ANMELDEN"ไอ้เตดิแม่ง แกล้งกูอะ ดูแรงก์ดูร่วงเอาๆ ไอ้เตมันยิงหัวเป็นว่าเล่นเลย ทั้งที่กูเป็นตำรวจนะไม่รู้จักเกรงใจกูเลย"ไอ้พิชญ์มันงองแง ไอ้เตไม่ตอบกลับได้แต่ยกยิ้มมุมปาก
"ไร้สาระ"คำเดียวของมันเล่นเอาไอ้พิชญ์แทบจะลุกขึ้นต่อยหน้า แต่ไม่กล้าหรอกครับ พวกเรามักเป็นแบบนี้ตลอด เถียงกันบ้างอะไรบ้างแต่ไม่เคยผิดใจกันจริงจัง
"เลิกเล่นได้แล้ว มีงานด่วนอะไรหรือเปล่า"ผมทรุดตัวลงนั่งก่อนหยิบเอกสารที่หยิบติดมือมาอ่านอีกครั้ง
"ไม่มี เพียงแค่สงสัยว่า ไอ้มินทร์ที่หนีไปตั้งนาน ทำไมมันถึงกลับมาแล้วยังไม่พอพกเอาน้องเขากลับมาด้วยอีก น่าแปลกไหมล่ะ"ไอ้เตออกความเห็น
"มึงก็คิดมาก ไอ้มินทร์อาจจะเงินหมด อาจจะเหนื่อยดูแลน้องเขาไม่ไหว หรือเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงจนมันต้องกลับมาพึ่งพวกเราก็ได้ ใครจะรู้"ไอ้พิชญ์ออกความเห็น ผมส่ายหน้าไปมา
"พวกมึงจะเถียงมันให้ได้อะไรขึ้นมา ให้คนของเราไปตามดูก็จบแล้ว"ผมตัดสินใจ
"ไม่ง่ายขนาดนั้น ถ้าไอ้มินทร์ไม่อยากให้เราหาเจอ เราจะเจอมันง่ายๆได้เหรอ"ไอ้เตเถียง อ้พิชญ์พยักหน้าเห็นด้วยทันที
"ใช่พวกเราตามหาตัวมันมาหลายปี มันนึกอยากโผล่มาก็โผล่ แสดงว่ามันจงใจให้พวกเรารู้นั่นแหละ"
"แต่มันสามารถติดต่อพวกเราได้ แล้วทำไมมันไม่ทำวะ"คราวนี้ไอ้เตไม่ยอมคล้อยตาม ผมถอนหายใจ
"เถอะน่ามีอะไรอีกมั๊ยนอกจากเรื่องของไอ้มินทร์"ผมตัดจบเรื่องไอ้มินทร์ออกไปก่อน เพราะดูท่าทางแล้วคงไม่ง่ายนักที่จะคุยกัน
"กูมีๆ"ไอ้พิชญ์รีบเสนอหน้า ไอ้เตเหล่ตามองเหมือนเคยครับ
"เรื่องอะไร ถ้ามีทำไมกูไม่รู้เรื่อง"ไอ้เตเถียง
"กูหิว...."ไอ้พิชญ์เสียงอ่อย
"ไอ้เชี่ย...แล้วไม่รู้จักหาแดกก่อนมานะมึง"ไอเตใช้ขาถีบปากก็บ่นไอ้พิชญ์ทั้งที่นั่งกันอยู่บนโซฟานี่แหละครับ ผมคิ้วหระตุกขึ้นมาบ้าง ไอ้คู่นี้นี่นะ ไม่เคยจะจริงจังเลยเวลาอยู่ด้วยกันในเวลาที่ไม่สำคัญ
"พวกมึงจะเถียงกันอีกนานมั๊ย"คราวนี้ผมจ้องคนทั้งคู่เขม็ง ลองไม่ปรามกันก็คงเพียงกันอีกยาวล่ะครับ
"ขอโทษที/โทษทีๆ"ไอ้เตกับไอ้พิชญ์รีบเอ่ยปากพร้อมกัน
"เข้าเรื่องได้แล้ว"ผมสั่ง
"อันที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก กูสั่งคนออกไปตามหาไอ้มินทร์แล้ว สั่งว่าถ้าเจอตัวให้เฝ้าเอาไว้ก่อนอย่าพึ่งกะโตกกะตากให้มันรู้ตัวแล้วโทรมาแจ้งกู"เตบอก ไอ้พิชญ์พยักหน้า
"ของกูก็แค่เรื่องบัญชี ไอ้ห่าเอ้ย กล้ามีนอกในถึงจะร้อยสองร้อยก็เงินป่าววะ กูจัดการแล้ว ไล่ออกด้วย มันเล่นพนันกูเตือนพวกมันหลายรอบแล้วแต่ไม่รู้จักเข็ด สันดานเสียจริงๆไอ้พวกนี้"พิชญ์มันรายงานแล้วแถมคำบ่นยืดยาวให้ผมฟัง
"สรุปจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว"ผมสรุป
"ใช่/ใช่"พวกมันพยักหน้า
"งั้นสั่งอะไรมากินสิ หรือให้แม่บ้านทำให้"ผมถามความเห็น
"ไม่เอาอะ กูอยากกินอะไรง่ายๆมากกว่า"พิชญ์ส่ายหน้า
"แล้วแต่มึง"ไอ้เตออกความคิดเห็น ผมอดหัวเราะไม่ได้ ไม่รู้พวกเราสามคนเป็นเพื่อนกันมาได้ยังไง ทัศนคติไม่เคยจะตรงกันสักเรื่องให้ตายสิ
"เรื่องมากนะมึง"
"เรื่องมากตรงไหนวะไอ้เต กูบอกว่าเอาอะไรง่ายๆ ตรงไหนที่ยาก"
"ไอ้ง่ายของมึงนะ พิซซ่าร้านโน้น กาแฟร้านนี้ ขนมต้องร้านอีกฝั่งเมือง ข้าวเเจ้านี้ไม่อร่อยต้องเจ้าโน้น กับข้าวร้านนี้แม่งหวานไป บอกกูมาตรงไหนง่ายของมึง"ไอ้เตร่ายยาว
"กูไม่ได้เรื่องมากขนาดนั้นมึงอย่ามาใส่ร้ายกู"ไอ้พิชญ์อุบอิบในลำคอ"
"พอแล้ว! จะแดกยังเสือเรื่องมากอีก"ผมตวาด ทั้งคู่เลยเงียบ คราวนี้พวกมันรู้ว่าผมโมโหของจริงแล้ว
"กูสั่งเอง"ไอ้เตคว้าโทรศัพท์มาสั่ง
"ใครอยู่ข้างนอกไปร้านป้าเพ็ญที่อยู่ปากซอยให้ที คุณคิงเอาข้าวผัดกุ้ง ฉันเอาราดหน้า ส่วนคุณพิชญ์เอา ข้าวหมูกระเทียม อ้อให้เขาเอาต้มยำกุ้งมาด้วย พวกนายจะกินอะไรก็สั่งมาให้ครบคน ออกเงินไปก่อนแล้วมาเบิกเอาทีเดียว"ผมหัวเราะกับการตัดสินใจของมัน ง่ายดีครับ
"เออก็แค่นี้แหละ"ไอ้พิชญ์หงุงหงิงในลำคอ
"ก็ถ้ากูไม่สั่งเอง มึงคงยาวอะ สั่งลูกนอกไปอีกฝั่งของเมืองหาอะไรมาให้มึงแดก"ไอ้เตประชด ผมโบกมือให้รู้ว่าพวกมันควรเงียบได้แล้ว
"จริงสิแล้ววันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า"
"ไม่มีหรอก ทุกอย่างจัดการหมดแล้ว เออว่าแต่มีอีกเรื่องหนึ่ง"ไอ้เตทำหน้าสงสัย
"มึงคิดว่าเรื่องไอ้มินทร์มีอะไรน่าสงสัยหรือเปล่า"ไอ้เตถามเสียงเครียด
"กูก็ว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ คนอย่างไอ้มินทร์มันฉลาดจะตาย ยอมให้เราเจอตัวง่ายๆไม่แปลกเหรอวะ"คราวนี้ไอ้พิชญ์คล้อยตา
"อืมกูก็คิดว่ามันแปลกๆ แต่กูยังคิดไม่ออกว่ามันต้องการอะไร เดี๋ยวพอเราเจอมันก็ถามซะสิ้นเรื่อง ที่สำคัญมันเอาตัวน้องไปเลี้ยง เลี้ยงแบบไหนก็ไม่รู้อีก"ผมค่อนข้างเห็นด้วย
"แต่กูว่าไอ้มินทร์มันกลัวไอ้เตจะตายไป"พิชญ์หัวเราะ
"กลัวกู ตรงไหนที่มันกลัววะ กูเห็นมันสู้ยิบตาทุกครั้ง แถมเก่งด้วยนะมึง มึงยังสู้มันไม่ได้เลย"
"เอออ ไอ้อวยเพื่อน กับกูเนี่ยไม่เคยมีอะไรดี กับคนอื่นดีหมดนะมึง"
"สรุปว่าพวกมึงจะตั้งหน้าตั้งตาเถียงกันให้ได้ว่างั้น"คราวนี้ผมหงุดหงิดจริงจังแล้วครับ ไอ้เตมันดูท่าทางออก รีบหยิบบุหรี่มาส่งให้
"ใจเย็นน่า เขาเรียกว่าถกปัญหากัน"ไอ้เตบอกเสียงเรียบ ไอ้พิชญ์เองก็หุบปากโดยปริยายเมื่อเห็นสีหน้าของผม ไม่นานก็มีเสียงกดกริ่งอยู่หน้าประตู
"ข้าวมาแล้วครับนาย"ลูกน้องของไอ้เตเข้ามาส่งกล่องที่แพ็กมาอย่างดีส่งให้พร้อมกับบิล ไอ้เตควักแบ้งค์สีเทาสองใบส่งให้แล้วบอกให้เอาไปแบ่งกัน
"อ่อ กินเสร็จแล้วเช็กรถให้ด้วยเดี๋ยวคิงจะออกไปข้างนอก"
"ครับ"ลูกน้องพยักหน้าหงึกหนึ่งแล้วรีบออกจากห้องไป
ไอ้พิชญ์ไม่พูดพล่ามทำเพลง รีบคว้ากล่องมาแกะไม่รอไอ้เตที่ลุกไปหยิบจานกับช้อนมาให้ มันยัดใส่ปากเรียบร้อย ผมกับไอ้เตส่ายหน้ากับความมักง่ายของมัน ย้ำครับมักง่ายไม่ใช่คนง่ายๆ
ไลลาน้ำตาคลอ หันไปมองคิงที่ยืนกอดอกแน่นใบหน้าหล่อเหลามึนตึงและเฉยชา"ไลลาแค่ทวงสิทธิ์ของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ล่วงเกินคนอื่น เด็กนั่นมาทีหลังนะ คิงนอนกับไลลาเป็นผัวเมียกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว จะให้เด็กผู้ชายเนี่ยเหรอคะมากลายเป็นควีน บ้าไปแล้ว ทุกคนเสียสติไปแล้วเหรอไง" ไลลาบอกเสียงสั่นน้ำตาเจียนจะหยดเต็มที"จะพูดเพื่อ? ในเมื่อเธอทั้งยั่วทั้งอ่อยขอนอนด้วย ตอนที่ผมจะนอนกับคุณ ก็บอกคุณแล้วนะไลลาว่า one night stand คุณเองยอมทุกอย่างขอแค่ให้ได้เย..." คุณนีรนาถจุ๊ปากเบาๆ พยายามเบรกอารมณ์ของลูกชายคนเดียวของเธอ"สรุปคือยังไง" ดอนฮวนถามสั้นๆ "ตอบสิไลลา ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคุณอยากได้ผมจนตัวสั่น เพราะผมเอามัน หรือเพราะอยากเป็นควีนกันแน่ ส่วนเรื่องบอกว่ารักผมตัดไปเถอะ ระหว่างที่คุณนอนแบให้ผม คุณเองก็แบให้คนอื่นเหมือนกัน" คิงยกยิ้มเหยียดหยันบอกเสียงเหี้ยม ไลลาอึกอัก"ว่ายังไงไลลา ฉันอยากรู้ความจริง" คุณนีรนาถเสียงเย็น ไลลาก้มหน้าไม่กล้าแม้จะสบตากับบิดาของตัวเอง รู้สึกราวกับคนกำลังเคว้งอยู่กลางทะเล"คือว่า"ไลลาลอบกลืนน้ำลาย คิงขยับตัวยืนตรงยืดตัวสุดความสูงของตัวเอง"หรืออยากได้หลัก
ทุกคนยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ ได้แต่ยืนนิ่ง สายตามุ่งมองไปที่ร่างสูงหนาในสูทเข้มสีดำ สีหน้าเรียบเฉยจนดูคล้ายเย็นชา ถึงแม้จะดูสูงวัยแต่หากความหล่อคมเข้มและความน่าเกรงขาม ปรากฏให้ผู้คนที่ยืนเป็นกลุ่มด้านล่างรู้สึกเกร็งจนหายใจไม่ออก เขายืนนิ่งตรงกลางเวที ด้านข้าง คือสาวสวยที่บ่งบอกวัยใกล้เคียงกัน แต่ความสวยไม่ลดน้อยลงแม้แต่น้อย อยู่ในเดรสราตรีสีแดงระยิบระยับไปด้วยคริสตัล ประปรายบนชุดดุจดวงดาวพร่างท้องฟ้า ด้านหลังคือบอดี้การ์ดรูปร่างสูงใหญ่หน้านิ่งเหมือนเป็นหุ่นยนต์"ทุกคนเงียบเดี๋ยวนี้ "เสียงเข้มตวาดก้องโดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟนด้วยซ้ำ ด้านข้างของเวที คือลูกชายคนเดียวของ ดอนตวน อัลโตนิโอ เฮอร์นัล และคุณนีรนาถ ซึ่งเป็นเจ้าพ่อมาเฟียอันดับหนึ่ง ความมีอำนาจและความร่ำรวยที่โด่งดังไปทั่วโลก"ไลลา เธอไม่รู้กฎหรือยังไงกัน" นายท่านถามเสียงดุ คุณนีรนาถหน้าเข้มขึ้นเมื่อมองเห็นชุดราตรีสีขาววาวระยับนั่น"คะ คือ หนู..."ไลลาหน้าเสียน้ำตาคลอเบ้า ในใจเจ็บและอายไปด้วยคำถามนั่น นายท่านเลิกคิ้ว"ฉันถาม" ไลลาถอยหลังสองสามก้าวอย่างไม่ตั้งใจเมื่อเห็นสีหน้าและน้ำเสียงนั่น จึงถอยหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ"หนูคิดว่าคิงจะเปิดตั
"โว๊ยยยยยยยยยยยยยยย ออกไป๊" เสียงขว้างข้าวของดังออกมาถึงด้านนอก เสียงวื๊ดว๊าย ตามมาเป็นระยะ ผมถอนใจเบาๆ พิชญ์อมยิ้มในหน้า"ไงล่ะมึงงานเข้า ไม่บอกน้องมันก่อนหรือไงวะ""ไม่บอกไรล่ะกูทั้งเกลี้ยทั้งกล่อมยังออกฤทธิ์อีกเฮ้ออ"ผมลากเสียงถอนหายใจยาว ส่ายหัวไปมาเดินเข้าไปในห้องนอนหลังจากได้ยินเสียงร้องดังมากขึ้นเรื่อยๆ"หยุดเดี๋ยวนี้"ผมบอกเสียงเย็นเยียบ ชนิดถ้าเป็นคนอื่นได้ยินคงไม่กล้าแม้จะหายใจ แต่คนที่กำลังเงื้อหนังสือเล่มหนาฟังที่ไหนล่ะครับ พึ่บผัวะเสียงดังฟังชัดเจนหัวผมครับโดนเต็มๆ"อคิราห์! หยุดนะ"ผมตวาดก้องเดินเร็วๆสาวเท้าไปหาคนที่หอบจนตัวโยนที่ยังอยู่ในเสื้อคลุมสีขาว ผมยุ่งใบหน้าแดงก่ำมีน้ำตาคลอเต็มตา ผมถอนใจหนักจ้องหน้าคนตัวเล็กตาเขม็งขุ่นเขียว"ทุกคนออกไปให้หมด" ผมจับแขนน้องไว้แน่น ทุกคนเดินรีบออกไปแล้วปิดประตูให้ ผมหันมามองหน้าไอ้ตัวดี"เกิดอะไรขึ้น"ผมเสียงแข็งเข้าใส่"ฮึก ฮึก"สะอื้นนำมาเลยทีนี้ ผมเหลือกตามองบนไม่ใช่เบื่อหน่ายหรือว่าระอาน้องมันนะครับ เพียงแต่ผมเซ็งตัวเองพอเห็นน้ำตาน้องมันทีไรหัวใจผมเหมือนถูกบีบจนเจ็บไปหมดน่ะครับ"พะ พวกเค้าจะให้คิสแต่งตัว"ผมเลิกคิ้วสูงจูงน้องมานั่งตัก
บางทีความอดทนของเรามันก็มีที่สิ้นสุด ผมพยายามจะอดทนกับไลลาทั้งที่ไม่เคยจะอดทนกับใครเท่าไหร่นัก ดีที่แม่รับปากไว้ว่าจะจัดการให้แต่ไม่ทันใจผมเอาเสียเลยให้ตายสิ ผมนั่งมองน้องกินข้าวผัดด้วยความอร่อยเคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มป่อง"อิ่มปะ""อื้มๆ หย่อยอะมีอีกป่าว"ผมยกยิ้มน้อยๆ"กินนี่ให้หมดก่อนเถอะทั้งข้าวทั้งขนม จะจุกซะเปล่า" น้องพยักหน้าหงึกๆปากก็ยังไม่ว่างข้าวเต็มปาก"คิสวันนี้สัญญากับพี่นะว่าจะไม่งอแง เข้าใจมั๊ยครับ" มันเงยหน้ามองผมแบบงงๆ"ไม่" มันไม่คิดเลยครับตอบมารวดเร็ว"พี่สั่ง""ไมอะกู เอ้ย! คิสอยากรู้""ทำตามที่บอกเถอะไม่ต้องถาม" ผมบอกเสียงเรียบ น้องมันหน้าอูดทันที แววตาเตรียมดื้อรั้นเต็มที่"วันนี้พี่จะประกาศแต่งตั้งควีน"มันมองหน้าเหวอ"แล้วไงอะเกี่ยวไลกะคิสด้วย""ก็เราคือควีน" มันวางช้อนลงเสียงดัง"ไม่ ไม่เป็นไม่เอา"ผมกัดฟันอดทนกับคนตรงหน้า มันเหมือนใครวะเนี่ยยิ่งโตยิ่งดื้อรั้น"พี่จะบ้าเหรอ คิสเป็นผู้ชายนะแมนๆเตะบอลด้วยละจะให้เป็นควีนตลกปะเนี่ย"มันหน้างอเถียงคอเป็นเอ็น"....................""อีกอย่างหน้าแบบคิสไม่เคยเป็นเมียใครนอกจากเป็นผัวนั่นมันอีกเรื่องนึง หรือพี่จะเป็นเมียคิสล่ะ" นี
"อืมมม หวาน"พี่มันดูดเลียนิ้วจนสะอาด ผมเผลอก้มลงมองด้านล่างของตัวเองตรงกลางของไอ้พี่มัน ตรงนั้นโป่งนูนดันกางเกงยีนส์แทบจะแตกออกมาผมเห็นแล้วอดกลัวไม่ได้ทำไมมันถึงเข้ามาในตัวผมได้ง่ายดายขนาดของมันทั้งใหญ่ทั้งยาว"เอ่อ แล้วของพี่......"ผมหมายถึงกลางตัวของอิพี่มันนั่นแหละ มันยิ้มน้อยๆไม่พูดอะไรออกมาสักคำเกี่ยวกับเรื่องนี้ปล่อยให้พองตัวดันขอบกางเกงอยู่แบบนั้นแหละ"ไม่เป็นไร พี่จะพาไปกินข้าวก่อน น้องเดินไหวมั๊ย""ไม่ไหว"ผมส่ายหน้าไปมาขาสั่นจนรู้สึก ถ้าให้เดินเองคงทรุดตัวลงนั่งแน่ๆ ไอ้พี่มันอุ้มผมไปยืนหน้าตู้ผ้าขนาดใหญ่ ก้มลงจูบขมับแรงจนหัวโยก"แต่งตัวนะพี่อาบน้ำแป็บ"แป็บของพี่มันล่อไปนานเกือบชั่วโมง ผมพอขยับตัวได้แล้วแต่ยังเดินไม่ถนัดมากนัก ผมนั่งรอมันที่โซฟาเปิดเคเบิ้ลดูอะไรเรื่อยเปื่อยจนเกือบเคลิ้มหลับด้วยความอ่อนเพลีย"ป่ะ"หลังจากที่มันหายไปนายถึงนานมากมันก็เดินมาโอบผมให้ลุกขึ้นยืนประคองเอาไว้พาเดินออกไปจากห้อง.............................................................................................................ร้านที่พี่มันพามาบรรยากาศดีคนเยอะด้วย แต่พี่มันเลือกนั่งด้านในสุดเพรา
ผมเงยหน้ามองไอ้พี่มันอย่างหลอนๆ เพเราะผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างผมกับไอ้พี่กันแน่ พวกเราแทบจะไม่ได้คุยกันเสียด้วยซ้ำเพราะมันจับผมกดอย่างเดียวเลยจะเอาเวลาที่ไหนมาคุยกันล่ะครับแค่ทำให้ตัวเองมีสติก็ยากเต็มทีแล้ว ส่วนตัวไอ้พี่มันดูดาร์กปนโหดพิกล ส่วนมินทร์เองก็ดูจะกลัวไอ้พี่มันยังไงไม่รู้ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน"ฮึก...ฮึก"ผมกลั้นสะอื้นเอาไว้ไม่อยู่ครับ ตอนนี้ร่างกายของผมปวดระบมไปหมด นั่งยังแทบจะไม่ได้ เจ็บก้นราวไปถึงก้นกบเลยไปถึงสันหลังโน่นเรียกว่าเจ็บไปหมดทุกส่วนอีกอย่างไอ้คราบอะไรที่ไหลออกมาไม่หยุดจากช่องด้านหลังของผมทำให้มันยิ่งแสบ ไอ้พี่มันจับผมนั่งบนตักกอดผมเอาไว้แน่น"ร้องทำไมหืม"โอ้โห ไอ้บ้ามึงก็ไม่น่าจะถามเน๊อะหรือว่ามึงตาบอดถึงมองไม่เห็นสิ่งที่มึงทำลงไป อันนี้ผมไม่กล้าด่าออกไปให้ได้ยินหรอกครับได้แต่คิดในใจเท่านั้น"กู.."มันบีบเอวผมให้รู้สึกตัวว่าผมกำลังจะพูดไม่เพราะ"เอ่อคือ.....คิสเจ็บอะ ฮือออ"ผมอดร้องไห้ไม่ได้จริงๆนะ มันเจ็บมากแถมผมยังเหนียวเนื้อตัวไปหมดอยากอาบน้ำให้สบายตัวอยากนอน อยากพักผ่อนนอนหลับให้อาการเหล่านี้มันหายไปเรื่องที่สำคัญที่สุดคือหิวข้าวด้วย"ไม่ต้องร้อง
ผมนั่งมองไอ้คนตัวเล็กที่เคี้ยวบะหมี่เกี๊ยวของมันเข้าปากตุ้ยๆจนแก้มพองไม่สนพวกเราสามคนสักนิด ทำไมนะ ผมถึงลืมเรื่องเจ้านี่ไปเสียสนิททั้งๆที่ป๊าและแม่ของผมตามหาพวกเขาไม่หยุดจนผ่านไปสิบปีแล้ว เรื่องเก่าๆย้อนกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง ตอนนั้นที่พวกผมสามคนเจอมันครั้งแรกเพราะลุงอาทิตย์ต้องเข้ามาทำงานในวั
"วันนี้คิสนอนบ้านคิงไปก่อนนะครับ มินทร์มีธุระต้องไปทำต่อ คิงเป็นลูกของเพื่อนพ่ออาทิตย์นะไว้ใจได้ มินทร์จะให้เค้าดูแลคิสไปก่อน ส่วนเสื้อผ้ากับหนังสือเรียนเดี๋ยวให้เพื่อนมินทร์ไปเอามาให้นะครับ เชื่อฟังนะไม่ดื้อไม่เกเร อย่าร้องไห้นะเดี๋ยวจะไม่สบาย นอนก็อย่าลืมห่มผ้าล่ะ ใส่เสื้อหนาๆ น้องคิสชอบนอนเตะผ้า
พวกเราคุยกันในห้องทำงานของผม งานกองเท่าภูเขาละครับ ไหนจะเรื่องเรียนไหนจะผับอีกเจ็ดแห่ง สนามรถเถื่อน แล้วยังงานของป๊าอีก ยังดีที่ผมมีไอ้เตกับไอ้พิชญ์เป็นผู้ช่วยไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว พวกเขาถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่าต้องเป็นคนคอยดูแลผม พอได้คุยกับมินทร์แล้วผมยิ่งเดือดหนักขึ้นอีก ผมเป
กลุ่มคนที่เดินเข้ามาแม่งสะดุดตาตั้งแต่ทางเข้า ส่วนของบาร์อยู่ด้านหน้าครับ มีทางเดินเข้าไปในผับอีกทีประตูกันเสียงโหยหวนของนักเที่ยวและบีทหนักๆช่วยลดเสียงลงแต่ยังคงได้ยินแว่วๆ เจ้าตัวเล็กของเขาเดินมาข้างๆคิงมือน้อยๆอยู่ในมือใหญ่ของมันที่กำไว้จนมิด ตาบวมปูดจากการร้องไห้ (และคงร้องหนักมากด้วย)ดูจากท่าท







