FAZER LOGINพูดจบเขาก็ก้าวออกไป แต่ยังแง้มประตูห้องน้ำไว้เล็กน้อยราวกับยังไม่วางใจ
นรินค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ ยังไม่ทันตั้งตัวใบหน้าซีดเซียวก็ชนเข้ากับแผงอกแข็งของคนที่ยืนรออยู่หน้าประตู เธอเบียงตัวหลบกำลังจะก้าวออกไป ร่างทั้งร่างก็ถูกช้อนอุ้มขึ้นอีกครั้ง
“เดี๋ยว!”
เสียงประท้วงยังไม่ทันจบ เขาก็พาเธอมาวางลงบนเตียงอย่างรวดเร็ว ไมค์หย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ก่อนมือหนาจะดึงชายเสื้อยืดของเธอขึ้น
“จะทำอะไร!!” นรินอุทานเสียงหลง
“วัดไข้” เขายกปรอทขึ้นให้ดูหน้าตาเฉย มุมปากคล้ายจะกลั้นขำเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเธอ
“ทำเองได้” เธอเบือนหน้าหนี ก่อนดึงปรอทออกจากมือเขา
แล้วสอดไว้ใต้รักแร้อย่างลวก ๆ จากนั้นค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนความปวดหนึบในศีรษะกับความหนาวที่แทรกซึมเข้ากระดูก
ทำให้ร่างกายเธอสั่นน้อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่…มาทำดีอะไรตอนนี้ ยังไงเธอก็ไม่มีวันให้อภัย
เพราะรู้สึกผิดเรื่องเมื่อคืนงั้นเหรอ ความคิดนั้นผุดขึ้นมาเงียบ ๆ ในใจ แต่ก็ไม่อาจทำให้ความโกรธของเธอลดลงได้แม้แต่น้อย เสียงเตือนดังขึ้น ไมค์เอื้อมมือไปหยิบปรอทขึ้นมาดู คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“สามสิบเก้าจุดแปด…ไข้สูงเอาเรื่อง”
“กินยาเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง” นรินเอ่ยเสียงแผ่ว
“ฉันอยากกลับไปพักที่ห้อง ไปส่งได้ไหม”
“ปากเก่ง” เขาแค่นเสียงเบา เขาทิ้งสายตามองเธอนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ
“เดินเองยังแทบไม่ไหว ถ้าปล่อยไปคนเดียวแล้วเกิดอะไรขึ้นมา ฉันจะพลอยซวยไปด้วย”
“ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าอาการดีขึ้นกว่านี้ ฉันพากลับแน่”
“แต่..”
“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง”
“นายนั่นแหละที่พูดไม่รู้เรื่อง” นรินขมวดคิ้วทันที ความรู้สึกโกรธยิ่งมีแต่เพิ่มมากขึ้นขณะจ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ
“เหอะ” เขาหัวเราะในลำคอ
“ขนาดป่วยยังปากเก่งเหมือนเดิม ฉันไม่ได้ใจดีนะ สั่งอะไรก็ทำตามอย่าเรื่องมากได้ไหม ”
เสียงเคาะประตูด้านนอกที่ดังติดต่อกันหลายครั้งทำให้ทั้งคู่หยุดต่อปากต่อคำกันไปชั่วขณะหนึ่ง ไมค์เดินออกไปพักใหญ่ก่อนกลับเข้ามาพร้อมกับถาดใส่ชามถ้วยข้าวต้ม ไอร้อนจากชามข้าวต้มลอยกรุ่น ข้างกันเป็นกระปุกยาลดไข้
“ลุกไหวไหม? ”
ไมค์ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเย็นไล้แตะเบา ๆ บนท่อนแขนเล็ก นรินที่นอนนิ่งอยู่หันขวับมามองอีกฝ่านสายตาเขียวปัด ก่อนจะขยับตัวถอยหนีโดยอัตโนมัติ
“จะทำอะไร!”
“ฉันไม่ทำอะไรคนป่วยหรอก”
“…” เธอหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ปวดหัวจนไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก
“กินเองได้ไหม” เขาเอ่ยเรียบ ๆ
“หรือจะให้ป้อน”
“ไม่ต้อง”
นรินฝืนเรี่ยวแรง ค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง เอื้อมไปรับถาดข้าวต้มมาวางไว้ตรงหน้า เธอตักกินเงียบ ๆ จนหมดก่อนจะตามด้วยยาลดไข้
ไม่นานนัก…ฤทธิ์ยาและความอ่อนเพลียก็เล่นงาน เปลือกตาทั้งสองข้างหนักอึ้ง ร่างกายเอนลงนอนช้า ๆ ไม่นานนักเธอก็ผล็อยหลับไปในที่สุด
ไมค์เดินเข้าออกห้องนอนเป็นระยะ สายตาคมกริบจับจ้องร่างเล็กที่หลับสนิทบนเตียงอย่างพินิจ ใบหน้ารูปไข่ เครื่องหน้าจิ้มลิ้มได้สัดส่วน ผิวขาวนวลเนียนสะดุดตา จะว่าไปแล้วรูปร่างหน้าตาของเธอก็ถูกใจเขาไม่น้อยเหมือนกัน
ไมค์ไม่ได้รู้สึกผิดหรือรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเมื่อคืนเลยด้วยซ้ำ
เมื่อคืนเขาดื่มหนักกว่าปกติเเล้วก็มีเรื่องชกต่อยกับผู้ชายกลุ่มหนึ่งในไนต์คลับเพราะเขม่นกันเรื่องผู้หญิง เผอิญเรื่องมันลุกลามไปไกลกว่าแค่การทะเลาะวิวาทกันธรรมดา
เขาก็เหมือนผู้ชายทั่วไปที่สนใจผู้หญิงสวยๆ พูดคุยรู้เรื่อง ถูกใจก็สนุกกัน จบเรื่องบนเตียงก็แยกย้ายทางใครทางมัน ไม่มีอะไรต้องผูกพัน
ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องนอน ตรงไปยังโซฟาในห้องนั่งเล่นก่อนหย่อนตัวลงนั่ง มือหนาล้วงหยิบบัตรประชาชนรวมถึงบัตรนักศึกษาจากกระเป๋าของเธอขึ้นมาดู สายตากวาดผ่านตัวอักษรช้า ๆ ริมฝีปากพึมพำชื่อเธอเบา ๆ
“นริน…”
นรินลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในช่วงบ่ายแก่ๆ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามกรอบหน้า ฤทธิ์ของยาลดไข้ทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาจนรู้สึกเหนียวเหนอะหนะจนรู้สึกไม่สบายตัว
แต่ก็โล่งอกขึ้นเล็กน้อย ไข้น่าจะลดลงแล้ว
นรินหยัดกายลุกขึ้นนั่ง สายตาก็มองไปรอบๆ ห้องนอนกว้างอย่างใช้ความคิด เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูหรูหรา ถึงไม่รู้ราคาก็พอเดาได้ว่าแพงไม่น้อย
แล้วบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว ที่นี่คือคอนโดหรูใจกลางเมือง เธอเคยนั่งรถผ่านอยู่บ่อยครั้งระหว่างทางไปมหาวิทยาลัย ราคาคงไม่ต่ำกว่าสิบล้านหรืออาจมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
ทั้งรถที่เขาขับ ทั้งที่พักแห่งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเอื้อมถึงได้ง่าย ๆ
ผู้ชายคนนี้ดูแล้วคงจะไม่ธรรมดาจริงๆ
นรินถอนหายใจยาว สายตาเลื่อนไปหยุดที่ของข้างเตียง มองกระปุกยา ผ้าขนหนูในกะละมังใบเล็กแล้วก็แผ่นเจลลดไข้ที่ถูกใช้แล้ว ปลายนิ้วแตะหน้าผากตัวเองเบา ๆ แผ่นเจลที่แปะไว้ก่อนหน้านี้ก็คงเป็นฝีมือเขา
ถ้าหนีออกไปตอนนี้อาจปลอดภัยกว่าการรอให้ผู้ชายอันตรายคนนั้นไปส่งก็ได้ คิดได้ดังนั้นเธอก็รีบลุกจากเตียงทันที แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรงอยู่บ้างแต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงมากพอจะทำอะไรได้เหมือนเดิม
ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเจ็บปนเสียว เวลาไม่เจอกันนานๆ หรือเวลาที่ไมค์ดื่มเหล้าหนักๆอารมณ์ของเขาจะรุนแรงขึ้น และเซ็กซ์ของเขาก็รุนแรงดิบเถื่อนตามไปด้วย นรินเอื้อมมือไปจับใบหน้าเขาให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ไมค์รับรู้ความรู้สึกของคนตรงหน้าผ่านทางสีหน้าและแววตาของเธอ เขาผ่อนแรงลงพร้อมกับโน้มใบหน้าลงจูบเธอเบาๆ จังหวะนุ่มนวลดำเนินไปได้แค่ครู่เดียว เอวสอบก็ขยับกระแทกเข้าออกรัวเร็วขึ้นเมื่อเขากำลังจะถึงจุดสุดยอด ไม่นานนักแก่นกายใหญ่ก็เกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนหมดสิ้น ไมค์ขยับตัวลงนอนข้างๆร่างเล็กที่นอนหอบกระเส่าด้วยความเหนื่อยอ่อน “ ทำไมเฮียไม่โทรมาบอกรินก่อน ” “ เฮียมาถึงตอนบ่ายๆ กะว่าจะมาเซอร์ไพรส์รินซะหน่อย ไอ้จอห์นก็ลากไปเที่ยวต่อ คิดถึงเฮียไหมครับ ” “ คิดถึงค่ะ ” นรินยิ้มน้อยๆออกมา ไมค์โอบกอดร่างเล็กไว้ด้วยความรักใคร่ กดริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมนหนักๆ“ เฮียรักรินนะ ” เขาเอ่ยบอกเสียงเบา “ อืม รู้แล้ว รินก็รักเฮียเหมือนกัน ”เธอยิ้มตอบพลางซุกหน้าลงบนแผลงอกกว้างของเขา เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน พอเงยหน้าขึ้นมองดูถึงรู้ว่าเขาหลับไปแล้ว นรินหัวเราะออกมาเบา
หลังจากแคทและแองจี้บินกลับอเมริกาไปแล้ว ไมค์ก็เดินทางบินไปกลับระหว่างไทยกับอเมริกาตามที่รับปากพี่สาวเอาไว้ ส่วนนรินก็ย้ายกลับมาพักที่คอนโดของตัวเองตามเดิม ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว เธอจึงอยากใช้เวลาอยู่กับการอ่านหนังสือให้เต็มที่ และการได้กลับมาอยู่ในพื้นที่ของตัวเองก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจมากกว่าเดิมอย่างน้อย ที่นี่ก็เงียบสงบพอจะทำให้เธอมีสมาธิกับการอ่านหนังสือได้มากกว่าตอนอยู่กับไมค์ เห็นข้าวของอะไรที่เป็นของเขาก็ยิ่งทำให้คิดถึงกันมากขึ้น แม้บางครั้งเธอจะคิดถึงเขาจนเผลอเหม่อลอยอยู่บ่อย ๆ ก็ตามวันนี้ไมค์ไม่ได้โทรมาหรือส่งข้อความมาหาเธอเลยทั้งวัน ออกจะแปลกๆอยู่ซักหน่อยนรินนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ ภายในห้องพัก แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามฝืนจดจ่อมากแค่ไหน เนื้อหาที่อ่านก็ไม่เข้าหัวเลยสักนิด ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะ ก่อนจะพบว่าตอนนี้เกือบห้าทุ่มแล้วเปลือกตาของเธอเริ่มหนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้น ความง่วงค่อย ๆ เข้าครอบงำทีละน้อย สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วปิดหนังสือลง ฝืนอ่านต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรจึงตัดสินใจเข้านอนแทนที่ไนต์คลับแห่งหนึ่ง ไมค์กับกลุ่มเพื่อนสนิทนัดออกมาสังสรรค์
เรียวขาของเธอแยกออกกว้างตามที่เขาสั่งหัวสมองของเธอตอนนี้ว่างเปล่ามึนเบลอไปหมด ร้อนวูบวาบไปทั่วร่างยามที่ลิ้นร้ายปาดเลียจากซอกคอลงมา ก่อนจะขบเม้มบนผิวนุ่มตรงเนินอก ริมฝีปากขยับเข้ามาประกบดูดดึงยอดอกสีหวานพร้อมกับใช้อุ้งมือบีบเคล้นคลึงก้อนเนื้อนุ่มสองก้อนไปด้วยฟันคมครูดกับเนื้ออ่อนนุ่ม ถึงไม่แรงนักแต่ก็ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก “ อือออ เฮีย อ๊ะ ” เสียงครางในลำคอดังออกมาเบาๆ มันเจ็บแต่ก็เสียวซ่านจนร่างเล็กนอนบิดเร่าไปมาด้วยความเสียวสยิวริมฝีปากและลิ้นร้อนเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงเนินเนื้อนุ่ม มองร่องสวาทที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวาน แค่ถูกกระตุ้นปลุกเร้านิดหน่อยเธอก็พร้อมโบยบินไปกับเขาแล้ว ปลายนิ้วสากบดคลึงลงบนปุ่มกระสันเบาๆ ก่อนปลายลิ้นอุ่นชื้นจะรุกล้ำเข้าไปในช่องทางคับแคบ แค่ถูกปลายลิ้นเข้าออกรัวเร็ว ร่างเล็กก็ดิ้นพล่านด้วยความเสียว ริมฝีปากเล็กส่งเสียงครางหวานออกมาไม่หยุด สะโพกกลมมนร่อนส่ายไปมา ปลายเล็บจิกเกร็งลงบนผ้าปูที่นอนแน่น “ อ๊า อื้ออ อ๊าา ไม่ไหว..แล้ว รินจะเสร็จ อ๊าา!!”ไมค์เงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่เกร็งกระตุกอย่างแรง เขาหยัดกายขึ้นนั่งหยิบถุงยางสวมใส่ลงบนแก่นกายอย่างไม
“ อาบน้ำแล้วรีบนอนพักดีกว่านะ ”“ ค่ะ ”นรินตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มองร่างสูงที่ช้อนอุ้มยกตัวเธอขึ้นมา เดินตรงดิ่งเข้าไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว“ เดี๋ยวเฮีย! รินอาบเองได้ เอ่อ วันนี้รินเหนื่อยมากไม่มีอารมณ์จะทำเรื่องนั้น ตอนนี้ก็ยังรู้สึกมึนๆหัวด้วย ” “ เฮียไม่ทำอะไรหรอก วันนี้รินเจอเรื่องหนักๆมาทั้งวัน เฮียก็แค่อยากอาบน้ำด้วยเท่านั้นเอง ” ไมค์พูดเสียงเบา พลางมองนรินด้วยสายตาอ่อนโยน เขาแค่อยากดูแลเธอบ้าง… หลังจากเห็นเธอเหนื่อยและเครียดมาตลอดทั้งวันมือทั้งสองข้างของเขาค่อย ๆ ช่วยปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอออกอย่างแผ่วเบา นรินรีบยกมือขึ้นจับมือเขาไว้ทันที ใบหน้าเห่อร้อนด้วยความเขินอาย“รินถอดเองได้”เธอพูดเสียงเบาพลางหลบสายตาเขาเล็กน้อย ขณะที่ ไมค์มองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดูบาง ๆเมื่อห้ามยังไงก็ไม่ฟัง นรินก็ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้คนเอาแต่ใจทำตามความต้องการของตัวเองไป เสื้อนักศึกษาถูกถอดออกอย่าง่ายดายตามด้วยบราเซียร์ ไม่นานนักกระโปรงและแพนตี้ตัวจิ๋วก็ถูกโยนทิ้งลงในตระกร้าผ้านรินช่วยเขาถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่เนื้อตัวเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ เธอพยายามไม่มองต่ำก
ไมค์ชำเลืองมองนรินเป็นระยะ ขณะที่ขับรถไปตามเส้นทางที่มุ่งหน้ากลับคอนโดของตัวเอง “ เมื่อกี้แองจี้คุยอะไรกับรินบ้าง เฮียเห็นเอกสารสัญญาวางอยู่บนโต๊ะ”“ พี่สาวของเฮียเสนอเงินให้รินก้อนหนึ่ง เเลกกับการเลิกกับเฮีย แต่รินปฏิเสธไปแล้ว ” นรินเอ่ยออกมา ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ “ เฮียรู้จักนิสัยแองจี้ดี คงพูดข่มขู่อะไรให้รินกลัวใช่ไหม แล้วมีเรื่องอื่นที่รินยังไม่ได้บอกเฮียอีกหรือเปล่า? ”“ ไม่มีแล้วค่ะ ”ไมค์ไม่อยากปล่อยผ่านไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยอะไรที่เกิดขึ้นกับนรินก็ตาม ตั้งแต่ออกมาจากเซฟเฮ้าส์ นรินก็ดูนิ่งเงียบเหมือนคนกำลังใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา เขาไม่ชอบที่เห็นเธอเป็นแบบนี้เลย ไมค์ขับรถมาจอดริมถนนเงียบ ๆ ก่อนดับเครื่องยนต์ลง บรรยากาศในรถเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงหายใจเบา ๆ ของทั้งสองคน นรินหันไปมองเขาก่อนจะเห็นว่าไมค์ขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น“ แน่ใจนะ ” “ ไม่มีอะไรจริงๆ เฮีย รินไม่โกหกหรอก มีแค่ที่รินบอกเฮียไปเท่านั้นแหละ ” นรินฝืนยิ้มส่งให้แฟนหนุ่ม แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่“ รินหิวแล้ว เฮียไม่หิวเหรอ ” เธอพูดตัดบทไปเสียดื้อๆ รู้สึกเหนื่อยจนไม่
“ยัยบ้า!! นี่เธอเอาเรื่องฉันไปฟ้องแด๊ดกับมัมเหรอ!!” แองจี้เบิกตาโพลงมองน้องสาวฝาแฝดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ใช่ โทรไปบอกหลังจากมาไทย แด๊ดกับมัมถาม…ฉันก็เลยเล่าไปหมดแล้วว่าเธอทำอะไรบ้าง กลับไปอเมริกาคราวนี้เธอโดนพวกท่านเฉ่งยับแน่นอน”ไมค์กระตุกยิ้มที่มุมปาก แอบขำกับสีหน้าของเเองจี้ แคทปรายตามามองที่น้องชายตัวแสบ“ฉันก็เล่าเรื่องแกเหมือนกัน แด๊ดกับมัมไม่ว่าอะไรเรื่องที่แกมีแฟน พวกท่านอยากให้แกพาผู้หญิงคนนั้นไปแนะนำให้รู้จัก แด๊ดกับมัมอยากให้แกกลับอเมริกามากนะ เดี๋ยวมัมเค้าจะโทรมาคุยกับแกเอง แกควรจะมีคำตอบดีๆ ไว้บอกท่าน ไม่งั้น คราวหน้าคนที่มาลากแกกลับอเมริกาก็คงเป็นแด๊ดกับมัมเอง”แคทพูดพลางพ่นควันบุหรี่ออกมา ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ มองสบสายตาน้องชายที่จ้องหน้าเธอเขม็งด้วยความไม่พอใจพอๆกับแองจี้จุดอ่อนของทั้งคู่ก็คือแด๊ดกับมัม ถ้าบอกพวกท่านเมื่อไหร่ ศึกย่อม ๆ นี้ก็จะยุติลงทันที“เธอนี่มันตัวแสบจริงๆ ” ไมค์มองหน้าแคทพลางส่ายหน้าไปมาแคทยิ้มยียวนใส่พวกเขาทั้งคู่ แววตาเปล่งประกายวาววับราวกับคนที่คุมเกมได้ทั้งหมด เธอหันไปมองน้องชายก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ“แกจะกลับอเมริกาได้
เธอไม่ใช่คนโง่ ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินเข้ากับดักของผู้ชายคนนั้น ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าข้างในเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง คนสารเลวนั่นจ้องจะเอาเปรียบเธออยู่ตลอดเวลาเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำนรินสะดุ้โหยงอย่างคนขวัญผวา ทันทีที่เห็นชื่อคนโทรเข้าความรู้สึก
“เออ เดือนก่อนก็พูดแบบนี้ ไม่ถึงอาทิตย์ก็หายไปปาร์ตี้กับพวกกูเหมือนเดิม ” ไมค์พูดเสริมเรียบๆ“คราวนี้เอาจริงเว้ย” ลีโอถอนหายใจอย่างหงุดหงิด“เมื่อไหร่”“แล้วแต่มึงเลย แต่เร็วหน่อยก็ดี” ลีโอตอบ“พรุ่งนี้บ่าย ๆ กูเข้าไปดูให้” ไมค์พูดเรียบ ๆ“ขอบใจมากว่ะเพื่อน” ลีโอยิ้มกว้างอย่างโล่งใจจอห์นดีดบุหรี
นรินระบายลมหายใจออกมาด้วยสีหน้าหนักใจ สายตามองตามแผ่นหลังของแคทที่เดินลับตาไปแล้ว รีบหันหลังก้าวตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวด้านในของร้าน เธอไม่อยากเจอหน้าเขา ไม่อยากแม้แต่จะเห็นผู้ชายสารเลวคนนั้น ทำไมยังมาตามตอแยเธออีก..เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้งก่อนที่คนข้างในจะขานรับและบอกให้คนที่อยู่ข้างน
หลายวันผ่านไปวันนี้นรินมีเรียนตั้งเช้าจนถึงบ่าย ตกเย็นก็ยังมีกิจกรรมรับน้องที่คณะอีก เธอยังปวดหัวอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีไข้แล้ว ยังดีที่น้ำฝนกับพลอยไม่ได้ซักถามอะไรมากนัก เธอเลยไม่ต้องใช้สมองค่อยคิดหาคำแก้ตัวมาตอบคำถามเพื่อนทั้งสองคน นรินก้มมองนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงกว่าแล้ว ฝนก็เริ่ม







