Masukคิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็รีบลุกออกจากเตียงนอนเดินตรงไปเข้าห้องน้ำทันที ไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับสวมเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว
ความเจ็บตรงกึ่งกลางกายทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาอีก เธอไม่ใช่ผู้หญิงหัวโบราณ ไม่ได้ยึดติดกับเรื่องเซ็กซ์ครั้งแรก แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาพลาดเสียตัวให้กับผู้ชายเลวๆ แบบนี้ แถมยังเป็นการเสียตัวครั้งแรกที่ทิ้งไว้แต่ความรู้สึกเลวร้าย
ทั้งหมดเริ่มต้นจากความมือไวของเธอเองแท้ๆ ที่เผลอยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปและถ่ายคลิปตอนที่พวกเขามีเรื่องชกต่อยกันอยู่ เสียงปืนดังขึ้นสามสี่นัด ภาพชายคนนั้นกำลังต่อยซ้ำ ๆไปที่ผู้ชายอีกคนจนกระทั่งปืนหลุดจากมือ ถ้าเขาไม่หันมาเห็นเธอในตอนนั้นเข้าเรื่องทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น
นรินส่ายหน้าเบา ๆ มันไม่ใช่ความผิดของเธอ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นกับเธออยู่ดี
เธอเริ่มมองหาข้าวของของตัวเอง พยายามหาทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจอทั้งชุดนักศึกษาและกระเป๋าสะพาย ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเก็บข้าวของของเธอไปไว้ที่ไหน
นรินสูดลมหายใจลึก พยายามทำตัวให้เงียบที่สุด ค่อย ๆ แง้มประตูห้องนอนออกก่อนจะมองซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง เธอหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แล้วจึงรีบก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
เธอยังไปไหนไม่ได้อยู่ดี ของสำคัญรวมถึงเงินก็อยู่ในกระเป๋าสะพายใบนั้น ยังไงก็ต้องหาให้เจอก่อน
“เก็บไปไว้ที่ไหนนะ”
ทำยังไงดี.. วันนี้วันเสาร์ด้วยคงไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน มือถือก็พังติดต่อใครก็ไม่ได้
นรินเดินหากระเป๋าสะพายของตนเองไปทั่ว ไม่เว้นแม้กระทั่งตู้โต๊ะต่างๆ ที่สามารถเปิดดูได้
“ไม่มี ที่ไหนก็ไม่มี ทำยังไงดี ” ริมฝีปากเล็กบ่นพึมพำออกมาคนสิ้นหวัง
สุดท้ายเธอก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาสีดำในห้องนั่งเล่น ความปวดหนึบในศีรษะเริ่มกลับมาอีกครั้งเหมือนไข้กำลังตีกลับ
เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นกระทันหันทำเอาคนขวัญอ่อนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เธอรีบหันไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาคมกริบมองใบหน้าซีดเซียวรวมถึงเสื้อผ้าชุดใหม่ที่คนตรงหน้าสวมใส่ สองเท้าก้าวเข้าไปหาคนที่นั่งนิ่งเงียบมองมาทางเขาอยู่เช่นกัน
“ไข้ลดแล้วเหรอ”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ๆ พร้อมยื่นมือออกมาหมายจะแตะหน้าผากเธอ แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสมือเล็กก็ปัดออกอย่างไม่ไยดี
ไมค์อมยิ้มขำเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังมีแรงพอจะแผลงฤทธิ์ใส่เขาได้
“ฉันอยากกลับบ้าน นายเก็บกระเป๋าสะพายของฉันไปหรือเปล่า”
“กระเป๋า?” คิ้มเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย ราวกับไม่เข้าใจ
“กระเป๋าสะพายหนังสีดำ” น้ำเสียงเธอเรียบตึง แค่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจไปอย่างนั้เอง
นรินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อนเมื่อร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่ลอยมาแตะจมูก ดวงตากลมมองเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมลงมาถึงกลางอก เผยแผงอกกว้างกับกล้ามเนื้อแน่นกางเกงยีนสีดำเข้ารูปยิ่งขับให้รูปร่างเขาดูเด่นชัด
เธอเผลอไผลมองสำรวจอีกฝ่ายอยู่นาน กระทั่งดวงตาคมสีเทาอมเขียวสบเข้ากับสายตาเธอพอดี รอยแผลสดที่หางคิ้วกับมุมปากยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูอันตรายขึ้นกว่าเดิม
“ไม่ต้องมองนานขนาดนั้นก็ได้ ฉันรู้ว่าตัวเองหล่อ” เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นคนตรงหน้ายังมองมาไม่ละสายตา
“หลงตัวเองชะมัด” ริมฝีปากเล็กพึมพำเบา ๆ
นรินก้มหน้าลงมองฝ่ามือตัวเอง หลบสายตาเป็นประกายวามวาวของเขาที่มองมา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ไม่แน่ใจว่าเพราะไข้…หรืออย่างอื่น
“กระเป๋าเธออยู่ในตู้ตรงนั้น” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบแต่สายตาคมยังจับจ้องไม่วาง
“จะเปิดก็ต้องใช้กุญแจ” เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อช้า ๆ
“ แต่เธอ…ยังกลับไม่ได้ ถ้าฉันยังไม่อนุญาต”
นรินเงยหน้าขึ้นทันที แววตาที่มองอีกฝ่ายแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ทำไมต้องรอให้นายอนุญาตด้วย” น้ำเสียงแข็งๆ เอ่ยออกมา
“ฉันจะกลับ” สายตาที่ปรายมองไปยังร่างสูง เต็มไปด้วยแรงต่อต้าน
“นริน นักศึกษาปีสองมหาลัยXXX”
“นี่นายแอบดูของในกระเป๋าฉันเหรอ นิสัยไม่ดีแล้วยังไร้มารยาทอีก”
“ไม่ได้แอบดู แค่หยิบมันออกมาดูเฉยๆ ” เขาบอกเรียบ ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ พลางยักไหล่นิด ๆ คำตอบหน้าตาเฉยทำเอาเธอเม้มปากแน่น
“ฉันชื่อไมค์”
ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเจ็บปนเสียว เวลาไม่เจอกันนานๆ หรือเวลาที่ไมค์ดื่มเหล้าหนักๆอารมณ์ของเขาจะรุนแรงขึ้น และเซ็กซ์ของเขาก็รุนแรงดิบเถื่อนตามไปด้วย นรินเอื้อมมือไปจับใบหน้าเขาให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ไมค์รับรู้ความรู้สึกของคนตรงหน้าผ่านทางสีหน้าและแววตาของเธอ เขาผ่อนแรงลงพร้อมกับโน้มใบหน้าลงจูบเธอเบาๆ จังหวะนุ่มนวลดำเนินไปได้แค่ครู่เดียว เอวสอบก็ขยับกระแทกเข้าออกรัวเร็วขึ้นเมื่อเขากำลังจะถึงจุดสุดยอด ไม่นานนักแก่นกายใหญ่ก็เกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนหมดสิ้น ไมค์ขยับตัวลงนอนข้างๆร่างเล็กที่นอนหอบกระเส่าด้วยความเหนื่อยอ่อน “ ทำไมเฮียไม่โทรมาบอกรินก่อน ” “ เฮียมาถึงตอนบ่ายๆ กะว่าจะมาเซอร์ไพรส์รินซะหน่อย ไอ้จอห์นก็ลากไปเที่ยวต่อ คิดถึงเฮียไหมครับ ” “ คิดถึงค่ะ ” นรินยิ้มน้อยๆออกมา ไมค์โอบกอดร่างเล็กไว้ด้วยความรักใคร่ กดริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมนหนักๆ“ เฮียรักรินนะ ” เขาเอ่ยบอกเสียงเบา “ อืม รู้แล้ว รินก็รักเฮียเหมือนกัน ”เธอยิ้มตอบพลางซุกหน้าลงบนแผลงอกกว้างของเขา เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน พอเงยหน้าขึ้นมองดูถึงรู้ว่าเขาหลับไปแล้ว นรินหัวเราะออกมาเบา
หลังจากแคทและแองจี้บินกลับอเมริกาไปแล้ว ไมค์ก็เดินทางบินไปกลับระหว่างไทยกับอเมริกาตามที่รับปากพี่สาวเอาไว้ ส่วนนรินก็ย้ายกลับมาพักที่คอนโดของตัวเองตามเดิม ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว เธอจึงอยากใช้เวลาอยู่กับการอ่านหนังสือให้เต็มที่ และการได้กลับมาอยู่ในพื้นที่ของตัวเองก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจมากกว่าเดิมอย่างน้อย ที่นี่ก็เงียบสงบพอจะทำให้เธอมีสมาธิกับการอ่านหนังสือได้มากกว่าตอนอยู่กับไมค์ เห็นข้าวของอะไรที่เป็นของเขาก็ยิ่งทำให้คิดถึงกันมากขึ้น แม้บางครั้งเธอจะคิดถึงเขาจนเผลอเหม่อลอยอยู่บ่อย ๆ ก็ตามวันนี้ไมค์ไม่ได้โทรมาหรือส่งข้อความมาหาเธอเลยทั้งวัน ออกจะแปลกๆอยู่ซักหน่อยนรินนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ ภายในห้องพัก แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามฝืนจดจ่อมากแค่ไหน เนื้อหาที่อ่านก็ไม่เข้าหัวเลยสักนิด ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะ ก่อนจะพบว่าตอนนี้เกือบห้าทุ่มแล้วเปลือกตาของเธอเริ่มหนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้น ความง่วงค่อย ๆ เข้าครอบงำทีละน้อย สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วปิดหนังสือลง ฝืนอ่านต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรจึงตัดสินใจเข้านอนแทนที่ไนต์คลับแห่งหนึ่ง ไมค์กับกลุ่มเพื่อนสนิทนัดออกมาสังสรรค์
เรียวขาของเธอแยกออกกว้างตามที่เขาสั่งหัวสมองของเธอตอนนี้ว่างเปล่ามึนเบลอไปหมด ร้อนวูบวาบไปทั่วร่างยามที่ลิ้นร้ายปาดเลียจากซอกคอลงมา ก่อนจะขบเม้มบนผิวนุ่มตรงเนินอก ริมฝีปากขยับเข้ามาประกบดูดดึงยอดอกสีหวานพร้อมกับใช้อุ้งมือบีบเคล้นคลึงก้อนเนื้อนุ่มสองก้อนไปด้วยฟันคมครูดกับเนื้ออ่อนนุ่ม ถึงไม่แรงนักแต่ก็ทำให้ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก “ อือออ เฮีย อ๊ะ ” เสียงครางในลำคอดังออกมาเบาๆ มันเจ็บแต่ก็เสียวซ่านจนร่างเล็กนอนบิดเร่าไปมาด้วยความเสียวสยิวริมฝีปากและลิ้นร้อนเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงเนินเนื้อนุ่ม มองร่องสวาทที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวาน แค่ถูกกระตุ้นปลุกเร้านิดหน่อยเธอก็พร้อมโบยบินไปกับเขาแล้ว ปลายนิ้วสากบดคลึงลงบนปุ่มกระสันเบาๆ ก่อนปลายลิ้นอุ่นชื้นจะรุกล้ำเข้าไปในช่องทางคับแคบ แค่ถูกปลายลิ้นเข้าออกรัวเร็ว ร่างเล็กก็ดิ้นพล่านด้วยความเสียว ริมฝีปากเล็กส่งเสียงครางหวานออกมาไม่หยุด สะโพกกลมมนร่อนส่ายไปมา ปลายเล็บจิกเกร็งลงบนผ้าปูที่นอนแน่น “ อ๊า อื้ออ อ๊าา ไม่ไหว..แล้ว รินจะเสร็จ อ๊าา!!”ไมค์เงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่เกร็งกระตุกอย่างแรง เขาหยัดกายขึ้นนั่งหยิบถุงยางสวมใส่ลงบนแก่นกายอย่างไม
“ อาบน้ำแล้วรีบนอนพักดีกว่านะ ”“ ค่ะ ”นรินตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มองร่างสูงที่ช้อนอุ้มยกตัวเธอขึ้นมา เดินตรงดิ่งเข้าไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว“ เดี๋ยวเฮีย! รินอาบเองได้ เอ่อ วันนี้รินเหนื่อยมากไม่มีอารมณ์จะทำเรื่องนั้น ตอนนี้ก็ยังรู้สึกมึนๆหัวด้วย ” “ เฮียไม่ทำอะไรหรอก วันนี้รินเจอเรื่องหนักๆมาทั้งวัน เฮียก็แค่อยากอาบน้ำด้วยเท่านั้นเอง ” ไมค์พูดเสียงเบา พลางมองนรินด้วยสายตาอ่อนโยน เขาแค่อยากดูแลเธอบ้าง… หลังจากเห็นเธอเหนื่อยและเครียดมาตลอดทั้งวันมือทั้งสองข้างของเขาค่อย ๆ ช่วยปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอออกอย่างแผ่วเบา นรินรีบยกมือขึ้นจับมือเขาไว้ทันที ใบหน้าเห่อร้อนด้วยความเขินอาย“รินถอดเองได้”เธอพูดเสียงเบาพลางหลบสายตาเขาเล็กน้อย ขณะที่ ไมค์มองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดูบาง ๆเมื่อห้ามยังไงก็ไม่ฟัง นรินก็ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้คนเอาแต่ใจทำตามความต้องการของตัวเองไป เสื้อนักศึกษาถูกถอดออกอย่าง่ายดายตามด้วยบราเซียร์ ไม่นานนักกระโปรงและแพนตี้ตัวจิ๋วก็ถูกโยนทิ้งลงในตระกร้าผ้านรินช่วยเขาถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่เนื้อตัวเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ เธอพยายามไม่มองต่ำก
ไมค์ชำเลืองมองนรินเป็นระยะ ขณะที่ขับรถไปตามเส้นทางที่มุ่งหน้ากลับคอนโดของตัวเอง “ เมื่อกี้แองจี้คุยอะไรกับรินบ้าง เฮียเห็นเอกสารสัญญาวางอยู่บนโต๊ะ”“ พี่สาวของเฮียเสนอเงินให้รินก้อนหนึ่ง เเลกกับการเลิกกับเฮีย แต่รินปฏิเสธไปแล้ว ” นรินเอ่ยออกมา ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ “ เฮียรู้จักนิสัยแองจี้ดี คงพูดข่มขู่อะไรให้รินกลัวใช่ไหม แล้วมีเรื่องอื่นที่รินยังไม่ได้บอกเฮียอีกหรือเปล่า? ”“ ไม่มีแล้วค่ะ ”ไมค์ไม่อยากปล่อยผ่านไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยอะไรที่เกิดขึ้นกับนรินก็ตาม ตั้งแต่ออกมาจากเซฟเฮ้าส์ นรินก็ดูนิ่งเงียบเหมือนคนกำลังใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา เขาไม่ชอบที่เห็นเธอเป็นแบบนี้เลย ไมค์ขับรถมาจอดริมถนนเงียบ ๆ ก่อนดับเครื่องยนต์ลง บรรยากาศในรถเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงหายใจเบา ๆ ของทั้งสองคน นรินหันไปมองเขาก่อนจะเห็นว่าไมค์ขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น“ แน่ใจนะ ” “ ไม่มีอะไรจริงๆ เฮีย รินไม่โกหกหรอก มีแค่ที่รินบอกเฮียไปเท่านั้นแหละ ” นรินฝืนยิ้มส่งให้แฟนหนุ่ม แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่“ รินหิวแล้ว เฮียไม่หิวเหรอ ” เธอพูดตัดบทไปเสียดื้อๆ รู้สึกเหนื่อยจนไม่
“ยัยบ้า!! นี่เธอเอาเรื่องฉันไปฟ้องแด๊ดกับมัมเหรอ!!” แองจี้เบิกตาโพลงมองน้องสาวฝาแฝดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ใช่ โทรไปบอกหลังจากมาไทย แด๊ดกับมัมถาม…ฉันก็เลยเล่าไปหมดแล้วว่าเธอทำอะไรบ้าง กลับไปอเมริกาคราวนี้เธอโดนพวกท่านเฉ่งยับแน่นอน”ไมค์กระตุกยิ้มที่มุมปาก แอบขำกับสีหน้าของเเองจี้ แคทปรายตามามองที่น้องชายตัวแสบ“ฉันก็เล่าเรื่องแกเหมือนกัน แด๊ดกับมัมไม่ว่าอะไรเรื่องที่แกมีแฟน พวกท่านอยากให้แกพาผู้หญิงคนนั้นไปแนะนำให้รู้จัก แด๊ดกับมัมอยากให้แกกลับอเมริกามากนะ เดี๋ยวมัมเค้าจะโทรมาคุยกับแกเอง แกควรจะมีคำตอบดีๆ ไว้บอกท่าน ไม่งั้น คราวหน้าคนที่มาลากแกกลับอเมริกาก็คงเป็นแด๊ดกับมัมเอง”แคทพูดพลางพ่นควันบุหรี่ออกมา ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ มองสบสายตาน้องชายที่จ้องหน้าเธอเขม็งด้วยความไม่พอใจพอๆกับแองจี้จุดอ่อนของทั้งคู่ก็คือแด๊ดกับมัม ถ้าบอกพวกท่านเมื่อไหร่ ศึกย่อม ๆ นี้ก็จะยุติลงทันที“เธอนี่มันตัวแสบจริงๆ ” ไมค์มองหน้าแคทพลางส่ายหน้าไปมาแคทยิ้มยียวนใส่พวกเขาทั้งคู่ แววตาเปล่งประกายวาววับราวกับคนที่คุมเกมได้ทั้งหมด เธอหันไปมองน้องชายก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ“แกจะกลับอเมริกาได้
นรินหลบสายตากริบของอีกฝ่ายที่กำลังจ้องจับผิดเธออยู่“ มาอยู่กับเฮียสักพัก ถ้าคนที่มันคิดไม่ดีกับรินอยู่เห็นว่ามีรินมีใครอยู่ด้วยอาจจะไม่กล้าทำอะไรอีก ถ้ารินไม่มางั้นเฮียย้ายไปอยู่ที่คอนโดรินแทนแล้วกัน ”“ อย่าเลยเฮีย ห้องรินเล็กจะตาย ถ้าเฮียมาอยู่ด้วยคงไม่สะดวกเท่าไหร่ เอ่อ รินย้ายมาอยู่ที่นี่ส
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะกดปิดเครื่องแล้ววางโทรศัพท์ลงในคอนโซลกลางรถ นรินมองตามการกระทำของเขาอย่างงง ๆ“ มีอะไรหรือเปล่า” เธอเอ่ยเถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย “ไม่มีอะไร ไปเถอะเฮียหิวข้าวแล้ว ” พูดจบก็โน้มตัวมาจุ๊บที่แก้มของเธอเบาๆระหว่างทางนรินแอบมองไมค์เป็นระยะ ใบหน้า
สองอาทิตย์ต่อมา..นรินนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนโซฟา ใบหน้าดูไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา สายแปลก ๆ เริ่มโทรเข้ามาหาเธออีกครั้ง หลังจากที่มันเงียบหายไปพักใหญ่ แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่แค่โทรมาแล้วเงียบก่อนตัดสายไปแต่ปลายสายมักมีเสียงบางอย่างดังขึ้นแทน เสียงดนตรีแปลก ๆ
“กูก็คิดเหมือนอย่างมึงนั่นแหละ เด็กมันก็นิสัยน่ารักด้วย ดูเป็นเด็กดี กูล่ะไม่อยากเชื่อจริงๆ ว่ามันจะเป็นคนแรกในกลุ่มที่มีแฟนก่อนใคร” จอห์นพูดพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม“นิสัยของมันเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงแถมไม่ค่อยไว้ใจใครง่ายๆ อีก น้องรินก็คงจะรับนิสัยมันได้แล้วมั้ง ไอ้นิสัยสองบุคลิกของมันอ่ะ” ลีโอหัวเร







