยายามปกป้องชื่อเสียงของน้องสาวเมื่อชายหนุ่มทำเสียงเหยียดหยัน“เอาเป็นว่าเธออยากติดต่อใครเรื่องอะไรก็บอกฉันเดี๋ยวฉันจัดการเอง เอาล่ะในเมื่อเธอตกลงจะอยู่ที่นี่ก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหาน้องแองจี้ที่ห้อง เดี๋ยวฉันจะให้คนพาไปส่วนของใช้ทุกอย่างของเธอฉันเตรียมไว้ให้แล้วแบบที่เธอใช้ประจำไม่ต้องห่วงว่าทำงานกับฉันแล้วจะซอมซ่อหรอก”เขาพูดเองเออเองเสร็จสรรพโดยที่ชนกวนันท์ไม่มีโอกาสแย้ง หรือถ้าแย้งเธอคิดว่ามันก็เหมือนพูดกับลม ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดกับเขาสิ่งที่เธอควรทำตอนนี้คือ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและหาอะไรรับประทานดีกว่าเป็นไหนๆ เพราะตอนนี้เธอหิวเหลือเกิน กองทัพต้องเดินด้วยท้องชนกวนันท์คิดอย่างมีสติ...ชนกวนันท์เดินตามคนของเขาซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนผิวดำคล้ำเข้าม
“แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดแน่นอน ไม่อย่างนั้นคุณไม่ให้คนลักพาตัวฉันมาแบบนี้แน่ เพราะอะไรการมาเป็นพี่เลี้ยงน้องแองจี้ถึงได้สำคัญมากจนต้องลักพาดาราดังมาเป็นพี่เลี้ยงหลานของคุณ หากคุณไม่ให้เหตุผลที่แท้จริงฉันจะบอกน้องแองจี้ว่าคุณลักพาตัวฉันมาโดยที่ฉันไม่เต็มใจมา” มันเป็นคำพูดที่ยาวที่สุด เท่าที่ชนกวนันท์เคยพูดกับคนอื่นนอกจากน้องสาวฝาแฝด หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเมื่อเขาหันมามองเธอเขม็งและนึกแปลกใจตัวเองที่สามารถพูดออกไปได้แบบนั้น“ถ้าเธอบอกน้องแองจี้แบบนั้น เธอตายแน่ศรัญภัทรา”“ถ้าฉันตาย หลานสาวคุณแย่แน่ ดูก็รู้ว่าเธอป่วย คุณให้คนลักพาตัวฉันมาเพื่ออะไร ทำไมคุณไม่เจรจาดีๆ กับฉัน” ชนกวนันท์สวมรอยเป็นน้องสาวทันที ถึงเธอจะเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง แต่ก็ไม่โง่จนมองสถานการณ์ตรงหน้าไม่ออก เพียงแต่อยากรู้ความจริงเท่านั้น เธออยากรู้ว่าน้องแองจี้เป็นอะไรและเธอสามารถช่วยได้มากน้อยแค่ไหนสำหรับเธอแล้วการได้ช่วยเหลือคนอื่นมันเป็นสิ่งที่เธอจะไม่ลังเลเลยหากทำได้“โอเค.. เธอฉลาดมากศรัญภัทรา แต่ถ้าเธอไม่ได้ความจำเสื่อมคงจำได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วันฉันให้คนไปเสนองานนี้ให้เธอด้วยค่าจ้างท
“ได้เลยค่ะ น้องแองจี้ยินดีค่ะ” เด็กหญิงกล่าวอย่างยินดีและชี้นิ้วมาที่ตัวพร้อมกับบอกพี่สาวคนสวยที่เธอใฝ่ฝันอยากพบอย่างน่ารักจนคนที่คิดหวาดหวั่นนั้นคลายความกลัวลงแล้วรับแก้วน้ำขึ้นดื่มคลายความกระหาย หญิงสาวหันมามองเด็กหญิงแองจี้อย่างพินิจพิจารณา แล้วเธอก็พบว่า หนูน้อยสวมหมวกไหมพรมสีสดใสและสวมเครื่องช่วยฟังแบบแขวนหลังหูขนาดเล็กบางแนบไปกับใบหูเล็กๆ นั้น(เครื่องช่วยฟัง คือ อุปกรณ์สำหรับผู้ที่มีความผิดปรกติทางการได้ยินตั้งแต่หูตึงจนถึงหูหนวก เครื่องช่วยฟังเป็นเครื่องขยายเสียงให้ดังขึ้น ประกอบด้วย ไมโครโฟนเป็นตัวรับเสียง ตัวขยายเสียงให้ดังขึ้นคือเอมปริไฟร์มีทั้งแบบแบบดิจิทอลล์ แบบอนาลอกซึ่งมีอยู่สามแบบคือ แบบกล่องแบบแขวนหลังหูแบบใส่ในช่องหู)ซึ่งมันบ่งบอกว่าเด็กหญิงมีความพกพร่องทางการได้ยิน ใบหน้าที่ดูซีดเซียวของเด็กน้อยทำให้ชนกวนันท์มีความรู้สึกว่าน้องแองจี้ป่วยและอาจจะป่วยมากด้วย หญิงสาวยิ้มให้เด็กหญิงบางๆ ด้วยความรู้สึกที่เป็นมิตรมากขึ้น“ทีนี้จะตอบพี่พราวได้รึยังคะ ว่าพี่พราวอยู่ที่ไหน” เธอตัดสินใจเป็นศรัญภัทราด้วยความรู้สึกสงสารน้องแองจี้อย่างบอกไม่ถูก“ที่นี่คือเกาะดาหวันค่ะพี่พราวขา
ชนกวนันท์ขับรถออกมาจากคฤหาสน์หลังงามก็แวะซื้อแป้งและส่วนผสมอื่นๆ ที่เธอจะใช้ทำขนมเย็นนี้ด้วยความสุข เพราะตอนนี้เท่ากับว่าเธอมีออเดอร์ขนมเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องออกไปติดต่อร้านค้าเพื่อส่งขนมแล้ว แต่เธอไม่มีโอกาสรู้เลยว่าบัดนี้เธอจะไม่มีโอกาสได้ทำขนมที่เธอรักอีกแล้ว เพราะใครบางคนกำลังจะพาเธอไปยังที่ไกลแสนไกล และที่นั่นจะทำให้ชีวิตอันสงบสุขของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล...ร่างบางเดินถือข้าวของพะรุงพะรังมายังรถยนต์คันเล็กโดยไม่สังเกตว่ามีใครอีกคนเดินตามเธอมาตั้งแต่เธอออกมาจากบ้านทวีวัฒน์ภิรมย์ด้วยความหมายมาด หญิงสาวถอนหายใจเมื่อข้าวของทุกอย่างไปนอนอยู่ในเบาหลังรถยนต์คันเล็ก แล้วทันใดนั้นเองก็มีรถยนต์คันหรูติดฟิล์มหนามาจอดเทียบข้างๆ รถของเธอและผู้ชายในชุดดำ สวมแว่นสีดำก็เข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วหลังจากนั้นเธอก็ได้กลิ่นฉุนๆ ของอะไรสักอย่างและความรู้สึกสุดท้ายของเธอก็คือ ความมืดมิด...แสงศรมองร่างบางของหญิงสาวที่ไม่ได้สติอยู่เบาะหลังอย่างโล่งใจที่การปฏิบัติการในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีเพราะหญิงสาวมาทำธุระในห้างสรรพสินค้าของเจ้านายของเขาเองการลักพาตัวหญิงสาวจึงเป็นเรื่องง่าย กล้องวงจรปิดไม่ทำงานในขณะที
“อะไรกันทำไมต้องเสียงดังเหมือนตะคอกเลย แพรแค่จะไปส่งขนมนะ ไม่ได้ไปรบที่ชายแดนใต้ ตัวก็ทำเสียงดัง ไปได้ แพรตกใจนะ”“ก็จะไม่ให้เสียงดังได้ไง นั่นมันไม่ใช่ตลาดหรือร้านค้าที่ตัวเคยไปส่งขนมนะแพร นั่นมันคฤหาสน์เลยนะ บ้านคนดังระเบิดเลยนะ แล้วคนดังขนาดนั้นเขาจะมาสั่งขนมของตัวทำไม อีกอย่างเราก็ไม่ได้เปิดหน้าร้านเสียหรูหราชื่อเสียงก็ไม่มี”ศรัญภัทราโวยมาตามสายเมื่อเธอพักระหว่างถ่ายแบบ ซึ่งยกกองมาทำงานกันที่หัวหิน หญิงสาวในชุดไทยสมัยรัชการที่เจ็ดหน้ามุ่ย ในขณะที่คนกำลังจะไปส่งขนมยิ้มร่าเพราะคราวนี้เธอได้เงินเกือบๆ หลักหมื่นเลยทีเดียว“ไม่เอาแล้วคุยกับพราวแล้วปวดหัวเสียงแหลมๆ แบบนี้หากแฟนละครได้ยินคงคิดว่าเป็นเสียงนางร้ายไม่ใช่นางเอกแน่ๆ เลย แค่นี้นะถึงบ้านลูกค้าแล้ว” ชนกวนันท์วางสายจากน้องสาวเมื่อขับรถยนต์คันเล็กของศรัญภัทราซึ่งเอามาให้เธอไว้ใช้ระหว่างที่ตนเองไปถ่ายแบบที่หัวหินมาถึงหน้าคฤหาสน์ทวีวัฒน์ภิรมย์พอดีประตูอัลลอยด์ลวดลางดงามก็เปิดออกช้าๆ พร้อมกับมีคนมาโบกรถให้เธอเข้าไปจอดในโรงรถกว้างใหญ่ซึ่งมีรถหรูหลายสัญชาติจอดเรียงกันราวกับโชว์รูมรถหรูราคาแพง“เชิญด้านนี้เลยค่ะคุณแพร คุณท่านรออยู่” หญิ







