공유

บทที่ 4

last update 게시일: 2025-12-12 09:17:39

กรุงโรมยินดีต้อนรับ

เสียงประกาศจากกัปตันดังขึ้น

“เรือกำลังเทียบท่าที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ขอให้ผู้โดยสารและลูกเรือทุกท่านเตรียมสัมภาระและผ่านจุดตรวจตามลำดับ...”

อลิษาสะพายกระเป๋าเป้เล็ก ๆ เดินตามขบวนพนักงานลงจากเรือ เสียงผู้คนมากมายหลายภาษาคุยกันเสียงดังจอแจ “โอ้... แค่กลิ่นอากาศก็ไม่เหมือนที่ไหนเลย” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ พลางสูดกลิ่นอากาศที่ปนกลิ่นกาแฟและกลิ่นขนมอบจากร้านใกล้ท่าเรือ

“โรมยินดีต้อนรับเธอจ้ะ” เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ลิเดียในชุดสูทลำลองสีเบจเดินมาพร้อมรอยยิ้ม

“เราได้ห้องพักที่ Hotel Serafina อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ แต่เส้นทางค่อนข้างวกวนไปหน่อยนะ เตรียมใจไว้ได้เลย”

อลิษาหัวเราะออกมาเบา ๆ “ฟังดูเหมือนการผจญภัยเล็ก ๆ เลยค่ะ”

“ใช่สิ เรามาเที่ยวทั้งที ต้องเดินทางที่เหมือนกับการผจญภัยบ้างถึงจะสนุก” ลิเดียตอบพลางเรียกรถแท็กซี่คันสีเหลืองสด ทั้ง 2 คนขึ้นรถไปพร้อมกระเป๋าใบเล็กในมือ

การเดินทางใช้เวลาไม่นาน แต่ถนนในโรมแคบและเต็มไปด้วยโค้งหักศอกทำเอาทั้งสองต้องนั่งโยกไปมาตามแรงรถ ลิเดียหัวเราะจนอลิษาอดขำตามไม่ได้ เมื่อมาถึง Hotel Serafina โรงแรมเก่าที่ตกแต่งสไตล์ยุโรปคลาสสิก ผนังหินอ่อนสีครีม และหน้าต่างไม้สีเข้ม พนักงานต้อนรับก็ยิ้มทักเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอิตาเลียน

“ห้องของคุณลิเดียอยู่ชั้น 3 ส่วนของคุณลลิซอยู่ชั้น 4 นะคะ วิวดีมาก เห็นโดมโบสถ์วาติกันเลย”

“ขอบคุณค่ะ” อลิษายกมือไหว้แบบไทยจนพนักงานหัวเราะอย่างเอ็นดู

หลังจากเช็กอินเสร็จ ทั้งคู่แยกกันขึ้นห้องของตัวเองเพื่อพักผ่อนจะได้มีแรงไปเที่ยวในช่วงเรือเทียบท่าให้หนำใจ ลิเดียหันมายิ้มให้อลิษาก่อนลิฟต์ปิด

“พักให้เต็มที่นะอลิซ พรุ่งนี้ค่อยไปเดินเล่นกันก็ได้ ฉันจะไปหากาแฟดื่มก่อนแล้วพักสายตาสักหน่อย”

“ได้ค่ะพี่ลิเดีย ฝันดีล่วงหน้าเลย”

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 4 อลิษาเดินตามทางพรมแดงนุ่ม ๆ ไปยังห้องหมายเลข 405 กลิ่นไม้หอมคลุ้งอยู่ในอากาศ มือเรียวยกขึ้นเปิดม่านหน้าต่างออกกว้างเผยวิวกรุงโรมสู่สายตา หัวใจก็เต้นแรงอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นเป็นเพราะความงดงามของเมืองจนเธออยากจะหยุดเวลาเอาไว้ อลิษาไม่รอช้ารีบจัดข้าวของออกจากกระเป๋าให้เรียบร้อย

“ในที่สุด... ก็ได้พักสักที” เธอพูดเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวลงบนเตียง ปล่อยให้เปลือกตาปิดลงช้า ๆ ท่ามกลางเสียงระฆังโบสถ์ที่ดังแว่วมาจากใจกลางเมือง

หลังจากเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง อลิษาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าแสงอาทิตย์ด้านนอกเริ่มคล้อยเปลี่ยนสี บ่งบอกเวลาในขณะนี้แทนนาฬิกาได้ดีทีเดียว

เธอลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับพลิกดูนาฬิกาบนข้อมือก็เห็นว่าเกือบ 6 โมงเย็นเข้าไปแล้ว เสียงท้องร้องเบา ๆ เตือนให้รู้ว่าตั้งแต่เที่ยงก็ยังไม่ได้กินอะไรจริงจัง เธอจึงหยิบเสื้อคลุมตัวบางมาสวม ลังเลอยู่เล็กน้อยว่าจะโทร.หาพี่ลิเดียดีไหม

“หรือจะชวนพี่เขาไปด้วยดี…” เธอพึมพำเบา ๆ พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรายชื่อ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ 

“ไม่ดีกว่า… พี่ลิเดียน่าจะอยากพักมากกว่า”

เธอวางโทรศัพท์ลงแล้วหยิบกระเป๋าผ้าใบเล็กมาสะพายข้าง ก่อนจะออกจากห้องไปคนเดียว 

อากาศด้านนอกเริ่มเย็น กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ลอยมาตามลมจากร้านเบเกอรีข้างโรงแรม อลิษาเดินไปตามทางเท้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตในย่านใกล้เคียง แสงไฟตามถนนเริ่มเปิดทีละดวงจนเมืองดูนุ่มนวลในโทนสีทอง

เสียงรถรางและผู้คนพูดคุยภาษาที่เธอฟังไม่คุ้นหูดังแว่วมาจากอีกฟากถนน แต่กลับทำให้เธอยิ้มบาง ๆ รู้สึกเหมือนได้อยู่ในโลกที่ต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

เธอเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดไม่ใหญ่มาก อลิษาเลือกตะกร้าใบเล็กแล้วเดินดูของไปเรื่อย ๆ ทั้งผลไม้ ขนมปัง นม และเครื่องดื่มเบา ๆ สำหรับคืนนี้ หลังจากเดินเลือกซื้อของจนเพลินอลิษาหันไปมองด้านนอกก็เห็นว่าท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว

“ตายละเดินเพลินเลยมืดแล้วด้วย รีบกลับก่อนดีกว่า” พอพูดจบเธอก็ตรงไปจ่ายเงินก่อนจะเดินออกมาจากร้าน

อลิษาเดินถือถุงของในมือแน่นขึ้น เมื่อรู้ตัวว่าแสงจากร้านรวงด้านหลังค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงทางเท้าที่ทอดยาวและเสียงฝีเท้าของเธอเองที่สะท้อนกลับมาในความเงียบ แสงไฟตามเสาเริ่มกะพริบก่อนจะดับลงเป็นช่วง ๆ

“อะไรเนี่ย บ้านเมืองออกใหญ่โตแต่ทำไมไฟฟ้าเป็นแบบนี้นะ มืด ๆ ค่ำ ๆ เดินคนเดียวแบบนี้อันตรายแย่เลย” อลิษาบ่นพร้อมกับกลืนน้ำลายและเดินฝ่าลมเย็นที่พัดเฉียดผิวกายเบา ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไฟฉาย แสงขาวสาดไปข้างหน้าส่องให้เห็นถนนแคบและกำแพงอิฐสีซีดที่ดูเก่าแก่

เสียงหัวใจของเธอเต้นชัดในความเงียบ จังหวะการก้าวเท้าเริ่มเร็วขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แต่ก็ยังคงมองซ้ายมองขวาเพื่อระวังภัย ยิ่งเดินเร็วเท่าไรความหวาดกลัวก็มีมากขึ้นเท่านั้น

“ไม่น่าเดินซื้อของนานเลยเรา” อลิษาบ่นทั้งที่ยังเดินตรงไปเรื่อย ๆ “อีก 2 ทางโค้งก็ถึงโรงแรมแล้ว” เธอบ่นแต่ก็รีบก้าวขายาว ๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งให้พ้นจากถนนที่มีแต่ความมืดเร็ว ๆ

และทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดึงขึ้นอยู่ตรงหน้าเธอทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก

ตุ้บ!!

เสียงบางอย่างตกกระแทกพื้นดังสนั่นอยู่ไม่ไกล อลิษาชะงักทั้งตัว มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แสงไฟฉายส่องไปยังจุดที่มืดสนิทตรงหน้า เธอมองไปรอบ ๆ กายเห็นเพียงถังขยะที่ล้มอยู่ตรงนั้นพร้อมกับแมวตัวน้อยที่กระโดดออกไป

“เจ้าแมวน้อยนั่นเอง” อลิษาถอนหายใจก่อนพูดขึ้นมาอย่างโล่งอก ทว่าขณะที่กำลังก้าวเดินผ่านถังขยะ จู่ ๆ ก็...

“อ๊ายยย...”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ (2)อิริคใช้มือข้างหนึ่งปลดกระดุมของเสื้อเชิ้ตตัวใน มืออีกข้างก็เปิดประตูห้อง สะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อไล่ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่โดนกลุ่มเพื่อนผลัดกันป้อนถึงปากเพื่อแสดงความยินดีหลังจากพิธีการในงานแต่งเสร็จสิ้นลง ไม่อาจขัดขืนได้ เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะรีบกลับมาหาภรรยาคนสวยให้เเวลาร็วที่สุด กว่าจะแยกตัวออกมาได้ เวลาก็ล่วงเลยไปจนดึกดื่นแล้วส่วนอลิซหลังจากอาบน้ำ เปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้าซาตินสวยหวานเสร็จเรียบร้อย นั่งรอชายหนุ่มพยายามข่มตารอเขาที่เพิ่งจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีอย่างเป็นทางการ แต่แล้ว... ความอ่อนเพลียจากการเตรียมงานมาหลายวันบวกกับความอ่อนล้ากับการรับแขกในวันนี้เข้าครอบงำนาฬิกาบนหัวเตียงค่อย ๆ เดินไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น... สุดท้ายแล้ว เจ้าสาวมาด ๆ ก็ทนรอไม่ไหว เผลอหลับไปก่อน อย่างอ่อนล้าในห้องนอนตอนนี้เปิดไว้เพียงไฟสีส้มสลัวจากโคมหัวเตียง บนเตียงใหญ่นั้นมีร่างเล็กบางที่แทบจะโดนทั้งฟูกและผ้าห่มกลืนลงไปทั้งตัวนอนหลับสนิทอยู่ชายหนุ่มนั่งลงที่เตียงโดยพยายามใช้แรงให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนนิทราแสนหวาน เขารู้ว่าอลิษาคงจะเหนื่อยมาก แม้ว่าจะลดทอนพิธีการล

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ (1)ขบวนรถหรูเป็นร้อยคันกำลังเคลื่อนตัวมาตามถนน... เรียงรายตามกันมาไม่ขาดสาย ค่อย ๆ ชะลอความเร็ว เคลื่อนตัวมาจอดยังหน้าคฤหาสน์ตระกูลอันเลอโต ขบวนรถหรูที่ยาวเหยียดนั้นเริ่มทยอยหยุดนิ่งชายหนุ่มร่างกายกำยำในชุดสูทมาพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลา ทยอยลงจากรถหรูของตัวเอง เรียกความฮือฮาให้กับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานกันเป็นอย่างมากบัดนี้คฤหาสน์ตระกูล “อันเลอโต” ที่เคยเป็นเพียงคฤหาสน์หรูหราที่ไม่มีสีสัน กลับถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนดอกไม้นานาพันธุ์งดงามตระการตาในวันพิเศษนี้ พรมแดงทอดยาวจากประตูทางเข้าสู่แท่นพิธีกลางสวนดอกไม้หายากนับหมื่นดอกที่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงสาดส่องลงมากระทบกับเครื่องประดับเพชรพลอยบนเรือนกายแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานวิวาห์แห่งปีมาเฟียหนุ่มที่ทำให้ความฝันของหญิงสาวหลาย ๆ คนได้เห็นงานแต่งที่อลังการตระการตา ทุกคนต่างอิจฉาในความรักความเอาใจใส่ของอิริคที่มีต่ออลิษา“อลิซ” ในชุดเจ้าสาวผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีงาช้าง เปิดไหล่ข้าง กระโปรงบานฟูฟ่องผ้าซ้อนกันหลายชั้น หางยาวลากพื้น ลวดลายปักเลื่อม ประดับด้วยเวลคลุมผมปักลายดอกไ

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   บทที่ 16(3)

    ดีลธนาเริ่มเล่าเรื่องราวที่ซ่อนเร้นไว้เป็นเวลานาน“หลังจากที่แม่ของลูกเสียชีวิต พ่อก็ตัดสินใจมาสมัครทำงานบนเรือสำราญกับลูคัส แต่แล้ววันหนึ่งพ่อต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องไม่ดี พ่อพลั้งมือไปฆ่าคนเข้า พ่อกลัวว่าถ้าพ่อติดคุกอลิซจะอยู่ยังไง ลูคัสเขาเสนอให้พ่อทำงานเป็นสายลับ นับตั้งแต่นั้นมาพ่อก็ทำงานเป็นสายให้กับลูคัส พยายามสืบหาเส้นทางการค้าอาวุธของอิริคมาโดยตลอด”“…” ขณะที่ฟังเรื่องราวจากบิดา น้ำตาก็รื้นขึ้นคลอดวงตากลมโตของอลิษาอย่างห้ามไม่ได้“จนวันหนึ่งพ่อเกิดล้มป่วยขึ้นมาจริง ๆ ในช่วงที่หนูกำลังเรียนจบ ตอนนั้นพ่อคิดว่าอย่างน้อยอลิซก็บรรลุนิติภาวะและสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้แล้ว พ่อจึงขอลูคัสกลับมาใช้ชีวิตปกติและเลิกทำงานกับเขา”“พ่อเพิ่งมารู้ทีหลังว่าหนูมาทำงานบนเรือสำราญของลูคัสและยังให้พ่อกลับไปทำงาน ถ้าพ่อไม่กลับไปทำงานให้เขา เขาจะทำร้ายหนู ถ้าพ่อ… รู้ว่าหนูจะมาพัวพันกับเรื่องนี้ พ่อจะไม่มีวันให้หนูมาทำงานบนเรือสำราญเด็ดขาด”“เพราะแบบนี้ใช่ไหม พ่อถึงต้องโดนจับตัวมาเพราะเขารู้ว่าหนูอยู่กับอิริค”“มันไม่เกี่ยวกับหนูหรอกอย่าร้องไห้ไปเลยลูก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพ่อ”น้ำตาค่อย ๆ ไหลออก

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   บทที่ 16(2)

    ดีลแต่ทันใดนั้น เมื่อเขาเห็นลูคัสสั่งให้ลูกน้องจับตัวอลิษา สีหน้าของอิริคก็เปลี่ยนไปเป็นความตึงเครียดทันทีจากนั้นโทรศัพท์ของอิริคก็ดังขึ้น เขากดรับสายแทบจะทันทีลูคัสยื่นโทรศัพท์ไปใกล้ใบหน้าของอลิษา[“พูด! ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะยิงขาพ่อเธอซะ”] เสียงปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนเสียงปืนจะดังขึ้นเพื่อข่มขู่หญิงสาว[“อิริค... อย่ามานะ! อย่าสนใจฉัน!”] อลิษาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอพยายามบอกให้เขาไม่มาติดกับดักของลูคัส“อลิซ…”[“เงียบ!”] ลูคัสเอาโทรศัพท์กลับมาแนบใบหูก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน [“แกได้ยินแล้วนะ อิริค... ถึงแม้ในนี้จะเป็นข้อมูลปลอม แต่ฉันเชื่อว่าแกจะไม่ปล่อยให้คนของแกต้องเป็นอะไรไปหรอกใช่ไหม”]น้ำเสียงของลูคัสแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง [“ฉันรู้นะว่านังนี่มันสำคัญสำหรับแกแค่ไหน ฉันมีข้อเสนอให้แก แค่ข้อเดียว”]“แกต้องการอะไร” น้ำเสียงดุดันตอบปลายสายกลับไปแทบจะทันที“แกก็แค่ยกเส้นทางการขนส่งอาวุธทั้งหมดในอาณาเขตของแกให้ฉัน รวมถึงคู่ค้าคนสำคัญของแกด้วย แลกกับความปลอดภัยของเธอ”[“แกรอฉันอยู่ที่นั่น ฉันจะไปคุยกับแกด้วยตัวของฉันเอง”]การยกพื้นที่หมายถึงการสูญเสียอำนาจและเงินทุนมหาศา

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   บทที่ 16(1)

    ดีล“วันนี้ฉันจะนัดเจอกับลูคัส”“มันอันตรายมากนะอลิซ ผมไม่อยากให้คุณเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้” ดวงตาคมกริบสบตาเธออย่างห่วงใยขณะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงอลิษาสบตาชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าเขาเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ถ้าอยากจะตกเบ็ดแต่ไม่มีเหยื่อล่อ แล้วเหยื่อที่ไหนจะมากินเบ็ด“อลิซเชื่อว่าคุณ… จะไม่ยอมให้อลิซต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน ใช่ไหมคะ?”“ผมไม่มีวันที่จะให้คุณเป็นอะไรไปแน่นอน”อิริคดึงอลิษาเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น เขาไม่แน่ใจว่าจะปกป้องให้เธอปลอดภัยจากอันตรายได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ก็จะไม่มีใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอได้แน่นอนอลิษาจึงกดเบอร์โทรศัพท์เพื่อโทร.หาลูคัส ไม่นานปลายสายก็ส่งเสียงทักทาย[“หวังว่าจะมีอะไรดี ๆ มานำเสนอนะ”] ลูคัสแสยะยิ้มชั่วร้ายพลางลูบขนของซีฟาสไปด้วยซีฟาส เป็นสิงโตเพศผู้ที่ลูคัสเอามาเลี้ยงไว้ตั้งแต่มันยังเล็ก ๆ“ฉันมีความลับเกี่ยวกับอิริคจะบอกคุณ…][“ดี… งั้น”]“แต่… ฉันจะต้องได้เจอหน้าพ่อของฉันก่อน” เธอพยายามยื่นข้อเสนอเพื่อต่อรองกับลูคัส จะได้รู้ว่าพ่อของเธอสบายดีอยู่หรือเปล่า[“เธอจะเอาอะไรมาต่อรองก็คิดให้ดี ๆ ก่อนนะค่อยมานำเสนอ ไม่งัั้นฉันจะ

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   บทที่ 15(5)

    หนูจับแมวหลังจากคืนนั้นที่อลิษาพยายามจะหนีจนเธอถูกเขาลงโทษอย่างหนัก แข้งขาก็อ่อนจนไม่แรงจะลุกไปทำอะไรได้ นี่ก็ผ่านมา 2 วันแล้วที่เธอถูกกักบริเวณอีกครั้งและให้อยู่แค่เพียงในคฤหาสน์ของอิริคเท่านั้นครืด ครืดสมาร์ตโฟนที่สั่นอยู่กำลังแสดงเบอร์แปลกที่อลิษาไม่รู้จัก แต่เธอก็ตัดสินใจรับสาย“สวัสดีค่ะ”[“คุณอลิษาใช่ไหมครับ”]“ค่ะ แล้วคุณเป็นใครคะ”[“ผมเป็นใครคงไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่ตอนนี้พ่อของคุณอยู่กับผม”]ยิ่งฟังคิ้วเรียวก็ยิ่งขมวดเข้าหากัน อลิษาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าปลายสายกำลังพูดเรื่องอะไร หรือเขาโทร.ผิดกันนะ“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะโทร.ผิดนะคะ”[“ไม่ผิดหรอกครับคุณอลิซ”]อลิษาเริ่มลังเลใจเพราะปลายสายรู้จักทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นของเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังทำให้เธอคิดว่าเป็นสายที่โทร.ผิดนั่นก็คือ“คุณเป็นใคร ท่านจะไปอยู่กับคุณได้ยังไงคะ”อลิษาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงของคู่สนทนาที่หัวเราะราวกับว่าเพิ่งจะได้ยินเรื่องตลกอย่างไรอย่างนั้น[“คุณไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะพ่อของคุณยังมีชีวิตอยู่ดีและสบายดีครับ หวังว่ารูปที่ผมส่งไปจะทำให้คุณเชื่อและอยากคุยกับผมมากขึ้น”]สายปริศนาถูกตัดไปก่อน

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   บทที่ 5(2)

    ห้ามทำร้ายฉันเด็ดขาดแววตาเขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ผมสัญญา” เสียงทุ้มของเขานุ่มลงจนเกือบจะอ่อนโยนอลิษามองหน้าเขาอีกครั้งเพื่อยืนยันความมั่นใจก่อนจะยื่นมือออกไปให้พยุง เธอรู้สึกถึงน้ำหนักตัวเขาที่เอนพิงมาเล็กน้อยตอนเดินออกจากตรอกนั้นเมื่อมาถึงห้อง อลิษารีบเปิดไฟจนห้องสว่างขึ้นในทันท

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   บทที่ 3

    งานใหม่ (2)เสียงประกาศเรียกศิลปินขึ้นเวทีดังลอดเข้ามา อลิษาสูดหายใจเข้าลึก ๆและเมื่อเธอก้าวออกจากหลังเวที แสงไฟนับร้อยก็สาดเข้ามาจนแสบตา ข้างล่างนั่นคือผู้คนมากมายที่กำลังรอฟังเสียงของเธอเสียงเปียโนค่อย ๆ บรรเลงขึ้นมา

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   บทที่ 1

    ผู้จัดการตบไหล่เธอเบา ๆ “อลิซจะไม่ลองพิจารณาดูหน่อยเหรอ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ นะ คราวที่แล้วก็พลาดไปทีหนึ่งแล้ว พี่ว่าครั้งนี้มันก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปทำงานบนเรือสำราญตามที่ฝันเอาไว้”“แต่…”“พี่รู้ว่าอลิซห่วงอะไร ไม่ต้องห่วงคนที่นี่ พี่จะหาเวลาแวะเวียนไปเยี่ยมบ่อย ๆ” ผู้จัดการส่งยิ้มให้เ

  • รักร้าย ๆ ของนายมาเฟีย   บทนำ

    เสียงเครื่องดนตรีหยุดลง เหลือเพียงเสียงกีตาร์โปร่งที่ขับกล่อมอย่างนุ่มนวลภายใต้แสงไฟที่ส่องจากเพดาน อลิษากำลังขับร้องและเล่นกีตาร์โปร่งกลางผับแห่งหนึ่งใจกลางกรุงนักดนตรีสาวผู้มากด้วยพรสวรรค์ อลิซ อลิษา อายุ 25 ปี ผมสีน้ำตาลเข้มยาวสลวย ใบหน้าเรียวยาว ริมฝีปากหยักได้รูปชวนมอง ดวงตาเรียวสวยแฝงไปด้วยค

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status